ตอนที่ 51
ผมผลักประตูบานใหญ่ตรงหน้าปราสาทเพื่อเข้าไปข้างใน เมื่อเข้ามามันเผยให้เห็นการตกแต่งสุดอลังการงานสร้างภายในปราสาหรูแห่งนี้ บนเพดานถูกประดับประดาไปด้วยกระจกเงาหลากสีเรียงกันจนเกิดเป็นรูปงานศิลปะต่างๆนาๆดูสวยงาม แสงสว่างจากโคมไฟอันหรูหราที่ย้อยลงมาจากเพดานนั้นคอยให้แสงสว่างไปทั่วทั้งปราสาท รูปภาพชายหญิงดูดีมีชาติตระกูลติดอยู่ตามฝาผนัง ตรงสุดปลายทางห้องโถงปรากฏชายสวมชุดโจรสลัดเต็มยศนั่งมือท้าวคางอยู่บนบัลลังก์ทองพร้อมกับดาบเรเปียร์ที่วางพิงอยู่ด้านข้าง เขาพลางชายตามองมาที่ผมพร้อมกับปล่อยออร่าที่น่าสะอิดสะเอียดออกมาจนคละคลุ้งชวนอึดอัดไปทั่วห้องโถงแห่งนี้ ผู้เล่นพบบอส โจรสลัดในตำนาน กัปตันทรูกัส คลาส 9 ระดับ 999 ค่ะ "Holy Shit.....!!" ผมถึงกับตื่นตกใจทันทีที่รู้ระดับของบอสตรงหน้าที่มีระดับสูงถึงเกือบ 1000 ซึ่งนั่นหมายถึงความแข็งแกร่งที่มากโขของมันด้วยเพราะมอนสเตอร์ตรงหน้านั้นระดับสูงที่สุดในโลกแห่งนี้ในตอนนี้แล้ว หนำซ้ำมันยังเป็นถึงระดับบอส และเป็นมอนสเตอร์ประเภทมนุษย์อีก นั่นจึงทำให้ศึกครั้งนี้ต้องไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมาอย่างแน่นอน "แกเองสินะ....ที่บังอาจทำร้ายราชินีอันเป็นที่รักของข้า แกจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!" กัปตันทรูกัสพูดด้วยน้ำเสียงแสนจะเย็นเฉียบจนหนาวเหน็บเข้ากระดูกดำ เขาไม่พูดเปล่าพลางจับดาบเรเปียร์อาวุธคู่กายไว้แน่นก่อนจะลอยตัวเข้ามาโจมตีอย่างดุดันทันที "พูดได้ด้วยแฮะ อะ!? " ผมแปลกใจอยู่หน่อยๆที่เห็นว่าบอสตรงหน้าผมมันพูดออกมา แต่ก็ต้องหยุดความแปลกใจนั้นลงเพียงแค่นี้เมื่อเห็นว่าคมดาบเรเปียร์ของทรูกัสกำลังจะสัมผัสกับท้องน้อยของผมเสียแล้ว วืด...!!คมดาบถูกวาดผ่านตัวผมไปอย่างเฉียดฉิว ผมพยายามถีบตัวออกมาเพื่อทิ้งระยะห่างจากบอสเอาไว้ แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะทำแบบนั้นเมื่อกัปตันทรูกัสใช้ความเร็วที่พอๆกันเข้าประชิดตัวผมอยู่ตลอดเวลาจนจะกลายเป็นแซนด์วิชอยู่แล้ว ดาบเรเปียร์ถูกยกขึ้นจ้วงแทงไปมารอบตัวผมโดยไม่ปล่อยช่องว่างให้ผมได้ตอบโต้เลยแม้แต่น้อย คันธนูระดับ L ถูกยกขึ้นปัดการโจมตีเหล่านั้นเอาไว้พร้อมกับการเคลื่อนไหวที่ถูกเร่งจังหวะให้เร็วมากขึ้นเรื่อยๆจนร่างของเราทั้งคู่แทบจะจางหายไปจากห้องโถงพร้อมกับเสียงการปะทะกันของอาวุธทั้งสองที่ดังขึ้นถี่ยิบ ผมพยายามอาศัยจังหวะลักไก่เพื่อยกคันธนูขึ้นมาเล็งเป้าไปที่กลางอกของทรูกัสเพื่อยิงศรไฟสวนกลับไป แต่ทว่าเขาก็ดันรู้ทันยกดาบขึ้นมากันเอาไว้ได้อย่างสบายๆ แต่ถึงกระนั้นด้วยแรงระเบิดจากแรงปะทะที่รุนแรงมันจึงทำให้เราทั้งคู่กระเด็นออกจากกันไปไกลพอสมควร ซึ่งนั่นก็เป็นโอกาสที่ทำให้ผมมีจังหวะร่ายบัพเสริมพลังให้ตัวเองในระดับหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ผมที่ใช้โอกาสนี้ในการร่ายบัพเสริมพลังให้ตัวเองเสียแล้ว กัปตันทรูกัสตรงหน้าผมยกดาบเรเปียร์เล่มงามขึ้นมาอยู่ตรงกลางลำตัว เขาพลางใช้มือซ้ายลูบดาบของเขาขึ้นลงไปมาพลันเกิดเป็นออร่าสีดำทมิฬลุกโชนทั่วทั้งตัวดาบ ไม่หมดแค่นั้นเขายังกวาดมือโปรยออร่าสีดำไปทั่วร่างของเขาอีกขั้นเพื่อเสริมความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีกจนเกิดเป็นออร่าสีดำอ่อนๆลุกโชนไปทั่วทั้งตัวของเขาพร้อมกับปลดปล่อยพลังนี้น่าสะอิดสะเอียนออกมาไม่หยุดหย่อน ทักษะประจำเผ่าพันธุ์ – อาภรณ์ฟีนิกซ์เพลิงโลกันต์(เพิ่มค่าสถานะทุกอย่างขึ้น 50 % : ทักษะเปิดปิด ใช้มานา เป็นตัวกำหนดระยะเวลา) ทางด้านของผมในตอนนี้หลังจากที่ร่ายทักษะของตัวเองไปส่งผลให้ทั่วร่างของผมเริ่มมีเปลวเพลิงอ่อนๆลุกขึ้นทั่วทั้งร่างกายพลันรู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราทั้งสองจ้องตากันซักพักก่อนจะเริ่มการปะทะกันอีกรอบ แต่ครั้งนี้ผมจะไปยอมให้เขาเข้าประชิดตัวผมได้อีกแล้ว พลึบ......ผมใช้ sonic พุ่งถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างไปพอสมควรพลันยกคันธนูขึ้นมาแล้วบรรจงร่ายทักษะโจมตีชุดใหญ่เพื่อส่งมันออกไปสู่เป้าหมายตรงหน้า เพลิงสวรรค์ทลายดารา – เสริมคุณสมบัติธาตุไฟลูกธนูถูกย้อมด้วยเปลวเพลิงสีทองจากทักษะ พลังมหาศาลที่ถูกอัดแน่นเข้ามาเป็นศรเพียงลูกเดียว บัดนี้มันพร้อมที่จะเข้าไปขย้ำศัตรูเบื้องหน้าแล้ว เพลิงสวรรค์พุ่งทะยานใส่บอสด้วยความเร็วที่มันไม่อาจจะหลบได้ แต่แล้วสิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นมาจนทำให้ผมถึงกับตาเบิกกว้างอ้าปากค้างเมื่อเห็นกัปตันทรูกัสทำสิ่งที่ผมคาดไม่ถึง ตู้มม....!!!กัปตันทรูกัสฟันทักษะที่รุนแรงของผมทิ้งอย่างง่ายดายราวกับผ่ากล้วยจนเกิดแรงระเบิดจากทักษะตรงหน้าที่ถูกทำลายจนตัวปราสาทถึงกับสั่นไหวแทบจะถล่มลงมา ผมนี่ยังยืนทึ้งไม่หายเลยที่เห็นการกระทำสุด OP นี้ แต่ผมก็ต้องรีบดึงสติกลับมาตั้งใจสู้ต่อเพราะว่าบอสตรงหน้านั้นมันไม่ปล่อยให้ผมได้ทึ่งกับสิ่งที่มันทำซักนิด อีกทั้งมันยังพุ่งเข้ามาจวนจะถึงตัวผมอยู่แล้วอีก ผมรีบเคลื่อนตัวถอยห่างจากตัวบอสอีกครั้งพลางยิงศรไฟเพื่อขัดจังหวะการเคลื่อนไหวบอสต่อไปไม่หยุด แต่ผลลัพธ์นั้นไม่ต่างต่างก่อนหน้านี้มากนัก นั่นคือมันใช้อาวุธคู่กายฟันการโจมตีของผมทิ้งอย่างง่าย และตอนนี้มันก็กำลังฝ่าการโจมตีของผมเข้ามาเรื่อยๆ ผมที่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจึงตัดสินใจเผชิญมันทันที อาวุธคู่กายระดับ L ของตัวเองถูกยกขึ้นมาปัดป้องดาบเรเปียร์ที่พุ่งจ้วงเข้ามาเอาไว้ก่อนจะกระแทกกลับไปพร้อมกับยิงศรไฟย้ำไปอีกรอบ ทรูกัสเสียจังหวะเล็กน้อยรีบยกดาบขึ้นมากันการโจมตีนั้นไว้ได้ทัน ผมจึงอาศัยจังหวะนี้ใช้ Sonic ไปโผล่ด้านหลังของมันแล้วระดมการโจมตีใส่ไปอีกชุดหนึ่ง แต่กระนั้นทรูกัสก็ยังไหวตัวได้ทัน เขาแผ่ออร่าสีดำให้ปกคลุมไปทั่วตัวเพื่อรับการโจมตีเหล่านั้นเอาไว้ ผมถึงกับจิปากตัวเองไปทีหนึ่งที่ไม่อาจสร้างความเสียหายให้มันได้ก่อนจะถอยออกไปตั้งหลักอีกรอบ “บ้าเอ้ย! ขอแค่โดนซักทีหนึ่งก็พอแล้วแท้ๆ” ผมสบถออกมาเล็กน้อยเพราะคาดหวังว่าการโจมตีของผมจะโดนมันซักครั้ง มันจะได้ติดคำสาปจากธนูระดับ L ไป ซึ่งหากเป็นแบบนั้นอะไรๆมันจะง่ายกว่านี้แล้วแท้ๆ แต่ผมก็ยังไม่ยอมแพ้เท่านี้แน่นอน ผมพลันกระโดดกลับตัวยิงศรลงดินไปชุดหนึ่งก่อนจะใช้ Sonic หมุนวนเป็นวงกลมรอบตัวบอสแล้วจัดการยิงศรไฟเพื่อตรึงการเคลื่อนไหวของมันเอาไว้ ใช้เวลาเพียงไม่นานการโจมตีที่ผมส่งลงพื้นก่อนหน้านี้ก็พุ่งขึ้นมาจากใต้เท้าของกัปตันทรูกัสขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไหวตัวทันอีกครั้งพร้อมกับถีบตัวเองพุ่งไปด้านบนเพื่อหลบการโจมตีนั้นแทนที่จะเลือกฟันทิ้ง และนั่นก็เป็นการตัดสินใจที่พลาดของเขา เพราะตอนนี้ผมรอเขาอยู่ด้านบนแล้วนั่นเอง ตู้มม...!!กัปตันทรูกัสร่วงลงกระแทกพื้นหลังจากที่โดนผมดักโจมตีจากด้านบน ซ้ำยังโดนตาข่ายเพลิงพันธนาการร่างกายเอาไว้จนแทบจะขยับตัวไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าตาข่ายเพลิงของผมจะรั้งมันเอาไว้ได้ไม่นานนัก ผมเห็นดังนั้นจึงรีบโจมตีซ้ำทันที ผมยิงการโจมตีออกไปครั้งหนึ่ง ศรที่ถูกยิงออกไปพลันแตกเป็นศรทั้ง 9 ธาตุ พวกมันเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปมาจนไปบรรจบ ณ ที่เดียวกันคือร่างบอสของดันเจียนระดับตำนานแห่งนี้ กัปตันทรูกัสร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดลั่นปราสาทก่อนจะสะบัดร่างกายไปมาเพื่อหลุดจากพันธนาการตาข่ายเพลิง และแน่นอนว่าเขาทำสำเร็จเพราะพลังของเขานั้นมันมีมหาศาลเหลือเกิน เมื่อเขาหลุดจากพันธนาการได้ กัปตันทรูกัสทำท่าจะพุ่งเข้ามาโจมตีผมอีกครั้ง แต่ทว่าเขาก็ต้องหยุดแค่นั้นเมื่อร่างของเขาตอนนี้กำลังโดนแรงดึงดูดมหาศาลจากหลุมดำที่อยู่ด้านหลังของเขาตรึงเอาไว้แน่นก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา เพลิงนรกทะลวงสวรรค์ – เสริมคุณสมบัติธาตุไฟเปลวเพลิงสีดำแดงเข้มลุกท่วมทั้งคันธนู มันระเบิดพลังงานออกไปจนรอบข้างเกิดไฟลุกท่วมราวกับอยู่ในนรกอเวจี ทันทีที่ศรถูกยิงออกไปเปลวเพลิงพลันกลายเป็นรูปลักษณ์อย่างอื่นคล้ายกับปีศาจในขุมนรกพร้อมจะลากเหยื่อของมันลงนรกไปด้วย กัปตันทรูกัสเห็นดังนั้นจึงเร่งออร่าสีดำของตัวเองให้เปลี่ยนมาเป็นโล่ขนาดใหญ่ตรงหน้าเพื่อป้องกันตัวเองเอาไว้เพราะไม่อาจหลบหนีจากสิ่งตรงหน้าได้ทันเวลา ตู้ม.....!!เกิดแรงระเบิดดังขึ้นจากการปะทะของทั้งสองทักษะของผมสลายไปพร้อมกับโล่ออร่าสีดำของบอสที่แตกละเอียดไม่มีชิ้นดีไม่ต่างกัน กัปตันทรูกัสโดนดาเมทจนกระเด็นถอยหลังออกไปพลางเอามือกุมท้องของตัวเองเอาไว้ด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับสายตาอาฆาตแค้นสีแดงฉานกำลังจ้องมาที่ผม กัปตันทรูกัสพุ่งเข้าใส่ผมด้วยความแข็งแกร่งที่มากกว่าเดิมโดยไม่สนใจความเจ็บปวดของตัวเองแม้แต่นิดเดียว เขาเปลี่ยนแปลงออร่าสีดำของตัวเองให้กลายเป็นหนามแหลมคมที่ดูอันตรายพุ่งตามตัวเขามาติดๆ ผมเห็นดังนั้นจึงยิงการโจมตีใส่ไปชุดหนึ่งเพื่อขัดจังหวะเอาไว้ แต่ดูเหมือนจะมันการกระทำที่ไร้ประโยชน์เมื่อกัปตันทรูกันเข้าประชิดตัวผมได้ก่อนเสียแล้ว เกร๊ง...ฉึก....ฉัวะ....!!!ผมสามารถกันดาบเรเปียร์ของมันเอาไว้ได้จังหวะหนึ่งแต่กระนั้นก็ยังโดนออร่าหนามด้านหลังของมันเข้าจนร่วงลงมากับพื้นไปตามระเบียบ ดาเมจที่ผมได้รับมันค่อนข้างหนักพอควรแต่นั้นไม่มีปัญหาสำหรับผมเท่าไหร่เพราะผมสามารถฮิลเลือดให้ตัวเองได้พร้อมกับขวดยาเติม HP ที่กำลังเติมให้อัตโนมัติจนเลือดผมกลับมาเต็มอีกครั้งซึ่งมันสร้างความไม่พอใจแก่บอสเป็นอย่างมาก เพราะมันไม่สามารถฟื้นพลังชีวิตของตัวเองได้เหมือนกับผมนั่นเอง ผมลุกขึ้นยืนอีกครั้งแล้วเริ่มโจมตีสวนกลับไปพร้อมกับถอยหลังออกไปเพื่อถึงระยะห่างออกไปเรื่อยๆ ทางด้านของทรูกัสเองก็พุ่งตามมาอย่างไม่ย่อท้อแต่ก็ไม่สามารถเข้าประชิดตัวผมได้ซักทีจนเขานั้นโดนศรไฟจากผมตอดไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว และเริ่มทำการบางอย่างเพื่อแก้ไขข้อเสียเปรียบของตัวเอง กัปตันทรูกัสสะบัดมือซ้ายออกไปด้านข้างพลันบรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งขึ้นมาในทันที จู่ๆพื้นที่โดยรอบก็เกิดโซ่ตรวนเหล็กขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มไปด้วยออร่าสีดำพุ่งออกมาตามผนัง พื้น และกำแพง เข้ามัดตัวผมไว้ ด้วยความไวที่น่าเหลือเชื่อของมันทำให้ผมถูกพันธนาการไปทั่วร่างอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถขยับตัวอย่างอิสระได้ กับตันทรูกัสยกดาบขึ้นมาไว้ตรงกลางอก ออร่าสีดำค่อยๆก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นด้านหลังของเขาเผยให้เห็นเป็นโครงกระดูกสวมฮูตเสื้อผ้าเก่าขาดวิ่นพร้อมกับเคียวเล่มใหญ่ในมือ รูปร่างของมันดูคล้ายกับยมทูตจากยมโลกก็ไม่ปาน ใช้เวลาเตรียมการไม่นานทรูกัสก็พุ่งเข้าโจมตีผมพร้อมกับยมทูตที่ลอยตามด้านหลังมาทันที ผมเห็นดังนั้นจึงรีบรวมเพลิงจากอาภรณ์ฟีนิกส์ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้เพื่อเป็นเกราะป้องกันร่างกาย และได้แต่หวังเอาไว้ในใจว่ามันจะสามารถปกป้องผมเอาไว้ได้ไม่มากก็น้อย แต่ดูเหมือนว่าผมอาจจะไม่ดวงดีขนาดนั้นเมื่อคมดาบเรเปียร์บวกกับเคียวแหลมฟันเฉียงลงมาเป็นกากบาทวางทาบบนตัวผมสุดแรงจนแม้แต่โซ่ตรวนขนาดใหญ่ยังถูกฟันไปด้วยจนขาดสะบั้นไม่เหลือชิ้นดีพร้อมกับร่างของผมที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงบวกกับเสียงของระบบที่ดังขึ้นในหัว ฉายา บุตรแห่งซาตาน เปิดใช้อัตโนมัติ(เรียกใช้อัตโนมัติ:เมื่อเลือดเหลือต่ำกว่า 10% จะทำให้ผู้ใช้ติดสถานะ โทสะ ส่งผลให้ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 50% เป็นเวลา 10 นาที และหลังการใช้งานสิ้นสุดจะส่งผลให้ร่างกายรับภาระอย่างหนัก-เบา ขึ้นอยู่กับระดับของผู้เล่น ) ผมที่ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆพร้อมกับออร่าสีดำที่ค่อยๆแผ่ออกมาจากร่างกายของผม เปลวเพลิงจากอาภรณ์ฟีนิกส์เริ่มถูกออร่าย้อมจนกลายเป็นสีดำมันให้ความรู้สึกน่าหวาดผวา น่าสยดสยอง น่าขนลุกเป็นอย่างมาก กัปตันทรูกัสถึงประหลาดใจจนตาเบิกโพลงเพราะว่าออร่าสีดำนั้นมันคล้ายกับของเขาไม่มีผิด ผมลุกขึ้นมองไปที่เขาด้วยดวงตาที่ถูกย้อมเป็นสีดำทมิฬพร้อมกับผ่อนลมหายใจเพื่อคลายอารมณ์ซักเล็กน้อย “ฟู่.....คงเล่นเยอะไปหน่อยสินะ มาจบเรื่องนี้กันเถอะ!” Battle Mode.........ON.....