ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    ลูกค้าผู้มีเกียรติ

    ลูกค้าผู้มีเกียรติ

               ชีวิตประจำวันของครอบครัวเจี้ยนเฉิงนอกจากเอาตู้เก็บสมบัติไปเติมร้านในตอนเช้า ไปตรวจความเรียบร้อยที่ร้านนอกจากนั้นก็อยู่บ้านฝึกปราณนี่หล่ะผ่านมาอีกหลายวันนางลี่จูก็ค้นพบจุดตันเถียนของตนจนเจอเหลือเพียงสองแฝดที่ต้องรีบเร่งให้ทันคนอื่น ดังนั้นช่วงนี้จึงมีเพียงสามแม่ลูกที่มาร้านส่วนสามพ่อลูกก็อยู่จวนฝึกปราณไป (ชิงเถานางขับรถม้าได้แล้ว)

    “เถ้าแก่เนี้ยคุณหนู” คนงานในร้านที่เห็นผู้เป็นนายเดินเข้ามา ก็ไม่รีรอที่จะทำความเคารพพวกเขาทำงานที่นี่มาเกือบจะครบเดือนแล้ว ผู้เป็นเจ้านายดูแลเอาใจใส่พวกเขาดีมากใจดีกับพวกเขามาก ค่าแรงก็จ่ายทุกวันตามที่เคยบอกไว้ แต่ที่พวกเขารู้สึกดีมากเห็นจะเป็นการที่เถ้าแก่ไว้วางใจพวกเขาในการทำงานนี้

    “ตามสบายทุกคนทำหน้าที่ขอตนต่อเถอะ” ลี่จูเอ่ยบอกทุกคนยิ้มๆ ตอนแรกๆ นางก็รู้สึกแปลกๆอยู่กับการมีคนอื่นมาเคารพแล้วก็เรียกแบบนี้เพราะแต่ก่อนมีแต่ตนที่ต้องทำการเคารพผู้อื่น

    “ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับแล้วหันกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อตอนนี้เลยเวลาข้าวเที่ยงมาจะชั่วยามแล้วร้านเจี้ยนเฉิงจึงไม่ได้แน่นเหมือนช่วงใกล้มื้ออาหาร(ตอนนี้ร้านเจี้ยนเฉิงมีลูกค้าที่เข้ามาซื้ออาหารเป็นหลัก ส่วนสินค้าอย่างอื่นๆก็เข้ามาซื้อเรื่อยๆ ในแต่ละวัน)

    “ท่านแม่นั่งก่อนเจ้าค่ะ”ลี่ถิงขยับเก้าอี้ให้มารดานั่งลงตรงมุมห้องที่มีชุดน้ำชาตั้งไว้รับรองอยู่

    “ไม่ต้องห่วงแม่หรอกพวกเจ้าไปดูร้านเถอะ” ลี่จูบอกลูกๆ

    “เจ้าค่ะ” ทั้งสองตอบรับแล้วเดินออกมาดูคนงานและลูกค้าหน้าร้าน

    “เป็นอย่างไรบ้างวันนี้พี่ชายหาน”ชิงเถาเอ่ยถามหานตงผู้ที่ตอนนี้เป็นหัวหน้าคนงานอย่างเต็มตัวทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำบัญชีก็เข้าใจได้ง่าย

    “ดีขอรับลูกค้าก็มีหน้าใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาบ้าง ต่อไปคงมีลูกค้ามากขึ้น” หานตงตอบออกมาทุกวันก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นวันละน้อยแต่หลายวันเข้าถ้ายังเพิ่มขึ้นแบบนี้อยู่คงมีลูกค้าเยอะจนทำงานไม่ไหวแน่นอน

    “เจ้าค่ะท่านไปทำงานต่อเถอะ” ชิงเถาตอบรับ นางมาช่วยคนงานหยิบจับขายของหน้าร้านส่วนลี่ถิงเข้าครัวไปดูคนงานหญิงที่กำลังทอดไก่อยู่ ปกติร้านพวกนางจะทอดไก่เผื่อไว้บ้างอยู่แล้วถ้ามีลูกค้ามาซื้อจะได้ไม่ต้องรอนาน

     

    “หน้าร้านเป็นเช่นไรบ้างน้องรอง”ลี่ถิงที่ตรวจดูความเรียบร้อยในครัวแล้ว จึงเดินออกมาดูข้างนอกกับน้องสาว

    “เรื่อยๆเจ้าค่ะพี่รอง คนงานยังไหวกันอยู่ นั่งก่อนเจ้าค่ะ” ชิงเถาที่นั่งเก้าอี้เฝ้าหน้าร้านเงยหน้าขึ้นตอบพี่สาวถึงจะบอกว่านางมาช่วยงานที่ร้าน แต่คนงานก็ไม่ให้นางทำอะไรอยู่ดีไหนจะเก้าอี้ที่เอามาให้นั่งหน้าร้านเรียกลูกค้าอยู่แบบนี้

    “เช่นนั้นก็ดีแล้ว”ลี่ถิงนั่งลงข้างๆ น้องสาว แล้วก็นั่งมองลูกค้าเข้าร้านและคนงานทำงานไปเรื่อยๆมีพูดคุยทักทายลูกค้าบ้างแล้วแต่ความสนิทของลูกค้าแต่ละคน

               นั่งเล่นอยู่หน้าร้านจนใกล้จะได้เวลากลับจวนแล้วก็มีคุณชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาในร้านพร้อมผู้ติดตาม จริงๆ แล้วเขาก็เป็นเหมือนลูกค้าคนอื่นทั่วไปที่เข้ามาหาซื้อของในร้านแห่งนี้แต่ที่ไม่เหมือนเห็นจะเป็นหน้าตาของเขา หน้าตาของเขาที่แตกต่างจากลูกค้าคนอื่นที่มีคำว่าลูกค้าแปะที่หน้าผากก็คือเขาคนนี้เป็นบุตรชายของอดีตเจ้านายเก่าของพวกนางนี่เป็นครั้งแรกที่พวกนางได้เจอคนจากในจวนตระกูลเทียนหลังจากที่ได้จากมาแล้ว

    “เอาไก่ทอดสามตัวแล้วก็ตู้เก็บสมบัติแบบโลหะเพิ่มแร่กรีดร้องทุกขนาด”ผู้ติดตามของคุณชายเทียนเอ่ยสั่งคนงานออกมา

    “ขออภัยด้วยขอรับตู้เก็บสมบัติแบบเพิ่มแร่กรีดร้องไม่มีขายแล้ว รับแบบไม่เพิ่มแทนได้หรือไม่ขอรับ”คนงานผู้หนึ่งถามออกมา มีลูกค้าหลายคนมากที่มาซื้อแต่เขาก็ทำได้เพียงตอบปฏิเสธไปถึงอยากจะขายก็ไม่ได้เพราะสินค้านั้นไม่มีขายแล้ว ซึ่งจริงๆตั้งแต่การผลิตรอบล่าสุดที่ถูกชาวบ้านร้องเรียน ชิงเถาก็นำแบบที่เพิ่มแร่กรีดร้องออกมาขายวันละไม่กี่หลังจนตอนนี้เหลือไม่ถึงร้อยหลังนางจึงไม่นำออกมาขายก่อนชั่วคราว ต้องหาวิธีการป้องกันการผลิตให้ได้ก่อนถ้าทำไม่ได้ของที่นางมีก็จะต้องเพิ่มราคาขึ้นอีกถึงจะออกขายอีกครั้งได้

    “ของหมดแล้วแล้วที่นี้ คุณชายขอรับ” ผู้ติดตามของคุณชายเทียนเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจไม่กี่วันก่อนยังมีขายอยู่เลย

    “เอาแบบไม่มีแร่กรีดร้องก็ได้”คุณชายเทียนสั่งออกไป

    “เอาอย่างที่คุณชายข้าสั่งแล้วกัน”ผู้ติดตามหันไปสั่งกับคนงานที่ร้านอีกรอบ

    “ขอรับเชิญนั่งรอสักครู่” คนงานเชิญพวกเขาไปนั่งรออีกด้านหนึ่งของร้านที่จัดไว้ให้ลูกค้านั่งรอโดยเฉพาะ

     

    “นั่นคุณชายเทียนใช่หรือไม่”ลี่ถิงที่มองอยู่นานเอ่ยถามน้องสาวออกมา

    “ข้าก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะข้าเจอคุณชายเพียงตอนต้อนรับคุณชายกลับจวน จำหน้าไม่ได้หรอก” ชิงเถาตอบออกมานางเคยเจอเพียงครั้งเดียวแถมเห็นแต่รองเท้ากับชายผ้าของชุดคุณชายด้วยซ้ำไหนเลยจะไปจำได้

     

    “คารวะคุณชายเทียนเจ้าค่ะ”เสียงหญิงผู้หนึ่งที่เอ่ยออกมาเป็นการตอบข้อสงสัยพวกนางได้อย่างดีแล้วว่านี่เป็นคุณชายเทียนจริงๆ แต่คนพูดนี้มันมารดาพวกนางชัดๆ ใช่แล้วหลังจากที่ลี่จูเห็นผู้มาซื้อของเป็นบุตรของนายท่านในอดีตจึงเดินเข้าไปทักทายผู้มีพระคุณ

    “เอ่อไม่ทราบว่าท่านคือ” คุณชายเทียนถามออกมาเมื่อมองผู้มาทักนั้น นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก

    “ข้าลี่จูเจ้าค่ะแต่ก่อนทำงานในโรงครัวที่จวนคุณชาย” นางลี่จูเอ่ยออกมา

    “นางเคยทำงานในจวนจริงๆขอรับ ข้าก็พอคุ้นหน้าอยู่บ้าง ได้ยินว่าทั้งครอบครัวได้ไถ่ถอนตัวออกมาแล้วที่แท้ก็มาทำงานที่ร้านแห่งนี้นี่เอง” ผู้ติดตามเอ่ยเรื่องราวของนางลี่จูออกมา

    “เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะไม่ทราบว่านายท่านนายหญิงและฮูหยินผู้เฒ่าสบายดีไหมเจ้าคะ” นางลี่จูเอ่ยถามออกมา คนพวกนั้นให้ที่อยู่ที่พักนางมาตั้งแต่เด็กนางไม่มีวันลืมบุญคุณนี้ได้หรอก อย่างน้อยก็พอได้ถามไถ่หาบ้าง

    “สบายดี”คุณชายเทียนตอบออกมา ดูแล้วหญิงผู้นี้ก็ดูเคารพกับครอบครัวเขาดีอยู่แต่เหตุใดจะต้องรีบไถ่ถอนตัวออกมากัน หรือตามที่พวกบ่าวคุยกันว่าพวกเขาทำอะไรผิดสักอย่างจึงต้องรีบหนี

    “ท่านแม่เจ้าคะมีเรื่องอะไรหรือไม่” ชิงเถาและพี่สาวเดินเข้ามาหามารดาเห็นยืนคุยกันไม่เสร็จเสียทีพวกนางกลัวว่าจะมีเรื่องอันใดเกิดขั้น

    “ไม่มีหรอกลูกนี่คุณชายเทียนคารวะเสียสิ” นางลี่จูบอกกับลูกๆ ออกมา

    “คุณชายเทียน”สองพี่สองกล่าวออกมาพร้อมหัวที่ก้มลงเล็กน้อย

    “ตามสบายเถอะ”คุณชายเทียนบอกพวกนาง

    “พวกท่านทำงานอยู่ที่นี่กันรึ”ผู้ติดถามถามออกมาอีก เพราะเห็นทั้งลี่จูและลูกๆ อยู่ที่นี่ด้วย

    “เจ้าค่ะ”นางลี่จูตอบรับออกมา

    “ทำงานที่นี่คงได้เงินดีไม่น้อย”เป็นคุณชายเทียนที่กล่าวถามออกมา

    “ก็พออยู่ได้ไม่เดือดร้อนเจ้าคะ”นางลี่จูตอบไป แต่หารู้ไม่ว่าทั้งสองเข้าใจไม่ตรงกันเสียเท่าไหร่

    “พวกท่านกลับไปทำงานต่อเถอะคุยนานเจ้านายพวกเจ้าจะว่าเอาได้” คุณชายเทียนบอกพวกนางออกมา

    “เออ พวกเรา”ลี่จูยังไม่ทันได้บอกออกไปดี คนงานก็เดินเข้ามาเสียก่อน

    “ของที่คุณชายสั่งขอรับส่วนตู้เก็บสมบัติวางรอคุณชายอยู่ด้านหน้าแล้ว” คนงานชายถือตะกร้าไม้สานข้างหน้ามีตราของร้านประทับหมึกสีแดงอยู่ใส่ไก่ทอดมาส่งให้(ตะกร้าไม้สานเป็นบรรจุภัณฑ์ของไก่ทอด)

    “ขอบคุณ” คุณชายเทียนบอกออกมาแล้วส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามของเขาจ่ายเงิน

    “ไม่ต้องลำบากจ่ายเงินหรอกเจ้าค่ะถือว่าเป็นน้ำใจจากพวกเรา ที่คุณชายอุตสาห์เดินทางมาซื้อถึงร้านพวกเรา”ชิงเถาตอบออกไป แล้วให้คนงานเอาของให้พวกเขาโดยไม่คิดราคา

    “ได้ยังไงพวกข้าไม่” คุณชายเทียนจะปฏิเสธออกมา

    “ถือว่าคุณชายให้เกียติร้านเล็กๆของอดีตบ่าวในจวนเจ้าค่ะ ของเพียงเท่านี้ข้าน้อยไม่ถือสา”ชิงเถาบอกออกไปพร้อมกับดึงแขนมารดาและพี่สาวเดินเลี่ยงออกมา

    “พวกเขาเป็นเจ้าของร้านรึ”ผู้ติดตามถามคนงานที่ยังยืนยื่นไก่ทอดให้พวกเขาอยู่

    “ใช่ขอรับนี่ถือเถ้าแก่เนี้ยและบุตรสาวจริงๆ มีเถ้าแก่กับบุตรชายอีกสองคน แต่วันนี้ไม่ได้มา”คนงานตอบออกไปอย่างไม่ขาดตกสักคำ

    “เป็นเช่นนั้นคุณชายขอรับแล้วของพวกนี้”ผู้ติดตามถามความคิดคุณชายที่ยังนั่งมองไปทางที่พวกชิงเถาเดินออกไปไม่พูดไม่จา

    “ถ้าเขาให้แล้วเราก็ควรรู้มารยาทว่าต้องรับไว้” คุณชายเทียนบอกกลับแล้วเดินนำออกไปด้านนอกร้านที่มีรถม้าจอดรออยู่เขาไม่คิดเลยว่าคนที่เขาคุยด้วยเมื่อครู่จากที่เป็นบ่าวในจวนจะกลายมาเป็นเจ้าของร้านที่มีชื่อเช่นนี้

     


    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน