บทที่ 82
แม้ว่าคนร้ายจะวางแผนมาได้ไม่นาน แต่มันก็ไม่โง่พอให้ตัวเองนั้นโดนจับได้ และด้วยตัวของมันที่สมัครมาเป็นรปภ.กะกลางคืนอย่างนี้อยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้มันลอยลำมากขึ้นไปอีก เหตุผลง่ายๆเลยที่ตัวของมันสมัครมาเป็นรปภ.ของที่นี่ก็เพื่อที่จะได้ปกป้องไอดอลสาวที่เขารักนั่นเอง“แจ้งถึงรปภ.ทุกคน เรามีเหตุฉุกเฉิน.. รีบมารวมตัวกันที่จุดนัดพบหนึ่งทันที” และตัวของมันก็ต้องบ่นออกมาอย่างไม่พอใจ เพราะมันไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะรับรู้กันเร็วขนาดนี้ แปลว่าชายคนนั้นอาจจะรอดชีวิตเอาได้ แต่มันก็ทำอะไรมากไม่ได้ มันจะต้องรีบทำลายหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวมันก่อน“ช่วยไม่ได้.. เสื้อคลุมกับอาวุธ คงจะต้องหาที่ซ่อนเอาไว้ก่อน..” มันยัดทุกอย่างลงในถังขยะด้านหลังคอนโด และเมื่อเรื่องมันเงียบลง เขาก็ค่อยหาวิธีมากำจัดมันทิ้งอีกที แต่ทว่ามันก็ต้องชะงักตัว เมื่อจู่ๆก็มีไฟฉายจากที่ไหนก็ไม่รู้ส่องมาที่มัน“นั่นใคร!.. ออกมาแสดงตัวเดี๋ยวนี้!..” เสียงของชายคนหนึ่งในชุดที่เหมือนกับหน่วยซีลเอ่ยขึ้น แน่นอนว่ามันก็ตกใจ ไม่รู้ว่าคนพวกนี้นั้นมาจากที่ไหน และตอนนี้อาวุธหนักหลายสิบกระบอกก็มุ่งชี้มาทางของมัน“ผมเป็นรปภ.ของที่นี่ครับ ชื่อนายทัศนีย์.. แล้วพวกคุณเป็นใครกันครับ” ทัศนีย์หรือก็คือเจ้าโจรร้ายที่แทงโอ๊ตหันไปกล่าวตอบ ในใจของมันเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ เพียงเวลาเกิดเหตุไม่ถึง 5 นาทีตำรวจก็มากันแล้ว มันช่างเป็นอะไรที่ผิดคาดจริงๆ ถึงมันจะรู้ว่าอีกฝ่ายคือตำรวจ แต่มันก็ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น และเพื่อความเนียนมันจะต้องถามกลับไปอย่างคนไม่รู้“พวกเราเป็นใคร แกไม่จำเป็นต้องรู้.. บอกมา อะไรอยู่ในมือของแก” ชายในชุดหน่วยซีลที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้ากล่าวถาม ก่อนที่พวกเหล่าลูกน้องจะค่อยๆเคลื่อนตัวล้อมชายผู้ต้องสงสัยเอาไว้“ใจเย็นๆก่อนครับ นี่มันคือเรื่องอะไรกันครับ ค่อยๆ..” ทัศนีย์กล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นสองข้าง แต่ดูเหมือนว่าเหล่าบอดี้การ์ดของตระกูล ณ สุวรรณภูมิจะไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ตัวของหัวหน้าได้ยิงกระสุนที่เก็บเสียงเอาไว้ลงที่ปลายเท้าเพื่อเป็นการขู่“อย่างอื่นไม่จำเป็นต้องตอบ... ตอบแค่ที่ถาม จะไม่มีการเตือนเป็นครั้งที่สอง.. จะถามอีกครั้ง ในมือของแกคืออะไร..” หัวหน้าหน่วยอินทรีย์กล่าวถาม ตอนนี้พวกเขาไม่สบอารมณ์เอามากๆ ทั้งๆที่ทำการคุ้มกันคุณชายอยู่ แต่ท่านกลับถูกทำร้ายซะอย่างนั้น ซึ่งมันเป็นความรับผิดชอบของพวกเขา ถ้าหน่วยอื่นๆรู้พวกเขาจะทำอย่างไร และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือคุณท่านใหญ่จะลงโทษพวกเขายังไง“ผะ..ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ..” ทัศนีย์กล่าวพร้อมกับอาการที่ขาสั่น เขารู้ได้ในทันทีว่าคนพวกนี้คือของจริงแน่นอน ประกอบกับที่มันเพิ่งจะก่อเหตุมา ยิ่งทำให้ตัวของมันนั้นกลัวมากขึ้น“แล้วยังไง!.. มันอยู่ในมือของแก แกจะไม่รู้ได้ยังไง” หัวหน้าหน่วยอินทรีย์กล่าวถาม“ผะ...ผมเดินตรวจตราบริเวณนี้ จู่ๆก็เดินมาพบกับของที่น่าสงสัยก็เลยหยิบขึ้นมาดูเท่านั้น แล้วพวกคุณก็มากันพอดี.. นี่มันเรื่องอะไรกันครับ ผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น..” ทัศนีย์กล่าว“ถ้าแกให้ความร่วมมือกับเราดีๆ แกจะไม่โดนอะไร.. เข้าไปจับตัวมันซะ! มันยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่” หัวหน้าหน่วยอินทรีย์กล่าว พร้อมกับลูกน้องของเขาสองคนเดินเข้าไปรวบตัวของทัศนีย์อย่างช้าๆ ก่อนที่หัวหน้าหน่วยจะสั่งให้ควบคุมพื้นที่ตามจุดต่างๆ“..อินทรีย์แจ้งศูนย์ เราพบผู้ต้องสงสัย 1 คน.. และคาดว่าพบอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ.. มีความเป็นไปได้ที่คนร้ายหนีไปทางแม่น้ำด้านหลังคอนโด ขอสนับสนุนทางเรือ และอากาศด้วย เราจะค่อยๆปูพรมไปอย่างช้าๆ” หัวหน้าหน่วยอินทรีย์กล่าว และนั่นมันก็ยิ่งทำให้ทัศนีย์กลืนน้ำลายดัง ‘อึก!’ เขาไม่รู้เลยว่าคนพวกนี้เป็นใคร แต่ที่แน่ๆคงจะเป็นกองกำลังทางการทหารอย่างแน่นอน ‘ไม่คิดเลยว่ามันจะมีอำนาจมากขนาดนี้.. แต่เราก็ทนไม่ได้ที่เห็นนางฟ้าตัวน้อยของเราเดินเข้าห้องของมันไป.. ใช่มันสมควรที่จะต้องตาย ใช่แล้วมันจะต้องตาย.. เราต้องหาวิธีหลุดพ้นไปจากสถานการณ์นี้ก่อน เราจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่เรารัก.. ทั้งหมดนี้ก็เพื่อไอนะ’ ทัศนีย์คิดในใจ ..กลับมาที่ด้านของโอ๊ต..มันเป็นเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นที่เหล่าบอดี้การ์ดได้เคลื่อนตัวเข้ามาประจำการทั้งใน และนอกคอนโดแล้ว กลุ่มแรกที่มาถึงหน้าห้องของโอ๊ตเป็นบอดี้การ์ดเอกับบีที่ทำหน้าที่เฝ้ารถของโอ๊ตอยู่ แน่นอนว่าพวกเขามาถึงก็ได้แจ้งกับผู้เป็นนาย และยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องทันที หลังจากที่ได้ยินเสียงของคุณชายยังไม่อนุญาตให้พวกเขาเข้าไปในห้อง ในเวลานี้โอ๊ตอยู่ในขั้นตอนประสานเซลล์ที่ฉีดขาดของเขาอยู่ และมันจะพลาดไม่ได้ อีกอย่างเขาก็ไม่ต้องการให้ใครพบเห็นวิธีการรักษานี้เพื่อเพิ่มปัญหาที่อาจจะตามมาอีก“ปิงปิง.. โอ๊ตขอน้ำดื่มสักแก้วจะได้ไหม..” หลังจากที่เขาทำการรักษาตัวเองเสร็จก่อนเอ่ยขอน้ำทันที ถึงเขาจะทำการรักษาเชื่อมเชลล์ที่ขาดไปได้แล้ว แต่เขาก็ยังสูญเสียเลือดไปไม่น้อยบวกกับการใช้ความสามารถรักษาของตัวเอง มันทำให้โอ๊ตนั้นดูอ่อนเพลียมาก“ได้สิคะโอ๊ต.. โอ๊ตรอแป๊บหนึ่งนะ..” ปิงปิงรีบวิ่งไปที่โซนห้องครัวในทันที แต่ด้วยความที่มันเป็นห้องใหม่แกะกล่อง มันจึงทำให้ไม่มีน้ำอยู่เลยสักขวดเดียว จะให้โอ๊ตดื่มน้ำประปามันก็ใช่เรื่อง เธอจึงคิดว่าจะออกไปหาเอาจากข้างนอก แต่เธอก็ต้องชะงักตัวเมื่อโอ๊ตกล่าวเรียก“ปิงปิง..” โอ๊ตกล่าวอย่างหมดแรง ส่วนปิงปิงเธอก็ได้ย้อนกลับมาที่โซฟาที่โอ๊ตนั้นนั่งพักรักษาตัวอยู่“ค่ะโอ๊ต.. โอ๊ตต้องการอะไรอีก โอ๊ตบอกปิงปิงมาได้เลยนะ..” ปิงปิงกล่าวถามอย่างเป็นห่วง“ห้ามบอกกับใครว่ามันเกิดอะไรขึ้น นอกจากกิตติ.. ห้ามให้ใครรับรู้อีก โอ๊ตไม่ชอบเรื่องวุ่นวาย ตอนนี้โอ๊ตจะพักผ่อนสักหน่อยนะ..” โอ๊ตกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาๆ และปิงปิงก็พยักหน้าตอบรับให้กับเขา เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเขาด้วย เธอเช็ดน้ำตาของตัวเองก่อนจะเดินไปที่ประตูห้อง“คุณเป็นบอดี้การ์ดของโอ๊ตใช่ไหม.. คุณชายของพวกนายต้องการน้ำดื่มสะอาดๆ กับผ้าขนหนูผืนเล็ก.. พวกนายช่วยไปจัดหามาให้หน่อยได้ไหม..” ปิงปิงกล่าวผ่านประตูอย่างกล้าๆกลัวๆ เธอยังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นคนของโอ๊ตจริงหรือเปล่า เธอจะไม่เปิดประตูออกไปรับความเสี่ยงเด็ดขาด และตอนนี้เธอกำลังลองใจว่าอีกฝ่ายจะทำยังไง เมื่อเธอร้องขออะไรบางอย่างจากพวกเขา“กรุณารอสักครู่ขอรับคุณหนูปิงปิง.. คุณชายต้องการยาหรืออะไรเพิ่ม กรุณาแจ้งกับพวกเราได้เลยขอรับ” บอดี้การ์ดเอกล่าว และมันก็ทำให้ปิงปิงมั่นใจได้ส่วนหนึ่งที่พวกเขานั้นรู้จักกับเธอ ถ้าเป็นพวกผู้ร้าย หรือพวกเดียวกับเจ้าคนนั้น มันเป็นไปได้ยากเลยที่พวกเขาจะเรียกชื่อของเธอ“ตอนนี้เอาเท่านี้ก่อน.. และขอด่วนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะคะ” ปิงปิงกล่าวตอบ และบอดี้การ์ดบีก็แจ้งลงไปยังพวกเขาข้างล่างถึงความต้องการของคุณชาย ไม่นานเกินรอ พวกเขาที่มาพร้อมกับกิตติก็นำสิ่งที่จำเป็นมาด้วยกันด้วยอีกหลายอย่าง“คุณหนูปิงปิงนี่ผมกิตติเองขอรับ.. กรุณาเปิดประตูให้กับกระผมด้วย..” กิตติเอ่ยกล่าวในขณะที่ปิงปิงกำลังยืนลุ้นอย่างใจจดใจจ่อว่าพวกเขาจะมากันเมื่อไหร่ และเมื่อเธอได้ยินเสียงของท่านกิตติ เธอก็นำดวงตาส่องไปที่ตาแมวเช็กเพื่อความชัวร์อีกครั้ง ก่อนจะรีบเปิดประตูให้กับเขาทันที“เชิญค่ะท่านกิตติ..” ปิงปิงกล่าวพร้อมกับกิตติที่รีบพุ่งตัวเข้ามาดูอาการของคุณชายทันที และแน่นอนว่ากิตติไม่ได้มาเพียงคนเดียวเท่านั้น เขายังมาพร้อมกับแพทย์มือดีของตระกูลอีกสองคน“คนที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ต้องเข้ามา.. หมอรีบดูอาการของคุณชายเร็วเข้า” กิตติค่อยๆอุ้มตัวของโอ๊ตไปยังเตียงนอนภายในห้อง ก่อนจะรีบสั่งการหมอให้เข้ามาดูอาการของคุณชายที่กำลังสลบไปทันที แพทย์ทั้งสองรู้งานของตัวเองดี ก่อนที่พวกเขาจะเจาะสายน้ำเกลือเข้าสู่เส้นเลือดของคุณชายอย่างระมัดระวังในทันที“คุณหนูปิงปิง.. เรื่องมันเป็นไปเป็นมายังไงครับ ช่วยเล่าให้ผมฟังจะได้ไหมครับ” กิตติกล่าวถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ถ้าเขารู้ว่าใครบังอาจทำลายคุณชายถึงขนาดนี้ล่ะก็ เขาจะไม่เอามันไว้แน่นอน“ได้ค่ะท่านกิตติ..” ปิงปิงเริ่มเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้กับกิตติฟังตามขั้นตามตอน จนกระทั่งมาถึงเรื่องที่เธอกำลังสอนการใช้โทรศัพท์จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูห้อง และเท่าที่เธอจำความได้ คนร้ายน่าจะพูดเหมือนประมาณว่าจะเคยมีเรื่องกันมาก่อน แล้วก็น่าจะเกี่ยวกับไอนะที่เป็นไอดอลสาวทำนองนั้น“ผมเข้าใจแล้ว.. ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะขอรับ แต่ผมก็คงต้องแจ้งให้กับคุณหนูปิงปิงทราบว่าเรื่องราวในวันนี้ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นนะขอรับ.. ช่วยลืมๆมันไปจะเป็นการดีต่อตัวของคุณหนูเอง และต่อคุณชายด้วย.. แพทย์เทวะเป็นทักษะที่น่าทึ้ง คุณหนูคงได้เห็นมากับตาแล้ว หากคนอื่นรับรู้เรื่องนี้มากจนเกินไป มันจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาได้.. หวังว่าคุณหนูจะเข้าใจนะขอรับ” กิตติกล่าวกับปิงปิงอย่างสุภาพ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืน และโค้งให้กับปิงปิงอีกครั้งหนึ่ง“อีกอย่าง กระผมในฐานะพ่อบ้านของตระกูลขอกล่าวแสดงคำขอบคุณแก่คุณหนูปิงปิงที่ได้ช่วยเหลือคุณชายในเวลาวิกฤตเช่นนี้จากใจจริง หากมีเรื่องอื่นใดต้องการให้เราตอบแทนทางเรายินดีแน่นอนขอรับ..” กิตติกล่าว พร้อมกับท่าทีที่ไปไม่เป็นของปิงปิง เมื่อวานเธอยังต้องก้มหัวให้กับพ่อบ้านคนนี้อยู่เลย แต่มาวันนี้เขากลับก้มหัวให้กับเธอซะอย่างนั้น อีกอย่างเธอก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายเลย“เฮ้ออ.. แกนี่ยังเวอร์เหมือนเดิมเลยนะ.. ไปหาปากกาดินสอหรืออะไรก็ได้ที่วาดรูปได้มาหน่อย.. แล้วออกตามล่าหาตัวไอ้เวรนั่นมาให้กับฉันซะ!...”