บาลุคที่รู้ข่าวว่าไลท์มาที่นี้ก็รีบบินออกมาจากตึกนักผจญภัยและมาที่ภัตตาคารดูอัลด้วยความเร็วสูงสุด
บาลุคกวาดสายตามองรอบๆห้องก่อนที่จะพบว่าไลท์ยืนอยู่ที่มุมห้องพร้อมกับลูกศิษย์ของเขา
“ ไลท์ทำไมนายมานี้ถึงไม่บอกฉันกัน? ” บาลุครีบเดินเข้ามาพร้อมกับทักทายไลท์ด้วยความตื่นเต้น
“ ไม่สิๆเดี๋ยวนี้ฉันต้องเรียกนายแบบเดิมไม่ได้แล้วสิ ต้องเรียกว่าท่านไลท์แล้ว นายนี้ก็แข็งแกร่งเกินไปแล้วนะ ไม่กี่เดือนนายก็กลายเป็นตัวตนระดับSSแล้ว ” บาลุคหัวเราะ
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของท่านบาลุคทุกๆคนในห้องงานเลี้ยงก็พากันช็อคยิ่งกว่าเก่า
“ อะไรนะ ท่านบาลุคบอกว่าชายคนนั้นคือตัวตนระดับSSงั้นหรอ!! ” เหล่าลูกขุนนางทั้งหลายพากันตัวสั่น แม้กระทั้งโลร์คซาและเมอร์ด็อกก็แสดงสีหน้าหวาดกลัว
ตัวตนระดับSSนั้นเหนือกว่าระดับSมาก แม้กระทั้งผู้นำประเทศหรือผู้นำอาณาจักรก็ต้องฟังคำสั่งของตัวตนระดับนี้ แถมยังมีสิทธิ์ในการออกคำสั่งกองทหารของอาณาจักรนั้นๆในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินอีกด้วย
ทันใดนั้นทุกๆคนก็คิดออกถึงชื่อหนึ่ง ชื่อที่โด่งดังในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ตัวตนระดับSSที่อายุน้อยที่สุดในโลกและยังเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ
ยมฑูตสีทองไลท์แห่งกลุ่มเดธปาร์ตี้
ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมชายคนนั้นถึงได้หยิ่งผยองและไม่เห็นหัวใครแม้กระทั้งโลร์คซาและเมอร์ด็อก
ไม่แปลกเลยที่ผู้หญิงของเขาจะแข็งแกร่งจนสามารถจัดการผู้ติดตามระดับAของโลร์คซาได้ในชั่วพริบตา
คราวนี้กิอัสและคูโทสมองหน้ากันด้วยความตกใจถึงขีดสุด และทั้งสองก็เข้าใจแล้วว่าทำไมแคสเตอร์ถึงกล้ามีปัญหากับโควาทีทั้งๆที่แคสเตอร์ไม่น่าจะสู้ได้
“ ไอเจ้าบ้านี้เก็บไว้ซะมิดเลยนะ ” กิอัสกัดฟันมองไปที่แคสเตอร์ ทางด้านคูโทสเองก็หัวเราะขึ้นมา
ไลท์ที่ได้ยินบาลุคพูดแบบนั้นก็หัวเราะขึ้นมา
“ เรียกชื่อผมแบบเดิมนั้นแหละดีแล้วคุณบาลุค เรียกท่านมันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วน่า ฉันเองก็พอจะเข้าใจนิสัยของนายดีแม้ว่าฉันจะเจอกับนายแค่ครั้งเดียวก็ตาม ” บาลุคยิ้ม
“ งั้นฉันจะพานายไปกินเหล้าสุดพิเศษเอง ไปกันเถอะ ” บาลุคพูดขึ้น
“ เอาสิ ” ไลท์เองก็เห็นด้วยเพราะถ้าหากเขายังอยู่ที่นี้ต่องานเลี้ยงก็คงจะหมดสนุกแน่ๆ
ไลท์จึงพาเบเรียลออกไปด้วยกัน
เพียงแต่ก่อนที่จะออกจากห้องไปไลท์ก็หันกลับมามองทุกคนในห้องและพูดว่า “ อย่างที่ฉันเคยบอกไปแคสเตอร์เป็นเพื่อนของฉัน ถ้าหากพวกนายกล้ารังแกแคสเตอร์ล่ะก็ฉันก็จะจัดการพวกนายเอง ”
ไลท์พูดจบก็เดินออกจากห้องไป
ทางด้านแคสเตอร์ที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตื่นตันใจ
หลังจากที่ไลท์ออกไปแล้วทุกๆคนก็พากันมาหาแคสเตอร์พร้อมกับถามว่าทำไมเขาถึงไปรู้จักกับไลท์ได้ แม้แต่เซเรมีเองก็พยายามถามคำถามเกี่ยวกับท่านไลท์จากแคสเตอร์
ไลท์และเบเรียลแวะเปลื่ยนเสื้อผ้า เพราะพวกเขาไม่ค่อยชอบที่จะแต่งตัวแบบเป็นการเป็นงานแบบนี้ เสื้อผ้าธรรมดานี้แหละเหมาะกับพวกเขามากที่สุด
ณ ตึกสมาคมนักผจญภัย
หลังจากที่ดื่มกันพอประมาณแล้วจู่ๆเลขาของบาลุคเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับนำเอกสารบางอย่างให้บาลุคอ่านก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
บาลุคอ่านเอกสารครู่หนึ่งก็พูดขึ้นว่า “ ไลท์มีคำขอจากทางราชวงศ์ฟรอนเนียน์ ต้องการให้เดธปาร์ตี้คุ้มกันความปลอดภัยของสินค้างานประมูลที่จะเริ่มขึ้น ”
“ เท่าไหร่? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ทางราชวงศ์ขอจ้างในราคาสามร้อยห้าสิบล้านจีเซล ” บาลุคตอบ
“ ว้าว นึกไม่ถึงเลยว่าราชวงศ์ฟรอนเนียน์จะใจปล้ำถึงขนาดนี้ ” ไลท์ประหลาดใจ
“ ก็มันแน่อยู่แล้วค่าตัวของระดับSSนั้นอยู่ที่หลักร้อยล้านขึ้นไปและมันก็ขึ้นอยู่กับงานด้วยว่าเป็นงานยากระดับไหน ถ้าหากยิ่งยากก็ยิ่งมีราคาสูง อีกอย่างของที่นำมาประมูลมีราคาสูงจนเกือบจะถึงพันล้านเลยก็ว่าได้ เพราะงั้นการที่จะจ่ายหนักเพื่อรักษาความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่ควรทำและยิ่งเป็นพวกนายก็ยิ่งไว้วางใจได้ในระดับหนึ่ง ” บาลุคยิ้มตอบ
“ งั้นก็ตามนั้น ” ไลท์ตอบรับ เงินสามร้อยห้าสิบล้านจีเซลไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ
“ งั้นพรุ่งนี้ตอนสายๆจะมีคนของราชวงศ์มาเซ็นต์สัญญากับนายที่นี้ ” บาลุคพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” ไลท์รับคำ
หลายชั่วโมงต่อมา ไลท์และเบเรียลก็ออกมาจากตึกนักผจญภัย
วันต่อมาที่ห้องอาหารภายในคฤหาสน์ของตระกูลมอนเรียล
ในขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าวเช้าอยู่ไลท์ก็พูดขึ้นว่า “ มีคนจ้างวานให้พวกเราเดธปาร์ตี้ทำงานให้ ”
“ งานอะไรหรออาจารย์? ” เดซี่ถามด้วยความสงสัย
“ อย่างที่พวกเรารู้กันงานประมูลกำลังจะเริ่มขึ้น ทางผู้จัดงานอย่างราชวงศ์ฟรอนเนียน์ต้องการให้พวกเราเดธปาร์ตี้ไปคุ้มครองสินค้าที่จะประมูลตั้งแต่วันนี้จนไปถึงวันที่จบงานประมูลซึ่งก็ประมาณสิบวัน ” ไลท์พูดขึ้น
“ ผมไม่มีปัญหา ” ไลก้าพูดขึ้น ส่วนคนอื่นๆเองก็ไม่มีปัญหาอะไร
“ งั้นก็ดี ส่วนเรื่องเงินเดี๋ยวพวกเราจะแบ่งกันอีกที ซึ่งทางผู้จัดงานเขาจ้างพวกเราในจำนวนเงินสามร้อยห้าสิบล้านจีเซล ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อได้ยินจำนวนเงินที่ไลท์พูดทุกคนนอกจากเบเรียลพากันสำลักอาหารทันที โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร
“ ลูกพี่เท่าไหร่นะ!! ” ไลก้าตะโกนอย่างตกใจ
“ สามร้อยห้าสิบล้านจีเซล โอ้แม่เจ้า!! ” คอลรุยกลืนน้ำลายดังอึก
“ ก็อย่างว่าแหละค่าตัวของหัวหน้าคนเดียวก็น่าจะหลายร้อยล้านแล้ว ” เวโรนิก้าพูดขึ้น เธอเป็นคนฉลาดเพราะงั้นเธอจึงพอที่จะเดาได้
“ นั้นสินะแค่ค่าตัวของอาจารย์ก็น่าจะหลักพันล้านได้แล้ว ” เดซี่พึมพำออกมา
“ ในเมื่อพวกเรามีกันหกคนงั้นฉันเอาแค่ห้าสิบล้านก็พอส่วนที่เหลือคนละหกสิบล้านเป็นของพวกนาย ” ไลท์พูดขึ้น
“ แต่ว่ามันจะไม่แฟร์กับหัวหน้านิ ” เวโรนิก้าปฏิเสธ
“ ไม่เป็นไรหรอก สิ่งที่ฉันขาดที่สุดก็คือเรื่องเงินเพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงไป อีกอย่างคนที่ทำงานหนักที่สุดก็คือพวกนายนั้นแหละ เพราะฉะนั้นแล้วการที่ได้เงินมากกว่าฉันก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก ” ไลท์พูดขึ้น
“ หัวหน้าใจดีที่สุดเลย ” คอลรุยยิ้มอย่างมีความสุขส่วนคนอื่นๆเองก็ไม่ได้พูดอะไร
“ งั้นเดี๋ยวฉันจะไปเซ็นต์สัญญาก่อน ส่วนพวกนายก็รอฉันเรียกรวมตัวอีกที ” ไลท์พูดขึ้น
หลังจากที่กินอาหารเช้าเสร็จแล้วไลท์ก็มุ่งหน้าไปที่ตึกนักผจญภัย
ที่ชั้นสามห้องของบาลุค
ไลท์นั่งคุยเล่นอยู่กับบาลุคจนกระทั้งคนของราชวงศ์เดินทางมาถึง
“ ท่านไลท์ยินดีที่ได้พบครับ ผมโดร่าเป็นผู้ดูแลโรงประมูลไวท์บาเบลครับ ” โดร่าจับมือกับไลท์ด้วยความตื่นเต้น
โดร่าเป็นชายอายุประมาณห้าสิบปีรูปร่างสูงกว่าสองเมตรและมีความลงพุงเล็กน้อย
“ สวัสดีครับคุณโดร่า ” ไลท์เองก็ทักทายเช่นกัน
“ งั้นพวกเรามาเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ นี้คือเอกสารการจ้างวานกลุ่มเดธปาร์ตี้ครับ ” โดร่าพูดขึ้นพร้อมกับวางเอกสารสองแผ่นไว้บนโต๊ะ
ไลท์หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง
ภายในสัญญาแค่บอกว่าปกป้องสิ่งของที่จะนำมาประมูลให้ได้จนจบงานประมูลก็เพียงพอแล้ว
“ ผมขอถามอะไรบางอย่างได้ไหมครับคุณโดร่า ” ไลท์ถามขึ้น
“ ครับท่านไลท์” โดร่าสงสัย
“ ทำไมคุณถึงไม่นำสินค้าที่จะประมูลเก็บไว้ในแหวนมิติกันครับ? ” ไลท์สงสัยในเมื่อพวกเขามีแหวนมิติแล้วทำไมถึงไม่เก็บไว้ในแหวนมิติกันล่ะ
“ แม้ว่าการที่เก็บไว้ในแหวนมิติจะปลอดภัยแต่พวกเราก็ต้องเราก็ต้องให้ความคุ้มครองกับคนที่เก็บแหวนมิติเอาไว้ ถ้าหากคนๆนั้นหายตัวไปสินค้าทุกอย่างก็จะหายไปด้วย เพราะฉะนั้นพวกเราจึงคิดว่าการเก็บไว้ในห้องเก็บสินค้าน่าจะดีกว่าแถมพวกเรายังสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาด้วย ” โดร่าตอบ
“ เข้าใจแล้วครับ…แล้ววิธีการคุ้มกันสินค้าใช้วิธีของเราได้ไหม?” ไลท์ถามขึ้น
“ วิธีการคุ้มกันเอาตามที่ท่านไลท์เห็นควรได้เลย ” โดร่าพูดขึ้น
“ งั้นก็ตกลง ” ไลท์ทำการลงลายเซ็นต์ลงในเอกสารการจ้างงาน
“ ขอบคุณท่านไลท์มากครับที่ยอมรับงานของพวกเรา ” โดร่าพูดขึ้น แม้แต่เขาเองก็กลัวว่าจะมีการปล้นของประมูลก่อนที่งานจะเริ่ม
“ จริงสิคุณโดร่านอกจากเดธปาร์ตี้แล้วยังมีคนอื่นอีกไหมที่คุณจ้างวานมาให้คุ้มกันสินค้า? ” ไลท์ถาม
“ มีการจ้างวานนักผจญภัยระดับSครับแต่ไม่ได้ให้คุ้มกันสินค้า แค่ให้คุ้มกันตอนที่งานเริ่มจนถึงงานจบครับ การคุ้มกันสินค้ามีเพียงแค่เดธปาร์ตี้เท่านั้นครับที่รับหน้าที่นี้ไป ” โดร่าพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับว่าแต่ของอยู่ที่โรงประมูลใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมจะได้ไปเตรียมการก่อน ” ไลท์พูดขึ้นเพราะกว่าจะถึงงานประมูลก็ยังเหลือเวลาอีกเก้าวัน ฉะนั้นแล้วเขาจะต้องคุ้มกันของประมูลให้ได้ตามที่เขาตกลง
“ ใช่ครับของอยู่ที่โรงประมูลทั้งหมด งั้นเดี๋ยวผมจะนำท่านไลท์ไปดูสถานที่ก่อนเลย ” โดร่าพูด
“ งั้นก็รบกวนคุณโดร่าด้วย ”
หลังจากที่ออกมาจากตึกนักผจญภัยแล้วไลท์ก็โทรบอกทุกคนให้ไปเจอกันที่โรงประมูลไวท์บาเบล
การเดินทางจากตึกนักผจญภัยไปยังโรงประมูลใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที
เมื่อไลท์ไปถึงโรงประมูลคนอื่นๆก็มารอกันหมดแล้ว
ไลท์แนะนำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักกัน
หลังจากนั้นไลท์ก็เข้าไปด้านในโรงประมูลไวท์บาเบล
โรงประมูลไวท์บาเบลเป็นโรงประมูลสูงสี่ชั้นและมีพื้นที่กว้างขวางอย่างมาก ทั้งอาคารถูกสร้างขึ้นโดยหินอ่อน ทำให้ดูสวยงามอย่างมาก
โดร่าพาเดธปาร์ตี้ทัวร์รอบโรงประมูลเพื่อให้พวกเขาสามารถวางแผนการคุ้มกันได้
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
โดร่าพาเดธปาร์ตี้เดินจนครบทุกห้องและทุกชั้นแล้วจนมาถึงห้องสุดท้ายก็คือห้องเก็บสินค้าที่จะเอาไว้ประมูล
ภายในห้องเก็บสินค้ามีสมบัติมากมายนับไม่ถ้วนถูกวางเอาไว้เป็นระเบียบ ไลท์มองดูแล้วก็มีสินค้าไม่ต่ำกว่าหลักร้อยที่จะนำประมูล
ไลท์เดินสำรวจสินค้าที่จะนำไปประมูลด้วยความสนใจเพราะสินค้าทุกอย่างในห้องเก็บสินค้าต่างก็มีพลังเวทย์ที่เอ่อล้นออกมา
ไลท์เดินดูเรื่อยๆจนกระทั้งถึงสินค้าสี่อย่างที่แคสเตอร์บอก สองชิ้นวัสดุมังกรวายุได้แก่เกล็ดและกระดูกมังกรวายุ อีกสองชิ้นก็ได้แก่หัวใจแห่งเปลวเพลิงและไข่สัตว์เวทย์ปริศนา
กระดูกมังกรวายุมีขนาดใหญ่พอๆกับความสูงของไลท์และยังมีพลังเวทย์ที่หนาแน่นที่สุดเท่าที่ไลท์เคยเห็นมาเลย ส่วนเกล็ดมังกรวายุก็เป็นเกล็ดสีเขียวอ่อนขนาดใหญ่ที่สูงกว่าสองเมตรและกว้างหนึ่งเมตร
หัวใจแห่งเปลวเพลิงเป็นคริสตัลรูปหัวใจสีแดงที่มีเปลวเพลิงหมุนวนรอบๆครัสตัล หัวใจแห่งเปลวเพลิงมีขนาดใหญ่พอๆกับแตงโมมีพลังเวทย์ธาตุไฟที่หนาแน่นจนไลท์สนใจ
สุดท้ายก็คือไข่เวทย์ปริศนา เป็นไข่ที่ใหญ่กว่าสามเมตรและกว้างกว่าหนึ่งเมตรกว่า ไข่นี้ยังมีพลังเวทย์อ่อนๆปะทุอยู่ตลอดเวลา
“ แล้วห้องนี้จะถูกปิดตายโดยที่ไม่มีคนอยู่ในนี้เลยไหมหรือว่ามีคนเฝ้าอยู่รอบห้อง? ” ไลท์ถาม
“ มีคนเฝ้าอยู่รอบๆห้องครับซึ่งทุกคนต่างก็เป็นตัวตนระดับAทั้งหมดครับ ส่วนห้องนี้จะถูกปิดไว้จนกว่าจะถึงวันงานเลยครับแต่ถ้าหากท่านไลท์ต้องการที่จะนำคนของท่านไว้ในห้องนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ ” โดร่าพูดขึ้น
ไลท์ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะส่ายหน้า
“ ในเมื่อห้องนี้ถูกปิดจนกว่าจะถึงงานประมูลจะเริ่มงั้นฉันก็จะวางม่านพลังป้องกันไว้แล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับสร้างม่านพลังไว้รอบๆห้องทันที ซึ่งไลท์ไม่ได้สร้างเพียงแค่ม่านชั้นเดียวแต่เขาสร้างไว้ถึงสามร้อยชั้น
ม่านพลังสามร้อยชั้นที่วางทับซ้อนกันอย่างต่อเนื่องนั้นสามารถป้องกันการโจมตีของระดับSSได้มากถึงห้าครั้ง และถ้าหากมีการโจมตีม่านพลังเกิดขึ้นไลท์ก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่ามีคนต้องการที่จะเข้ามาในห้องเก็บสินค้านี้
หลังจากที่วางม่านพลังเสร็จแล้วไลท์ก็ให้ทุกคนมาวางแผนที่ห้องนอนของไลท์
ทางโรงประมูลได้จัดห้องนอนให้กับเดธปาร์ตี้ทุกๆคนเพื่อที่สะดวกต่อการคุ้มกันสินค้า
“ ฉันจะวางค่ายกลห้าธาตุส่วนทุกๆคนก็เฝ้าตามจุดที่ฉันบอก ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหยิบกระดาษออกมาเขียนให้กับทุกๆคนดู
ผ่านไปสิบกว่านาทีทุกคนก็จดจำค่ายกลที่ไลท์เขียนได้แล้ว
“ วันนี้ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนก่อนแลัวหลังจากนี้ได้ลุยงานยาวแน่ ” ไลท์พูดขึ้น
หลายวันผ่านไป ทุกอย่างก็ยังดูปกติไม่มีใครบุกห้องเก็บสินค้า
ไลท์นั่งอยู่ในห้องที่ใกล้กับห้องเก็บสมบัติพร้อมกับดื่มกาแฟไปด้วย แต่ทว่าเขาก็ใช้จิตสัมผัสในการตรวจสอบรอบๆอยู่เป็นระยะๆ ไม่ใช่แค่ไลท์เท่านั้นที่ใช้จิตสัมผัสทางฝั่งไลก้าและคนอื่นๆเองก็ใช้จิตสัมผัสในการตรวจสอบพื้นที่รอบๆอยู่ เพียงแต่ทางฝั่งไลก้าจะสลับกันตรวจสอบเช่นทางไลก้าจะใช้จิตสัมผัสสามชั่วโมง ต่อมาก็จะเป็นคอลรุยอีกสามชั่วโมง วนไปเรื่อยๆจนถึงวันงานประมูล
ในขณะที่ไลท์นั่งอยู่จู่ๆประตูก็เปิดขึ้นพร้อมกับโดร่าที่เดินคนสามคนเข้ามาในห้อง
ไลท์เหลือบมองดูก็รู้ได้ทันทีว่าสามคนนี้น่าจะเป็นคนที่ทางโรงประมูลได้จ้างมาเพื่อคุ้มกันงานประมูลเท่านั้น เพราะเขาสัมผัสได้ถึงออร่าระดับSที่แผ่ออกมาจากทั้งสามคน
“ ท่านไลท์ นี้คือผู้คุ้มกันทั้งสามคนครับ ท่านนี้คือท่านกอเดียร์ ท่านแซมสัน และท่านบล็อคก้า ส่วนนี้ก็คือท่านไลท์ผู้ดูแลสินค้าของพวกเรา ” โดร่าแนะนำตัว
ทั้งสามคนมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาที่แตกต่างกันออกไป เช่นอิจฉาบ้าง เฉยเมยบ้างและตื่นเต้น
หลังจากที่แนะนำตัวไปแล้วทุกๆคนก็แยกย้ายกันไป เพราะไลท์มีหน้าที่เฝ้าสินค้าเพราะงั้นเขาจึงต้องอยู่ที่โรงประมูลตลอดเวลา ผิดกับอีกสามคนที่จะมาตอนงานประมูลเริ่มเท่านั้น
ผ่านไปอีกสองวันพวกไลท์ก็จับคนที่คิดจะบุกเข้าไปในห้องเก็บสมบัติได้สิบกว่าคน ซึ่งแต่ละคนต่างก็เป็นคนขององค์กรมืดทั้งสิ้น แถมความแข็งแกร่งของแต่ละคนก็อยู่ในระดับA+ทั้งนั้น
หลังจากนั้นข่าวเรื่องที่เดธปาร์ตี้รับหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันสินค้าที่ใช้ในงานประมูลก็กระจายไปทั่ว ทำให้หลังจากนั้นก็ไม่มีใครบุกรุกห้องเก็บสินค้าอีกเลย เนื่องจากทุกคนรู้ดีว่าความแข็งแกร่งของเดธปาร์ตี้เป็นอย่างไร ไหนจะไลท์ที่เป็นถึงตัวตนระดับSSอีก เพราะงั้นพวกที่คิดจะบุกเข้าไปในห้องเก็บสมบัติก็พับแผนไปอย่างรวดเร็ว
ไลท์เองก็ตรวจสอบในห้องสินค้าทุกๆวันเพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าอยู่ครบ เพราะเขากลัว่าจะมีจอมเวทย์ธาตุมิติลอบเข้ามาและนำสินค้าออกไป ด้วยเหตุนี้ทำให้ไลท์ต้องสร้างม่านพลังครอบคุมสินค้าทุกอย่างเอาไว้เพื่อไม่ให้เคลื่อนย้ายได้