ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 182 สมดุลที่พังทลาย

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 182  สมดุลที่พังทลาย



        ดีที่จินค่อนข้างรอบคอบ เขาได้สั่งซากศพชุดทองให้ติดตามไปปกป้องกลุ่มลูกหลานทั้งห้าที่ถูกเกณฑ์ไปรวมกับกองทัพใหญ่ของสหพันธรัฐเขต B 


        สิ่งนั้นน่าจะช่วยรับประกันความปลอดภัยให้แก่พวกเขาได้บ้าง


        ซากศพชุดทองเคยเป็นถึงอีโวลที่ไม่สมบูรณ์มาก่อน หลังจากฟื้นขึ้นมาเป็นศพเดินได้ พลังของมันก็ยังแข็งแกร่งพอสมควร พอจะเรียกได้ว่าเป็นครึ่งก้าวเข้าสู่อีโวล


        ถึงจะเจอศัตรูที่แข็งแกร่งระดับอีโวลมันก็ยังต้านรับได้ชั่วครู่ นั่นทำให้จินพอจะเบาใจไปได้บ้าง


        จากเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อน ต้องบอกเลยว่าตอนนี้พลังของเขาอ่อนแอมากทีเดียว ต่อให้ใช้ยันต์ผู้พิทักษ์เดี๋ยวนี้ ความแข็งแกร่งที่ใช้ได้ก็มากกว่าซากศพชุดทองเพียงนิดเดียวเท่านั้น หากอีกฝ่ายเป็นตัวตนระดับอีโวลจริงๆ อย่างไรก็ไม่สามารถจัดการให้เด็ดขาดด้วยเวลาเพียงหนึ่งนาที


        สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือขอให้ศัตรูคราวนี้ไม่ได้แข็งแกร่งจนเกินไปนัก อย่างน้อยที่สุดก็ขอให้สมาชิกตระกูลทุกคนยังอยู่รอดปลอดภัยก่อนที่จินจะไปถึง


        เมื่อนึกได้เช่นนั้นจินก็หยิบยันต์ติดตามออกมาจากคลังของระบบเพื่อตรวจดูว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร้ายแรงแค่ไหน หากมันร้ายแรงมากจนเกินไป เขาอาจจำเป็นต้องใช้ยันต์ผู้พิทักษ์ที่เหลืออยู่สี่ใบ


        แม้ยันต์จำนวนสี่ใบเหมือนเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมาก แต่ต้องทราบก่อนว่ายันต์ผู้พิทักษ์แต่ละใบทำให้เขาอยู่ในร่างพลังงานสีทองได้เพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น นั่นแปลว่าต่อให้เขาใช้มันทั้งหมด ก็มีโอกาสอยู่ในร่างนั้นแค่สี่นาที เป็นสาเหตุให้เขาใช้ยันต์ติดตามซึ่งมีเหลืออยู่มากกว่าและมีมูลค่าน้อยกว่าก่อน เพื่อประเมินความเสี่ยงที่สมาชิกตระกูลพีไรซ์กลุ่มนั้นกำลังเผชิญ


        พรึ่บ! ฟู่


        เปลวไฟติดขึ้นมาที่มุมหนึ่งของแผ่นยันต์ ค่อยๆ เปลี่ยนกระดาษแผ่นเล็กๆ ให้กลายเป็นภาพเสมือนที่ฉายเรื่องราวในสถานที่อีกแห่งขึ้นมา


        จินกำหนดเป้าหมายไปที่คาลอส เขาต้องการจะดูในมุมมองของอีกฝ่ายว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง


        ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างพลันปรากฏอยู่ตรงหน้าของจิน สิ่งแรกที่เขาเห็นคือแผ่นหลังของชายหนุ่ม ฉากรอบข้างถูกเลื่อนจากด้านหลังไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูง ก่อนจะหยุดลง


        ดูเหมือนคาลอสกำลังเคลื่อนที่ถอยหลัง ในมือของเขากระชับขวานในมือไว้แน่น ศีรษะมุ่งตรงไปด้านหน้าอย่างเดียว สิ่งรอบข้างไม่สามารถดึงความสนใจไปจากเขาได้เลย ดูเหมือนว่าจะเกิดเรื่องบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจละความสนใจไปได้


        รอบข้างของคาลอส จินยังเห็นสมาชิกตระกูลพีไรซ์อีกสี่คน รวมไปถึงคนที่จินไม่ค่อยคุ้นหน้าเท่าไหร่นัก แต่เท่าที่จำได้คนเหล่านี้น่าจะเป็นคนของเจ้าเมือง B-24 ดูเหมือนพวกเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับสมาชิกตระกูลพีไรซ์


        ด้านหน้าของคนทั้งหมด จินเห็นกลุ่มคนชุดดำหกคนยืนประจันหน้ากับชายชราในชุดสีทองอยู่ จินจดจำชายชราได้ในทันทีแม้จะเห็นเพียงแผ่นหลัง เพราะนั่นคือซากศพของผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลหวงหลงที่จินปลุกมันขึ้นมากับมือ


        สำหรับคนชุดดำทั้งหก...ไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่จินเจอผู้คนที่แต่งกายเช่นนี้ และทุกครั้งมันมักจะเกี่ยวข้องกับสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬเสมอ ซึ่งในครั้งนี้จินก็คิดว่ามันคงไม่ผิดโผไปมากนัก ดูเหมือนสมาคมบ้านี่จะกลายมาเป็นศัตรูที่คอยขวางความเจริญของตระกูลพีไรซ์ไปซะแล้ว


        ตอนแรกจินไม่แน่ใจนัก แต่เมื่อการต่อสู้ดำเนินต่อไป จินก็แน่ใจมากทีเดียวว่าพวกมันคือคนจากสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬ ทั้งยังเป็นสมาชิกของสมาคมที่ไม่ต่ำต้อยอย่างแน่นอน


        ภายในหกคนนั้น มีถึงสามคนที่เป็นอเวกระดับเก้า แม้เทียบกับซากศพชุดทองแล้วพวกมันจะอ่อนแอกว่ามาก แต่เมื่อร่วมมือกันสามคนก็ทำให้ซากศพของผู้อาวุโสตระกูลหวงหลงตึงมือไม่น้อย


        ส่วนอีกสามคนที่เหลือก็หาใช่ธรรมดาไม่ อย่างน้อยพวกมันก็เป็นอเวกระดับแปดที่แข็งแกร่ง เพียงแค่คนเดียวก็สามารถกดดันคาลอสจนต้องใช้ฝีมือเต็มที่


        สมาชิกตระกูลพีไรซ์ทั้งห้าและกลุ่มคนจากจวนเจ้าเมืองถอยออกมาตั้งหลัก พวกเขาสามารถพักหายใจได้ครู่หนึ่งเมื่อซากศพชุดทองยื่นมือเข้าช่วยเหลือ


        จริงๆ มีคนจากกองกำลังในเมือง B-24 อื่นๆ ที่มาพร้อมกันด้วย แต่แน่นอนว่านี่เป็นเพียงเมืองขนาดกลาง ตัวตนแข็งแกร่งที่สุดของแต่ละกองกำลังอาจจะเป็นเพียงอเวกระดับเจ็ดหรือระดับแปดเท่านั้น คนเหล่านั้นล้วนเป็นชนชั้นผู้นำ ย่อมต้องคอยอยู่ดูแลกองกำลังไม่มีทางออกมาจากเมืองได้


        แท้จริงแล้วกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้อ่อนแอ แต่เมื่อเจอกับตัวตนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ พวกมันก็รู้ตัวดีว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ ทำได้เพียงหลบซ่อนอยู่ด้านหลังคนจากตระกูลพีไรซ์และกองกำลังจากจวนเจ้าเมือง พยายามรักษาตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัยและไม่ไปถ่วงแข้งถ่วงขาคนอื่นจะดีที่สุด


        พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าทำไมกลุ่มคนที่แข็งแกร่งเหล่านี้จึงเลือกโจมตีกลุ่มของพวกเขา ทั้งๆ ที่เพิ่งออกจากเมืองมาได้แค่หนึ่งวัน...ทำไมพวกเขาถึงซวยกันขนาดนี้?


        แม้คนอื่นจะไม่ทราบแต่จินและคาลอสที่เคยปะทะกับคนของสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬมาก่อนนั้นรู้ดี เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่ผู้คนในเมืองขนาดกลาง B-24 แต่น่าจะเป็นตระกูลพีไรซ์


        อย่างล่าสุด ตระกูลพีไรซ์ก็ขัดขวางแผนสังหารสายเลือดราชวงศ์ฮอริส พาองค์หญิงองค์ชายหลบหนีไปได้สำเร็จ จินรู้ดีว่าพวกมันคงจะสืบหาความจริงได้ไม่ยากในเมื่อดวงวิญญาณทั้งหมดนั่นไม่ได้ถูกทำลาย มันได้ลอยกลับไปหาผู้ที่ควบคุม และความจริงทุกอย่างก็ถูกเปิดเผยต่อหน้าชนชั้นสูงภายในสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬ ไม่แปลกที่มันจะปักใจแค้นต่อตระกูลพีไรซ์


        เรื่องนี้เขาเป็นคนที่รู้ดีที่สุดเพราะเป็นเขาเองที่พลาด ปล่อยให้ดวงวิญญาณพวกนั้นหนีกลับไปได้


        สำหรับเรื่องที่ว่าทำไมพวกมันไม่ลงมือก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าคฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์นั้นมีอีโวลระดับสองอย่างผู้อาวุโสเหลียนจงพำนักอยู่ พวกมันจึงหาโอกาสลงมือไม่ได้


        แต่เพราะการเกณฑ์ไพร่พลของเขต B ในครั้งนี้ ทำให้ตระกูลพีไรซ์ต้องส่งคนเข้าร่วมกองทัพด้วยเช่นเดียวกัน จึงเปิดโอกาสให้พวกมันใช้จังหวะนี้ลอบเล่นงาน กำจัดสมาชิกตระกูลพีไรซ์ส่วนหนึ่งทิ้งไปเสีย


        ส่วนกองกำลังอื่นๆ ทำไมถึงถูกเล่นงานไปด้วย? เรื่องนี้จินคิดว่าเป็นโชคร้ายของพวกเขาจริงๆ ที่เดินทางมาพร้อมตระกูลพีไรซ์จึงโดนลูกหลงไปด้วย คนจากสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬมันคงไม่ได้เห็นคนกลุ่มนี้อยู่ในสายตา


        แค่มดปลวก...เพิ่มมาอีกไม่กี่สิบคน คงไม่ได้ทำให้สถานการณ์ฝั่งพวกมันแย่ลงเท่าไหร่


        แต่ที่พวกมันไม่รู้คือจินได้ส่งซากศพชุดทองที่มีพลังเทียบเท่ากับอเวกระดับที่เก้าขั้นสูงสุดไปคอยคุ้มกันลูกหลานของเขาอยู่ห่างๆ เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่พวกมันต้องการจะไม่มีวันสำเร็จได้โดยง่าย!


        สมาชิกตระกูลพีไรซ์ทุกคนโยนเม็ดยาสีแดงเข้าปาก ก่อนจะโคจรพลังไปตามแนวทางของเคล็ดวิชาเผาโลหิต


        เคล็ดวิชาเผาโลหิตนี้เป็นคาลอสที่ได้รับมาหลังจากการทำลายดันเจี้ยนโบราณนอกเมือง B-24 หลังจากที่มันเพิ่งจะยกระดับได้ไม่นาน จากนั้นเคล็ดวิชานี้ก็ถูกเผยแพร่ไปภายในตระกูล เพื่อใช้เป็นไม้ตายก้นหีบ ยามตกอยู่ในอันตรายทุกคนจะได้นำออกมาใช้


        จินเองก็ศึกษาวิชานี้เช่นเดียวกัน โชคดีที่ก่อนหน้านี้จินได้รับสูตรการปรุงโอสถรักษามา นี่ไปช่วยเสริมการใช้งานให้กับเคล็ดวิชาเผาโลหิตพอดี


        ด้วยโอสถรักษาชนิดเข้มข้น ผลข้างเคียงที่เกิดจากการเผาโลหิตนั้นน้อยมากจนไม่เป็นอันตราย ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้ จินก็ไม่มีทางอนุญาตให้ลูกหลานของตนฝึกฝนวิชาทำร้ายตัวเองหรอก


        ผิวของทั้งห้าคนกลายเป็นสีแดงก่ำ พลังภายในปะทุออกมาอย่างรุนแรง ร่างทั้งห้าพุ่งนำกลุ่มคนจากจวนเจ้าเมืองเข้าปะทะกับคนชุดดำที่เหลือ


        พลังของสมาชิกตระกูลพีไรซ์เดิมก็แข็งแกร่งค่อนข้างมากอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มเคล็ดวิชาเผาโลหิตเข้าไป ความแข็งแกร่งยิ่งน่ากลัว ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าศัตรูทั้งสามคนเลย


        โดยเฉพาะคาลอสที่บัดนี้แทบจะเหนือกว่าอเวกระดับแปดธรรมดาไปไกล ไหนจะคมขวานสีเพลิงที่ช่วยเสริมให้แต่ละการโจมตีของคาลอสน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก


        ทั้งสองฝ่ายปะทะกัน คนชุดดำทั้งสามแข็งแกร่งก็จริง แต่ฝั่งของตระกูลพีไรซ์และจวนเจ้าเมืองก็ไม่ใช่อ่อนแอ ทั้งยังมีจำนวนที่มากกว่า ไม่นานฝ่ายของคนชุดดำก็เริ่มเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด


        อเวกระดับเก้าทั้งสามคนที่อยู่ฝั่งศัตรูก็สังเกตเห็นเรื่องนี้เช่นกัน กลับกลายเป็นว่าตระกูลพีไรซ์นั้นมีเบื้องหลังลึกซึ้งกว่าที่คิด แค่คิดจะจัดการตระกูลเล็กๆ นี่กลับพบเจอแต่ทางตัน แม้แต่สมาชิกกลุ่มเล็กๆ ก็ยังมีตัวตนที่แข็งแกร่งมาคอยดูแล


        พวกมันทั้งสามคนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ติดพันการต่อสู้กับชายชราในชุดสีทองอยู่ ไม่อาจจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือพรรคพวกทั้งสามได้เลย


        “อ๊าก” เวลาผ่านไปไม่นานนัก ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากอเวกระดับแปดชุดดำคนหนึ่ง


        หัวไหล่ขวาของมันถูกผ่าออก ลากยาวไปจนถึงกระดูกซี่โครงส่วนบน ควันไหม้ลอยออกมาจากบาดแผล หากมันรั้งตัวออกมาไม่ทัน เป็นไปได้ว่าร่างของมันอาจจะโดนตัดออกเป็นสองส่วนไปแล้ว


        ชายชุดดำผู้โชคร้ายกัดฟันแน่น กล้ำกลืนฝืนทนต่อความเจ็บปวดพลางถอยหลังหนี พรรคพวกอีกสองคนก็ตกใจเช่นกัน แต่พวกมันก็ยังมีสติดีอยู่ ช่วยกันปัดป้องไม่ให้ใครเข้ามาโจมตีซ้ำได้


        สถานการณ์ทางฝั่งของกลุ่มคนชุดดำเริ่มย่ำแย่ ตอนแรกพวกมันก็ดูเหมือนจะเสียเปรียบอยู่แล้ว ตอนนี้มีหนึ่งในพวกมันได้รับบาดเจ็บรุนแรง สมรรถภาพในด้านการต่อสู้ลดฮวบ ต่อให้คู่ต่อสู้ไม่แข็งแกร่งมากนัก มันก็อาจจะพลาดพลั้งได้ง่ายๆ


        สมาชิกตระกูลพีไรซ์เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเสียเปรียบก็กรูกันเข้าไปรุมโจมตีทันที ทั้งสามต่างผวา พวกมันหวาดกลัวคมขวานในมือของชายหนุ่มเป็นที่สุด มันยอมโดนผู้อื่นโจมตี แต่ทำอย่างไรก็ได้ให้หลบคมขวานที่พร้อมจะแผดเผาผู้คนให้กลายเป็นจุณนี้ไปให้ได้


        แม้อเวกระดับเก้าทั้งสามคนทางฝั่งของกลุ่มคนชุดดำจะไม่เสียเปรียบต่อชายชราชุดทอง แต่พรรคพวกของมันอีกสามคนดูเหมือนจะต้านเอาไว้ไม่ไหวแล้ว หากอเวกระดับแปดทั้งสามคนนั้นพ่ายแพ้ สมดุลจะพังทลาย และพวกมันเองก็อาจจะไม่สามารถรับมือกลุ่มคนทั้งหมดได้


        “ถอย!” หนึ่งในคนชุดดำที่รับมือกับซากศพชุดทองตะโกนขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดี


        คนชุดดำทั้งหมดที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็รีบทะยานร่างหนี โดยเฉพาะชายชุดดำที่ถูกฟันจนแขนเกือบจะหลุดออกจากร่าง ตัวมันไม่พร้อมสู้อีกต่อไปแล้ว เมื่อได้รับคำสั่งให้หนีได้ มันจึงไม่มีความลังเลใจ


        คนชุดดำทั้งหกพุ่งตัวหนีทันทีด้วยความเร็วที่ไม่ใช่น้อยๆ นำไปด้วยอเวกระดับเก้าทั้งสาม และตามมาด้วยอเวกระดับแปดอีกสามคน ไม่มีใครหยุดฝีเท้าเลยสักคน


        ซากศพในชุดทองติดตามกลุ่มคนเหล่านั้นไปทันทีที่เห็นว่าพวกมันคิดหนี พวกมันจึงต้องเลือกทิ้งคนที่ไร้ค่าที่สุดไป 


        พรึ่บ ผลั่ก!


        เป็นโชคร้ายสำหรับชายชุดดำผู้นี้ แม้จะออกตัวหนีไวที่สุด แต่อาการบาดเจ็บที่ได้รับก่อนหน้านี้ ทำให้ไม่สามารถตามความเร็วของคนอื่นได้ทัน เนื่องจากมันรั้งท้ายไกลกว่าผู้อื่น ร่างในชุดสีทองจึงพุ่งตัวตามมาทัน ฟาดมือเข้าใส่จากทางด้านหลัง ส่งร่างมันให้ล้มกลิ้งไปกับพื้น


        สวบ!


        ไม่ทันที่จะได้ส่งเสียงร้องแสดงความเจ็บปวด กรงเล็บแหลมคมก็ติดตามมันไปราวกับเงา แทงทะลุลำคอตัดกระดูกสันหลัง จนร่างนั้นแน่นิ่งไป

คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน