สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่สามสิบเอ็ด ผมเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มท่านดยุกแต่ที่จริงสกิล Learning นั้น OP

    ตอนที่สามสิบเอ็ด ผมเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มท่านดยุกแต่ที่จริงสกิลLearning นั้น OP

    ตอนที่ผมกำลังอยู่กับทาสอุ่นเตียงเหล่านี้อาลักษณ์ scribe และเหล่าบัณฑิต scholarลูกกระจ๊อกของผมก็จัดการเตรียมการเอกสารกว่าพันคนอย่างไม่หยุดหย่อนจนคนของผมแทบจะถือโอกาสดำเนินกิจการแทนกิลด์ได้เลยทีเดียวและค้นพบข้อมูลที่พอจะแบล็กเมล์ให้ผู้แดแลกิลด์ตรงนี้ให้ความร่วมมือกับพวกเราเป็นอย่างดีในภายภาคหน้า

    ข้อดีของการที่ให้พวกอาลักษณ์และเหล่าบัณฑิตมาผจญภัยคือสกิลทักษะของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นเช่นกันหากมีการใช้สกิลหรือทักษะบ่อยๆและมีส่วนร่วมกับการปราบมอนสเตอร์แม้อาจจะน้อยไปตามสัดส่วนที่ไม่ได้ลงมือโดยตรงก็ตามแต่โลกนี้ก็มีระบบค่าสถานะที่จะค่าประสบการณ์ให้กับคนที่มีส่วนร่วมสายสนับสนุนเช่นกัน

    แม้พวกเขาโดยนิสัยจะไม่ชอบการสู้รบก็ตามแต่ทักษะ learning การเรียนรู้ของพวกเขาที่ผมสั่งให้ใช้ทักษะข้างๆผมเพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์ให้ผมนั้นก็ได้ผลดีมาก

    ค่าประสบการณ์โบนัส 25% เมื่อรวมกันก็ไม่ใช่น้อยๆ และจะยิ่งได้ค่าประสบการร์มากขึ้นไปอีกหากผมบังคับให้พวกเขาmin-max ไปที่ทักษะ learning ที่จะช่วยเพิ่มโบนัสค่าประสบการณ์ได้มากกว่า25% ในอนาคตที่นอกจากจะช่วยผมแล้วยังสามารถช่วยคนอื่นๆในกลุ่มได้ด้วย มันคือแผนการลงทุนระยะยาว

    ผมคิดว่าผมจะบังคับพวกนี้ให้ทำตัวแบบพระเอกอิเซไคที่ทำตัวเก็บเลเวลอย่างบ้าคลั่งกันทุกคนนั่นเอง

    วันแรกผมมองว่าความก้าวหน้าจะมากที่สุดแต่วันต่อไปจะน้อยลงเรื่อยๆล่ะนะเพราะยิ่งเลเวลสูงก็ยิ่งเก็บเลเวลยากหากเรายังเก็บค่าประสบการณ์มอนสเตอร์ระดับต่ำๆอยู่

    แต่ตอนนี้ผมต้องการเพิ่มนักผจญภัยมือใหม่ให้อย่างน้อยเป็นนักผจญภัยที่มีทักษะระดับหนึ่งให้มีจำนวนมากที่สุดก่อนจึงจะค่อยๆเข้าหาเป้าหมายที่ยากขึ้นต่อไป

    เป้าหมายที่ผมเล็งไว้คือพวก ก็อบลินซอมบี้ หรือศัตรูที่เพิ่มจำนวนเองได้หากปล่อยเอาไว้นั่นเอง

    แน่นอนแม้จะเสียดายในการที่จะให้พวกเขาเพิ่มค่าสกิลaccounting การทำบัญชีทำให้การทำบัญชีได้เร็วขึ้นแต่ผมสั่งให้พวกเขาทุ่มสกิลไปที่ learning การเรียนรู้เพื่ออัพค่าประสบการณ์ให้ผมมากกว่าเดิม

    แน่นอนพวกเขาก็มีค่ากำลังกายและพลังเวทย์มากขึ้นพอสมควร แม้กำลังกายจะน้อยกว่าเวทย์ก็ตามตามสายของผู้ใช้สติปัญญา

    ต่างกับพวกพี่กล้ามที่อัพอย่างอื่นไม่เป็นนอกจากทักษะเสริมการโจมตี

    แต่ผมมองว่าไม่จำเป็นต้องเคร่งคัดกับพวกพี่กล้ามมากนักเพราะไม่ว่าทางไหนก็ไม่เรียกว่าผิดสำหรับสายพี่กล้ามนี้

    อย่างน้อยผมจะทำให้พวกอาลักษณ์และบัณฑิตของผมกลายเป็นพวก

    ” ผมอ่อนแอที่สุดในกลุ่มของท่านดยุกแต่สกิลlearning ของผมนั้นเป็นสกิลโกง?”

    ที่จะมีคนอย่างนี้จำนวนนับร้อยคนในแฟมิเลียเพนดราก้อนจากการคำนวณของผมแล้ว

    ตราบใดที่ผมผลิตอาลักษณ์และบัณฑิตที่มีสกิลLearning จำนวนมากที่สุดออกมาเรื่อยๆทักษะและค่าประสบการณ์ของคนอื่นๆในกลุ่มของผมก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย

    สมกับคำกล่าวที่ว่าการมีการศึกษาจะทำให้ชาติพัฒนาไปได้นั่นเอง

    Learning การเรียนรู้สามารถทำให้นางเอกเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นในเกมส์ อนิจจา แลกมากับค่าเสน่ห์cha ที่จะต้องลดลงหากเรียนมากเกินไปและขาดการเสริมสวย

    ..อาจจะเรียกว่าความสมดุลของเกมส์ก็ได้ที่เนิร์ดเอ๊ย อาลักษณ์และบัณฑิตทุกคนมีสภาพแบบไม่สนใจโลกมาก่อนเลยนั่นเอง ไม่ใช่เด็กหนุ่มน่ารักอย่างที่แนวเกมส์โอโตเมะชอบแต่เป็นตัวประกอบฉาก

    จนผมชักคิดนิดๆแล้วว่า ในกองทัพของผมความจริงมันไม่มีคนจิตปรกติเลยใช้ไหมนี่?

    ว่าไปแล้วมันก็มีบางตัวที่เป็นหนุ่มแว่นเย็นชา สกิลการเรียนรู้สูงนี่นะ? แต่พลังกายต่ำและค่าการเข้าสังคมต่ำแต่พอเข้าไปจีบก็แสดงด้านที่อ่อนโยนออกมาตามสไตล์หนุ่มแว่นเนิร์ด

    หมายความว่าทางเทคนิคมาเรียสามารถอัพสกิลการเรียนรู้จนสามารถจัดการศัตรูได้ทุกตัวด้วยความรวดเร็ว

    แต่หากมีค่าเสน่ห์ cha ไม่มากพอก็จีบใครไม่ได้นั่นเอง...

    ถึงผมจะมองว่าแค่เก่งที่สุดในเรื่องจะจับใครมาเป็นสามีก็ได้ก็ตามแต่ท่าทางระบบของเกมส์จะไม่คิดอย่างนั้น ให้เป็น BadEnd ทางหนึ่งที่ไม่จบกับใครไปเข้าเป็นราชการในกระทรวงเวทมนตร์ธรรมดา ทั้งที่เก่งขนาด One-shot จัดการจอมมารได้ในทีเดียวก็ตาม

    พิสูจน์ว่าเส้นสายและศักดิ์ฐานะในการรู้จักกับเจ้าชายหรือโบสถ์สำคัญกว่าความสามารถนั่นเองในโลกใบนี้

    ถึงภาพที่เธอยุ่งกับกองหนังสือเอกสารเต็มโต๊ะในซีจีฉากจบนั้นจะดูตลกดีก็เถอะนะ

    เพื่อเอาใจพวกเนิร์ด เอ๊ยอาลักษณ์และบัณฑิตทำงานโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย

    ผมเลยเอาพวกปากกาสวยๆ หนังสือหายากและอื่นๆมาให้รางวัลพวกนี้บ้าง

    “พยายามเข้านะพวกเจ้าคือบุคคลสำคัญของข้า”

    ผมยื่นของขวัญให้กำลังใจ

    พวกเนิร์ด อ๊ยอาลักษณ์กับบัณฑิตก็หน้าแดงกันอีกแล้ว

    “ไม่เป็นไรขอรับท่านดยุก ขะข้าไม่ลำบากเลย”

    พวกเนิร์ดที่ปั่นงานตลอดคืนพูดจาตะกุกตะกักเมื่อเจอผมมาพูดด้วยพร้อมกับหน้าแดงที่ผมแจกของขวัญเป็นหนังสือให้จากคู่มือเกมส์ที่แนะนำว่าพวกเนิร์ดชอบของขวัญประเภทปากกาหรือหนังสือหายาก บางคนก็ขนนกสีน้ำเงิน อะไรเทือกนั้น ผมเลยซื้อมาทีละเยอะๆเพื่อให้เป็นของขวัญในการให้กำลังใจพวกเนิร์ดที่ทำงานตลอดทั้งคืนแม้พวกพี่กล้ามจะไปดื่มเหล้าพักผ่อนกันแล้ว

    พวกเอ็งจะเขินหน้าแดงกันทำไมฟะปรกติข้าก็ให้รางวัลพวกเจ้าเป็นเงินต่างๆมีมูลค่ามากกว่าของพวกนี้อีก

    โลกนี้ใช้ระบบสามก๊กที่มองว่าของขวัญมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าเงินตราหรือนี่?

    ที่เกลี้ยกล่อมให้แต่งงานด้วยเงินมหาศาลไม่ได้แต่พอเอาม้าเซ็กเธาว์กับตราหยกและกระบี่เจ็ดดาวไปให้ ดันตกลงทันที