เจียงหรงหน้าแดงก่ำด้วยความกระดากอายพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการจับกุมของิจูไม่คิดเลยว่าิจูที่ตัวเล็กจะมีแรงมากขนาดนี้
เสียงของเธอฟังดูตื่นตระหนกและตะกุกตะกักจนผิดสังเกต“แก...แก...แกอย่าพูดอะไรเหลวไหล แขนฉันเจ็บมาทั้งบ่ายเพราะแกทำร้ายเมื่อกี้แกต้องทำอะไรกับฉันแน่!”
เธอเจ็บจริงมาทั้งบ่ายไม่ได้แกล้งทำเลยนะ!
“เหอะ คนมองอยู่เยอะแยะ ยังจะพูดจาเพ้อเจ้อไม่จบเื่อีกเหรอคะ?” ิจูหัวเราะเยาะ ก่อนจะหันไปมองิต้าโหย่ว “หัวหน้าหมู่บ้านคนไร้เหตุผลพวกนี้ หนูไม่มีอะไรจะพูดด้วยแล้วค่ะ แต่คุณไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรือคะ?”
ิต้าโหย่วรู้สึกขุ่นเคืองปกติเจียงหรงเป็คนฉลาดหลักแหลมแต่ทำไมพอเห็นเงินแล้วถึงได้กลายเป็คนที่โง่ได้ขนาดนี้!
เื่ที่ควรจะได้เปรียบทั้งเวลาและสถานที่กลับกลายเป็เื่เสียชื่อเสียงไปซะได้!
เขาเคาะกล้องยาสูบในมือที่ขอบแท่นเตาอิฐสีหน้าขรึมเครียด “ิจูฉันไม่ใช่คนที่จะเข้าข้างญาติพี่น้องโดยไม่สนใจความถูกต้อง เื่นี้...เป็เื่เข้าใจผิดจริงๆ ฉันเองก็ถูกหลอกมาเหมือนกัน”
ิต้าโหย่วพูดขึ้นแล้วก็เหลือบมองครอบครัวของิฉางเหอด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะพูดต่อ“อาสี่ พวกคุณนี่จริงๆ เลยนะอาศัยว่าิจูมีชื่อเสียงไม่ดีในหมู่บ้านสร้างเื่ใส่ร้ายเธอมาหลอกให้ผมเชื่ออย่างนั้นหรือ? บ้าบอที่สุด!เงินพวกนี้เป็ของิจู ใครก็แตะต้องไม่ได้แม้แต่ครึ่งเฟิน กลับไปกันได้แล้วอย่าทำตัวน่าอับอายไปมากกว่านี้เลย!”
พูดจบเขาก็เบียดฝูงชนออกไปเป็คนแรกด้วยความโกรธ จากไปไม่เห็นฝุ่นทันที
หลังจากเื่เมื่อกี้ิฉางเหอก็หน้าแตกยับเยินเขากระแทกเจียงหรงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว“ยังยืนเซ่ออยู่ทำไม กลับบ้านได้แล้ว!”
เมื่อเห็นว่านักแสดงทุกคนไปหมดแล้วผู้ชมที่มาดูการแสดงต่างก็แยกย้ายกันไปิจูมองดูศัตรูที่พ่ายแพ้และวิ่งหนีไปเหมือนหมาจนตรอกรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก
เธออาจจะสู้รบชิงอำนาจในวังอย่างในนิยายไม่ได้แต่การสู้กับคนแก่หัวโบราณพวกนี้ เธอทำได้สบาย!
ทว่าจู่ๆ เธอก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาจากด้านข้างิจูจึงหันกลับไปสบกับสายตาลึกซึ้งและเต็มไปด้วยการสำรวจของเจียงตั่ว...
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวริมฝีปากเม้มเข้าหากัน หรือว่าการเคลื่อนไหวเมื่อกี้นี้ของเธอมีพิรุธ?
เพื่อที่จะสวมบทบาทให้ใกล้เคียงกับเ้าของร่างเดิมมากขึ้นเธอจงใจทำหน้าบึ้ง แสดงท่าทางไม่พอใจ พยายามขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยแล้วถามกลับ“คุณมองฉันทำไมคะ? ฉันดุเกินไปจนคุณใอย่างนั้นหรือ?”
เดิมทีเจียงตั่วตั้งใจจะช่วยิจูแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เหมาะสมแต่กลับได้เห็นเธอโยนเงินในมือออกไปแล้วใช้วิธีที่เฉียบแหลมจัดการเื่นี้ได้อย่างง่ายดาย แถมยังสะใจอีกด้วย
แผนการอาจจะแปลกไปหน่อยแต่ก็ไม่ถือว่ารุนแรงนัก อย่างมากก็แค่...ฉลาดแกมโกง คิดตอบสนองรวดเร็วเท่านั้น
เขาละสายตาไปมองทางอื่นท่าทางสงบเยือกเย็นเช่นเคย “เปล่าหรอกเธอจัดการแบบนี้ถูกแล้ว”
การฉลาดแกมโกงเพื่อปกป้องตัวเองเป็เื่ที่ควรทำแต่การทำร้ายคนอื่นนั้นเป็สิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เธออายุยังน้อยเขาต้องคอยชี้แนะอยู่ข้างๆ เพื่อไม่ให้เธอทำผิดพลาดร้ายแรงเพราะความฉลาดของตัวเอง!
ิจูไม่รู้ความคิดของเจียงตั่วเธอกำลังคิดว่าอีกฝ่ายกำลังชมอ้อมๆ อยู่เสียด้วยซ้ำ
เธอเลิกคิ้วแล้วยิ้มหวาน“แน่นอนสิคะ นี่เรียกว่าใช้ไม้แข็งจัดการกับคนแข็งกร้าว”
เธอหันกลับไปมองิชุนนีที่ยังหดตัวอยู่ข้างกำแพงยังไม่หายจากความกลัว แล้วยิ้มให้ “คุณป้าขาไปยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น มาช่วยหนูเก็บเงินเร็ว!”
ิจูย่อตัวลงหยิบเงินบนพื้นขึ้นมาทีละใบ
ิชุนนีหลบเลี่ยงเจียงตั่วอ้อมเข้าไปช่วยิจูเก็บเงิน เสียงของเธอหวาดกลัวและประหม่า“จูจูเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะเหรอ? เงินมากขนาดนี้...”
ทั้งชีวิตเธอยังไม่เคยเห็นเงินเยอะเท่านี้มาก่อนเลย!
“เงินค่าสินสอดที่หลานเขยในอนาคตของป้าให้มาไงคะ” เธอชี้ไปทางเจียงตั่วที่กำลังย่อตัวลงมาช่วยเก็บเงินด้วย
โหคนตัวใหญ่กำยำ เวลาย่อตัวลงก็ยังดูตัวใหญ่ขนาดนี้ แต่ให้ความรู้สึกปลอดภัยดีจัง
ิชุนนีก้มหน้าลงแอบเหลือบมองเจียงตั่วอย่างระมัดระวัง แม้ว่าผู้ชายคนนี้จะช่วยจูจูเมื่อกี้นี้แต่สีหน้าของเขาเ็าเกินไป เธอเลยรู้สึกกลัว
เมื่อเก็บเงินเสร็จแล้วเจียงตั่วก็จัดเรียงให้เรียบร้อยแล้วยื่นให้ิจู
ิจูขอบคุณเขาแล้วชวนนั่งกินข้าวต่อ
แต่เมื่อเห็นท้องฟ้าข้างนอกเริ่มมืดแล้วเจียงตั่วจึงไม่สะดวกที่จะอยู่ต่อด้วยกลัวว่าชื่อเสียงของิจูจะเสื่อมเสียก่อนที่ทั้งสองคนจะได้แต่งงานกัน
“ฉันอิ่มแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะ”
ิจูพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว“ได้สิ งั้นฉันไปส่งคุณนะคะ”
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะเดินออกจากบ้านิชุนนีที่อยู่ข้างหลังก็รวบรวมความกล้าแล้วพูดขึ้นมาว่า“เดี๋ยวก่อน...สัญญาเป็อักษรล่ะ”
ิจูได้ยินไม่ค่อยชัดเธอจึงหันกลับไปถาม “คุณป้า พูดอะไรนะคะ?”
ิชุนนีก้มหน้าลงไม่กล้าเงยขึ้นมา มือชี้ไปทางเจียงตั่ว...
“เขียนสัญญาก่อนถึงจะแต่งงานกันได้”
ิจูนึกขึ้นได้นั่นเป็คำสัญญาที่เจียงตั่วให้ไว้กับป้าของเธอที่ลานบ้านเมื่อครู่เขาจะเขียนสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายภรรยา หากผิดสัญญานี้เขาจะยอมให้ป้าของเธอไปแจ้งความ
ดูเหมือนว่าป้าจะเก็บคำพูดนั้นมาใส่ใจด้วย
ิจูยิ้มตาหยีลักยิ้มที่แก้มบุ๋มลงไปเล็กน้อย “คุณป้าคิดจริงจังขนาดนี้เลยเหรอคะ? ไม่เห็นต้อง...”
แต่ยังไม่ทันจะพูดจบเจียงตั่วที่อยู่ข้างๆ ก็กลับเข้าไปในบ้าน แล้วถามิชุนนีอย่างจริงจังว่า“ป้าครับ ที่บ้านมีกระดาษกับปากกาไหม?”
ิจู“...”
โหเขาก็จริงจังกับเื่นี้ด้วย เื่อย่างการตีภรรยาจะไปเปลี่ยนแปลงหรือรับประกันได้ด้วยการเขียนสัญญาได้ยังไงกัน?
สองคนนี้...สุดยอดจริงๆ!
ิชุนนี้าหลักประกันเพื่ออนาคตของหลานสาวเธอจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องทางทิศตะวันออก คุ้ยหาซองจดหมายเก่าๆกับปากกาหมึกซึมที่เก็บไว้อย่างดีจากลิ้นชักตู้ไม้ขาหักแล้วยื่นทั้งสองชิ้นให้เจียงตั่ว
ร่างสูงใหญ่ของเจียงตั่วยืนพิงมุมโต๊ะปลายปากกาเขียนลงบนกระดาษ เสียงขูดขีดดังขึ้นแ่เบา
ไม่นานเขาก็เขียนสัญญาเสร็จแล้วยื่นคืนให้ิชุนนี
ิชุนนีอ่านแล้วแต่เธอไม่รู้หนังสือิจูจึงเข้ามามองใกล้ๆ แล้วอมยิ้ม “ได้แล้วแบบนี้แหละ”
ิชุนนีรีบเก็บมันอย่างระมัดระวังราวกับว่ามันสำคัญยิ่งกว่าเงินตรงหน้าเสียอีก
ิจูรู้ว่านี่คือเครื่องหมายปลอบใจของป้าจึงปล่อยให้ทำตามใจไปแบบนั้น
หลังจากนั้นเธอก็ออกไปส่งเจียงตั่วที่ลานบ้าน ทั้งสองยืนอยู่ใต้ต้นหลิวต้นใหญ่หน้าประตูิจูเงยหน้ามองเขา เขาสูงมากเสียจนเธอแอบเมื่อยคออยู่หน่อยๆ
“คุณน่าจะพอเข้าใจเื่คุณป้าของฉันแล้ว ่สองปีมานี้เธออาการดีขึ้นแต่ฉันไม่สามารถรับรองว่าเธอจะไม่อาการกำเริบกะทันหันอีกในวันข้างหน้า เจียงตั่วคุณยังอยากจะแต่งงานกับฉันอยู่ไหมคะ?”