เสียงตวาดเย็นชาของกึ่งเซียนจากเหยากวงดังกระหึ่มไปทั่วเกาะน้อยใหญ่ในบริเวณนั้น
เหล่าผู้ฝึกตนภายนอกนับไม่ถ้วนทั้งผู้คนจากตระกูลมู่ และศิษย์หอวิญญาณโอสถ ต่างเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสนใจ
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือในจำนวนนี้มีผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยยังคงสีหน้าสงบนิ่งยิ่งมิได้แสดงความหวาดกลัวออกมาแม้แต่น้อย
ราวกับว่าไม่ได้ใส่ใจต่อกึ่งเซียนทั้งสามที่บุกมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวง
แต่ก็มิใช่เรื่องแปลกอันใด
เป็นที่เลื่องลือไปทั่วหล้าผู้นำตระกูลมู่ครอบครองพลังยุทธ์ต้องห้าม!
ภายในขอบเขตพลังที่ห่างกันหนึ่งขั้นใหญ่แทบจะยืนอยู่เหนือผู้ใด!
นี่ยังไม่นับว่ามีอาวุธจักรพรรดิตั้งอยู่เบื้องหลังด้วยแล้ว
"สะสางบัญชีตระกูลมู่ของข้าด้วยโลหิต?"
มู่เสินฉวนยืนตระหง่านกวาดสายตาไปยังผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนบนเรือรบเหยากวงก่อนเหยียดรอยยิ้มเย็นชาออกมาพร้อมเอ่ยวาจาปรามาส
"มีหลายคนเคยกล่าวเช่นนี้แต่พวกมันล้วนตายไปแล้ว"
"หากพวกเจ้าไปนอนรออยู่ในเมืองโบราณจันทราข้าก็พร้อมหยิบยื่นความสงบให้"
"แต่กลับดื้อดึงที่จะบุกเข้ามาในประตูสู่นรกแห่งนี้!"
"เช่นนั้นข้าก็จะส่งพวกเจ้าไปสู่เส้นทางนั้นด้วยตนเอง"
สามบรรพชนแห่งเหยากวงได้ยินดังนั้นก็โกรธเกรี้ยวจนหลุดหัวเราะออกมา "อวดดี!"
"มู่เสินฉวนอย่าคิดว่าเจ้าได้ครอบครองอาวุธจักรพรรดิแล้วจะไร้เทียมทาน!"
"หากไม่ได้ทะลวงสู่ระดับเซียนสุดท้ายก็เป็นเพียงมดปลวก!"
"วันนี้จะให้เจ้าได้ประจักษ์ถึงความน่ากลัวของกฎแห่งวิถีเซียน!!"
เมื่อสิ้นเสียงคำรามจิตสังหารเย็นยะเยือกก็แผ่ซ่านไปทั่วผืนนภา
กึ่งเซียนทั้งสามปลดปล่อยกฎแห่งวิถีเซียนออกมาพร้อมกันแสงเซียนนับล้านสายสาดส่องไปทั่วหล้า สว่างไสวเกินเปรียบดุจเทพยดาทั้งสามจุติลงมายังโลกเพื่อพิพากษาเหล่าสรรพชีวิต
"หึ กลยุทธ์เด็กน้อย!"
มู่เสินฉวนเส้นผมดำขลับสะบัดพลิ้วแววตาฉายภาพนิมิตน่ากลัวไร้สิ้นสุด สุริยัน จันทรา และดวงดาราหล่นร่วงเอกภพถึงกาลอวสาน ทุกสรรพสิ่งร่วงโรย น่ากลัวเกินจะพรรณนา!
พลังแห่งกฎความมืด ครุมเครือและแปลกประหลาดก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา
ชั่วขณะนั้นเองมันก็บีบอัดเต็มท้องฟ้าราวกับเมฆดำกดทับเมือง ความโกลาหลบดบังฟ้าดิน!
ด้วยความเร็วปานสายฟ้าก็ห่อหุ้มเรือรบขนาดใหญ่ของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงไว้ทั้งหมด
ส่วนแสงเซียนอันไร้ขีดจำกัดและกฎแห่งวิถีจำนวนนับไม่ถ้วนที่กึ่งเซียนทั้งสามแห่งเหยากวงปลดปล่อยออกมาก็ถูกทำลายในพริบตาเหลือไว้เพียงเค้าแห่งความมืดมัว!
"เป็นไปได้อย่างไร!?"
"กฎของพวกเราถูกทำลายหรือ!"
"เขาทะลวงสู่ระดับกึ่งเซียนแล้ว!"
บรรพชนเหยากวงที่ห้ารับรู้ถึงความผิดปกติก่อนใครใบหน้าฉายถึงตะลึงงันสุดขีด!
กึ่งเซียนอีกสองท่านได้ยินดังนั้นดวงตาก็พลันหดเล็กลง
เหตุผลที่พวกเขากล้ามาแก้แค้นที่ตระกูลมู่ก็เพื่อฉวยโอกาสตอนที่มู่เสินฉวนยังมิได้ทะลวงสู่ระดับกึ่งเซียนสังหารเขาแล้วชิงอาวุธจักรพรรดิมา
แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะทะลวงสู่ระดับกึ่งเซียนได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี!
ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก!
ขณะที่ผู้คนทั้งหมดจากเหยากวงกำลังตกตะลึงนั้นเอง
มู่เสินฉวนก็ประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากันแล้วคำรามออกมา
"กางอาณาเขตโกลาหล!"
‘ตูม!’ มวลพลังโกลาหลอันไร้ที่สิ้นสุดพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งปิดล้อมเรือรบของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงไว้ในชั่วพริบตา
ราวกับคุกยักษ์ที่มิอาจแทรกกายผ่านที่แห่งนั้นมีเพียงความมืดและเสื่อมสลาย นำพาความสิ้นหวังมาเยือนร่างทุกร่าง!
ทันใดนั้นพลังโลหิตมหาศาลก็ปะทุขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว ดุจมังกรสิบราชันจุติฟ้าดินวิปริตแปรปรวน พริบตาเดียวก็ก่อร่างเป็นฝ่ามือทองคำใหญ่ยักษ์ตบลงสู่กรงขังแห่งความโกลาหลที่อยู่เบื้องหน้า!
ตูม!!!
กายเนื้อของมู่เสินฉวนในระดับกึ่งเซียนนั้นแข็งแกร่งจนถึงกับทำให้คุกที่เขาสร้างขึ้นนั้นบิดเบี้ยวไร้ทรงย่อมจินตนาการได้ไม่ยากว่าผู้คนจากเหยากวงที่อยู่ภายในนั้นจะต้องรับแรงกดดันมหาศาลเพียงใด
ชั่วขณะนั้น ผืนฟ้าทั้งหมดพลันเงียบสงัดลง!
มู่เสินฉวนขยับความคิดปราณโกลาหลทั้งหมดพลันสลายไป
‘ซ่า–’ ธารโลหิตสีแดงฉานดุจน้ำตกสวยงามไหลรินจากห้วงเวหาทว่าธารเหล่านั้นกลับเจือไปด้วยจุดสีขาวนับไม่ถ้วนที่ชวนให้ขนพองสยองเกล้า
พวกมันคือเถ้ากระดูกของเหล่าผู้ฝึกตนเหยากวง!
การโจมตีเพียงครั้งเดียวกลับสังหารทุกคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงจนเหลือไว้เพียงหมอกโลหิตและผงกระดูกแม้แต่เสียงกรีดร้องก็มิทันเปล่งออกมาได้
ชั่วขณะเดียวกันหัวใจของผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนที่อยู่โดยรอบก็เต้นจนแทบทะลุอก
แม้พวกเขาจะรู้ว่าพลังต่อสู้ของผู้นำตระกูลมู่นั้นน่าสะพรึงกลัวเช่นไรแต่ก็มิคาดคิดว่าจะแกร่งถึงเพียงนี้!
กลับสังหารกึ่งเซียนทั้งสามเทพสวรรค์หลายท่าน รวมถึงเหล่าศิษย์เหยากวงนับไม่ถ้วนได้ด้วยฝ่ามือเดียวกวาดพวกเขาให้หายไปได้ในพริบตา
ณ ขณะนี้แม้แต่เหยาซีที่รออยู่ด้านข้างก็ยังตกตะลึง
นางอ้าปากค้างดวงตางามเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ไม่เคยคิดว่ามู่เสินฉวนจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ถึงกับสามารถสังหารผู้แข็งแกร่งระดับสุดยอดในระดับกึ่งเซียนได้อย่างง่ายดาย!
ต้องรู้ว่าคนเหล่านั้นจะอยู่ในตระกูลโบราณและราชวงศ์เก่าแก่ก็นับมีรากฐานแข็งแกร่ง!
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้นมู่เสินฉวนก็มิได้แปดเปื้อนโลหิตแม้แต่น้อย ยังคงดูสง่างามเช่นเคย
เขาหันกลับไปมองยังเกาะเทพหลักแล้วกล่าวขึ้นว่า…
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่ส่งคนมาทำความสะอาดเลือดที่ไหลลงบริเวณนี้ด้วย"
"โลหิตและเนื้อหนังของกึ่งเซียนจะบำรุงเลี้ยงอสูรทะเลให้แข็งแกร่งขึ้นอาจสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ฝึกตนที่สัญจรไปมาได้"
มู่ชิงหยุนได้รับคำสั่ง ก็รีบตอบรับ
"ขอรับ ท่านผู้นำตระกูล!"
กล่าวจบ เขาก็รวบรวมลูกหลานในตระกูลบางส่วนไปทำความสะอาดท้องทะเลที่ย้อมไปด้วยโลหิตเบื้องล่างทันที
ต่อมามู่เสินฉวนก็เหยียดมือออกเรือรบสีม่วงทองขนาดใหญ่ก็ถือกำเนิดขึ้นจากความว่างเปล่า ตระหง่านอยู่เหนือท้องฟ้าทั้งลำเรือฉาบด้วยสีม่วงทองที่เปล่งประกายเจิดจ้าดูโอ่อ่าเกินบรรยาย
"เหล่าบุตรสวรรค์ ฟังคำสั่ง!"
"ขอรับ!"
มู่ฮ่าว มู่อู๋ซวง มู่หลาง มู่เยว่เหยามู่เฉิน มู่อวี่เซิง
ทายาททั้งหกแห่งตระกูลมู่ต่างฮึกเหิมขึ้น
"ออกเดินทางทันทีมุ่งหน้าไปยังเมืองโบราณจันทราเงิน!"
"ทำลายสำนักและเเดนศักดิ์สิทธิ์ของเหยากวงพร้อมยึดทรัพยากรมาให้หมด!"
มู่เสินฉวนตะเบ็งเสียงดังก้อง
"ขอรับ! ท่านผู้นำตระกูล!!"
เมื่อสิ้นเสียงคำราม
ฟุ่บ!!!
เสียงแหวกอากาศทั้งหกดังขึ้นตามมาหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ พวกเขาทั้งหมดก็หยัดยืนอยู่บนเรือรบสีม่วง
"ออกเดินทาง เหล่าพี่น้อง!"
มู่หลางที่ขึ้นเรือรบเป็นครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา
ต่อมาแสงสีม่วงก็แหวกท้องฟ้าพริบตาก็หายลับไปจากน่านฟ้าตระกูลมู่
ณ ขณะนี้ผู้ฝึกตนทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างทราบกันดี
หลังจากวันนี้แดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงจะถูกลบชื่อออกจากตงฮวง!
สำนักเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่สืบทอดมายาวนานนับหมื่นๆปีกำลังจะล่มสลายหายไป!
หลังจากมอบหมายเรื่องทั้งสองเสร็จมู่เสินฉวนก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้า พุ่งตรงมายังข้างกายของเหยาซี
ขณะที่เขากำลังจะกล่าวบางอย่างดวงตากลับแข็งค้างขึ้นมาเสียก่อน
เขาพลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความโกลาหลจากร่างของเหยาซีสายตาอันตกตะลึงก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังเบื้องล่างของเรือนกายอันงดงามนั้น