อสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์

    บทที่ 40: คำเชิญที่ไม่อาจปฏิเสธ

    บทที่ 40: คำเชิญที่ไม่อาจปฏิเสธ


    ข่าวความโกลาหลในคฤหาสน์ตระกูลเซียวแพร่กระจายไปทั่วเมืองเมฆาล่องอย่างรวดเร็วดุจไฟลามทุ่ง แม้จะไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่กดดันและตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตระกูลอันดับหนึ่งของเมือง


    ที่คฤหาสน์ตระกูลหลิน หลินเวยเวยได้รับรายงานเบื้องต้นแล้ว แม้นางจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินว่าความเสียหายนั้นรุนแรงจนทำให้ประมุขเซียวจ้านโกรธจนแทบคลั่ง นางก็อดที่จะรู้สึกกังวลไม่ได้


    นางรู้ดีว่าเป้าหมายที่ตระกูลเซียวจะพุ่งเป้ามาเป็นอันดับแรก...ก็คือตระกูลหลินของนางและ "ผู้อาวุโสเกียรติคุณ" ผู้ลึกลับคนนั้น


    และนางก็คาดการณ์ไม่ผิด...


    ช่วงบ่ายของวันนั้น กลุ่มคนของตระกูลเซียวกลุ่มหนึ่งก็เดินทางมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลหลินอย่างเปิดเผย พวกเขาไม่ได้มาอย่างเป็นมิตร แต่มาพร้อมกับกลิ่นอายที่คุกคามและกดดัน ผู้นำของพวกเขาคือผู้อาวุโสท่านหนึ่งของตระกูลเซียว


    "ไปแจ้งนายหญิงของพวกเจ้า! บอกว่าตระกูลเซียวมีธุระ!" คนของตระกูลเซียวตะโกนใส่ยามหน้าประตูอย่างกร่าง


    หลินเวยเวยเดินออกมาเผชิญหน้าด้วยตนเอง โดยมีผู้คุ้มกันของตระกูลติดตามมาหลายคน นางยังคงรักษาท่าทีที่สง่างามและสุขุมเอาไว้ "ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสเซียวมีธุระอันใดกับตระกูลหลินของเรารึเจ้าคะ?"


    ผู้อาวุโสเซียวมองนางด้วยสายตาที่เย็นชา "แม่นางน้อยหลิน ท่านคงจะได้ยินข่าวแล้วกระมัง...เมื่อคืนนี้ คลังโอสถของตระกูลข้าถูกคนชั่วลอบเข้าไปสร้างความเสียหาย"


    "ช่างเป็นเรื่องที่น่าตกใจจริงๆ เจ้าค่ะ" หลินเวยเวยตอบอย่างแนบเนียน "หวังว่าตระกูลเซียวจะจับตัวคนร้ายได้ในเร็ววัน"


    "หึ!" ผู้อาวุโสแค่นเสียงเย็น "เรื่องนั้นไม่รบกวนแม่นางน้อยหรอก...ข้ามาที่นี่ในวันนี้ เพราะได้รับบัญชาจากท่านประมุข"


    "ประมุขเซียวมีบัญชา ให้แม่นางน้อยหลินและ 'ผู้อาวุโสเกียรติคุณ' ของท่าน ไปร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้..." เขากล่าวพลางเน้นเสียงที่คำว่าผู้อาวุโสเกียรติคุณอย่างชัดเจน "...หวังว่าท่านคงจะไม่ปฏิเสธ 'น้ำใจ' ของประมุขเรา"


    น้ำเสียงของเขานั้นไม่ใช่การเชื้อเชิญ แต่เป็นการบังคับขู่เข็ญ!


    "หากตระกูลหลินไม่เห็นแก่หน้าพวกเรา...ก็อย่าหาว่าตระกูลเซียวใจร้ายก็แล้วกัน!"


    คำขู่นั้นทำให้ผู้คุ้มกันของตระกูลหลินมีใบหน้าซีดเผือด นี่คือการประกาศสงครามกันอย่างชัดๆ!


    หลินเวยเวยกำมือแน่น นางตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก การไปร่วมงานก็เหมือนกับการเดินเข้าไปในถ้ำเสือ แต่การปฏิเสธ...ก็จะทำให้ตระกูลเซียวมีข้ออ้างที่ชอบธรรมในการทำลายล้างตระกูลหลินทันที!


    ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง...


    ประตูที่อยู่ด้านหลังของหลินเวยเวยก็เปิดออกช้าๆ


    เย่เฉินในชุดสีดำเรียบง่ายก้าวออกมา เขาก้าวมายืนเคียงข้างหลินเวยเวยอย่างสงบ กลิ่นอายรอบกายของเขาเรียบง่ายราวกับคนธรรมดา แต่ดวงตาคู่นั้นกลับลึกล้ำจนทำให้ผู้อาวุโสของตระกูลเซียวต้องใจกระตุก


    เขาได้ยินทุกอย่างแล้ว...


    เย่เฉินมองตรงไปยังผู้อาวุโสเซียวด้วยสายตาที่เรียบเฉย ก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ "ประมุขเซียวช่างมีน้ำใจนัก ในเมื่อเป็นคำเชิญจากประมุขเอง...ตระกูลหลินของเราจะปฏิเสธได้อย่างไร"


    คำตอบของเขาทำให้ทุกคนตกตะลึง! โดยเฉพาะหลินเวยเวยที่หันมามองเขาด้วยความไม่เชื่อสายตา


    "โปรดกลับไปเรียนท่านประมุขเซียว..." เย่เฉินกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งแต่กลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น "...ว่าเราจะไปถึงตรงเวลาอย่างแน่นอน"


    ผู้อาวุโสเซียวมองเย่เฉินอย่างพินิจพิเคราะห์ มันไม่เข้าใจว่าเหตุใดเด็กหนุ่มที่ดูธรรมดาคนนี้ถึงได้กล้าตอบรับคำเชิญที่เป็นกับดักอย่างชัดเจนเช่นนี้ด้วยท่าทีที่ใจเย็นถึงเพียงนี้ แต่เมื่อภารกิจลุล่วงแล้ว มันก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่ส่งสายตาข่มขู่มาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะพากลุ่มคนจากไป


    เมื่อคนของตระกูลเซียวจากไปแล้ว หลินเวยเวยก็รีบหันมาหาเย่เฉินทันที "ท่านเย่! ท่านก็รู้ว่านี่คือกับดัก! พวกเขากำลังจะใช้เรา 'เชือดไก่ให้ลิงดู' ในงานเลี้ยง!"


    เย่เฉินหันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีส้มยามเย็น...


    รอยยิ้มที่เย็นชาและอันตรายปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา


    "เชือดไก่ให้ลิงดูรึ? ก็ไม่เลว"


    เขากล่าว...ก่อนจะหันมาสบตากับหลินเวยเวย


    "แต่ข้าสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง..."


    "...ว่าใครกันแน่ที่จะเป็นไก่...และใครจะเป็นลิง"



    คล้ายกับเรื่องอสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์ ที่คุณอ่าน