ณ เมืองฉางอาน เมืองหลวงของแคว้น ได้มีข่าวใหญ่เกิดขึ้นภายในเมือง ซึ่งคือข่าวของหอไชน่าทาวน์ คนที่เคยไปกินอาหารและสุราของที่นั่นต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกัน เปรียบเสมือนการกินอาหารบนสวรรค์เพราะรสชาติของอาหารและสุรา ไม่มีที่ไหนจะเทียบได้ ข่าวได้แพร่ สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า หรือว่าตระกูลเศรษฐี แต่ละคนล้วนอยากจะไปลองชิมอาหารและสุราของที่นั้น มีพ่อค้าที่ไปที่ไชน่าทาวน์ได้ซื้อสุราติดมาด้วย ได้นำมาแบ่งให้เพื่อนๆของเขากิน
“ทำไมเจ้าไม่ซื้อสุราที่นั้นมาขายที่เมืองหลวง”
“เจ้าคิดว่าจะทำได้หรือ เพราะการขายสุราของที่นั้นมีกฎว่า หนึ่งคนต่อหนึ่งไห”
พอทุกคนได้ฟังก็เขาใจว่าทำไมถึงไม่มีมาขายในเมืองหลวง
“แต่ข้าได้ยินมาว่า กลางเดือนนี้จะมีการเปิดขายอาหารที่ยังไม่เคยมีในแคว้นของเรามาก่อน มันเรียกว่าหม้อไฟ เพียงแค่ข้าได้เห็นรูปภาพที่เอามาติดโฆษณา ถึงกับทำให้ข้าเกือบจะน้ำลาย”
“พวกเราไปที่ลั่วหยางกันเถอะ ข้าเริ่มจะทนหิวไม่ไหวแล้ว”
เป็นการคุยกันของพวกพ่อค้าต่างๆภายในเมืองหลวง
อีกหนึ่งกลุ่มคือกลุ่มบัณทิต ก็พูดคุยในทำนองเดียวกันว่าต้องการไปลองกินอาหารที่ไชน่าทาวน์ บางคนก็อยากจะไปลองตกกุ้ง ตกปลา แต่ละกลุ่มล้วนนัดแนะกันไป
แม้แต่ภายในหอเดียวดายที่ตั้งอยู่เมืองหลวง สาวงามทั้งหลายต่างก็อยากจะไปทำงานที่ไชน่าทาวน์ เพราะได้ยินข่าวจากเพื่อนๆที่ไปทำงานที่ไชน่าทาวน์ ว่าเจ้าของหอใจดีแถมยังให้เงินเยอะอีก แถมตอนนี้ยังเปิดรับสมัครคนเพิ่มอีกใครมันจะอดใจไหว
ภายในวังหลวง ที่พักขององค์ชายใหญ่
“ท่านที่ปรึกษา ท่านพอจะได้ยินข่าวที่กำลังถูกพูดถึงภายในเมืองหลวงหรือไม่”
“เรียนองค์ชายเรื่องอะไรหรือขอรับ”
“เรื่องที่มีการเปิดหออะไรซักอย่างที่เมืองลั่วหยาง ข้าได้ยินข่าวว่าที่นั่นมีอาหารและสุราเลิศรส ไม่มีหอไหนจะสู้ได้ และข้าสงสัยว่าเจ้าของหอคือใคร”
“เป็นเรื่องนี้ ส่วนเรื่องที่ใครเป็นเจ้าของหอกระหม่อมไม่ค่อยแนใจแต่สายของกระหม่อมบอกว่า องค์หญิงใหญ่เคยไปที่นั้นขอรับ”
“องค์หญิงใหญ่อีกแล้ว”
“ตอนนี้คนที่ดูแลหอ เป็นหญิงสาวขอรับ นางปิดบังหน้าตาตลอดเวลา”
“ทำยังไงข้าถึงจะสามารถส่งสายสืบเข้าไปได้”
“ข้าน้อยได้ยินข่าวว่าช่วงนี้หออะไรนั่นกำลังเปิดรับหญิงสาวที่มีความสามารถเกี่ยวกับดนตรี คุณชายสามารถส่งคนเข้าไปภายในหอเพื่อสืบข่าวได้ขอรับ"
“ข้าควรจะส่งใครไป”
"คุณชายลืมแม่นางมู่หว่านชิงไปแล้วหรือขอรับ”
“ท่านหมายความว่า”
“ถูกต้องเพียงแค่คุณชายเอ่ยปากนางต้องไปแน่นอน”
องค์ชายใหญ่นั่งคิดซักพักก็ตัดสินใจส่งมู่หว่านชิงไปสืบข่าว มู่หว่านชิงเป็นนางคณิกาอยู่ที่หอเดียวดายภายในเมืองหลวง นางเป็นนางคณิกาที่มีเชื่อเสียงที่สุด นางเป็นสายขององค์ชายใหญ่ ที่นางยอมอยู่ที่หอเดียวดายเพราะว่านางรักองค์ชายใหญ่ ถึงแม้ว่าองค์ชายใหญ่จะไม่เคยรักนาง แต่นางก็ยอมที่จะทำงานให้กับเขา เพราะนางหวังว่าซักวันองค์ชายใหญ่จะหันมารักนาง นางรู้ว่าองค์ชายใหญ่แอบรักองค์หญิงใหญ่ แต่นางก็ยอมรอเขา
ภายในหอเดียวดาย ห้องที่ดูหรูหราและน่าจะใหญ่ที่สุด
“พี่สาวหว่านชิง มีจดหมายมาถึงท่าน”
มู่หว่านชิงนั่งอยู่บนเตียง ตอนแรกนางทำหน้าเศร้าๆ แต่พอได้ยินว่ามีจดหมายมาถึงนาง นางก็ยิ่มออกมา พร้อมทั้งรีบไปเปิดประตู พอนางได้อ่านเนื้อความในจดหมายนางก็กับไปเศร้าเหมือนเดิม ข้อความในจดหมายบอกให้นางย้ายไปอยู่ที่ลั่วหยาง หอเปิดใหม่ชื่อไชน่าทาวน์ และรอจดหมายฉบับต่อไป
“พี่หว่านชิงทำไมท่านอ่านจดหมายแล้วดูท่านเศร้าจัง”
“ขนาดอยู่ใกล้แค่นี้ยังไม่มีสิทธิได้พบเจอ ชะตาของข้าช่างอาภัพเหลือเกิน”
นางพูดจบประโยค น้ำตาของนางก็ไหลออกมา
“เจ้าไปเตรียมตัวเก็บของ พวกเราจะไปที่เมืองลั่วหยาง”
“ได้เจ้าค่ะ”
หลังจากพวกนางเก็บของเสร็จก็ออกเดินทางทันที พวกนางนั่งรถม้าไปถึงท่าเรือและได้นั่งเรือต่อใช้เวลาสามวันจนมาถึงที่ท่าเรือ ระหว่างที่พวกนางนั่งเรือ มู่หว่านชิงออกมาที่ดาดฟ้าเรือเพื่อที่จะรับบรรยากาศ นางได้มองไปที่ริมฝั่งเเม่น้ำเห็นคนงานกำลังก่อสร้างท่าเรือและอีกกลุ่มกำลังก่อสร้างบ้านเหมือนว่าจะเป็นบ้านที่ใหญ่โตพอสมควร แถมนางยังมองเห็นชายหนุ่มที่มีรูปร่างและน่าหน้าหล่อเหลา กำลังนั่งตกปลาอยู่ริมแม่น้ำ ที่ข้างๆเขายังมีหญิงสาวสะพายกระบี่กำลังย่างปลาให้ชายหนุ่ม แต่ที่นางคิดว่าแปลกไปคือ หญิงสาวคนนั้นนางเหมือนจะรู้จักเพราะหญิงสาวคนนี้มีวรยุทธ ขั้นที่ 9 ทั่วแคว้นแทบจะนับนิ้วได้แถมยังเป็นสาวสวย
“นายเรือทางการกำลังก่อสร้างท่าเรือเพิ่มหรืออย่างไร”
“แม่นางข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ไม่น่าจะเป็นทางการ น่าจะเป็นที่ส่วนตัวมากกว่า”
“ที่ส่วนตัวสามารถสร้างท่าเรือได้ด้วยรึ”
“สร้างได้ แต่ต้องได้รับหนังสืออนุญาติจากเจ้าเมืองก่อน”
มู่หว่านชิงได้ยินคนเรือพูดก็ไม่ได้สนใจอะไรมากแต่สิ่งที่นางสนใจคือใครกันนะสามารถทำให้แม่นางเย่หลิงเอ๋อ ยอมติดตามรับใช้ เมื่อเรือเข้าเทียบท่าหญิงสาวทั้งสองคนได้หารถม้าเพื่อที่จะไปหาที่พักในเมืองท่าเรือก่อนเพราะตอนนี้ก็เริ่มที่จะมืดแล้ว วันต่อไปค่อยไปที่ไชน่าทาวน์
ส่วนคนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำคือหลิวจ้านและเย่หลิงเอ๋อ ทั้งสองกำลังพักผ่อนพร้อมทั้งชมบรรยากาศริมแม่น้ำใหญ่ หลิวจ้านรู้สึกว่าตื่นเช้ามาได้เห็นแม่น้ำเห็นภูเขาช่างสุขใจจริงแถมยังไม่มีเสียงดังวุ่นวายอีก
“เย่เอ๋อเจ้าว่าข้าโหดร้ายกับหว่านเอ๋อหรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะ ข้ารู้ว่าหว่านเอ๋อนิสัยเป็นยังไง ที่นางมาเปิดร้านเสื้อผ้าส่วนนึงนางชอบตัดเย็บและอีกส่วนนางต้องการที่จะมีร้านใหญ่เพื่อเอาไว้ขายสิ่งต่างๆที่นางทำขึ้นมา ข้าเชื่อว่านางชอบแบบนี้ที่สุด”
“แล้วเจ้าชอบแบบไหน ชอบแบบข้าหรือไม่”
“ชอบเจ้าค่ะ”
เย่เอ๋อพูดเสร็จได้ดึงหลิวจ้านเข้ามาจูบทันที
“นี้เจ้าไม่อายคนอื่นบ้างหรือ”
“ตั้งแต่เย่เอ๋ออยู่กับท่านก็ไม่เคยที่จะอายใคร”
ได้ยินคำพูดของนางหลิวจ้านดึงนางเข้ามาจูบแก้แค้นที่นางจูบเขาก่อนหน้านี้