[52] งานโรงเรียน
วันสอบวันสุดท้าย เซ็ทก็ยังคงได้อภิสิทธิ์สอบวิชาละหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้เวลาที่เหลือสามารถนำไปทำงานเหมือนกับวันสอบวันก่อนๆ เพียงแต่วันนี้เมื่อเซ็ทตั้งใจจะออกไปทำงานตามปกติทันทีที่สอบเสร็จ อาจารย์ศิริเพ็ญก็เดินเข้ามาเรียกตัวไว้ซะก่อน“นายอคิราห์ พอมีเวลารึเปล่า ผู้อำนวยการอยากคุยด้วยหน่อยน่ะ”“ผอ. น่ะเหรอครับ...ได้ครับ ผมยังพอมีเวลา”เซ็ทก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะตอบ ไม่ลืมที่จะยกมือถือขึ้นโทรหาเจ๊เจสซี่ว่าตัวเองจะออกไปช้าหน่อย “งั้นไปหาผู้อำนวยการที่ห้องได้เลย ท่านน่าจะยังอยู่ที่ห้อง”เซ็ทพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเดินไปหยุดยืนที่ห้องผู้อำนวยการ ยกมือเคาะโป๊กๆ สองสามที พอได้ยินเสียงอนุญาตจากด้านใน เซ็ทก็เปิดประตูเดินเข้าไป ไม่ลืมลอบสังเกตลักษณะโดยรวมของผู้อำนวยการที่ไม่ได้เจอหน้าบ่อยนักด้วยสายตา“สวัสดีครับ ขออนุญาตนะครับผมเซ็ท ได้ยินอาจารย์ศิริเพ็ญบอกว่า ผอ. เรียกพบผมเหรอครับ?”“ใช่แล้ว นั่งก่อนสิ พึ่งได้เจอเธอตัวตัวครั้งแรกเลยสินะ พอดีมีเรื่องอยากจะขอให้ช่วยน่ะ” พอเซ็ทหย่อนก้นลงกับเก้าอี้ เจ้าตัวก็เข้าเรื่องโดยไม่รั้งรอ เพราะจากที่ได้คุยกับคุณเลขาของประธาน JNr ฝ่ายนั้นย้ำเรื่องตารางงานของเด็กตรงหน้านี้ไว้มากทีเดียว “เธอรู้ใช่มั้ยว่าวันที่ยี่สิบห้านี้ ทางโรงเรียนจะจัดกิจกรรมวันคริสต์มาส”“ทราบครับ หรือผอ. ต้องการให้ผมขึ้นแสดงในงานโรงเรียน?”“ใช่ อยากให้ขึ้นแสดงในฐานะ อคิราห์ แอชลี่ย์ นักเรียนชั้นม. 4 ของโรงเรียน ไม่ใช่ในฐานะเซ็ท อคิราห์ ศิลปินหน้าใหม่มาแรงของวงการ”พูดอีกแบบก็คือช่วยขึ้นแสดงแบบไม่คิดเงินในฐานะนักเรียนคนหนึ่งให้ทีเถอะ จะสร้างชื่อให้โรงเรียนก็ไม่ค่อยจะลงทุนเลย เซ็ททำหน้าคิดหนักก่อนจะตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้“จากที่ว่ามาตัวผมเองก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอกนะครับ ในฐานะนักเรียนผมก็ยินดีเข้าร่วมอยู่แล้ว เพียงแต่ในฐานะศิลปินที่มีสังกัดก็คงต้องขออนุญาตถามท่านประธานก่อน ขอเวลาสักหน่อยแล้วกันนะครับ” “ไม่มีปัญหาเธอโทรถามได้เลย”จากที่ตอนแรกตั้งใจจะไปถามตอนเข้าบริษัท แต่เมื่อผู้อำนวยการตีความประโยคคำพูดของเซ็ทผิด เซ็ทก็เลยได้แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ฟังเสียงรอสายอยู่ไม่กี่วิ ลุงโชคก็กดรับ[ว่าไง อยู่ๆ โทรหาฉัน เอ็งมีธุระอะไรรึเปล่า?]“ต้องขอโทษที่รบกวนเวลานะครับ ผมมีเรื่องต้องสอบถามท่านประธานก่อนที่จะตัดสินใจ คือว่าทางโรงเรียนอยากให้ผมร่วมแสดงงานกิจกรรมวันคริสต์มาสที่จะถึงนี้ในฐานะนักเรียนคนหนึ่งของทางโรงเรียน ท่านประธานจะอนุญาตรึเปล่าครับ?”เพราะคุยกันต่อหน้าคนนอกอย่างผู้อำนวยการ เซ็ทเลยต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองและลุงโชคที่เป็นถึงประธานบริษัท และยังเป็นเจ้านายของเขาตามที่คนอื่นๆ เข้าใจด้วย ซึ่งปลายสายเองก็เข้าใจถึงสาเหตุของวิธีพูดที่แปลกไป แต่ก็ไม่วายกลั้นหัวเราะจนเซ็ทได้ยินเสียงลอดมาเบาๆ อยู่ดี[อะแฮ่มๆ ร่วมแสดงงานโรงเรียนงั้นเหรอ แล้วจะแสดงอะไรล่ะ?]“ท่านประธานถามว่า ผมจะได้แสดงอะไรครับ?”“อ๋อ ก็คงร้องเพลงทั่วไปไม่กี่เพลง” ผู้อำนวยการรีบตอบ และจงใจตอบให้เสียงเข้าไปยังปลายสาย “ทางเราอาจจะไม่ได้ให้ผลประโยชน์อะไรก็จริง แต่ตัวเซ็ทก็จะได้ประสบการณ์ของเด็กวัยรุ่น แล้วก็ได้ร่วมสนุกไปกับเพื่อนๆ ถือว่าเป็นความทรงจำที่ดีสำหรับเด็กนะครับ”เซ็ทอยากจะตอบกลับไปว่าไม่ต้องการ แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มแล้วกรอกเสียงลงโทรศัพท์อีกหน “ก็ตามนั้นล่ะครับ จะอนุญาตรึเปล่าครับ?” [...เอาสิ ให้เอ็งได้เข้าร่วมอะไรที่ดูสมเป็นเด็กวัยรุ่นทั่วไปบ้างก็ดีเหมือนกัน]ในใจเซ็ทเฝ้าภาวนาให้ลุงโชคตอบปฏิเสธ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินความต้องการของเขา วันหยุดเต็มวันวันแรกของเขา ต้องมาเข้าร่วมกิจกรรมโรงเรียนเนี่ยนะ?“อ่า...ท่านประธาน วันนั้นไม่ใช่ว่ามีคิวงานอะไรแล้วหรอกเหรอครับ เหมือนผมได้ยินพี่ผู้จัดการพูดถึงอยู่?” เซ็ทพยายามแย็ปๆ ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาไม่ได้ต้องการเข้าร่วมงานนี้ หากแต่ลุงโชคกลับมองเมินความต้องการของเซ็ท จงใจพูดเสียงดังเป็นพิเศษจนผู้อำนวยการเองก็จับใจความได้ คนนั่งรอฟังคำตอบถึงทำกับตาโตแล้วยิ้มร่าด้วยความยินดี[งานอะไร วันนั้นเอ็งว่าง ร่วมงานได้เต็มวันเลย ขอให้สนุกกับชีวิตม.ปลายนะ ฝากดูแลเด็กในสังกัดผมด้วยนะคุณผู้อำนวยการ]“แน่นอนครับ ผมต้องดูแลนักเรียนดีอยู่แล้ว จะดูแลอย่างดีเป็นพิเศษเลยครับ”สองผู้ใหญ่ที่ดูจะมีเป้าหมายร่วมกันคุยกันข้ามหัวเซ็ท จนเซ็ทล่ะอยากจะยื่นโทรศัพท์ให้ไปคุยกันเอาเองเลย ...ใช่สิลุงโชค จงใจทรยศกันนี่... [อ๋อ ยังไงก็ระวังไม่ให้เสียภาพลักษณ์ ถ้าจะถ่ายรูปกับใครก็ระวังมีภาพหลุดที่ไม่เหมาะไม่ควรโผล่ออกมาด้วย งานโรงเรียนนักข่าวอาจจะเข้าไม่ถึงก็จริง แต่กล้องนักเรียนน่ะมีเยอะรู้ใช่มั้ย?]“รู้ครับ ผมจะระวัง ถ้างั้นผมจะคุยกับผู้อำนวยการต่อนะครับ ขอบคุณสำหรับคำตอบที่แสนจะใจกว้างนะครับท่านประธาน” เซ็ทจงใจย้ำคำให้ลุงโชครู้ว่าเขาไม่ได้โอเค[ไม่มีปัญหา คุยไป แต่อย่าไปทำงานสายล่ะ]“ไม่สายแน่นอนครับ” ...เพราะยังต้องกลับไปเคลียร์กับลุงอีก ว่าจบสายโทรศัพท์ก็ถูกตัด เซ็ทเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ผู้อำนวยการ “สรุปว่าผมจะเข้าร่วมกิจกรรมครับ ยังไงก็ตามงานนี้ขอความกรุณาช่วยปิดเป็นความลับ อย่าให้ข่าวหลุดไปถึงหูนักข่าวด้วยนะครับ แล้วก็วันงานถ้าให้ดีก็ควรปิดประตูให้แน่นหนากันคนนอกเข้าถึงด้วย”“แต่ทางเราตั้งใจจะ...”“ผู้อำนวยการต้องเข้าใจนะครับว่าให้ผมเขาร่วมมันจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย มีสื่อบางช่องรู้ว่าผมเรียนที่นี่ก็จริง แต่ผมไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมที่ตรงกับสายงานที่ทำมาก่อน งานครั้งนี้ต่อให้ไม่มีลงข่าวหนังสือพิมพ์ก็ต้องได้ดังในโซเชี่ยลมีเดียแน่นอน ยังไงทางโรงเรียนก็ได้โปรโมตแน่นอนครับ”เมื่ออีกฝ่ายเปิดประโยคด้วยคำพูดและสีหน้าแบบนั้น เซ็ทก็เลยจงใจพูดขัดคำแย้งของผู้อำนวยการด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายคาดหวังอะไรไว้“ดีไม่ดีอาจมีกลุ่มนักเรียนมาสอบเข้าในปีหน้าเยอะขึ้นกว่าที่ท่านต้องการด้วย ผู้อำนวยการครับ อย่ามองว่าผมมั่นหน้าเลยนะ แต่ผมมั่นใจมากว่าถ้าท่านประกาศออกไป นอกจากสื่อที่จะมาถึงในโรงเรียน กลุ่มแฟนคลับบางส่วนของผมก็จะมาเหมือนกัน แล้วยังคนนอกที่เหลืออีกล่ะ จากจำนวนคนมากขนาดนั้น การควบคุมดูแลให้ทุกคนอยู่ในความสงบก็จะยิ่งยากตาม” เซ็ทว่าพลางทำหน้าปั้นยาก การชื่นชมตัวเองอย่างหน้าด้านๆ ให้ทำกี่ครั้งมันก็ชวนสยองปากนิดๆ เสมอ{...เหรอ?}‘...โร อย่ากวน’“ถ้าวันงานเกิดเหตุวุ่นวาย ชื่อเสียงของโรงเรียนจะกลายเป็นชื่อเสียไปในทันที ยิ่งหากนักเรียนได้รับบาดเจ็บเพราะการจัดงานอย่างประมาท จะแก้ตัวและชดใช้ยังไงก็ไม่พอหรอกนะครับ”“...เข้าใจแล้ว ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของเธอด้วย ฉันจะเอาความเห็นเรื่องนี้เข้าที่ประชุมอีกที และมันจะได้คำตอบอย่างที่เธอต้องการแน่นอน”ผู้อำนวยการว่าด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้โกรธเคืองที่ถูกเด็กนักเรียนอย่างเซ็ทพูดติและแนะนำคนที่แก่กว่าอย่างเขาอย่างตรงไปตรงมา ในคราแรกที่เขาตั้งใจจะจัดงานแบบเปิดให้พวกผู้ปกครองเข้าร่วมได้ เขาและบรรดาคณะครูก็ลืมไปจริงๆ ว่านอกจากเด็กนักเรียนทั่วไป ในโรงเรียนก็ยังมีเด็กนักเรียนที่ไม่ธรรมดาอยู่ หากวันงานเซ็ทไม่เข้าร่วมก็ว่าไปอย่าง แต่หากเซ็ทเข้าร่วมด้วยมวลมหาชนคนกรูกันมาที่โรงเรียนเช่นกันยอดแฟนคลับในไอจีเจ้าตัวน้อยซะที่ไหน แล้วดูเหมือนว่าบรรดาแม่ยกที่คอยสนับสนุนผลงานก็เป็นพวกสุดติ่งกระดิ่งแมวกันทั้งนั้น“ต้องขอโทษที่ผมพูดจาแบบนี้ด้วยนะครับ ผมเพียงแค่อยากให้โรงเรียนได้รับประโยชน์สูงสุด” ...และสร้างความวุ่นวายให้ตัวเขาน้อยที่สุด“ไม่เป็นไร เธอมีประสบการณ์ที่ทางเราไม่มี การฟังคำแนะนำจากเธอถือว่ามีประโยชน์ต่อทางเราอยู่แล้ว ประสบการณ์และความรู้มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุนี่เนอะ”“จริงๆ ผมต้องขอโทษมากกว่าที่ทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากขึ้น ถ้าไม่มีผมก็คงไม่ต้องวุ่นวายกันคนนอกมากนัก ความจริงทางโรงเรียนก็คงวางแพลนไว้ดีแล้ว ถ้ายังไงผมไม่เข้าร่วมดีกว่าครับ”...ใช่ ดีดเขาทิ้งไป แผนงานเดิมก็ใช้ได้แล้ว รีบๆ ดีดเขาทิ้งสิ “ไม่หรอก เข้าร่วมเถอะ เธอเป็นนักเรียนคนหนึ่งของทางโรงเรียน เธอมีสิทธิ์เข้าร่วมงานนี้เต็มที่อยู่แล้ว จะให้กีดกันเธอไม่เข้าร่วมงานเพราะเธอเป็นคนในวงการก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูก อย่างที่ฉันพูดไปตัวเธอควรจะได้ประสบการณ์ของเด็กวัยรุ่น ได้ร่วมสนุกไปกับเพื่อนๆ ถือว่าเป็นความทรงจำที่ดียังไงล่ะ”ผู้อำนวยการพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนประหนึ่งผู้ใหญ่ใจดี แต่สายตายังเต็มไปด้วยความต้องการและความโลภซ่อนอยู่ลึกๆ จากท่าทางแบบนั้นต่อให้เซ็ทจะอ้างอะไรไปก็คงจะไร้ความหมาย ได้แต่เข้าร่วมไปตามที่อีกฝ่ายต้องการอย่างช่วยไม่ได้...ไอ้ผู้อำนวยการ...ที่ตั้งใจจะพาอลิซไปเที่ยวเล่นข้างนอกได้พังหมด เขาไม่ได้หยุดเต็มวันแบบนี้บ่อยๆ นะ ยิ่งช่วงเทศกาลนี่เรียกว่าโครตปาฏิหารย์เลยรู้มั้ย!“ถ้ายังไงผมขอไม่เข้าร่วมงานทั้งวันนะครับ เพราะผมไม่ได้หยุดมานานแล้ว อยากเอาเวลาตรงนี้ไปใช้ร่วมกับครอบครัวบ้าง จริงๆ กิจกรรมนี้ก็ไม่ได้บังคับเข้าร่วมอยู่แล้วถูกมั้ยครับ?”“ใช่ อยู่สักครึ่งวันก็ปล่อยกลับแล้ว ไม่มีปัญหา ถ้าเธอแสดงเสร็จแล้วจะกลับบ้านเลยก็ได้” ขอแค่เซ็ทยอมร่วมแสดงเพื่อกระจายชื่อเสียงให้โรงเรียน ผอ.อย่างเขาก็พร้อมจะโอนอ่อนผ่อนตามให้ตัวสร้างชื่อและตัวทำเงินชั้นดีแบบเซ็ทอยู่แล้ว จริงๆ จะขอหยุดเรียนอีกเดือนสองเดือนเขาก็ไม่ว่า ตราบใดที่คะแนนสอบยังดีเหมือนครั้งก่อนน่ะนะ“อ๋อ อีกเรื่อง มีชมรมโคฟเวอร์แดนซ์อยู่ เธอจะให้พวกนั้นได้ขึ้นเวทีพร้อมเธอได้มั้ย คือยากจะให้พวกนักเรียนได้มีประสบการณ์ขึ้นเวทีเดียวกับศิลปินตัวจริงดูน่ะ ถือว่าช่วยๆ เพื่อนร่วมโรงเรียน”...เออเอาเข้าไป จะให้เข้าร่วมในฐานะนักเรียน แต่อยากให้นักเรียนได้มีประสบการณ์ขึ้นเวทีเดียวกับศิลปิน?{เซ็ทนี่ขยันจับผิดเนอะ?}‘ก็เหมือนที่นายขยันจับผิดฉันนั่นแหละ ไม่ต้องมาเถียงด้วยโร ถ้านายไม่คอยจับสังเกตแล้วจะมีโอกาสล้อเลียนฉันเพื่อเพิ่มบทให้ตัวเองบ่อยๆ เรอะ?’{แค่กๆ ผมเปล่านะ}“ได้สิครับ ถ้าพวกเขาโอเคน่ะนะ ผมกลัวว่าเขาจะรู้สึกไม่ดี เพราะถ้าขึ้นกับผมมันก็ค่อนข้าง...” เซ็ทไม่ได้ต่อประโยค หากแต่แสดงสีหน้าลำบากใจในระดับหนึ่ง การขึ้นเวทีเดียวกับเซ็ทที่เป็นศิลปินหน้าใหม่และกำลังมาแรงสุดๆ อาจจะเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก แต่ก็รู้ได้เลยว่าคนดูจะสนใจใคร ผู้อำนวยการที่ค่อนข้างฉลาดย่อมเข้าใจความหมายที่เซ็ทต้องการจะสื่อ เขารีบตอบว่า“ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวฉันจะไปถามพวกนั้นให้อีกที แต่คิดว่าไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน”“งั้นขออนุญาตรบกวนผอ.ให้ช่วยติดต่อกับนักเรียนในชมรมด้วยนะครับ หรือไม่ก็ช่วยส่งช่องทางติดต่อพวกเขาให้ผมหน่อย เพราะผมคิดว่าเราควรมีโอกาสได้ซ้อมร่วมกันก่อนขึ้นแสดงสักครั้ง แล้วก็....เอ่อ ต้องขอโทษด้วย แต่วันนี้ผมคงต้องขอตัวก่อน ขออภัยที่เสียมารยาทครับ”“โอ้ ไม่เป็นไร ฉันต่างหากที่รั้งเธอไว้ซะนาน รีบไปเถอะๆ”เซ็ทก้มมองนาฬิกาแล้วทำท่าทางเร่งรีบ ทางผู้อำนวยการก็เข้าใจเลยไม่ได้รั้งไว้ แถมยังยินดีมากที่เซ็ทออกไปจากห้อง เห็นได้ชัดจากการที่ร่างหนาพุงพลุ้ยเอนตัวลงกับเก้าอี้แล้วถอนหายใจยาว แค่ไม่ถึงสิบนาทีที่นั่งคุยกัน ผู้อำนวยการล่ะรู้สึกเหมือนใช้พลังงานของทั้งเดือนไปหมดแล้ว “...คุยกับเจ้าเด็กนี่ทำไมมันเหนื่อยกว่าประชุมอาจารย์อีก นี่เด็กสิบหกจริงๆ เรอะ เฮ้อ!”
หลังจากได้ข้อสรุปว่าจะเข้าร่วมงานโรงเรียน เซ็ทก็ต้องพยายามอัดตารางที่แน่นอยู่แล้วให้แน่นยิ่งกว่าเดิม เพราะว่าต้องหาเวลาบางส่วนไปร่วมซ้อมกับชมรมโคฟเวอร์แดนซ์ด้วย ซึ่งดูเหมือนว่าคนในชมรมจะยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสขึ้นแสดงบนเวทีเดียวกับเซ็ท แม้จะเป็นแค่เวทีงานโรงเรียนก็ไม่เกี่ยงกว่าจะคัดเลือกตัวแดนเซอร์และแบ็กอัพกันได้ก็แย่งกันจะเป็นจะตาย สุดท้ายก็ต้องให้แบ่งกลุ่มเต้นคนละเพลงตามจำนวนเพลงในซิงเกิ้ลของเซ็ท แล้วก็เต้นรวมกันทั้งหมดในเพลงคริสต์มาสตามวันกิจกรรม แต่หากไม่นับเสาร์อาทิตย์ เซ็ทก็จะมีเวลาซ้อมร่วมกับพวกนั้นแค่สองวัน ก่อนที่งานจะเริ่มในวันพุธ ไอ้ตัวเขาเองน่ะไม่มีปัญหา แต่พวกนั้นน่ะสิ กระตือรือร้นตั้งใจมันก็ดี แต่อยากจะพัฒนามีฝีมือให้เทียบเท่านักเต้นมืออาชีพในสองวันมันก็เกินไป!“น้องเซ็ท ท่อนนี้ต้องแก้อะไรอีกรึเปล่า?”“ให้ดีจังหวะที่สามควรเร็วกว่านั้นอีกหน่อย พี่ชอบเผลอสโลว์หลังจากช่วงเปลี่ยนจังหวะน่ะ แต่ใช้ได้แล้วล่ะครับ จริงๆ ไม่ต้องเป๊ะมากก็ได้ มัวแต่เครียดคนดูจะไม่สนุกนะ”“โอเค ขอบคุณนะพี่จะลองดู ขอบคุณมากเลยที่ให้พวกเราได้ขึ้นเวทีด้วย”ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องในชมรม ไม่ว่าจะได้ขึ้นไปเต้นร่วมกันหรือไม่ ต่างก็พร้อมใจกันมาขอคำแนะนำจากมืออาชีพ เซ็ทก็แนะนำไปแบบคร่าวๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าภายใต้คำแนะนำชี้เฉพาะจุดสำคัญจากเซ็ท ฝีมือการเต้นของคนในชมรมก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด“นี่เซ็ท พี่พอจะเทียบเท่ามืออาชีพรึยัง อาจารย์ยังชมเลยนะว่าพี่มีพรสวรรค์น่ะ”...มันดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ดีพอขนาดจะไปเป็นมืออาชีพได้ทันทีอย่างที่คนบางคนคาดหวังหรอก ถึงจะดูโหดร้ายไปหน่อยแต่ก็ต้องพูดความจริงให้รู้กันไปเลย อีกฝ่ายจะได้ตัดสินใจอนาคตตัวเองให้ชัดๆ ด้วย“พูดตรงๆ เลยนะครับ นักเต้นอาชีพน่ะ วันๆ หนึ่งเขาทุ่มเทให้กับการซ้อมมาก อาศัยแค่ฝึกในช่วงเวลาชมรมน่ะยังไม่เพียงพอหรอกครับ มีพรสวรรค์ก็ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่มีด้วย ถ้าพี่อยากจะเป็นนักเต้นอาชีพจริงๆ ผมว่าพี่น่าจะหาทางทุ่มเทให้กับมันตั้งแต่ตอนนี้น่ะครับ”“งั้นเหรอ นั่นสินะ พี่จะไปคิดดู”...นอกจากจะต้องสอนเต้น ยังต้องแนะนำเส้นทางชีวิตของพวกเด็กฝันเฟื่องอีก ลืมกันไปแล้วรึเปล่าว่าเขาเป็นพวกใช้ชีวิตแบบไร้เป้าหมาย (ของตัวเอง) น่ะ{ถ้าคุณไม่พูดขึ้นมาก็คงมีคนลืมไปบ้างแล้วแหละ}...วันเวลาในการซ้อมอันน้อยนิดของเหล่าคนในชมรมหมดไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการสนับสนุนของผู้อำนวยการ เด็กในชมรมจึงได้ทุนช่วยสนับสนุนซื้อชุดที่ใช้ในการแสดงในเรตราคาที่ไม่แพงมาก เซ็ทเองก็ได้ชุดมาใช้แสดงด้วยเช่นกัน ก็นะ ถ้าให้ร่วมงานในฐานะนักเรียน จะไปเอาชุดเต็มจากบริษัทมาใช้ก็กระไรอยู่แต่ถึงจะบอกว่าชุดในการแสดงแต่จริงๆ ก็ไม่ได้ต่างจากชุดทั่วไปสักเท่าไหร่ ก็แค่กางเกงแสล็กง่ายๆ กับเสื้อลายตารางหมากรุกที่ขายตามตลาดนัดกับเนคไทด์ของอาจารย์สักคน“งานโรงเรียนของเราในวันนี้ คือกิจกรรมคริสต์มาสที่รวบยอดงานปีใหม่ซึ่งจะพิเศษยิ่งกว่าครั้งไหนๆ นอกจากอาหารฟรี เกมส์ จับของขวัญ การแสดงจากบรรดานักเรียน เรายังมีกิจกรรมเซอร์ไพรส์ด้วย ดังนั้นอย่าได้รีบกลับกันเชียวล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะ”นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกสองคนทำหน้าที่เป็นพิธีกรของงาน ส่วนพี่ๆ ชั้นโตสุดคนอื่นๆ จะแยกกันทำงนเป็นจุดๆ เพื่อคอยดูแลน้องๆ ส่วนบรรดาคณะอาจารย์จะเข้าร่วมและคอยควบคุมดูแลอยู่ห่างๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้สนุกกันให้เต็มที่ ถือว่าเป็นการปลดปล่อยความเครียดหลังสอบเสร็จ อาจารย์เองก็ร่วมสนุกไปด้วยเหมือนกัน“ยังไงก็ตาม ก่อนจะแยกย้ายไปเล่นเกมส์หรือไปกิน ต้องขอให้ทุกคนทั้งน้องๆ และอาจารย์ให้ความสนใจมาที่หน้าเวทีก่อนนะครับ”พิธีกรอีกคนว่าเสริม หอประชุมใหญ่บรรจุนักเรียนทุกระดับชั้นตั้งแต่ประถมถึงมัธยมปลายจนดูแออัดไม่ใช่น้อย แต่พวกเขาก็พร้อมใจกันทนรอดูการแสดงที่วงในหลุดข่าวมา“มาเริ่มกันที่การแสดงน่ารักๆ ของน้องๆ ป.1 กันเลยดีกว่า เชิญขึ้นมาบนเวทีได้เลย”การแสดงของเด็กจะเป็นการเต้นประกอบเพลงง่ายๆ ซะเป็นส่วนมาก ท่าเต้นดุ้กดิ้กไปมาไม่มีความพร้อมเพรียง แต่ความน่ารักก็ชนะใจคนดูส่วนใหญ่ได้ไม่ยาก การแสดงห้องแล้วห้องเล่าผ่านไป มีทั้งละครสั้น ละครตลก ละครภาษาอังกฤษ เต้น ร้องเพลง วงดนตรี จากทุกการแสดงที่ว่ามา ละครตลกกับวงดนตรีโรงเรียนได้รับกระแสตอบรับที่ดีที่สุด เพราะคนดูรู้สึกมีส่วนร่วมได้ไม่ยาก แต่ที่ทำให้นักเรียนรอคอยกันจนไม่ยอมกลับบ้านก่อนก็ต้องอันนี้!“เอาล่ะครับ ต่อไปจะเป็นการแสดงที่ทุกท่านรอคอย อย่าถามนะว่ารู้ได้ไง เพราะผมก็รออยู่ไง” พิธีกรว่าแล้วก็หัวเราะ “น้องๆ คงเบื่อหน้าพี่แล้วล่ะ งั้นไปชมการแสดงชุดต่อไปกันเลย!”เสียงดนตรีที่คุ้นเคยดังขึ้นเรียกเสียงกรีดร้องดังลั่นจนแทบเป็นเสียงโหยหวน ในช่วงเวลานั้นเองเซ็ทก็เดินขึ้นไปบนเวทีแล้วกรอกเสียงลงไมค์ทักทายคนรอบตัวอย่างเป็นกันเอง“สวัสดีครับ อาจารย์ รุ่นพี่แล้วก็รุ่นน้องทุกคน สนุกกับงานโรงเรียนวันนี้กันรึเปล่าเอ่ย?”“กรี๊ดดดดด!! ข่าวจริงล่ะ เซ็ทแสดงด้วยจริงๆ!!”“โอ๊ยยยย!! หล่อ! ออร่ามาก หนูไม่ไหวแล้วแม่!!”“ดีใจที่ได้พบทุกคนแบบนี้นะครับ หวังว่าทุกคนจะได้สนุกไปด้วยกันตลอดทั้งงานนะ”เซ็ทเล่นหูเล่นตากับคนดูพอประมาณก็เริ่มเข้าท่อนร้อง ชมรมโคฟเวอร์แดนซ์ขึ้นมาเต้นอยู่ทางด้านหลัง ตามทางเดินด้านล่างเวทีที่ถูกเว้นว่างไว้ก็มีคนในชมรมคนอื่นเต้นไปด้วยกันอย่างเต็มที่ โทรศัพท์มือถือถูกยกขึ้นมาถ่ายรูปถ่ายวีดีโอกันเต็มไปหมดจากที่นั่งเรียงกันเต็มพื้นเริ่มไม่อยู่เฉย แต่ละคนยืดตัวโบกไม้โบกไม้ คนข้างหลังเลยต้องลุกตามเพื่อให้เห็นเวที บรรยากาศการแสดงงานโรงเรียนเริ่มไม่ต่างจากมินิคอนเสิร์ต “ใครร้องได้ช่วยกันร้องด้วยนะครับ!”เซ็ทเอนเตอร์เทนคนดูไปตามประสามืออาชีพ ร้องไปก็เต้นไป แม้จะเป็นเวทีของงานโรงเรียนธรรมดา แต่เซ็ทก็แสดงอย่างเต็มที่ไม่ต่างจากกำลังออกงานอีเว้นท์“กรี๊ดดดดดดดด!! เซ็ท!! เซ็ท!! เซ็ท!!”ถึงจะเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะได้พบกับเซ็ทบ่อยๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะเซ็ทที่ไม่ค่อยได้มาโรงเรียน หรือต่อให้มาก็ไม่ได้แปลว่าจะได้เจอหรือได้ใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ด้วยความคึกจนแทบฉุดไม่อยู่ แพลนกระโดดลงไปเล่นกับนักเรียนด้านล่างเวทีก็เป็นอันต้องพับเก็บไป...บรรดาอาจารย์พยายามคุมให้นักเรียนกลับไปนั่ง แต่ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะไม่มีใครคิดจะฟังเลย นี่ถ้ามีคนนอกเข้ามาร่วมด้วยคงได้งานช้างยิ่งกว่านี้อีกเสียงกรีดร้องของเหล่านักเรียนที่กำลังสนุกว่าดังแล้ว คอมเม้นต์หวีดและสติกเกอร์ในไลฟ์สดนั้นก็เด้งรัวราวน้ำหลากไม่ต่างกัน ยอดผู้ชมเข้ามาดูเยอะขึ้นๆ จนมือถือของคนที่ไลฟ์สดแชร์ประสบการณ์นี้แทบค้างไปตามๆ กัน‘คอนในโรงเรียน อยากไปดู อิจฉาสุด!! TT^TT’‘ศิษย์เก่ารุ่นสิบปีก่อน ไปดูได้มั้ย ไปได้รึเปล่า!!?’‘แต้มบุญต้องสูงขนาดไหน! อยากไปดูอ่ะ คนนอกเข้าได้มั้ย!?’‘งานโรงเรียนนี่มันอะไรกัน เล่นใหญ่มาก จัดหนักมาก! ขอไปเป็นนักเรียนสักวันเถอะนะ!!’“เหนื่อยกันรึยังเอ่ย?” เซ็ทตะโกนถามหลังจบเพลงแรก เสียงตอบรับกลับมาเป็นแนวทางเดียวไม่ได้เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด “ไม่เหนื่อยก็ดีแล้วเพราะงานยังไม่จบ แต่ถ้าอยากสนุกกันต่อ ต้องนั่งกันให้เป็นระเบียบกว่านี้นะ เดี๋ยวจะบาดเจ็บเอา รุ่นพี่ต้องช่วยดูรุ่นน้องข้างๆ กันด้วย ได้ใช่มั้ยครับ?”การตักเตือนอันแสนอบอุ่นมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนเรียกเสียงกรีดร้องอีกครั้ง หลายๆ คนทะยอยนั่งลงกับพื้นอย่างเป็นระเบียบโดยไม่ต้องรอให้พี่ม.6 หรือบรรดาอาจารย์เข้ามาจัดระเบียบ“กรี๊ดดดดด!! ได้เลย-----!!”“ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะครับ เรามาสนุกบนพื้นฐานของความปลอดภัยดีกว่าเนอะ” เซ็ทยิ้มอีกหน ทำสัญญาณมือให้เริ่มเพลงต่อไปสนุกสนานไปกับเพลงในซิงเกิ้ลเดบิวท์กันจนครบทั้งสามเพลง เพลงประจำเทศกาลคริสต์มาสอันแสนตะมุตะมิก็ถูกขุดออกมาร้องต่อ เซ็ทกระโดดลงจากเวทีแล้วเดินไปตามทางเดินที่เว้นว่างไว้ ยื่นมือไปแท็กกับบรรดานักเรียนตลอดสองข้างทาง ในขณะที่ปากก็ร้องเพลงจิงเกอร์เบลไปเซ็ทคุมสถานการณ์ไม่ให้วุ่นวายโดยการปล่อยรังสีบางๆ ให้นักเรียนไม่กล้าพุ่งเข้าใส่ หลังจากร้องเต้นกันไปจนครบทุกเพลงที่เตรียมไว้ เซ็ทก็กระโดดกลับขึ้นไปบนเวทีอีกหน เมื่อตัดจบตามบทได้ เซ็ทก็หายกลับไปที่หลังเวที“ไว้เจอกันใหม่นะครับ สำหรับวันนี้สนุกมาก ขอบคุณนะครับพี่ๆ น้องๆ ทุกคน”ถึงการแสดงจะจบไปแล้ว แต่โซเชี่ยลยังคงร้อนระอุ คลิปวีดีโอถูกแชร์กันเป็นทอดๆ รูปถ่ายขณะทำการแสดงเองก็กลายเป็นไวรัล ในขณะเดียวกันหอประชุมก็มีเสียงเรียกร้องของเอ็นคอร์อีกรอบกันใหญ่ หากแต่เจ้าตัวนั้นแอบกระโดดขึ้นรถกลับบ้านไปก่อนแล้ว...นอกจากหน้าเวทีต้องสุดเหวี่ยงแล้ว หลังเวทีก็โดนมะรุมมะตุ้มคอยกำกับจัดการลำดับงานจนรู้สึกว่าไม่ได้พักเลย ดังนั้นอย่าได้หวังเลยว่าเซ็ทจะยอมขึ้นแสดงในงานโรงเรียนอีก วุ่นวายแถมยังเหนื่อยยิ่งกว่าออกงานจริงๆ ตั้งหลายเท่า“เหนื่อยอีกแล้วนะจ้ะเซ็ท ไหวใช่มั้ยเอ่ย?”“เหนื่อยครับ แต่ยังไหว”เซ็ทไม่ปฏิเสธว่าเหนื่อย งานโรงเรียนอาจดูไม่ยุ่งยากวุ่นวายเท่าไหร่ก็จริง แต่งานโรงเรียนมันต่างจากงานจริงๆ ตรงที่การทำงานของแต่ละฝ่ายไม่ได้ประสิทธิภาพไง“วันนี้กลับบ้านก็พักให้เต็มที่ก็แล้วกันจ้ะ”เซ็ทพยักหน้ารับคำ ทันทีที่ประตูบ้านถูกเปิดออก พลังงานที่ลดต่ำก็ได้รับการเติมเต็ม ร่างเล็กของน้องสาวผู้น่ารักกระโดดขึ้นเกาะเอวเซ็ทอย่างไว เซ็ทคว้าร่างเล็กของอลิซขึ้นอุ้ม กดจูบบนแก้มซ้ายขวาหลายฟอด“พี่จ๋า!”“ไงครับอลิซ พี่กลับมาแล้วนะ” เซ็ทยิ้มให้เธอจากใจไม่มีแม้แต่การปั้นแต่ง “วันนี้พี่ยังว่าง เราแอบออกไปเที่ยวข้างนอกด้วยกันดีมั้ย?”“ไป พี่ชายไปไหนอลิซไปด้วย ไปทุกที่เลย!” เด็กน้อยยิ้มกว้างหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี จนเซ็ทอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามแล้วก็หอมแก้มยุ้ยๆ ของอลิซอีกหลายฟอด “งั้นก็ไปเตรียมตัวกันเถอะ”{ซิสค่อน โลลิค่อน พรากผู้เยาว์ คุณตำรวจ FBI ใครก็ได้ มาจับคนๆ นี้เข้าคุกเร็ว}‘หุบปากโร’
‘วัยรุ่นต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ประสบการณ์หลากหลาย ได้ลองสัมผัสดูมันก็ไม่เสียหายจริงมั้ย?’
--------------------------ขออภัยที่เมื่อวานไม่ได้มาลงด้วยนะคะ ออกจากบ้านแปดโมงกลับถึงบ้านห้าทุ่มกว่า มีสต็อกไว้ครึ่งตอน ถึงบ้านพยายามเขียนต่อจนถึงตีสอง สมองเบลอมาก สรุปที่เขียนไม่มีความหมาย ลบจ้า ไม่ดี ไม่เอามาลง มาเขียนต่อตอนเช้านี่แหละ //แมวเป็นคนป่วยที่โดนลากไปเข้าวัด ตอนเวียนเทียนนี่รมควันธูปจนไอหนักเลย แต่แมวก็เอาบุญมาฝากทุกคนนะค้าา สาธุๆ (แนะนำให้ติดตามข่าวสารทางเพจ อุ้งเท้าแมว เพราะถ้าแมวไปไหนหรือติดธุระอะไร แมวจะแจ้งในเพจ นักอ่านจะได้ไม่ต้องรอเก้อ เรื่องนี้แมวก็มีแจ้งไว้ บางท่านก็จะรู้อยู่แล้วเนอะ) ไม่ติดเหรียญเพราะเมื่อวานเป็นวันอาสาฬหบูชา อีกหนึ่งประเด็นคือเป็นตอนที่ยังไม่ค่อยมีอะไร ก็ถือว่าคืนกำไรให้นักอ่านค่า ตอนแรกอยากจะลงวันนี้ให้ได้อีกสักตอนเป็นการชดเชย แต่ดูสภาพแล้วไม่ทันแหงแซะ เพราะงั้นไม่รับปากมั่วๆ ดีกว่า กราบขออภัยจริงๆ ค่ะ ยังไงก็ตามแมวขอตัวไปนอนพักก่อนล่ะเด้อ ก่อนจะอาการหนักโดนลากไปฉีดยาอีกเข็ม 5555+ขออภัยทุกท่านอีกครั้งจริงๆ นะคะ อย่าทิ้งแมวไปไหนเลยนะ กราบขอโทษอย่างสูงจริงๆ ค่ะ แล้วก็ขอขอบคุณทุกคนด้วยที่ยังรอนิยายแมวอยู่ รักนักอ่านนะคะ ขอโทษอีกครั้งฮือ ;_;