ในช่วงหลายชั่วอายุคนของตระกูลหลิ่วแต่ละรุ่นจะมีอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์โดดเด่นปรากฏขึ้นอยู่หลายคนในบรรดาคนรุ่นใหม่ของตระกูลหลิ่ว หลิ่วอิงนับเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดซึ่งนอกเหนือจากหลิ่วอิงแล้วหลิ่วหมิงก็เป็นหนึ่งในคนที่โดดเด่นมากที่สุดอีกคนหนึ่งในหมู่คนรุ่นใหม่ของตระกูลหลิ่ว
เมื่อสองปีก่อนหลิ่วหมิงได้ก้าวข้ามขีดจำกัดจนกลายเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลางในขณะที่พลังกายของเขาพุ่งทะยานสูง พลังวิญญาณของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วยทั้งพลังกาย พลังวิญญาณ และพลังจิตของเขาล้วนแต่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาทุกด้านประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาเองก็ไวขึ้นด้วย เมื่อหลายชั่วอึดใจก่อนตัวเขารู้สึกได้ว่าเดินมาเป็นเวลานานแล้วแต่ก็ยังไม่พบตัวเจิ้งอวิ๋นเผิงเลยจึงเริ่มสงสัยว่ามีอะไรไม่ถูกต้องแล้วเป็นแน่ทันใดนั้นเองลางสังหรณ์ถึงอันตรายก็แล่นผ่านเข้ามาในหัว
“แย่แล้ว!”เขาแทบไม่คิดอะไรอีกและพึ่งพาเพียงสัญชาตญาณของร่างกายที่สั่งสมมาจากการผ่านความเป็นความตายหมุนตัวแล้วซัดฝ่ามือออกไปทางด้านหลัง
ทันทีที่ซัดฝ่ามือออกไปแสงสีเขียวแผ่กระจายออกไปราวกับคลื่นน้ำที่ซัดเข้าฝั่ง พร้อมด้วยพลังมหาศาล!
ในขณะที่ซัดฝ่ามือออกไปภายในหมอกหนาๆ ก็มีดาบใหญ่สีดำพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วดาบใหญ่เหล็กดำที่เต็มไปด้วยพลังดาบ และความคมที่ซ่อนอยู่ภายในหมอกฝ่าหมอกหนาออกมาพุ่งตรงไปที่ด้านหลังของหลิ่วหมิง!
เป็นการโจมตีที่ทั้งเงียบเชียบและรวดเร็วราวกับปีศาจที่พุ่งออกมาจากขุมนรกไม่คาดคิดว่าในขณะที่ตัวเองกำลังจะลงมือ กลับถูกอีกฝ่ายจับสังเกตได้ดาบใหญ่อันคมกริบพุ่งเข้าใส่ฝ่ามือที่ซัดออกมาราวกับคลื่นซัดเข้าฝั่ง!
ซู่!
แสงดาบพุ่งทะลุฝ่าคลื่นน้ำแยกคลื่นน้ำออกจากกัน ฟันผ่าพลังธาตุน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากนี้ออกเป็นสองส่วนแต่ก็ยังไม่สามารถต้านทานฝ่ามือที่แผ่แสงสีเขียวออกมาได้ซัดเข้าที่ปลายดาบอย่างแรง!
“แกร๊ง!”เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น!
ในขณะที่อีกฝ่ายหันหน้าและซัดฝ่ามือออกมานั้นสีหน้าของเซียวหลิงอวิ๋นก็เปลี่ยนไปทันที เขาใช้วิชาเก็บซ่อนลมปราณแล้วแท้ๆแต่ก็ยังไม่สามารถตบตาการรับรู้ทางจิตอันน่าทึ่งของอีกฝ่ายได้
การที่ถูกอีกฝ่ายสังเกตเห็นได้ในชั่ววินาทีสุดท้ายและซัดฝ่ามือกลับมานั้นแม้ว่าฝ่ามือนี้จะเป็นเพียงฝ่ามือที่หลิ่วหมิงฟาดออกมาอย่างเร่งรีบและยังไม่ได้ใช้พลังอย่างเต็มที่ก็ตามแต่ฝ่ามือของผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลางที่เต็มไปด้วยความโกรธนั้นก็ทรงพลังอย่างมากทีเดียว!
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้เซียวหลิงอวิ๋นไม่มีเวลามากพอที่จะเปลี่ยนแผนรับมือได้ทันโชคดีที่ตัวเขาสามารถถอยหนีไปได้ภายในหนึ่งเสี้ยวอึดใจแต่ถึงอย่างนั้นตัวเขาก็ยังถูกฝ่ามือซัดจนร่างกายสั่นสะเทือนไปหมดกระเด็นถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศก็รีบกลั้นลมหายใจที่หน้าอกกับหน้าท้องทันทีแล้วใช้วิชาเก็บซ่อนลมปราณเมื่อเท้าลงถึงพื้นร่างกายก็พุ่งออกไปทางด้านซ้ายเป็นระยะสามหมี่!
ชั่วขณะต่อมา!
คลื่นน้ำพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วในตำแหน่งที่เซียวหลิงอวิ๋นเพิ่งลงไปยืนเมื่อสักครู่นี้!
เอ๋!หายไปไหนแล้ว? หลิ่วหมิงที่กำลังจะไล่ตามไปสังหารอีกฝ่ายสังเกตเห็นว่าศัตรูที่ตัวเขาพบเมื่อครู่ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว!
เซียวหลิงอวิ๋นถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็วจนได้ระยะยี่สิบห้าหมี่ ก็อ้าปากเล็กน้อย ลำคอส่งเสียงครางเบาๆออกมาพร้อมกับคราบเลือดที่หยดออกมาจากมุมปาก! เขายกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดพร้อมกับปรับลมหายใจที่หน้าอกกับหน้าท้องให้สงบลงจากนั้นแววตาเซียวหลิงอวิ๋นก็ฉายแววเย็นยะเยือกออกมาอีกครั้ง!
ดูเหมือนเขาจะประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไปหน่อย!
ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลางไม่ใช่อะไรที่เทียบได้กับนักยุทธ์ระดับเก้าเลยจริงๆ!
ต่อให้เป็นการลอบโจมตีแต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้เลยกลับถูกอีกฝ่ายซัดฝ่ามือออกมาอย่างรวดเร็วจนได้รับบาดเจ็บเสียเองทำให้เซียวหลิงอวิ๋นรู้ซึ้งถึงความแตกต่างระหว่างพลังยุทธ์ของทั้งสองฝ่ายที่มากจนเกินไปซึ่งไม่ใช่สิ่งที่จะอาศัยประสบการณ์และเทคนิคเพียงอย่างเดียวก็สามารถชดเชยได้แต่อย่างใดยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจะเอาชนะอีกฝ่ายเลยด้วย!
ในเวลานี้สถานการณ์คืออีกฝ่ายรู้ตัวแล้วและเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ดังนั้นการต่อสู้หลังจากนี้จะต้องยากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยหากไม่หาวิธีการอื่นแล้วบุกเข้าไปทั้งแบบนี้ ก็เท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ!
หากต้องการจะเอาชนะหรือจับอีกฝ่ายให้ได้แล้วดูเหมือนว่าจะใช้ได้แค่เพียงวิธีนี้เท่านั้น...
จากนั้นเซียวหลิงอวิ๋นก็เริ่มวางแผนหยิบวัตถุชิ้นเล็กๆ ออกมาจากถุงหนังสัตว์ขนาดเล็กที่คาดอยู่ตรงเอวแล้ววางไว้บนพื้นภายในหมอกหนาสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เซียวหลิงอวิ๋นเก็บรวบรวมมาเป็นพิเศษในขณะที่เดินทางผ่านเมืองใหญ่สามแห่งระหว่างที่เดินทางกลับมายังมณฑลเชียนเจ๋อและซื้อวัสดุที่ใช้ในการทำธงเก้าผืน ซึ่งจริงๆแล้วเจ้าสิ่งนี้ตัวเขาตั้งใจจะเก็บไว้ใช้ในยามสำรองเท่านั้นไม่คิดว่าหลิ่วหมิงจะจัดการได้ยุ่งยากขนาดนี้ จึงต้องใช้วิธีการที่ไม่ปกติเข้าช่วยดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์!
สิ่งของต่างๆเหล่านี้อาจจะดูเหมือนถูกนำมาจัดวางเอาไว้อย่างไม่เป็นระเบียบนักแต่ถ้าหากไม่มีหมอกและมองจากระยะไกลหรือในมุมสูงแล้วจะพบว่าสิ่งของเหล่านี้จัดวางตามรูปแบบที่ชัดเจนมาก!
นี่เป็นอาคมประตูหนามผนึกมารในแบบที่ง่ายกว่าและประสิทธิภาพด้อยกว่าแม้ว่าสิ่งของที่ใช้เหล่านี้จะด้อยคุณภาพมากและมีเพียงแค่ชั้นในสุดจากทั้งหมดเก้าชั้น แต่คู่ต่อสู้ก็เป็นหลิ่วหมิงไม่ใช่ปีศาจที่มีพลังแข็งแกร่งอะไร ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลางเมื่อเทียบกับปรมาจารย์วิญญาณแล้วอ่อนแอราวกับลูกไก่ด้วยการจัดวางอาคมในระดับนี้ เมื่อเข้าไปในอาคมแล้วเซียวหลิงอวิ๋นมีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะสามารถจัดการกับอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอนแม้ว่าจะผนึกได้แค่เพียงสองถึงสามวินาทีก็เพียงพอแล้ว
ห่างออกไปหลายสิบหมี่เจิ้งอวิ๋นเผิงขมวดคิ้ว ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความกังวลจากเสียงระเบิดที่ดังขึ้นเมื่อสักครู่ ชัดเจนว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้นแล้วแต่ผ่านมานานขนาดนี้แล้วแท้ๆ ทำไมถึงยังไม่มีเสียงอะไรดังขึ้นตามมาอีกเลย? นายน้อยตระกูลเซียวเป็นอะไรไปหรือเปล่า? หากถูกหลิ่วหมิงฆ่าตายขึ้นมาละก็...
ทำอย่างไรดีเราควรแอบเข้าไปดูดีหรือไม่...
ทางด้านของหลิ่วหมิงรู้สึกสบายใจขึ้นมากและมีสีหน้าที่ผ่อนคลาย หลังจากที่สงสัยในตอนแรก ตอนนี้สงบจิตสงบใจลงได้บ้างแล้วศัตรูที่ออกโจมตีนั้นจะต้องเป็นเพียงนักยุทธ์ที่ยังไม่ได้เปิดเส้นลมปราณอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะหากเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณ และอาศัยหมอกหนานี้เข้าลอบโจมตีแล้วตัวเขาคงไม่ทันได้รู้สึกตัวแน่ อย่าว่าแต่จะได้โจมตีสวนกลับไปเลยเกรงว่ากว่าจะรู้ตัวก็คงกลายเป็นศพไปแล้วด้วยซ้ำ!
แต่นักยุทธ์!เป็นแค่นักยุทธ์ แต่ไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกหนานี้ได้อย่างไร!ทั้งยังเป็นนักยุทธ์ที่สามารถปกปิดพลังของตัวเองได้อย่างดีอีกด้วย!
ไม่ว่าจะมีวิธีการมากมายเพียงใดก็ตามอีกฝ่ายก็ยังเป็นแค่นักยุทธ์ เมื่อปรากฏตัวออกมาอีกครั้งก็ถึงคราวที่เจ้าต้องตายบ้างแล้ว
หลังจากวิเคราะห์สถานการณ์เสร็จสิ้นหลิ่วหมิงก็ทั้งรู้สึกผ่อนคลายและโล่งใจกระนั้นภายในใจยังเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ! แม้ภายนอกจะดูผ่อนคลายแต่ภายในกลับตึงเครียดมือขวาถือดาบยาวอันยอดเยี่ยมซึ่งขาดไปแค่เพียงครึ่งก้าวก็จะถูกจัดเป็นของวิเศษได้แล้วเขาหลับตาลงและยืนรออยู่นิ่งๆ เพื่อให้อีกฝ่ายปรากฏตัว!
หลิ่วหมิงไม่รีบร้อนอะไรตัวเขามีความอดทนมากพอ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นแค่นักยุทธ์ด้วยแล้วภายในใจก็เต็มไปด้วยความมั่นใจอันแรงกล้าว่าผู้ชนะในศึกครั้งนี้จะต้องเป็นตัวเขาอย่างแน่นอน!เว้นเสียแต่อีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าเอาชนะไม่ได้แล้ว จึงล่าถอยออกไปก่อน! ไม่อย่างนั้นหากคู่ต่อสู้ลงมืออีกครั้งตัวเขาก็มั่นใจอย่างยิ่งว่าไม่อาจปล่อยให้อีกฝ่ายหนีรอดไปได้อีก
“มาแล้วหรือข้ากำลังรอเจ้าอยู่เลย!” มุมปากของหลิ่วหมิงปรากฏรอยยิ้มที่น่ากลัวตัวเขาไม่ได้หันไปหา แต่ดาบยาวในมือฟาดฟันไปที่ด้านหลังแล้ว!
“แกร๊ง”เสียงหนึ่งดังขึ้น ดาบยาวฟันไปยังดาบใหญ่ที่โผล่ออกมาจากหมอกหนา!
เขาหมุนตัวกลับไปหาดาบในมือซ้ายที่เตรียมพร้อมไว้นานแล้วส่องประกายแสงออกมาคลื่นกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพร้อมกับน้ำจำนวนมหาศาลที่พัดพามาพร้อมกับความหนาวเย็นกัดเซาะไปถึงกระดูกก็ถาโถมไปด้านหน้า!
แต่แล้วดาบใหญ่ที่ฟันออกมากลับหดหายกลับเข้าไปข้างในหมมอกในชั่วขณะต่อมา แสงดาบพลันสลายกลายเป็นควัน ลอยขึ้นไปในอากาศกลายเป็นตาข่ายดาบที่ทำให้คลื่นน้ำนี้กลายเป็นน้ำแข็ง แผ่ขยายไปทั่ว!
แววตาของหลิ่วหมิงไม่เพียงแต่จะไม่ตกใจกลับดีใจด้วยซ้ำ ถึงคลื่นน้ำจะถูกทำลายไป แต่แสงดาบที่เหมือนตาข่ายนี้ก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกให้เห็นถึงตำแหน่งที่แท้จริงของอีกฝ่าย! ภายในหมอกหนาทึบอีกฝ่ายมีวิธีการซ่อนตัวอันแยบยลนัก ทำให้สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการหาตำแหน่งที่แท้จริงของอีกฝ่ายทำให้ตัวเขารู้สึกหงุดหงิดที่มีพลังมากมาย แต่กลับไม่มีที่ให้ระบายออก
ถึงอย่างนั้นเวลานี้ตำแหน่งที่แท้จริงของอีกฝ่ายก็เป็นที รู้แน่ชัดแล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นการชี้ทางชั้นดีให้แก่เขาทำให้มีโอกาสฆ่าศัตรูได้ในครั้งเดียว
หลิ่วหมิงส่งเสียงตะโกนยาวออกมาพลังวิญญาณในกายหมุนเวียนอย่างรุนแรงดาบยาวของเขากลายเป็นดั่งน้ำตกที่เต็มไปด้วยพลังอันมหาศาลพลังดาบที่แผ่ออกทำให้หมอกหนาโดยรอบเกิดความปั่นป่วนขึ้นเผยให้เห็นเป็นพื้นที่ว่างเปล่าชั่วคราวที่มีรัศมีเกือบสองหมี่รอบตัว แล้วก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าฟาดดาบยาวฟันลงมาอย่างรุนแรง!