นอกเมืองชิงชิวผู้คนแน่นขนัด
ในตอนนี้
เมื่อคลื่นพลังเวทอันอ่อนโยนพัดผ่านทั่วบริเวณสายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปยังทางเข้าดันเจี้ยนลับ ‘แดนจิ้งจอกทมิฬ’ทันที
ปรากฏว่าพื้นที่บริเวณทางเข้าเกิดการบิดเบี้ยวจากคลื่นพลังเวทราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป เกิดเป็นระลอกคลื่นแผ่ออกไปเป็นวงกว้าง
วินาทีต่อมา
ระลอกคลื่นนั้นก็ยิ่งเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายกลายเป็นพายุหมุนมิติขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสามเมตรที่หมุนวนไม่หยุดหย่อน
ผ่านกระแสพายุมิตินั้นผู้คนสามารถมองเห็นมิติที่ยังไม่รู้จักอยู่เบื้องหลัง
“ในที่สุดก็เปิดแล้ว!”
“ไม่เสียแรงที่รอมาสามวันหวังว่าจะได้พบวัสดุเวทมนตร์ล้ำค่าในดันเจี้ยนลับ!”
“ได้ยินมาว่าอัตราการดรอปไอเท็มจากสัตว์อสูรป่าข้างในค่อนข้างสูงฉันไม่โลภมากหรอก ขอแค่ได้อุปกรณ์ระดับเงินสักชิ้นก็พอ!”
“…”
เมื่อกระแสพายุมิติปรากฏขึ้นกลุ่มคนนอกเมืองต่างจ้องมองด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าแต่ละคนเผยความรู้สึกยินดีออกมา
ทว่าแม้ผู้เปลี่ยนอาชีพทั่วไปหลายคนจะอยากรีบเข้าไปในดันเจี้ยนลับแต่ในตอนนี้กลับไม่มีใครก้าวไปก่อนพวกเขาทุกคนต่างมองไปยังบริเวณที่ใกล้กับกระแสพายุมิติมากที่สุด
ตรงนั้นคณะอาจารย์และนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยยืนนิ่งอย่างสงบ
“ดันเจี้ยนลับเปิดแล้ว ทุกคนรีบเข้าไปได้เลย”
อาจารย์จากมหาวิทยาลัยชิงชิวซึ่งเป็นเจ้าภาพเห็นกระแสพายุมิติปรากฏขึ้น จึงออกคำสั่งให้เข้าไปได้
ทันใดนั้นนักศึกษาที่เข้าร่วมงานแลกเปลี่ยนก็ทยอยก้าวเข้าสู่กระแสพายุมิติอย่างเป็นระเบียบ
หวังเฉินก็เดินตามฝูงชนเข้าไปเช่นกัน
…
วูบวูบ วูบ!
ระหว่างที่มิติกำลังหมุนคว้างเมื่อหวังเฉินกลับมายืนบนพื้นได้อีกครั้ง เขาก็ได้มาถึงอีกมิติหนึ่งแล้ว
เมื่อมองไปรอบๆก็พบกับทิวทัศน์ที่สวยงาม พืชพรรณเขียวขจี อากาศสดชื่นดอกไม้สีแดงแต่งแต้มอยู่ท่ามกลางภูเขาและแม่น้ำ
หากไม่บอกว่าที่นี่คือดันเจี้ยนลับอันตรายละก็ใครเห็นครั้งแรกก็คงคิดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแน่นอน
“ดูเหมือนว่าการเข้าสู่ดันเจี้ยนลับจะเป็นการสุ่มวาร์ป”
ขณะที่หวังเฉินสังเกตสภาพแวดล้อมเขาก็พบว่านักศึกษาคนอื่นที่เข้ามาพร้อมกับเขา ไม่ได้ปรากฏตัวอยู่ในที่เดียวกัน
และในสายตาของเขาก็ไม่มีใครอยู่รอบๆ ตัวเขาเลย
ทว่าหวังเฉินก็ไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้นัก
ดันเจี้ยนลับขนาดใหญ่แต่ละแห่งพื้นที่ภายในนั้นเทียบเท่ากับเมืองใหญ่ๆ อย่างน้อยหนึ่งเมือง
คนนับพันที่อยู่ในพื้นที่กว้างขวางขนาดนั้นก็เหมือนกับหยดน้ำในมหาสมุทร
นอกจากจะมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ส่วนกลางแล้วโอกาสที่จะได้เจอกันตั้งแต่แรกเข้าก็น้อยมาก
“เจ้านาย เจ้านาย พวกเราไปหาหญ้าหางจิ้งจอกกันเถอะเจ้าค่ะ!”
“ข้าเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องคอยคุยกับซูซูทุกวันแล้วเจ้าค่ะนางพูดไม่รู้เรื่องเลย!”
ขณะที่หวังเฉินสำรวจรอบๆปิงชิงก็โบกปีกบินวนรอบตัวเขา ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“หงิง หงิง!”
บนไหล่ซูซูจิ้งจอกเก้าหางเทวะ ก็เป็นเช่นเดียวกัน
“ได้เลย!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าตัวน้อยทั้งสองหวังเฉินก็ยิ้มพลางพยักหน้าสายตาของเขามองไปยังยอดเขาที่ตั้งอยู่ในป่าห่างไกลออกไป
จากข้อมูลที่เขาเคยได้ยินมาจากผู้เปลี่ยนอาชีพคนอื่นราชันย์จิ้งจอกทมิฬ ลาสบอสของดันเจี้ยนลับ ก็สร้างรังอยู่บนยอดเขานั้นนั่นเอง
ก่อนเข้าสู่ดันเจี้ยนลับหวังเฉินได้วางแผนไว้อย่างรอบคอบแล้ว
อันดับแรกเขาจะไปเอาหญ้าหางจิ้งจอกเพื่อให้ซูซูเข้าสู่ช่วงเติบโตใหม่จากนั้นจึงจะล่าสัตว์อสูรป่าเพื่อเก็บคะแนน
เพราะตอนนี้ซูซูมีเลเวล40ซึ่งเป็นขีดจำกัดของช่วงเติบโตแรกแล้วได้ค่าประสบการณ์เพิ่มเท่าไรก็ไม่สามารถอัปเลเวลได้อีก
“ระยะทางขนาดนี้ ถ้าเดินไปเรื่อยๆ คงต้องใช้เวลานานทีเดียว…”
หวังเฉินกะระยะห่างระหว่างเขากับยอดเขาใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังเมื่อหันไปมองปิงชิง
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของเจ้านายปิงชิงก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก
พรึ่บพรึ่บ พรึ่บ!
มันกระพือปีกให้ตัวเองอยู่ห่างจากเจ้านายเล็กน้อยแล้วจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความระแวดระวัง
“เจ้านาย ทำอะไรหรือเจ้าคะ?”
“สาวน้อย ให้ฉันขี่หน่อยเถอะ!”
หวังเฉินมองปิงชิงพลางถูมือสองข้างอย่างกระตือรือร้น
ตั้งแต่ทำพันธสัญญากับพญามังกรเหมันต์เขาก็เฝ้ารอคอยที่จะได้เป็นอัศวินมังกรมาโดยตลอด
แต่ก่อนหน้านี้บนเทือกเขาสรรพสัตว์การบินบนฟ้าอันตรายเกินไป ทำให้เขาไม่มีโอกาสเลย
ครั้งนี้หวังเฉินรู้สึกว่าความฝันของตนกำลังจะเป็นจริงแล้ว
“ไม่!”
“ข้ายังตัวเล็กแค่นี้เอง เจ้านาย เท้าข้างเดียวของท่านก็ใหญ่กว่าข้าแล้วท่านคงได้เหยียบข้าจนแบนแต๊ดแต๋แน่เจ้าค่ะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเฉินปิงชิงก็ส่ายหน้ายิกราวกับมีใครเขย่ากระดิ่ง สองมือน้อยๆยกขึ้นปกป้องตนเองอย่างระมัดระวัง ท่าทางไม่เต็มใจสุดขีด
พญามังกรเหมันต์ผู้สูงส่งสัตว์อสูรเทพบรรพกาลอันทรงเกียรติ จะยอมให้ใครมาขี่บนหลังได้อย่างไรต่อให้เป็นเจ้านาย นางก็ไม่ยอมหรอก!
เมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยแสดงท่าทีต่อต้านหวังเฉินก็ลูบจมูก ใบหน้าเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“สาวน้อย ขนมที่ซื้อให้คราวที่แล้วอร่อยไหม? อยากกินอีกหรือเปล่า?”
เขามองปิงชิงแล้วพูดชักชวน
“อร่อยเจ้าค่ะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาปิงชิงก็พยักหน้าโดยไม่รู้ตัว รู้สึกเหมือนน้ำลายจะไหลออกมาให้ได้
“ไม่นะ! เจ้านาย ท่านจะมาหลอกล่อข้าแบบนี้ไม่ได้นะเจ้าคะต่อให้ท่านซื้อขนมให้ข้าเป็นกอง ข้าก็ไม่มีทางแบกท่านบินหรอกเจ้าค่ะ”
“เจ้านายกำลังทำทารุณกรรมลูกมังกรอย่างข้านะเจ้าคะ!”
ในฐานะพญามังกรเหมันต์ปิงชิงก็ยังคงไว้ซึ่งความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์นางพยายามกลืนน้ำลายและอดกลั้นต่อขนมซึ่งเป็นสิ่งล่อใจ
“เห็นแหวนมิตินี่ไหม?”
ทว่าหวังเฉินได้คิดหาวิธีรับมือเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้วเขาหันไปหาปิงชิงแล้วยกแหวนมิติที่นิ้วขึ้นโชว์
“ตราบใดที่เธอพาฉันบินไปยังยอดเขานั้น ฉันจะเติมขนมให้เต็มแหวนมิตินี้เลย”
“เติมเต็มหรือเจ้าคะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้านายใบหน้าเล็กๆ ของปิงชิงก็เผยความรู้สึกประหลาดใจออกมา
แหวนมิติขนาดห้าลูกบาศก์เมตรถ้าใส่ขนมจนเต็มหมด ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ว่ายน้ำในกองขนมหรอกเหรอ?
คิดในใจเช่นนั้นปิงชิงก็กระพือปีกบินไปหาหวังเฉิน
“เจ้านาย เรามาเกี่ยวก้อยสัญญากันเถอะท่านจะหลอกสาวน้อยอย่างข้าไม่ได้นะเจ้าคะ!”
เมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยมีท่าทางระแวดระวังหวังเฉินก็หัวเราะในใจ
หุหุหุ!
หลังจากนี้เขาก็จะได้เป็นอัศวินมังกรแล้ว!
“แน่นอน ฉันเป็นคนรักษาสัญญาจะตาย”
หวังเฉินพูดอย่างจริงใจพลางยื่นนิ้วไปเกี่ยวกับเล็บมังกรน้อย
“ถ้าอย่างนั้น… เราไปกันเถอะ!”
เมื่อทำข้อตกลงกันเสร็จปิงชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กระพือปีกเตรียมเข้าสู่โหมดต่อสู้
แต่ในเวลานั้นเอง…
หวือหวือ หวือ!
มีเสียงลมกระโชกแรงหลายครั้งเงาดำสามร่างก็โผล่ออกมาล้อมหวังเฉินไว้ทันที
นี่คือจิ้งจอกสามตัวที่ยืนสองขาขนสีดำปกคลุมทั่วทั้งตัว พวกมันแผ่กลิ่นอายกระหายเลือดออกมา
ในตอนนี้พวกมันจ้องมองหวังเฉินนัยน์ตาสีแดงฉานเต็มไปด้วยความอำมหิต ราวกับเห็นอาหารอันโอชะ
ทว่า
หลังจากสัตว์อสูรป่าทั้งสามตัวล้อมหวังเฉินไว้แล้วกลับไม่โจมตีในทันที พวกมันยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความลังเลเล็กน้อย
สายตาของพวกมันกวาดมองซูซูจิ้งจอกเก้าหางเทวะที่อยู่บนไหล่ของหวังเฉินนัยน์ตาสีแดงฉานฉายแววสงสัยและหวาดกลัว
แม้พวกมันจะเป็นสัตว์อสูรป่าที่ไร้สติปัญญาแต่ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสายเลือดอันสูงส่งจากจิ้งจอกเก้าหางเทวะตัวนั้น!