แม่เป็นครูสอนนักรัก

    36 เมียสองคนในบ้านเดี่ยวกัน

    แม่หันไปมองหน้าตัวเองในกระจก เธอยังคงสวยและดูสาว แต่ยังมีรอยร่องเวลาจางๆบนหน้าบ้าง แม่เหมือนเห็นตัวเองเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนนั้นยังเป็นเด็กผู้หญิงใสๆ มีหวังกับอนาคต เวลาผ่านไป คนในกระจกก็ยังเป็นคนเดิม แต่ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว


    ผมกอดแม่จากข้างหลัง เอามือโอบเอว หัวซบไหล่ จูบเบาๆ ตรงแก้ม ผมกับแม่แนบชิดกันแบบนี้ ร่างกายสองเราเปลือยไร้เสื้อผ้าใดๆโอบหุ้ม สัมผัสความรักที่อบอุ่นจริงใจ ไร้ความรู้สึกแห่งโลกีย์ ผมกับแม่ไม่ได้พูดอะไรกันเพียงยืนอยู่เงียบๆ ให้ผมกอดจากข้างหลัง พิงหลังกับอกผม


    ผมชอบท่านี้ รู้สึกเหมือนปกป้องคนที่เรารัก ให้เขาอยู่ในอ้อมกอด ผมมองหน้าแม่ รู้สึกในใจผูกพันเกี่ยวพันความรักเหมือนเถาวัลย์หัวใจไว้ด้วยกัน


    "แม่ครับ เรามีลูกด้วยกันอีกคนไหมครับ" ผมพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเฉยเลย พอแม่ได้ยินผมพูดแบบนั้น บรรยากาศเงียบๆ ก็หายไปทันที แม่หันมามองผมแล้วก็ยักไหล่ พูดไม่พอใจว่า "ลูกสองคน แกจะเลี้ยงดูเขาไหวเหรอ"


    แม่ไม่คิดว่าลูกชายจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา ตอนที่เห็นผลตรวจท้องของครูปิติยาพร ตอนแรกก็ตกใจแล้วโกรธมาก สุดท้ายพอใจเย็นลง เธอก็ถอนหายใจ สิ่งที่อยู่ในใจเธอคือ ความอิจฉา เหมือนที่เธอเคยพูดกับลูกชาย ผู้หญิงจะยอมมีลูกให้ใคร ก็ต่อเมื่อรักเขาหมดใจ แล้วเธอเองล่ะ ไม่อยากมีบ้างเหรอ เธอเองก็อยากมีลูกน้อยที่เป็นเหมือนของขวัญจากความรัก เพื่อให้สิ่งที่ขาดหายไปในอดีตมันเต็ม แต่พอคิดถึงอายุตัวเอง ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เธอเลยวัยที่จะมีลูกมานานแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นาน ความหวังนี้ก็ยิ่งยากที่จะเป็นจริง


    "ตอนนี้อาจจะยังเลี้ยงไม่ไหว แต่ต่อไปเลี้ยงไหวแน่นอนนะครับแม่"


    ผมกอดแม่ไว้ในอ้อมแขน ดมกลิ่นผมแม่ แม่ทำท่าคิด ผมรู้ว่าเธอไม่ได้อยากปฏิเสธจริงๆ ผมก็เลยลูบมือเธอแล้วกระซิบข้างหูเบาๆ


    "คนที่ผมรักที่สุดก็คือแม่ ผมอยากมีลูกกับแม่ที่สุด อยากมีชีวิตน้อยๆที่เป็นของเราสองคน เป็นเหมือนความรักของเราที่โตขึ้นและเป็นความหวังสำหรับชีวิตต่อไป"


    ผมเริ่มคิดถึงอนาคตของตัวเองจริงๆ จังๆ ก่อนหน้านี้ผมไม่มีแผนอะไร ทำอะไรก็ทำตามที่แม่บอกหรือทำเพราะอยากให้แม่มีความสุข แต่ตอนนี้ในใจผมก็เริ่มมีความหวังถึงวันข้างหน้าแล้ว คิดไปคิดมา ผมก็ยังอยากจะมีลูกกับแม่ ผมจะพยายามเลี้ยงดูให้ดีที่สุด ถึงแม้ครอบครัวนี้จะไม่ตรงกับศีลธรรมของโลก แต่ผมก็จะยืนหยัดต่อไป จะไม่มีวันเสียใจ


    แม่มองตาของลูกชายในกระจก ดวงตานั้นแน่วแน่ จนทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด เธอถอนหายใจเบาๆ ในใจ แน่นอนว่าเธอดีใจ แต่หนทางนี้มันเต็มไปด้วยขวากหนาม ในฐานะแม่ ในฐานะคนรัก เธอจะทนเห็นเขาเดินโซเซไปได้อย่างไร ครูปิติยาพรน่าจะเป็นข้ออ้างให้เธอหลุดพ้นได้ แต่เธอก็ยังอาลัยอาวรณ์ ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ทำให้เธอเห็นชัดเจนว่าลูกชายรักเธอมากแค่ไหน ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้เธอเข้าใจอย่างแท้จริงว่าความรักคืออะไร ได้ลิ้มรสชาติของความรัก และกลายเป็นผู้หญิงที่มีความสุข


    ในช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน หัวใจของเธอก็ถูกเขาจับจองไปหมดแล้ว ในความคิด ในจิตใจและแม้แต่ในร่างกายของเธอ ก็มีแต่เงาของเขาหยั่งรากลึกถึงเพียงนั้น มาถึงตอนนี้ การที่จะให้เธอจากเขาไป มันช่างเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ


    อยากจะปล่อยวางแต่ก็ทำไม่ได้ ในใจของแม่สับสนวุ่นวาย แต่ความสุขในปัจจุบันนั้นกลับเป็นเรื่องจริงจับต้องได้ เธอเคยคิดไว้ว่ารอให้ลูกชายมีครอบครัวมีงานที่มั่นคง เธอก็จะสบายใจ แต่ตอนนี้ เธออยากจะอยู่เคียงข้างลูกชายมากกว่า ถึงแม้เธอจะเคยพูดกับเขาหลายครั้งว่าเธอไม่สามารถอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตได้ แต่เธอก็ยังอยากจะอยู่กับเขาไปจนกระทั่งความตายมาพรากทั้งสองจากกัน เธอพลิกมือกลับไปจับมือลูกชาย ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง ต่อสู้กับความรู้สึกในใจอยู่นาน สุดท้ายก็ยอมแพ้ เธอกล่าวออกมาเบาๆ ว่า "เรื่องพวกนี้ เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังเถอะ"


    ผมฟังคำพูดของแม่ ก็รู้ว่าความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นคือการตกลง ในใจก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา จากตอนแรกที่แม่ปฏิเสธผม มาถึงตอนหลังที่กึ่งยินยอมกึ่งปฏิเสธ และตอนนี้ก็ยอมรับอย่างเปิดเผย ดูเหมือนความรักของผมจะสัมผัสหัวใจของแม่ได้แล้ว ความปรารถนาที่อยู่ในใจผมมานานก็ได้สมหวัง


    ผมก้มหน้าลง จูบลงบนแก้มของแม่ กลิ่นหอมหวานอบอวลอยู่รอบตัวเรา นั่นคือความอ่อนโยนที่ลึกซึ้งที่สุด นั่นคือความรักที่บริสุทธิ์และงดงามที่สุด


    วันรุ่งขึ้นที่โรงเรียน ผมมองครูปิติยาพรที่กำลังสอนอยู่ก็รู้สึกว่าเธอดูมีเสน่ห์มากขึ้น ราวกับว่าหลังจากได้รับการยอมรับจากแม่ เธอก็กลายเป็นผู้หญิงของผมโดยธรรมชาติ แน่นอนว่าผมรักแม่ที่สุด แต่ครูปิติยาพรก็เข้ามามีบทบาทในใจผมมากขึ้นเรื่อยๆ แค่คิดว่าต่อไปจะมีสาวสวยสองคนอยู่เคียงข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจจะได้ร่วมเรียงเคียงหมอนกัน ความเป็นชายของผมก็เริ่มที่จะไม่อยู่ในการควบคุม


    ตอนเที่ยง ผมกับครูปิติยาพรมาเจอกันที่ห้องสมุด นานๆทีถึงจะได้เจอกัน ที่นี่เหมือนเป็นที่ลับของเราสองคน แต่ก่อนครูปิติยาพรพาผมมาเอง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เรามาทำอะไรกันแบบแอบๆที่นี่ เธอก็ชอบที่นี่มากๆ หลังๆมานี้เพราะท้องเลยทำอะไรมากไม่ได้ ก็เลยไม่ค่อยได้มา ครูปิติยาพรเห็นผมชวนมาก็ดีใจมาก พอปิดประตู เธอก็เอามือมาลูบตัวผม ทำเอาผมอาย


    ไม่รู้ทำไม พอเธออยากมีอะไรด้วย แม้แต่ผมยังต้องยอม ครูปิติยาพรลูบผมไปก็ส่งสายตาหวานๆให้ ผมค่อยๆเอามือเธอออกจากตัว "อย่าพึ่งสิ ฟังผมก่อนเรื่องของเราสองคน แม่ผมรู้แล้ว แถมแม่ยังรู้ด้วยว่าครูท้อง" พอได้ยินผมพูดแบบนั้นครูปิติยาพรที่เมื่อกี้ที่ยังส่งสายตาหวานพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า สีหน้าครูก็เปลี่ยนไป หน้าที่ยิ้มๆแทบจะกลายเป็นหน้าร้องไห้


    แล้ว "แล้วจะทำยังไงดีล่ะ เขารู้ได้ยังไง จบแล้วๆ แย่แล้วๆ ทำยังไงดีเนี่ย" ครูปิติยาพรลนลาน เธอกังวลจนพูดจาไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวหันไปทางนี้ที ทางโน้นที ผมเลยต้องจับไหล่เธอไว้ ให้เธอใจเย็นๆ "ไม่มีอะไรน่ากลัว ฟังผมก่อน แม่ผมบอกว่า" ผมพูดพลางก็นึกถึงคำพูดของแม่เมื่อคืน ตอนนั้นผมกับแม่กอดกันนอนอยู่บนเตียง แม่ซบอยู่ในอ้อมกอดผมแล้วบอกว่า "ไม่งั้น ก็ให้ครูปิติยาพรมาอยู่บ้านเราสิ"


    ผมพูดเสริม "มาอยู่บ้านเราเหรอครับ"


    "อืม เธออยู่คนเดียวก็ไม่มีใครดูแล อีกไม่กี่เดือนก็ต้องระวังเป็นพิเศษแล้ว มีแต่เธอคนเดียวแม่ไม่ค่อยสบายใจ ให้เธอย้ายมาอยู่ด้วยกันเถอะ ที่บ้านก็มีที่พอดี พวกเราจะได้ดูแลเธอได้"


    สีหน้าของแม่ดูอ่อนโยนเป็นพิเศษ ตั้งแต่ก่อนหน้านี้เธอก็เป็นคนดูแลคนเก่ง ยกเว้นตอนเด็กๆ แม่จะค่อนข้างเข้มงวดกับผมหน่อย และตอนนี้ที่แม่พูดออกมาแบบนี้ก็เท่ากับยอมรับครูปิติยาพรอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆเท่านั้น


    ผมถ่ายทอดคำพูดของแม่ให้ครูปิติยาพรฟังตามตรง ครูปิติยาพรดูไม่อยากจะเชื่อ เธอขยิบตา ดวงตาคู่สวยดูคลอไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อย เหมือนคนกำลังตกอยู่ในภวังค์


    "จริงเหรอ"


    "จริงสิ ผมจะหลอกครูทำไม"


    ในดวงตาของครูปิติยาพรมีประกายระยิบระยับ น้ำตาคลอ เธอดีใจจนกระโดดเข้ามากอดผม


    ผมรีบรับตัวเธอไว้ พร้อมกับเตือนไม่หยุด "ระวังๆ ลูกด้วย"


    ครูปิติยาพรดีใจจนลืมทุกอย่าง เธอโอบคอผมกระโดดโลดเต้น เหมือนเด็กๆที่กำลังตื่นเต้น เธอโผเข้าใส่ผม ใบหน้าแนบชิดกับผม จูบผมไม่หยุด ผมเห็นท่าทางของเธอแบบนั้น ในใจก็รู้สึกซึ้งใจไปด้วย การที่ได้รับความรักมากมายขนาดนี้ มันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งไม่ใช่หรือ ตอนที่ไปถึงบ้านกับครูปิติยาพรก็เย็นมากแล้ว ช้ากว่าปกติหน่อย เพราะผมกับครูปิติยาพรแวะไปเอาของใช้ส่วนตัวที่บ้านเธอ เธอขนกระเป๋าเดินทางมาเต็มใบ ยกขึ้นมาก็หนักอึ้ง ตอนที่ผมถามว่าข้างในมีอะไร เธอก็แค่หน้าแดงแล้วไม่พูดอะไร ทำเอาผมสงสัย


    พอมาถึงหน้าประตู ผมกำลังจะไขประตู ครูปิติยาพรก็ดึงแขนเสื้อผมไว้ ทำท่าทางกังวล


    "ทำยังไงดี ทำยังไงดี รู้สึกใจไม่ดีเลย หัวใจเต้นเร็วมาก" ครูปิติยาพรเอามือข้างหนึ่งจับเสื้อผม อีกข้างหนึ่งกุมหน้าอก แล้วก็เป่าลมออกจากปากเบาๆ


    "จะตื่นเต้นอะไรนักหนา ไม่ใช่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก มาตั้งหลายทีแล้วยังตื่นเต้นอีก" ผมเห็นท่าทางของครูปิติยาพรแล้วก็อดขำไม่ได้ ใครจะรู้ว่าคนที่กล้าได้กล้าเสียอย่างเธอจะมีวันนี้ด้วย "ความรู้สึกมันไม่เหมือนกันนี่ รอเดี๋ยวนะขอฉันเตรียมใจก่อนแล้วค่อยเข้าไป"


    ในขณะที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ประตูก็เปิดออก แม่คงรอพวกเรานานแล้ว พอดีเห็นพวกเราสองคน สีหน้ากังวลก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ดูโล่งใจ


    "มาแล้วเหรอ มาๆๆเข้ามาเร็ว เข้ามาเร็ว เอาของมาด้วยไหม"


    แม่ยิ้มแล้วทักทายครูปิติยาพร ส่วนครูปิติยาพรต่อหน้าแม่ที่เป็นแบบนั้น ก็เหมือนเด็กที่ทำความผิด เพียงแค่เหลือบมองแม่แวบเดียว ก็รีบก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย ดูเหมือนสะใภ้ใหม่ที่เพิ่งจะเข้าบ้านจริงๆ


    "พี่...พี่คะ...สวัสดีค่ะ..." เมื่อเทียบกับการต้อนรับอย่างเปิดเผยของแม่ ครูปิติยาพรดูเกร็งมาก แม้แต่เสียงพูดก็เบาแทบไม่ได้ยิน พอทักทายเสร็จ ก็รีบหลบไปอยู่ข้างหลังผม เหมือนอยากจะซ่อนตัว มองการพูดคุยระหว่างแม่กับครูปิติยาพร ผมก็อดอมยิ้มไม่ได้ เมื่อเห็นภาพที่ดูอบอุ่นนี้ ผมก็อดไม่ได้ที่จะแซว "ยังจะเรียกพี่เรียกน้องอะไรกันอีก ทำให้ดูเกร็งๆพวกคุณเป็นเมียหลวงเมียน้อยของผมทั้งคู่ ต่อไปพวกเราก็...โอ๊ยเจ็บ..."


    ผมยังพูดไม่ทันจบ แม่ก็เขกหัวผมไปทีหนึ่ง กำปั้นเล็กๆนั่นทุบลงมาบนหัว ไม่เบาเลยเจ็บจริงๆ ผมลูบหัวตรงที่โดนแม่ตี ส่วนแม่กับครูปิติยาพรก็ร่วมมือกันอย่างรวดเร็ว แม่รับกระเป๋าเดินทางจากมือผมไปถือเอง แล้วก็จูงมือครูปิติยาพรเดินเข้าไปในบ้าน ส่วนครูปิติยาพรก็ถือโอกาสแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ผม ทำท่าทางทะเล้นน่ารัก ผมอดขำไม่ได้ ดูเหมือนว่าการมีภรรยาสองคนก็ไม่ได้สุขสบายอย่างที่คิด การที่พวกเธอปรองดองกันก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าพวกเขาร่วมมือกันเล่นงานผม ก็คงโดนหนักเป็นสองเท่า ผมหัวเราะพลางก็ส่ายหน้าพลาง แล้วก็ปิดประตู


    ในห้องนั่งเล่น แม่กับครูปิติยาพรกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาสองคนก็เข้ากันได้ดีอยู่แล้ว ตอนนี้ความลับเล็กๆ น้อยๆ ที่มีอยู่ก็ถูกเปิดเผยไปหมดแล้ว ความสัมพันธ์ก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น ดูแล้วผมยังรู้สึกอิจฉาเลย สาวสวยสองคนนั่งคุยหัวเราะกันอยู่บนโซฟา ส่วนผมนั่งห่างออกมาหน่อย มองดูพวกเธอสองคน ภาพสาวสวยกับบรรยากาศสวยๆช่างน่ารื่นรมย์


    "เป็นยังไงบ้างแล้ว ให้ดูหน่อย"


    "ช่วงนี้รู้สึกว่าเขาดิ้นเก่งขึ้นเยอะเลยค่ะ บางทีก็ถีบด้วย ดูสิคะ" ครูปิติยาพรดึงเสื้อขึ้น เผยให้เห็นหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมา ท้องได้เกือบสองเดือนกว่าแล้ว หน้าท้องเล็กๆของเธอก็เริ่มเห็นชัดเจน เมื่อเทียบกับรูปร่างที่เคยเซ็กซี่เหมือนนางฟ้าของเธอแล้ว ดูแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แม่วางมือลงบนท้องของครูปิติยาพรอย่างอ่อนโยน แม่สัมผัสถึงชีวิตใหม่ที่กำลังเติบโตอยู่ในครรถ์ บนใบหน้าของแม่ปรากฏรอยยิ้มแห่งความอิจฉาและความสุข เมื่อแม่คิดว่านั่นคือลูกของคนที่เธอรัก ก็อดไม่ได้ที่จะรักใคร่เอ็นดูไปด้วย แม่เอ่ยถามถึงเรื่องลูก


    "พี่คะ...พี่ช่วยสอนวิธีเลี้ยงเด็กให้หนูหน่อยได้ไหมคะ เรื่องนี้หนูไม่มีประสบการณ์เลย...ไม่รู้จะทำยังไง..."


    "เรื่องนี้น่ะเหรอ..." แม่ฟังคำขอของครูปิติยาพรแล้วก็เหลือบมองผม "ตอนเด็กๆนัทซนมากเลยนะ จำได้ตอนท้องเขา ทรมานไม่น้อย" แม่เล่าเรื่องราวในอดีตให้ครูปิติยาพรฟังอย่างละเอียด ครูปิติยาพรก็พยักหน้าเห็นด้วยบ้าง ยิ้มบ้าง ทั้งสองคนคุยกันอย่างออกรส จนทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนนอก


    ผมที่ถูกทิ้งไว้ข้างๆ รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างยิ่ง เลยต้องเอามือเท้าเข่าแล้วลุกขึ้นอย่างจนใจ คิดไปคิดมาก็ควรจะหาอะไรทำ เลยเดินเข้าไปในครัว ปกติแม่จะเป็นคนทำอาหาร ผมไม่ค่อยได้เข้าครัว แต่เรื่องทำอาหารผมก็พอรู้บ้าง งานบ้านส่วนใหญ่ผมก็ทำได้ ผมเพิ่งจะจัดการวัตถุดิบที่จะใช้ในครัวเสร็จ แม่ก็เดินเข้ามา แล้วก็ไล่ผมออกไปทันที แม่ผลักผมพลางก็บอกให้ผมไปอยู่เป็นเพื่อนครูปิติยาพร


    "อ้อ ใช่แล้ว อย่าลืมเก็บห้องด้วยนะ คืนนี้ครูปิติยาพรจะนอนกับแม่" พอได้ยินแม่พูดแบบนั้น ผมก็รู้สึกผิดหวังนิดหน่อย ภาพสามคนในหัวที่เคยจินตนาการไว้หลายครั้งก็ยังไม่มีโอกาสเป็นจริง แน่นอนว่าผมรู้ว่ามันต้องมีโอกาส ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆไป แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย ผมกลับมาที่ห้องนั่งเล่น เห็นครูปิติยาพรกำลังเล่นกับลักกี้อย่างสนุกสนาน ลักกี้ก็ไม่กลัวคนแปลกหน้า เล่นกับครูปิติยาพรได้อย่างสนิทสนม ผมนึกถึงตอนที่ครูปิติยาพรมาบ้านครั้งที่แล้ว


    ผมมองครูปิติยาพรอีกที นึกถึงที่แม่บอกว่าจะนอนกับครูปิติยาพรคืนนี้ ให้ผมช่วยเก็บห้อง ผมก็ต้องทำตาม ตอนที่ครูปิติยาพรกำลังเล่นกับแมว ผมก็ไปเอากระเป๋าเดินทางของเธอมา ก่อนหน้านี้เธอยังทำลับๆ ล่อๆ ตอนเก็บของก็ไม่ให้ผมช่วย ไม่ให้ผมดูด้วย ไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร ยิ่งทำให้ผมอยากรู้


    ยกกระเป๋าครูปิติยาพรเข้าไปในห้องแม่ รูดซิปแล้วค่อยๆ หยิบของออกมาวางบนเตียง กระเป๋าสีชมพูเต็มไปด้วยเสื้อผ้า พับไว้เรียบร้อยมาก ดูแล้วครูปิติยาพรที่ดูเหมือนจะง่ายๆ กลับเป็นคนละเอียด ช่วงหลังๆเธอดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นและผมก็รู้สึกดีกับเธอมากขึ้น เมื่อก่อนผมมองเธอยังไงก็รู้สึกแปลกๆ ตอนนี้กลับมองยังไงก็ดูดี ของใช้ของครูปิติยาพรส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าใส่เล่น น่ารักๆที่ผมแปลกใจที่สุดคือในกระเป๋ามีตุ๊กตาหมีด้วย ตอนที่ผมวางตุ๊กตาหมีบนเตียงก็อดขำไม่ได้ ที่แท้เธอก็ยังเป็นเด็กผู้หญิงอยู่ดี สงสัยต้องกอดตุ๊กตาหมีถึงจะนอนหลับ ผมเก็บของง่ายๆแล้วก็กวาดห้องนิดหน่อย จากนั้นก็กลับไปห้องนั่งเล่น ลักกี้คงเล่นเหนื่อยแล้ว นอนหลับอยู่บนตักครูปิติยาพร ส่วนครูปิติยาพรก็ลูบหัวแมวเบาๆเหมือนดูแลเด็กทารก ได้ยินว่าแมวเป็นสัตว์ที่เซ้นส์ไวมาก


    ผมตั้งใจจะไปช่วยแม่ทำกับข้าวเย็น แต่แม่ไล่ผมออกมา ครูปิติยาพรก็เหมือนกัน โดนแม่บ่นสองสามคำว่าคนท้องต้องดูแลตัวเองดีๆ แม่เลยไม่ให้เข้าไป ผมกับครูปิติยาพรเลยต้องนั่งมองหน้ากันในห้องนั่งเล่น


    "ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ดี" ครูปิติยาพรพูดแล้วมองผม


    ผมจับมือครูปิติยาพร ลูบหลังมือแล้วบอกว่า "ไม่ต้องกลัวหรอก"


    "แต่พวกเราก็ทำเรื่องไม่ดีแล้วโดนจับได้นี่" ครูปิติยาพรเกาฝ่ามือผมเบาๆแล้วก็แลบลิ้นใส่ผม ทำท่าทางทะเล้น


    "โดนจับได้ก็โดนจับได้ แม่ก็เห็นด้วยแล้วนี่ ไม่ต้องกลัวหรอก เธอเป็นเมียน้อยของผมนะ" ผมโอบไหล่ครูปิติยาพร แต่ไม่ทันไรเธอก็ตบมือผมออก


    "ไปๆ ใครเป็นเมียน้อยของเธอกัน"


    "ใช่ๆ" ผมทำหน้าทะเล้น กอดครูปิติยาพรอีกที คราวนี้เธอไม่ได้หลบ หน้าแดงๆซบกับตัวผม แล้วก็เอามือลูบท้องที่ป่องออกมานิดหน่อย เหมือนคู่แต่งงานใหม่ๆทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น


    ต้องบอกว่าการมาของครูปิติยาพรทำให้บ้านมีสีสันมากขึ้น ช่วงนี้แม่ยิ้มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือมิตรภาพ มันเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกคน ตอนที่เรากำลังหยอกล้อกันอยู่ แม่ก็ยกจานออกมา


    "เอาล่ะๆ เลิกหยอกกันได้แล้ว ข้าวเสร็จแล้ว มากินเร็ว"


    เหมือนแม่ที่กำลังปลอบลูก แม่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมาก ส่วนผมกับครูปิติยาพรก็รีบแยกกัน เธอเอานิ้วม้วนผม ส่วนผมก็กระแอมเบาๆสองที ต่างคนต่างแก้เขิน ถึงจะรู้ว่าจะต้องอยู่ด้วยกันแล้ว แต่แรกๆก็ยังไม่ค่อยชิน เหมือนคู่รักที่เพิ่งคบกันใหม่ๆยังต้องวางตัว ต้องรอให้เวลาผ่านไปถึงจะสบายๆขึ้น


    พอมาถึงโต๊ะกินข้าว ผมเลื่อนเก้าอี้ให้แม่ก่อน แล้วก็เลื่อนให้ครูปิติยาพร ประคองให้พวกเขานั่ง แม่เห็นผมเอาใจใส่แบบนี้ ก็ยิ้มให้ครูปิติยาพร แล้วพูดว่า "เด็กคนนี้นี่" แล้วก็เริ่มคุยกับครูปิติยาพร


    "น้องคะ ผลตรวจล่าสุดเป็นยังไงบ้างคะ สุขภาพไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมคะ" แม่ถามตรงๆไม่อ้อมค้อม คุยเรื่องท้องกับครูปิติยาพร ถึงผมจะบอกครูปิติยาพรไว้ก่อนแล้ว แต่ตอนนี้เธอก็ยังดูทำตัวไม่ถูก เอามือทั้งสองวางไว้ใต้โต๊ะ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น


    "ค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ"


    เห็นครูปิติยาพรยังทำตัวไม่ค่อยถูก แม่ก็พูดต่ออย่างเป็นกันเอง "ไม่ต้องเกร็งหรอก ไม่เป็นไร พี่เอ็นดูเธอเสมอ มีอะไรไม่เข้าใจก็บอกพี่ได้นะ พี่ก็เคยมีลูกมาก่อน"


    แม่พูดแล้วก็มองผม ครูปิติยาพรก็มองตาม แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน ทิ้งให้ผมนั่งงงอยู่คนเดียว


    "รู้แล้วค่ะพี่ งั้นพี่เล่าเรื่องตอนท้องนัทให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ"


    "ได้สิ พี่เล่าให้ฟังนะ เด็กคนนี้ตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่เคยทำให้แม่สบายใจ ตอนที่พี่ท้องเขาได้ห้าเดือนน่ะ ทุกคืนนอนไม่ค่อยหลับ เขาชอบเตะท้องพี่ แล้วท้องคนนี้เป็นยังไงบ้าง ดิ้นบ่อยเหมือนกันไหม"


    ครูปิติยาพรยิ้มเขินๆ แล้วพยักหน้า "ค่ะ สงสัยเรื่องนี้คงเหมือนเขานะคะ"


    "ไอ้เด็กซนคนนี้นี่ ไม่เคยทำให้แม่สบายใจเลย" น้ำเสียงของแม่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีความหมายซ่อนอยู่หลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่ก็เหมือนกำลังบ่นผม


    ผมยังคงนั่งกินข้าวเงียบๆคนเดียว รู้สึกเหมือนคุยกับพวกเขาไม่รู้เรื่อง แถมบางทีอาจจะโดนดุอีก ก่อนหน้านี้ก็เหมือนกัน แม่กับครูปิติยาพรสองคนเหมือนกำลังคุยกันสองคน แล้วก็ไม่ให้ผมเข้าไปคุยด้วย ทำให้ผมร้อนใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้


    "มานี่สิจ๊ะน้อง พี่ตักซุปให้" แม่ตักซุปเต็มชามวางตรงหน้าครูปิติยาพร "ซุปนี้พี่ตั้งใจต้มให้เลยนะ บำรุงประสาท บำรุงท้อง


    ตอนท้องน่ะ ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์มากๆนะ ลูกในท้องถึงจะโตขึ้นมาแข็งแรง ตอนนั้นพี่กินเยอะมาก กินข้าวเย็นเสร็จแล้วก็ยังหิว แล้วพอออกไปเดินเล่นข้างนอกก็ไปหาอะไรกินตามร้านแถวนั้น"


    แม่พูดไปก็หัวเราะไป ครูปิติยาพรยกช้อนซุปขึ้นซดเบาๆดูเหมือนจะรู้สึกดีตามแม่ไปด้วย บนหน้ามีรอยยิ้ม


    "อีกอย่างที่ต้องระวังคือเรื่องพักผ่อน ตอนกลางคืนต้องนอนให้พอ แล้วตอนกลางวันก็ต้องออกกำลังกายบ้าง แต่ห้ามเหนื่อยเกินไปนะ แล้วก็ต้องทำใจให้สบายๆ อย่าเครียด อย่าเสียใจ อย่าโกรธ ช่วงนี้อารมณ์จะขึ้นๆ ลงๆ ง่าย ถ้าอารมณ์เสียก็ไม่ดีต่อลูกในท้อง ทำใจให้สบาย กินอาหารดีๆนอนหลับพักผ่อนให้พอ นี่แหละคือเคล็ดลับการบำรุงท้อง น้องต้องจำไว้นะ"


    "ค่ะๆ พี่ไม่ต้องห่วง จำได้หมดแล้วค่ะ" ครูปิติยาพรพยักหน้า พลางพึมพำเบาๆเหมือนกำลังทวนสิ่งที่แม่พูด


    ผมรู้ว่าครูปิติยาพรใส่ใจเรื่องท้องมาก ไม่ใช่แค่ทำตามหมอสั่ง แต่ยังหาคลิปวิดีโอมาดูมาศึกษาด้วย ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าเธอคงจะง่ายๆไม่สนใจ แต่ไม่คิดว่าพอถึงเวลาสำคัญ เธอกลับจริงจังขึ้นมา


    ฟังแม่กับครูปิติยาพรคุยกันเรื่องเลี้ยงลูก มองดูพวกเขาสองคนมีความสุขกัน ผมก็พูดอะไรไม่ถูก เลยก้มหน้าก้มตากินข้าวไป เดิมทีผมยังกลัวว่าพวกเขาสองคนจะไม่ถูกกัน ตอนนี้ดูเหมือนผมต้องกลัวว่าถ้าพวกเขาสองคนสนิทกันมากเกินไปจะทำยังไง กลัวว่าผมจะกลายเป็นคนนอกไปซะเอง


    ผมเลยไม่ได้คุยอะไรกับพวกเขามากนัก พอถึงตอนกินข้าวเสร็จ แม่ก็จูงมือครูปิติยาพรกลับห้องไปกันสองคน ส่วนผมก็เก็บโต๊ะล้างจานเอง ปกติเรื่องพวกนี้ครูปิติยาพรจะแย่งทำ ตอนนี้แม่ดูแลเธอดี งานเล็กๆ น้อยๆ ก็เลยตกมาที่ผมแทน แน่นอนว่างานพวกนี้สำหรับผมแล้วสบายมาก แป๊บเดียวก็เสร็จ ผมก็เลยมีเวลาว่างมาดูพวกเขา แม่กับครูปิติยาพรกำลังนั่งดูวิดีโอเรื่องที่ต้องระวังในการเลี้ยงลูก ทั้งสองคนดูไปคุยไปหัวเราะไป สนิทกันมาก ผมมองตามหลังพวกเขา รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อก่อนยังต้องกลัวว่าความลับจะถูกเปิดเผย ตอนนี้ทุกอย่างก็เปิดเผยแล้ว เหมือนยกภูเขาออกจากอก แล้วใครจะคิดว่าพวกเขาสองคนจะเข้ากันได้ดีเหมือนวันนี้ ในหัวผมคิดแต่เรื่องคืนนี้ จะทำยังไงดีถึงแม่จะนอนกับครูปิติยาพร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่มีโอกาสเลย แบบนี้ยิ่งน่าตื่นเต้น ภาพตอนที่ผมมีความสุขกับแม่ก็ผุดขึ้นมาในหัว จนเกือบจะทำให้ผมแข็งตัว ตกกลางคืน ผมค่อยๆย่องไปที่ห้องแม่ เปิดประตูเบาๆ เหมือนที่ผมเคยแอบดูแม่ แต่ก็ยังมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดนิดหน่อย ผมเห็นโคมไฟเล็กๆเปิดอยู่ข้างหัวเตียงแม่ ส่วนคนบนเตียงก็หลับไปแล้วทั้งคู่ บางทีอาจเป็นเพราะได้ยินเสียงที่ผมทำ แม่เลยตื่นส่วนครูปิติยาพรที่อยู่ข้างๆยังหลับ ไม่รู้สึกตัว แม่หันไปมองครูปิติยาพร ให้แน่ใจว่าหลับแล้ว ถึงหันกลับมามองผม ทำหน้าตกใจและกลัวนิดหน่อย รีบทำปากถามว่ามีอะไร แต่ไม่ได้พูดออกมาใช้แต่ปากขยับ ผมก็รู้ว่าตอนนี้ห้ามทำให้ครูปิติยาพรตื่น เลยเอานิ้วชี้แตะปากทำท่าให้เงียบแล้วเขย่งเท้าเดินไปหาแม่ ผมค่อยๆจับมือแม่แล้วดึงขึ้นเบาๆ อยากพาแม่ลุก แม่ก็เข้าใจความหมายของผม เม้มปากกังวลจนส่ายหน้าเร็วๆ แม่ไม่คิดว่าผมจะมาตอนนี้


    "ถ้าอย่างนั้นหรือว่าเราจะตรงนี้เลย" ผมเข้าไกประซิบข้างหูแม่เบาๆ แล้วก็เอามือลูบขาแม่ แม่เห็นผมเหมือนจะเอาจริง ก็หน้าซีด รีบจับมือผมไว้ หน้าแดงไปหมด ภาพที่ผมหวังไว้ก็เป็นแบบนี้แหละ เพราะมันเสี่ยงที่จะโดนจับได้ตลอดเวลา มันเลยยิ่งตื่นเต้น ถ้าเป็นไปได้จริงๆผมอยากจะทำกับแม่ข้างๆ ครูปิติยาพร ถ้าเธอตื่นขึ้นมาก็จะได้ร่วมด้วย แต่แม่ขี้อายคงไม่ยอมแน่ๆได้แต่คิดแล้วก็ปล่อยไปก่อน แต่คืนนี้แม่หนีผมไม่พ้นหรอก เธอจับมือผมถอนหายใจเหมือนยอมแพ้ แล้วก็ปิดไฟหัวเตียง จากนั้นก็เดินตามผมไปที่ห้องผม พอถึงห้องผมปิดประตู แม่ก็สบายใจขึ้น ไม่ต้องระวังตัวเกร็งอีกต่อไปเธอหยิกแขนผมแรงๆจนผมร้องโอ๊ย แล้วก็บ่นเหมือนตำหนิ

    ว่า "ทำอะไร บ้าไปแล้วเหรอ ครูปิติยาพรอยู่ด้วยแท้ๆอยากจะ"


    ผมเห็นท่าทางแม่แบบนั้น ผมก็หัวเราะแล้วพูดว่า "เราก็แค่ใช้ชีวิตผัวเมียปกติ จะกลัวอะไร"


    คล้ายกับเรื่องแม่เป็นครูสอนนักรัก ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42