ตั้งแต่องค์หญิงถูกจำกัดบริเวณให้อยู่แต่ในเฉพาะตำหนักของพระองค์เท่านั้น ที่จวนผู้ว่าก็อยู่กันอย่างสงบ โดยเฉพาะท่านมือปราบ เขารู้สึกสบายใจมากเป็นพิเศษ เขาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสบายใจโดยไม่มีใครมาป่วนหรือกวนใจ
หานอู่กับลูกน้องกำลังทานอาหารกลางวัน สักพักก็เห็นชิงชิงเดินเข้ามาในโรงน้ำชา ด้วยความเคยชิน หานอู่ตะโกนแซวทันที “ชิงชิง วันนี้ทำไมแต่งตัวสวยจัง”
ชิงชิงตกใจรีบวิ่งไปหากลุ่มมือปราบและกระซิบว่า “เบาๆ หน่อยสิพี่หานอู่ ข้ามีนัดกับท่านบัณฑิตซู”
“อย่างนี้นี่เอง แม่นางจะมาทานข้าวกับคนรักนี่เอง” มือปราบอีกคนแซว
“เอ่อ เจ้าแน่ใจนะ ว่าบัณฑิตซูรักเจ้าจริง” หานอู่เริ่มกังวล
“ก็ต้องจริงสิพี่หานอู่ พวกท่านทำเป็นไม่รู้จักข้านะ และห้ามแซวข้าเด็ดขาด” ชิงชิงแอบอาย
“ตามสบายเถอะ พวกเราต้องไปสืบคดีกันต่อแล้ว” หานอู่เลยวางอัฐและพาลูกน้องไปทำงาน
ชิงชิงพยักหน้าให้ และเดินไปนั่งรอบัณฑิตอยู่ที่โต๊ะข้างๆ นางนั่งนานพอสมควร วันนี้ชิงชิงแต่งตัวเหมือนลูกคุณหนูที่มาจากตระกูลดี ความจริงแล้วนางแอบปกปิดคนรักไม่ให้รู้ว่าตนเป็นยาจก และทุกครั้งที่มาพบบัณฑิตซูนางจะต้องแต่งตัวดีเป็นพิเศษทุกครั้ง
“ข้ามาแล้ว ชิงชิง เมื่อคืนข้าอ่านตำราเตรียมสอบจอหงวนเพื่อเจ้า เลยตื่นสาย และมาพบเจ้าช้า เจ้าอภัยให้ข้าได้มั้ย” บัณฑิตซูจับมือชิงชิง
“เจ้าขยันเช่นนี้ก็ดีแล้ว ไม่เป็นไร ข้าสั่งอาหารมารอเจ้าแล้ว นั่นไงเสี่ยวเอ้อกำลังยกมานั่นแล้ว” ชิงชิงอายมากเลยดึงมือกลับและรีบเปลี่ยนเรื่อง
“น่ากินจริงๆ” บัณฑิตซูทำท่าสูดดมอาหาร
“เจ้าเองก็ต้องถนอมสุขภาพด้วย อย่าหักโหมจนเกินไป” ชิงชิงแอบเป็นห่วง
“หากข้าได้เป็นจอหงวนจริงๆ ข้าจะรีบไปสู่ขอเจ้านะชิงชิง”
ชิงชิงยิ้มและพยักหน้า สักพักก็นึกขึ้นได้เลยว่า “เอ่อ แล้วถ้าข้าไม่ได้มาจากตระกูลขุนนางจริงๆ เจ้าจะยังรักข้ามั้ย” ชิงชิงถามลองเชิง
“ข้ารักตัวเจ้านะ ไม่ใช่ตระกูลของเจ้า เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ มาทานอาหารกัน ข้าหิวแล้ว” บัณฑิตซูรีบใช้ตะเกียบคีบกับข้าวใส่ถ้วยข้าวของชิงชิง
ชิงชิงแอบยิ้มอย่างภูมิใจที่นางเลือกคนไม่ผิด
หลังจากที่ทั้งคู่ทานอาหารเสร็จ ก็ไปนั่งเรือชมวิวทิวทัศน์ด้วยกัน เที่ยวจนหมดวันบัณฑิตซูก็ไปส่งชิงชิงที่หน้าบ้านตระกูลใหญ่แห่งหนึ่ง
“ให้ข้าไปคารวะพ่อเจ้าดีมั้ย ชิงชิง” บัณฑิตซูอยากทำตามธรรมเนียม
“เอ่อ อย่าเพิ่งเลยนะ พ่อข้าคงยุ่งตรวจบัญชี มันคงไม่สะดวกจริงๆ” ชิงชิงแสดงท่าทีมีพิรุธและพูดกลบเกลื่อน
“ตามใจเจ้าก็แล้วกัน ค่อยเจอกันใหม่” บัณฑิตซูตามใจ
ชิงชิงรอให้บัณฑิตซูเดินไปสุดซอย นางก็แอบวิ่งไปดูว่าเขาเดินจากไปแล้วจริงๆ นางถึงเดินไปที่พรรคยาจกที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
“เมื่อไหร่เจ้าจะบอกความจริงเขาล่ะ ชิงชิง คนรักกันต้องยอมรับตัวตนที่แท้จริงได้ไม่ใช่หรือ” ท่านผู้เฒ่าที่แอบดูอยู่ก่อนแล้ว รีบทักหลานสาว
ชิงชิงสะดุ้งตกใจที่ได้ยินเสียงท่านผู้เฒ่า “เอ่อ ข้ายังไม่พร้อม ข้ากลัวเสียเขาไป”
“หากเขายอมรับเจ้าไม่ได้ จะช้าหรือเร็วเขาก็ต้องไปจากเจ้าอยู่ดี” ท่านผู้เฒ่ากล่าวตามประสบการณ์
“พ่อเห็นด้วยกับท่านผู้เฒ่านะลูก อีกอย่าง พ่อว่าบัณฑิตซูเองก็ไม่ได้จริงจังกับเจ้านักหรอก” หัวหน้าพรรคยาจกมองคนออก
“ไม่จริงท่านพ่อ เขาบอกว่าเขารักลูกจริงๆ และไม่ว่าลูกจะมีฐานะอย่างไร เขาก็ยังรักลูก” ชิงชิงโต้แย้ง
“และเขารู้แล้วหรือยังว่าลูกเป็นลูกสาวยาจกอย่างพ่อ” พ่อชิงชิงถาม
“ยังค่ะ” ชิงชิงมีน้ำเสียงอ่อนลง
“นั่นไง เขาก็พูดเอาใจเจ้าไปอย่างนั้นเอง” ท่านผู้เฒ่ากล่าว
“หากเขารู้ เขาต้องรังเกียจเจ้าแน่ ชิงชิง ข้าเห็นกับตาว่าเขามีท่าทีรังเกียจขอทานอย่างพวกเรา” หลงกว้านกล่าวเสริม
“พี่หลงกว้านห้ามมาปรักปรำบัณฑิตซูนะ” ชิงชิงออกตัวปกป้องคนรัก
“เจ้าหลงคนรักมากเกินไปแล้วชิงชิง” หลงกว้านพยายามเตือน
“งั้นข้าจะพิสูจน์ให้ดู ว่าบัณฑิตซูเป็นคนดีและเขาก็เป็นคนมีเมตตา ไม่ได้เป็นอย่างที่พี่หลงกว้านกล่าวหา” ชิงชิงกล่าว
“เจ้าจะพิสูจน์ยังไง” หลงกว้านสงสัย
“ข้าจะแต่งตัวเป็นยาจกปกติ และพาเจ้าตามไปดูบัณฑิตซูทุกฝีก้าว เจ้าจะได้เห็นจิตใจที่แท้จริงของคนรักข้า” ชิงชิงพูดอวดคนรัก นางมั่นใจว่านางเลือกคนไม่ผิด
“ได้ งั้นไปกันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” หลงกว้านรับคำ เขาก็มั่นใจว่าชิงชิงคิดผิด
พ่อชิงชิงและท่านผู้เฒ่าพากันส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร
********************************************************
ชิงชิงแต่งตัวเป็นยาจกปกติ และพาพี่น้องยาจกไปขอทานที่โรงทานที่อยู่ใกล้ๆ กับบ้านของบัณฑิตซู
และแล้วชิงชิงและพรรคพวกก็ได้ไปเจอชายสวมหน้ากากโดยบังเอิญ นางรู้ทันทีว่าชายคนนั้นคือฉินฟง และเขาได้เดินมากับชายวัยกลางคนแปลกหน้าคนหนึ่ง
“นั่นไงท่านฉินฟง ทำไมเขาถึงมาเดินแถวนี้ได้นะ” หลงกว้านจดจำบุคลิกของชายสวมหน้ากากได้
ชิงชิงที่รู้สึกเขม่นหน้า ก็เลยทำเป็นไม่มอง ในขณะที่หลงกว้านและยาจกคนอื่นๆ ก็พากันวิ่งเข้าไปขอทาน
และก็ไม่น่าเชื่อว่า ฉินฟงจะยอมมอบซาลาเปาทั้งสามลูกที่เพิ่งซื้อมาให้หลงกว้านและยาจกอีกสองคนทันที จากนั้นเขาก็เดินจากไปพร้อมกับชายวัยกลางคน จนชิงชิงถึงกับอึ้งเพราะนึกไม่ถึงว่าฉินฟงจะยอมมอบอาหารให้กับขอทาน
“เอ่อนายน้อยครับ ท่านช่างมีจิตเมตตายิ่งนัก” ชายวัยกลางคนกล่าว
“เปล่า ข้าไม่ชอบกลิ่นซาลาเปา ข้าก็เลยมอบให้พวกเขา” ฉินฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“อย่างนี้นี่เอง” ชายวัยกลางคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ถึงกระนั้นหลงกว้านกับยาจกก็พากันยกย่องที่เห็นฉินฟงไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจพวกเขา
สักพักบัณฑิตซูก็เดินออกมาจากบ้าน
ชิงชิงมองเห็นคนรัก นางยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขา นางก็เลยแอบดู
ในขณะที่หลงกว้านกับยาจกคนอื่นก็รีบกรูกันเข้าไปหาบัณฑิตซูทันที
“ไปให้พ้น อย่ามาแตะต้องตัวข้านะ ไอ้พวกสกปรก” บัณฑิตซูแสดงท่าทีรังเกียจ
ชิงชิงถึงกับอึ้งกับพฤติกรรมของชายคนรัก และคิดในใจว่า “นี่เขารังเกียจยาจกมากขนาดนี้เลยหรอ”
สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็คือ บัณฑิตผลักเด็กยาจกคนหนึ่งจนล้มไม่เป็นท่า
หลงกว้านโกรธมาก เขากำลังจะวิ่งเข้าไปทำร้ายด้วยอารมณ์โมโห ชิงชิงจึงรีบนำผ้ามาปิดครึ่งหน้าแล้วรีบวิ่งเข้าไปห้ามหลงกว้านไว้
“อย่าพี่ ไม่เช่นนั้นอาจถูกจับส่งทางการได้นะ” ชิงชิงกล่าวเตือน
“ใช่ ข้าจะฟ้องพวกเจ้าให้หนักเลย หากข้าถูกทำร้ายร่างกาย” บัณฑิตซูกล่าว
สักพักบัณฑิตซูก็รีบเดินจากไปเพราะแอบกลัวว่าตัวเองอาจถูกรุมทำร้ายได้
“นี่น่ะหรือ คนที่ได้เป็นถึงบัณฑิต พฤติกรรมช่างไม่ต่างกับคนไร้การศึกษาบางคนเลยสักนิด” หลงกว้านตะโกนว่าตามหลัง
“บางทีเขาอาจอารมณ์ไม่ดีเท่านั้น” ชิงชิงกล่าวเข้าข้างคนรัก
“งั้นเจ้าก็ตามไปดูสิว่าเขาไปไหน” หลงกว้านพูดอย่างท้าทาย
“หมายความว่ายังไง พี่อยากให้ข้าดูอะไรกันแน่” ชิงชิงสงสัย
“เจ้าไปดูเองเถอะ ข้าไม่อยากปรักปรำคนรักของเจ้า” หลงกว้านไม่เสียเวลาพูดมาก ปล่อยให้ชิงชิงเห็นกับตาไปเลยดีกว่า
ชิงชิงซึ่งมีน้ำตาคลอที่แอบผิดหวังในตัวบัณฑิตซู ก็ต้องฝืนใจแอบติดตามบัณฑิตซูไป
“เขาอาจไปอ่านตำราเตรียมสอบก็ได้” ในระหว่างที่ตามคนรักไปก็กระซิบพูดกับหลงกว้าน
“อ่านตำราจำเป็นต้องไปที่ศาลาในป่าด้วยงั้นหรือ” หลงกว้านไม่เชื่อ
ชิงชิงเองก็พูดไม่ออก เพราะตอนนี้นางซึ่งแอบอยู่หลังพุ่มไม้กับพรรคพวก กำลังเห็นคนรักของชิงชิงกำลังรอใครบางคนอยู่ ไม่ได้มีท่าทีอ่านตำราเลยสักนิด
สักพักก็เห็นสาวงามแต่งตัวดีเดินมุ่งหน้ามาที่ศาลา และเดินเข้าไปหาบัณฑิตซู “พี่ซู ข้ามาแล้ว”
บัณฑิตซูรีบเดินเข้าไปกอดถิงถิงทันที “ข้าคิดถึงเจ้ามากเลยรู้มั้ยถิงถิง”
“ข้าก็คิดถึงท่านค่ะ แล้วเอ่อ เมื่อไหร่ท่านจะมาสู่ขอข้าล่ะ” ถิงถิง บุตรสาวคนเดียวของท่านเสนาบดีพูดอย่างอายๆ
“ข้าขอโทษถิงถิง การแข่งขันถูกยกเลิกเพราะมีนางมารที่ไหนก็ไม่รู้มาขโมยลูกแก้วมังกรไป ข้าเสียใจจริงๆ” บัณฑิตซูแอบเสียดาย
“งั้นรอให้ท่านสอบจอหงวนได้ดีมั้ย” ถิงถิงกล่าว
“ได้ ข้าจะตั้งใจอ่านตำราเพื่อเจ้านะถิงถิง” บัณฑิตกล่าวยิ้มๆ
สักพักถิงถิงก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกไม้กับผีเสื้อให้กับบัณฑิตซู และเขาก็รับมาสูดดมผ้าต่อหน้านาง จนถิงถิงมีท่าทีเอียงอาย
บัณฑิตซูอดไม่ได้ เลยดึงตัวถิงถิงเข้ามากอดและหอมแก้ม
“ท่านรังแกข้าน่ะ” ถิงถิงหน้าแดงจัด
“ข้าสัญญา จะรีบสู่ขอเจ้าให้เร็วที่สุด ถิงถิง” บัณฑิตซูกอดนางไว้อย่างนั้น
“ข้าต้องรีบกลับแล้ว ท่านพ่อท่านแม่กำลังรอข้าทานอาหารเย็น” ถิงถิงเห็นว่ามันเย็นมากแล้ว
“เดี๋ยวข้าไปส่งนะ ถิงถิง” บัณฑิตซูจูงมือถิงถิงอย่างสนิทสนม และเดินเคียงคู่กันกลับจวนท่านเสนาบดี
หลังจากที่พวกเขาจากไปแล้ว ชิงชิงก็ไม่เป็นตัวของตัวเอง นางมีสภาพเหมือนคนไม่มีสติ และเดินจากพรรคพวกไปโดยไม่พูดอะไร
“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ชิงชิง” หลงกว้านเป็นห่วงชิงชิง
“ข้าอยากอยู่คนเดียว” ชิงชิงกล่าว
“ข้าขอโทษนะชิงชิง ข้าไม่น่าพาเจ้ามาเลย เจ้าอาจยังไม่พร้อมที่ต้องมารับรู้ตัวตนที่แท้จริงของคนรักเจ้า” หลงกว้านรู้สึกผิด
“ข้าอยากอยู่คนเดียว” แล้วชิงชิงก็ปล่อยโฮร้องไห้และวิ่งเข้าไปในป่าโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น
หลงกว้านกำลังจะวิ่งตามไป แต่ถูกเพื่อนยาจกห้ามไว้ “ปล่อยนางไว้คนเดียวก่อนนะ บางทีนางอาจต้องการเวลาคิดทบทวน”
หลงกว้านเป็นห่วงชิงชิงมาก แต่เขาก็ยอมปล่อยชิงชิงไป หากนางหนีไปนานเกินไป เขากับพรรคพวกจะรีบออกไปตามนางทันที
ชิงชิงร้องไห้และวิ่งเข้าไปในป่าลึก ด้วยความไม่มีสติ ทำให้นางไม่รู้ตัวเลยว่านางวิ่งมาไกลเพียงใด และตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว รู้ตัวอีกทีนางก็มาโผล่ที่น้ำตกแห่งหนึ่ง และนางก็เห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่แถวน้ำตกนั่น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ชิงชิงจึงแอบเข้าไปดูใกล้ๆ และนางก็ได้เห็น…