ปลายรุ้ง 2
ซึลกีออกจากห้องนอน่สายมากในเช้าวันรุ่งขึ้นเห็นคุณพ่อที่ยังไม่ไปทำงานเหมือนทุกวันเมื่อเขาก้าวออกมาบุรุษวัยกลางคนก็ตรงมารับด้วยการอ้าแขนโอบกอดร่างบอบบางของบุตรชายไว้อย่างปลอบโยนสักพักวงแขนนั้นก็คลายออก
"เลิกร้องไห้สักที"นายท่านฮัล ออกคำสั่งด้วยเสียงหนักแน่นที่แฝงความห่วงใย และใช้มือเช็ดน้ำตาให้บุตรชายอย่างอ่อนโยน
"จำคำของพ่อไว้นะลูกรัก น้ำตาของลูกมีค่ามากกว่าความเหลาะแหละของผู้ชายหน้าโง่คนนั้นมากมายนักน่าเสียดายที่หมดสมัยที่ให้คนลอบจับมันมาคว่ำหน้าเฆี่ยรด้วยแส้ให้ยับทั้งตัวพ่อจะเฆี่ยรให้สมกับที่มันทำลูกเสียใจ นั้นละถึงจะเหมาะสมกับความชั่วของมัน"
ร่างบางหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา"พ่อครับยังไงมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอกไม่มีใครที่จะยอมแต่งงานกับคนที่ถูกบังคับให้เข้าพิธีด้วยปลายแส้ของคุณพ่อแน่นอนลูกละไม่ยอมคนหนึ่งต่อให้เขาซมซานมาคุกเข่าสารภาพผิดตรงหน้าตอนนี้ก็เถอะ"
นักกฎหมายหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจ
"5555555555"
"ต้องอย่างนั้นซีลูกรักถึงจะสมกับลูกหลาน ตระกูลฮัล เอาเป็ว่าลืมเื่บ้าๆนี้ได้ละทีนี้มาปรึกษาเื่ที่จะบอกกับเพื่อนฝูงเราเท่านั้นแต่พ่อขอยืนยันว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นชื่อเสียงของลูกต้องมาก่อน"
"มานั่งกันเสียที่เถอะทั้งคุณพ่อคุณลูก" เสียงนายหญิงของบ้านดังขึ้นด้านหลังของทั้งคู่
ซึลกีมองเข้าไปในห้องอาหารเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกระซิบถามบิดา
"รายนั้นตื่นรึยังครับคุณพ่อ"
"ตื่นแล้วแล้วก็ออกไปจากบ้านแล้วด้วย พ่อดีใจมากที่มีโอกาสเป็คนไล่ไอ้ผู้ชายคนนั้นออกไปจากบ้านเรา"บิดาของเขาตอบอย่างเข้าใจลูกว่าเอ่ยถึงใคร
ซึลกีเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก"ตายจริงคุณพ่อ ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยรึครับ"
"ต้องทำสิอย่ามาบอกว่าพ่อต้องทำอะไรไม่เหมาะสมในบ้านพ่อ ฮัล ซึลกีไอ้ที่ทำลงไปยังน้อยไปด้วยซ้ำที่จริงพ่อน่าจะจับตัวเหวี่ยงไปกลางถนนแต่แม่ของลูกเขาไม่ยอมให้ทำถึงขนาดนั้นนะซิ"
"แล้วเขาไปไหนละครับยังเช้าอยู่เลย" ร่างบายเอยอย่างกังวล
"จะต้องถามถึงทำไมคนใจง่ายเห็นแก่ตัวแบบนั้น พ่อจับขึ้นแท็กซี่แล้วสั่งให้ไปส่งที่สนามบิน มันจะไปเหนือหรือใต้ก็ไม่ใช่เื่ของเราหน้าที่ของพ่อมีแค่เหวี่ยงงูพิษออกไปให้พ้นบ้านก่อนที่ลูกจะตื่นเท่านั้นเอง"
โต๊ะอาหารจัดเรียบร้อยตามเคยคุณนายฮัล นั่งอยู่ที่ประจำของเธอ ดวงตางามของซึลกียังมีน้ำตาเต็มเขามองไปยังหน้าพ่อและแม่สลับกัน
"คุณพ่อคุณแม่ แล้วนี่เราจะทำยังไงกันดี" ร่างบางเอ่ยพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
"ลูกไม่ต้องทำอะไรเลยจ๊ะทิ้งทุกอย่างเงียบที่สุด เราปรึกษากันเรียบร้อยแล้วั้แ่เมื่อคืนนี้ว่าลูกจะไปจากบ้านสักพัก พออะไรๆ เรียบร้อยแล้วค่อยกลับมา"
"หายไปเฉยๆแล้วทางนี้ละครับ" ซึลกีร้องอย่างตื่นใ
"ไม่ต้องห่วงลูกรักเราจะส่งเมลแจ้งงดพิธีแต่ง อ้างความไม่ปลงใจของทั้งสองฝ่ายเอาสั้นๆ แค่นั้นถ้ามีคนถามก็จะปัดไปว่าลูกไม่เต็มใจ ถ้าลูกไม่อยู่ใครๆก็คิดว่าลูกต่างหากเป็ผู้ถอนหมั้นไม่ใช่ผู้ชายคนนั้น”
"เื่มันจะไม่เป็ยังนั้นสิฮะถ้าปลีติดต่อกับลีฟแล้วเดินทางไปด้วยกัน ก่อนที่ลูกจะไป"
"ไอ้หมอนั้นไม่โง่ถึงขนาดยอมให้คนยังนั้นจูงจมูกตามไปหรอกคนฉาบฉวยกรีดกรายอย่างนั้นไม่ยอมหนีตามกันไปแน่ๆ โดยเฉพาะปลีน่ะหมายมาดหนักหนาว่าจะเข้าพิธีแต่งที่หรูหราให้ได้ในชีวิต พ่อมองมานานแล้วว่าเขาอิจฉาลูกมาั้แ่เล็กๆ ละ"
"จริงของคุณพ่อจ้ะ"
"อีกอย่างถ้าลูกไปเสียั้แ่วันนี้ใครๆก็จะเห็นว่าลีฟถูกทิ้งเพราะเขาต้องมีเื่ไม่ดี ถ้าสองคนนั้นไปดองกันทีหลังก็แปลว่าปลีรับเดนจากลูก เห็นไหมว่าเราจะไม่เสียชื่ออะไรเลย"
"ถึงยังนั้นลูกก็ไม่อยากไป" ซึลกีพูดอย่างไม่แน่ใจ
"ลูกอยากทนกับเสียงซุบซิบนินทาทนสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนพวกนั้นไหวรึลูก ยิ่งพบยิ่งเห็นยิ่งพูดกันไม่จบแต่ถ้าถ้าเ้าของเื่ไม่อยู่ พวกเขาก็จะลืมกันไปเองละ เชื่อพ่อเถอะนะ"
"พอกลับมาอีกครั้งลูกจะใว่าทุกคนลืมเื่นี้กันจนหมดแล้ว เพื่อนๆ ก็จะดีใจที่ลูกกลับมาสนุกสนานกับพวกเขาเหมือนเดิม"
"จริงหรือครับ"ร่างบางครางอย่างอ่อนใจ "แล้วลูกจะไปไหนดีละ?"
"ไปอยู่กับคุณย่าสิลูกที่นั้นเป็ที่ที่วิเศษที่สุด"
"ท่านยังอยู่บ้านเก่าหลังนั้นรึครับ"
"ใช่ลูกแต่สะดวกสบายขึ้นมาก เพราะพ่อเอาถังประปา เครื่องปั่นไฟกับแผงโซลาเซลล์ไปติดตั้งให้ั้แ่สองปีก่อนแล้ว คุณย่าอยู่ตามลำพังเหมือนเคยถ้าลูกรักไปพักด้วยท่านคงดีใจมากแน่ๆ "
"ลูกจะหนีไปแล้วทิ้งภาระไว้ให้คุณพ่อคุณแม่แบบนี้ ฟังดูไม่ดีเลยฮะ" น้ำเสียงซึลกีไม่สบายใจ
"เื่นั้นไม่ต้องห่วงลูกหน้าที่ของลูกตอนนี้คือขึ้นไปเก็บเสื้อผ้า เครื่องจะออกตอนบ่ายโมงตรงต้องรีบแล้วละ"
"พ่ออยากไปส่งลูกถึงบ้านคุณย่าแต่พรุ่งนี้มีประชุมสำคัญอีกอย่างพ่อต้องอยู่จัดการอะไรๆ ให้มันเรียบร้อยและเงียบที่สุดถ้าไปแม่ก็ต้องรับหน้าคนเดียว"
"ลูกเข้าใจครับไม่ต้องห่วงลูกเดินทางคนเดียวได้" ร่างบางฝืนหัวเราะ
ฮัล ซองชิวลุกยืนอย่างกระบี้กระเปร่า "งั้นก็ดีแล้วพ่อจะได้รีบไปส่งแล้วจะได้โทรเลขด่วนไปบอกคุณย่าด้วยว่าลูกกำลังจะเดินทางไปหา"
"งั้น...ก็ขึ้นไปจัดของกันดีกว่า"คุณนายฮัลว่าพลางลุกยืนอีกคน
"ไม่ต้องขนอะไรไปมากนะลูกเสื้อแขนยาวกับกางเกงหนาๆ จะเหมาะกับที่นั้นมากกว่า" ประมุขของบ้านเอ่ยสั่ง
ซึลกีะโลุกขึ้นยืนยกมือตะแบะพลางก้มหัวลงต่ำอย่างล้อเลียน
"รับทราบขอรับ"ร่างบางส่งยิ้มให้กับบิดาผู้พยักหน้ารับอย่างพอใจ
