สารานุกรมหย่งเล่อสารานุกรมหย่งเล่อ (永樂大典) เป็นสารานุกรมที่รวบรวมศาสตร์แขนงต่าง ๆ โปรดให้จัดทำขึ้นโดยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง ใน ค.ศ. 1403 และเสร็จสิ้นใน ค.ศ. 1408 ณถือว่าเป็นสารานุกรมทั่วไปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเนื้อหารวมกว่า 8,000 บท ตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงราชวงศ์หมิงตอนต้น ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาในหลายสาขาวิชา รวมไปถึงเกษตรกรรม ศิลปะ ดาราศาสตร์ การละคร ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม การแพทย์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ศาสนาและเทคโนโลยี และปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แปลกประหลาด
หยางไคจึงสร้างพีระมิดฐานกลวงสี่เหลี่ยมซึ่งมีความสมมาตรและมั่นคงมากที่สุดจากทองคำบริสุทธิ์ อันมีความสูงและใหญ่โตจนกินเนื้อที่ 1 ใน 4 ของพื้นที่พิเศษฝั่งขวาซึ่งถูกอัดแน่นเอาไว้นั้น
มหาพีระมิดแห่งกิซา ทันใดนั้นเอง พลังวิญญาณก็ทำการแทรกซึมขึ้นมาจากฐานพีระมิดซึ่งกลวงอยู่นั้น ขึนไปถึงยอดอย่างสะดวกสบายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก โดยไม่รอช้าเด็กหนุ่มบรรจุเคล็ดวิชาลมปราณอาชาและเลือกทักษะการขี่ม้า ร่วมกับการบูรณาการทักษะขี่ม้าจากปราณมังกรไฟ ปราณกิเลน และปราณพยัคฆ์ ก็เป็นอันแล้วเสร็จ พีระมิดทองคำนั้นมั่นคงอยู่ไม่มีการสั่นไหวเลยแม้เพียงน้อย จนเด็กหนุ่มเกิดความมั่นใจแล้ว ก็คลายจากสมาธิแล้วลืมตาขึ้นแล้วเห็นแสงตะวันรอดผ่านห้องเข้ามา จึงทราบว่าตอนนี้เป็นเวลาเช้าแล้ว แต่หารู้ว่าบัดนี้เป็นเช้าของวันที่ 2 นับจากที่เด็กหนุ่มได้เก็บตัวฝึกวิชาภายในห้องพักของตน !! ตอนี้ย่อมทำให้หยางไครู้สึกอ่อนเพลียอย่างรุนแรง จึงรีบรับประทานมันหวานอบแห้งมะเขือเทศกับผลท้อสดจนหมดสิ้น จากนั้นดื่มน้ำตามมาก ๆ แล้วเอนตัวลงบนที่นอนแล้วหลับไปดื้อ ๆ ...จนเวลาผ่านพ้น จนเช้าอีกวัน ปั้ง!!!! เสียงทะลวงขั้นนั้นก็ดังสนั่นไปทั่ว แม้ตอนนี้จะเป็นเวลาเช้า แต่กลับสร้างความแตกตื่นอย่างที่สุดแล้ว สำหรับเสียงทะลวงขั้นเช่นนี้ หากเป็นหอรบสงครามหรือหออื่น ๆ ใดในตระกูลหยางย่อมจะมิใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับหอคัมภีร์ซึ่งล้วนมิได้ไม่ใส่ใจกับการบ่มเพาะ แล้วอยู่ขอบเขตลมปราณระดับ 1 เท่าเดิมไม่แปรเปลี่ยน ยกเว้นแต่เพียงมหาบัณฑิตหยางเตอผิงผู้เป็นเจ้าหอคัมภีร์ที่เคยทะลวงขั้นมาก่อนเท่านั้น บัณฑิตและเหล่านิสิตทุกคนจึงต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาทั้งยังมิได้ล้างหน้า แล้วรีบมุ่งตรงมายังห้องของหยางไค อันเป็นต้นเหตุของเสียงระเบิด ที่ทำการปลุกรุ่นพี่ของหอคัมภีร์ทุกคนตื่นตั้งแต่เช้าตรู่อย่างไม่เคยเป็น ครั้นเห็นป้ายห้ามรบกวนติดอยู่ที่หน้าห้อง ต่างคนก็ต่างไม่กล้าเคาะประตู จึงเอาแต่จด ๆ จ้อง ๆ กันอยู่ จนในที่สุดหยางซีถิงซึ่งสนิทสนมกับหยางไคมากที่สุด จึงออกความคิดเห็นไปว่า“เสียงดังขนาดนี้ หยางไคอาจจะได้รับอันตรายหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ หนำซ้ำบัดนี้ก็ยังปราศจากสุ้มเสียงใด ๆ จนน่าเป็นกังวลนัก ข้าพเจ้าจะขอแหกกฎข้อบังคับ เพื่อรบกวนดูสักครานะขอรับ!! ” แต่ทันทีที่พี่หวังของอาจูกำลังจะเคาะประตูห้องพักอยู่นั่นเอง หยางไคซึ่งได้ยินเสียงรุ่นพี่ที่กำลังพูดคุยกันอยู่นอกห้องก็ตื่นขึ้น จากนั้นเปิดประตูออกไป พร้อมกับทำคารวะคล้ายดังไม่มีเรื่องราวใด ๆ เกิดขึ้นว่า “อาจูขอคารวะพี่ใหญ่อู๋ พี่ถัง พี่หลี พี่อึ้งและพี่หวัง” รุ่นพี่ทุกคนต่างก็รับคำนับตามมารยาท แต่ขณะจะสอบถามอะไรเพิ่มเติมไป มหาบัณฑิตหยางก็เข้ามาถึงพอดี พร้อมกับกล่าวเอ็ดไปว่า“พวกเจ้าว่างกันนักรึจึงไม่ไปเตรียมตัวสอบกันอีก ยกเว้นแค่เพียงหยางหมิงเช่อ(พี่ใหญ่อู๋) พวกเจ้าจงตามข้ามาที่ห้องอบรมเดี๋ยวนี้” ทั้งหอคัมภีร์มีเพียงหยางหมิงเช่อที่รอสอบ ‘เตี้ยนชื่อ’ ซึ่งจัดสอบทุก 3 ปีแล้ว ส่วนบัณฑิตและนักศึกษาคนอื่นล้วนต้องลงสนามสอบในอีกไม่เกิน 2 ปีทั้งสิ้น ดังนั้นทุกคนจึงสมควรเก็บตัวและเตรียมพร้อมสำหรับการสอบที่ใกล้จะมาถึง มากกว่าจะมายุ่งเรื่องของคนอื่นเช่นนี้อย่างแน่นอน..