
ตอนที่39 สุสานบรรพบุรุษอสูรวารีน้ำจืด
ณ.ตำหนักฮองเฮาฝ่ายซ้ายพระนางเจ้าลีหงษ์ หญิงสาววัยกลางคนรูปร่างอรชรมีสง่าราศีเปล่งประกายสวยสดดุจสาวเต็มวัย ทรงเครื่องแต่งกายสีแดงคาดน้ำเงินปักดิ้นทองรัดรูปทั้งชุด นั่งยิ้มแย้มจิบน้ำชาอย่างสบายอารมณ์
ห้อมล้อมด้วยนางข้าหลวงที่นั่งปรนนิบัติพัดวี อย่างสมพระเกียรตินางเป็นเมียคนโปรดของกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด ดังนั้นทรัพยากรทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินเครื่องประทินโฉม สิ่งล้ำค่าทั้งมวลต่างส่งมาให้นางได้ใช้สอยอย่างเหลือเฟือตามคำขอทุกประการ
ดังนั้นบุตรของนางทุกคนจึงได้รับทรัพยากรอันทรงคุณค่าอย่างเหลือเฟือในการพัฒนาตนเอง และอำนวยความสะดวกทั้งสิ้นแทบจะไม่เหลือไปให้ฮองเฮาฝ่ายขวาเลย
เปรียบฐานะระหว่างฮองเฮาทั้งสองต่างห่างไกลกันราวกับฟ้าและดิน องค์กษัตริย์วารีน้ำจืดไม่เห็นแก่ท่านปู่ ที่แต่งตั้งองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาด้วยพระองค์เอง จอมกษัตริย์คงจะหาเรื่องเฉดหัวพระมเหสีเอก ออกจากราชวังไปนานแล้วขณะที่พระมเหสีฝ่ายซ้าย กำลังนั่งอิ่มเอิบในหัวใจ ที่รู้ข่าวว่าบิดาของนางลดตัวลงไป จัดการองค์ชายสิบสี่ด้วยตัวเอง
หญิงสาวมีความมั่นใจอย่างสูงว่าชีวิตเด็กน้อย ผู้หลงรอดตายกลับมาคนนั้น คงจะไม่สามารถ ก้าวพ้นข้ามประตูกำแพงเมือง เข้ามาในนครเป็นเสี้ยนหนามในตาของนางได้
"องค์ฮองเฮาเพคะ..ท่านมหาอำมาตย์ต้องการเข้าพบเป็นการส่วนตัวเพค่ะ..."
เสียงนางข้าหลวงเข้ามารายงานพระนาง
"เชิญท่านพ่อข้าเข้ามาได้พวกเจ้าก็ออกไปได้แล้ว...."
หญิงสาวเงยหน้ายกยิ้มฉายแววนัยน์ตาอย่างปริ่มเปรม รอรับข่าวดีจากบิดาของนาง
เหล่าพวกนางข้าหลวงต่างถอยหลังออกจากห้องรับรองของนางไป ทันใดนั้นหญิงสาวก็ต้องขมวดคิ้วคิดแปลกใจเห็นบิดาเดินหน้านิ่วเข้ามาเหมือนกับมีเรื่องไม่สบายใจ
"คารวะองค์ฮองเฮาเจ้าลีหงษ์..."
เสียงมหาอำมาตย์ดังเบาๆ พร้อมกับยกมือคารวะตามธรรมเนียม
"ท่านพ่ออย่ามากเรื่องเลย..ที่นี่ไม่มีใครจะคารวะลูกทำไม? ..."
ชายสูงวัยหน้าตาดุดันตอนนี้ บ่งบอกถึงร่องรอยความไม่สบายใจบนใบหน้า
"เกิดเรื่องใหญ่แล้วลีหงส์พวกเราไม่สามารถ ขัดขวางองค์ชายสิบสี่ไม่ให้เข้าราชวังได้ มิหนำซ้ำตอนนี้ลูกชายของเจ้า ที่พึ่งกลับมาจากธารน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ภายในครึ่งปีไม่รู้ว่าเขาจะสามารถ ฟื้นฟูกายอสูรกลับคืนมาให้ปกติได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจในความประมาทของพวกเรายิ่งนัก..."
มหาอำมาตย์ผู้ยิ่งใหญ่ของนครอสูรวารีน้ำจืดนั่งลงบน เก้าอี้ข้างโต๊ะที่พระนางฮองเฮาฝ่ายซ้ายบุตรสาว นั่งฟังรายงานด้วยใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ ว่าเรื่องที่บิดาได้รายงานมา จะเป็นความจริงมันช่างเหลือเชื่อเสียนี่กระไร
องค์ชายสิบสี่ที่นางวางแผนการเข่นฆ่าตั้งแต่เขาอยู่ในไข่ กับหลุดรอดมาได้แถมยังทำร้ายบุตรชายของตนถึงกับบาดเจ็บสาหัส ทั้งๆ ที่มีบิดามหาอำมาตย์ผู้ยิ่งใหญ่ กายคนอสูรระดับห้า ยังไม่อาจ แก้ไขสถานการณ์หรือทำร้ายเด็กผู้นั้นได้ นางกัดฟันกรอดกำมือแน่น บ่งบอกถึงความโกรธที่พลุ่งพล่านขึ้นในจิตใจ
กรอด!
"บิดาท่านทำเยี่ยงไรให้หลานบาดเจ็บสาหัส ท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดอกรึ ทำไม? ถึงพลาดพลั้งแบบนี้ได้ล่ะเจ้าคะ..."
เสียงหญิงสาวแข็งกระด้างด้วยความเอาแต่ใจของนาง เกือบจะไม่ไว้หน้าบิดาที่นั่งอยู่ตรงหน้า
ชายสูงวัยขมวดคิ้วอย่างเจ็บแค้น เขาก็อยู่ในสถานการณ์ตลอด แต่ความที่เลินเล่อประมาทเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนไร้เดียงสา ไม่รู้ว่ามันได้ทรัพยากรอะไรมาภายในหนึ่งปี จึงมีกายอสูรเด่นล้ำกว่าหลานชายที่มารดาของมันขนทรัพยากรของนครอสูรวารีน้ำจืดไปประเคนเผาผลาญ จนกายอสูรของ
เขาเลื่อนระดับสูงจนน่าใจหาย องค์ชายเก้าเป็นมณีอันเด่นล้ำเกิดมาแค่หนึ่งปี กายอสูรขององค์ชายเก้าเลื่อนระดับอย่างรวดเร็ว จนถึงระดับห้าตอนปลายแค่ครึ่งก้าวก็จะก้าวสู่ กายอสูรระดับหกตอนต้นอย่างสมบูรณ์ มันน่าเจ็บใจจนมหาอำมาตย์ต้องกัดฟันกรอดๆ
"บิดาขอโทษพระนางลีหงษ์บิดาประเมินบุตรชายของฮองเฮาฝ่ายขวาต่ำไปนิด และบิดาก็ลงมือช่วยองค์ชายเก้าแล้ว แต่แค่เงาพลังขององค์ชายสิบสี่ที่กระแทกหลานชายบาดเจ็บสาหัส บิดาก็ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้ มันช่างน่าเจ็บใจนัก..."
ผู้เฒ่ายิ่งพูดยิ่งเจ็บแค้น ดวงตาแดงก่ำแทบจะมีไฟโพยพุ่งออกมาด้วยความเคียดแค้น
"แล้วลูกชายข้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง ยาอันล้ำค่าที่ลูกมอบให้บิดา ไม่สามารถช่วยหลานชายในมือท่านได้เลยเหรอ.."
นางตำหนิบิดาต่ออย่างฉุนเฉียวสิ่งที่มันเกิดขึ้นฟังแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะการประมาทเลินเล่อของบิดา ลูกชายคนที่ เก้าของนางคงไม่บาดเจ็บสาหัสแบบนี้
"ขออภัยองค์ฮองเฮาด้วยกระหม่อมเลินเล่อไปนิด ทำให้องค์ชายเก้าได้รับบาดเจ็บขอพระนางอย่าทรงกริ้ว..."
มหาอำมาตย์รู้สึกอึดอัดใจกับท่าทีของลูกสาว นางวางอำนาจจนเคยตัว บัดนี้แม้แต่บิดาก็ยังเห็นเป็นเพียงข้าหลวงในราชสำนักเท่านั้น
"ช่างเถอะท่านพ่อ ท่านก็อย่าทำแบบนี้เลย ข้าก็ไม่ได้ถือยศถือศักดิ์ขนาดนั้นหรอก ที่ข้าพูดไปเพราะเดือดร้อนใจ เป็นห่วงหลานชายของท่านนั่นแหละ ข้าคาดหวังในบุตรคนนี้มาก เขามีพรสวรรค์ ภายในหนึ่งปีสามารถเลื่อนระดับกายอสูร ได้ถึงขั้นที่ห้าอย่างสมบูรณ์
ข้าทูลขอพระสวามีให้เขาได้ลงชิงตำแหน่งองค์รัชทายาท ที่จะมีขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า พระสวามีก็ทรงเห็นชอบด้วย เพราะได้รับรายงานข่าวจากองครักษ์ว่า
เด็กคนนี้มีความเด่นล้ำกว่าพวกพี่ๆ ที่เกิดก่อนเขาหลายสิบปี กลับใช้ระยะเวลาในการเพาะบ่มกายอสูรช้ากว่าเขาบุตรอื่นๆ ไม่ได้มีพรสวรรค์สูงส่งอย่างองค์ชายเก้า ที่ใช้เวลาอันสั้นในการพัฒนากายอสูรอย่างรวดเร็ว
แต่นี่ไฉนกลับถูกลูกนางสตรีไร้ยางอายทำร้ายบาดเจ็บ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นข้าไม่เข้าใจ มันไปหาทรัพยากรที่ไหนเพาะบ่มกายอสูรขึ้น เหนือล้ำกว่าลูกของข้า มันช่างน่าเจ็บใจยิ่งนัก..."
หญิงสาวพ่นคำพูดออกมาอย่างเหลืออด นางคับแค้นในใจทุกอย่างดูเหมือนว่านางและลูกๆ มีความเหนือชั้นกว่าองค์ฮองเฮาฝ่ายขวา แต่เพียงปะทะกันเบื้องต้นลูกชายของนาง กับพ่ายแพ้ยับเยิน จนไม่สามารถ เข้าชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทในสามเดือนข้างหน้านี้ได้อย่างแน่นอน มันช่างน่าอดสูและเดือดดาลใจยิ่งนัก
"ใจเย็นๆ เถอะลูกพ่อ..หลานของพ่อทุกคนที่เจ้าให้กำเนิด ก็มีความเหนือชั้นแม้ว่าเขาจะเชื่องช้าในการพัฒนากายอสูรไปบ้าง ไม่เหมือนองค์ชายเก้า แต่พวกเขาก็ใช้เวลาหลายสิบปีพัฒนากายอสูรก่อนลูกชายขององค์ฮองเฮาฝ่ายขวา
เด็กคนนั้นเพิ่งเกิดมาแม้นว่าจะมีโชคช่วย ทำให้ชนะองค์ชายเก้าได้ แต่เชื่อเถอะว่าในการช่วงชิงตำแหน่งองค์รัชทายาท บุตรชายของเจ้าทั้งหลายต้องเด็ดหัวเด็กคนนั้นได้แน่นอน อย่ากังวลใจตีตนไปก่อนไข้..."
มหาอำมาตย์พูดด้วยเสียงอ่อนโยนปลอบใจบุตรสาวซึ่งตามที่เขาคำนวณแล้วองค์ชายทั้งหลาย ที่เกิดจากบุตรสาวของเขาอีกแปดคน ก็ยังมีความเด่นล้ำกายอสูรระดับเจ็ด ระดับแปดกันทุกคน แม้ว่าจะใช้เวลาเพาะบ่มมาหลายปี ถ้าใช้การประลองครั้งนี้เด็ดหัวองค์ชายสิบสี่ไปได้ คงจะตัดเสี้ยนหนามในอกของบุตรสาวของตนได้อย่างไม่ยากเย็นสักเท่าไหร่
"พวกเราต้องเด็ดชีพองค์ชายสิบสี่ให้ได้ดูเหมือน เขาจะมีพรสวรรค์ซ่อนงำไว้ในตัว ขืนปล่อยให้เขามีชีวิตต่อไปคาดว่าจะเด่นล้ำ ขึ้นกว่าองค์ชายทั้งหลายของเรา เสียดายองค์ชายเก้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เชื่อเถอะบิดาจะต้องหาทางฟื้นฟูกายอสูรของเขาให้กลับคืนมาโดยไว..." มหาอำมาตย์พูดปลอบใจลูกสาว
"จริงด้วยสิท่านพ่อข้ามีวิธีแล้ว เราจะช่วยองค์ชายเก้าให้ฟื้นฟูกลับมาโดยไวได้อย่างไร ..." พระนางลีหงษ์ยิ้มที่มุมปากฉายแววประกายตาเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างไม่สามารถปกปิดได้
"เจ้ามีความคิดอะไรดีๆ หรือบุตรของข้า.."
มหาอำมาตย์ขยับเข้ามาใกล้ สงสัยถึงแผนการของลูกสาวซึ่งเขาก็รู้ดีว่านางเป็นคนเฉลียวฉลาดเฉียบแหลมตำแหน่งมาหาอำมาตย์ที่เขาได้มา
ก็เพราะการดำเนินแผนการอันแยบยลของนาง จนเขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่เป็นเสาหลักค้ำราชวงศ์ ของพระสวามีบุตรสาวได้อย่างเต็มภาคภูมิ
"บิดาข้าต้องเร่งเร้าให้พระสวามีเปิดดินแดน สุสานบรรพบุรุษอสูรวารีน้ำจืดก่อนกำหนด ที่นั่นมีของวิเศษหลายอย่าง โดยเฉพาะเนื้อเทพอสูรประสานชีวิต ที่ถูกแบ่งตกทอดมาในราชวงศ์อสูรน้ำจืดเก็บรักษาไว้ ถ้าองค์ชายเก้าได้รับเนื้อเทพอสูรผสานชีวิต เขาต้องรักษาอาการบาดเจ็บคืนกลับมา จนสามารถเข้าแย่งชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทได้ดังเดิมแน่ๆ ..."
เสียงพระนางพูดอย่างลิงโลดดีใจในความคิดที่เฉียบแหลมของตน"บุตรแห่งข้า..เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า สุสานบรรพบุรุษของกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด เมื่อเปิดออกไม่ใช่เพียงแต่บุตรของเจ้าเท่านั้น ที่จะเข้าไปแสวงหาของวิเศษได้ลูกหลานเชื้อพระวงศ์ทุกคน ที่มีกายอสูรต่ำกว่าระดับสิบก็สามารถเข้าไปได้ และขณะนี้องค์ชายเก้าได้รับบาดเจ็บสาหัส จะเข้าไปแย่งชิงของนั่นได้อย่างไร.." มหาอำมาตย์พูดขึ้นแบบงงๆ ในความคิดของบุตรสาวตน
"ใครว่าข้าจะให้องค์ชายเก้าเข้าไปเล่า ข้าจะให้บุตรชายทั้งแปดของข้าเข้าไปในนั้น นอกจากเนื้อเทพอสูรคืนชีวิต ยังมีอาวุธระดับเทพหลายอย่างเก็บซ่อนไว้รอให้ไปขุดค้นเป็นสมบัติของลูกข้าท่านพ่อก็รู้อยู่แล้วว่าในบรรดาบุตรหลานของราชวงศ์อสูรวารีน้ำจืด ไม่มีใครเด่นล้ำกว่าบุตรทั้งแปดของข้า
จะมีแต่องค์หญิงจ้าวเฟิงที่มีรัศมีเทียบเท่าได้ แต่นางก็เป็นหญิงสักวันถ้าข้าเลือกนางเป็นสะใภ้ ทุกอย่างก็ส่งเสริมกันไม่ใช่หรือ ให้นางเข้าไปแบ่งสักคนก็ไม่เสียหายอะไรนี่..."
เสียงของพระนางแจ่มกังวาน ดูเหมือนว่าทรัพย์สมบัติในสุสานบรรพบุรุษอสูรวารีน้ำจืด ได้ตกเป็นของนางหมดสิ้นแล้วในกำมือ
"อือ..มันก็จริงอย่างเจ้าว่า แต่องค์ชาย สิบสี่ก็มีสิทธิ์เข้าไปได้ด้วย เรื่องนี้เจ้าจะว่าอย่างไร เด็กคนนั้นข้าเชื่อว่าฝีมือของเขาไม่อ่อนด้อย ถ้าประมาทสักนิดเดียวแผนการนี้ของเจ้า อาจจะกลายเป็นโยนเนื้อเข้าปากเสือข้ารู้สึกกังวลใจ..."
มหาอำมาตย์มองหน้าลูกสาวพูดด้วยเสียงแผ่วเบา
.............................................................................................................................................................................................