หลังจากไทก้าก้าวเดินเข้าไปในประตูมิติเพียงครู่เดียวเท่านั้น
วูบ!
จู่ๆ ร่างของไทก้าเหมือนโดนดูดเข้าไปในวังวนอย่างฉับพลัน ทั้งเบื้องหน้ายังเต็มไปด้วยแสงสว่างสุดเปรียบ
ผ่านไปครู่หนึ่ง
ตุบ!
ร่างของไทก้าปรากฏออกมาอย่างรวดเร็วทั้งยังยืนอยู่กลางป่าแห่งหนึ่ง รอบด้านเต็มไปด้วยป่าเขาที่สวยงามและดูแปลกตา เมื่อมองออกไป จะพบกกับภูเขาหลายลูกอยู่เต็มไปหมด ประกอบด้วยเสียงร้องของสัตว์ป่าต่างๆ นาๆ
ในขณะที่ไทก้ายืนอยู่นั้นกลับรู้สึกว่าร่างกายของตนดูเหมือนจะหนักขึ้น ทั้งการเคลื่อนไหวก็ยากขึ้นไม่น้อยเหมือนกับว่ากำลังอยู่ในน้ำลึกก็ว่าได้
"จริงอย่างที่ศิษย์พี่อัลวาบอกจริงๆ ร่างกายของข้าดูเหมือนจะหนักขึ้นอีกเท่าตัว และดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นเหมือนโลกอีกใบก็ว่าได้"
รอบๆ ไทก้าในตอนนี้ไร้ซึ่งผู้คน และไม่มีวี่แววว่าจะพบใครเลยด้วยซ้ำ
"คนอื่นๆ น่าจะอยู่ห่างกันออกไปคนละที่ ข้าจะเริ่มฝึกให้ร่างกายชินซะก่อนจะดีกว่า"
กล่าวจบไทก้าจึงเริ่มทำการออกเดินไปเรื่อยๆ ทั้งยังใช้กำลังกระโดดขึ้นบ้าง เดินบ้างวิ่งบ้าง
ตู้ม!
จู่ๆ ในขณะที่ไทก้ากำลังออกเดินฝึกเพื่อให้ร่างกายชินอยู่นั้น ก็มีหินขนาดใหญ่ ถูกขว้างมายังไทก้าอย่างรวดเร็ว จนไทก้าต้องใช้ย่นระยะในการหลบหลีก
ฟุบ!
ครืดดดดดด!
ไทก้าหยุดเท้าลง ก่อนจะหันมองไปยังเบื้องบนโขดหินแห่งหนึ่ง จึงพบเข้ากับกอลิล่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ขนของมันมีสีดำสนิททั้งตัวเว้นเพียงส่วนหัวและแขนเท่านั้นที่เป็นสีเทา
"กอลิล่างั้นหรือ ดูเหมือนว่าจะเป็นจิตระดับห้านะ" ไทก้าไม่รอช้า ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ทันที
จริงอยู่ที่กอลิล่าตัวนี้นั้นเป็นเพียงจิตระดับห้าเท่านั้น แต่ว่าสำหรับสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในที่นี่นั้นล้วนไม่สามารถดูถูกได้ เพราะการเคลื่อนไหวของพวกมันนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมากทั้งยังมีความเคยชินกับที่นี่มากกว่าคนที่พึ่งจะเข้ามาถึงอย่างไทก้าซะอีก แม้ว่าก่อนจะเข้ามายังมิติสนธยา ไทก้าจะเคลื่อนไหวรวดเร็วเพียงใด แต่เมื่อเข้ามาด้านในมิติแล้ว ด้วยความหนักขึ้นของร่างกาย ทั้งยังการเคลื่อนไหวที่ช้าลงกว่าเดิมเป็นเท่าตัวทำให้ไทก้าต่อสู้ได้ยากลำบากขึ้น
กอลิล่ากระโดดลงมาจากด้านบนทันทีพร้อมกับใช้มือของมันทั้งสองข้างทุบลงไปตรงจุดที่ไทก้ายืนอยู่
โฮกกกกก!
ไทก้าไม่ได้ขยับไปที่ใดทำเพียงร่ายอาคมกำแพงดินขึ้นมากำบังเอาไว้เท่านั้น
คลืนนน!
ตู้มมม!
หมัดของกอลิล่าดำที่กระทบเข้ากับกำแพงดินของไทก้าอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังก้อง ทั้งมันยังไม่ได้หยุดการโจมตีลง ยังทำการทุบลงอย่างต่อเนื่อง
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
แม้ว่ากำแพงดินของไทก้าจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถรับแรงกระแทกของหมัดกอลิล่าที่อยู่ในมิตินี้ได้นานเท่าใดนัก จนกำแพงดินเริ่มจะแตกออก
แคร่ก....!
"ดูเหมือนว่ากำลังของสัตว์อสูรที่นี่ก็เป็นสองเท่าเหมือนกันสินะ" กล่าวจบ ไทก้าไม่ประมาทอีกต่อไป เรียกหอกพสุธาขึ้นมาทันที ก่อนจะแทงทะลุกำแพงดินออกไปยังกอลิล่าที่ยืนอยู่ด้านบน
ฟุบ!
แต่ก่อนที่หอกนั้นจะแทงเข้าไปยังกอลิล่า ก็มีบาเรียน้ำขึ้นมากันไว้ก่อนและดูเหมือนว่าจะเป็นอาคมของกอลิล่าตัวนี้
ฉึก ปัง!
ปลายหอกดินของไทก้าค่อยๆ ทลายไปก่อนที่กอลิล่าจะกระโดดห่างออกไป และใช้อาคมน้ำโจมตีไปที่ไทก้าอีกครั้ง
ซ่าๆ!
ปรากฏเป็นน้ำรวมตัวเป็นหมัดกอลิล่า ขนาดใหญ่พุ่งไปยังไทก้าอย่างรวดเร็ว
ตู้ม!
"อืม ใช้อาคมได้งั้นหรือ?"
เมื่อเห็นว่าเป็นสัตว์อสูรที่สามารถใช้อาคมได้ ไทก้าไม่รอช้ารีบเรียกใช้กำแพงพสุธาสองชั้นขึ้นมากำบังไว้ในทันที ก่อนจะเรียกกระบี่พิรุณออกมา พร้อมกับส่งไปยังกอลิล่าทั้งสิบสองเล่มในทันที
ฟุบ ฟุบ ฟุบ!
กอลิล่ายกมือขึ้นมาทั้งยังร่ายอาคมกำแพงน้ำขึ้นมาป้องกันอย่างเต็มกำลัง
โฮกกกกกกก!
ฉึก ฉึก ฉึก!
ฉัวะ!
ไทก้าใช้จังหวะที่กอลิล่ากำลังยกมือทั้งสองข้างนั้น ฟันออกไปด้วยอาคมธาตุแสงอย่างรวดเร็ว จนร่างของกอลิล่าขาดออกเป็นสองท่อนทันที
โฮกกกกก!
กอลิล่าดิ้นอยู่ครู่หนึ่ง ร่างทั้งสองส่วนของกอลิล่าค่อยๆ สลายมารวมกัน ก่อนจะกลายเป็นแกนอสูรสีขาวขนาดเท่ากำมือก้อนหนึ่ง
ไทก้าเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาอย่างช้าๆ
"นี่คงเป็นแกนอสูรล่ะสินะ ดูเหมือนว่าจะเป็นธาตุน้ำด้วย"ไทก้ามองดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋าไป ในตอนนี้นั้นไทก้ายังไม่สามารถที่จะใช้งานแกนอสูรได้จนกว่าจะขึ้นสู่ระดับจิตโลกา
"ข้าคงจะต้องฝึกร่างกายใช้ชินก่อนซะแล้ว"กล่าวจบไทก้าจึงออกเดินไปเรื่อยๆ ทั้งยังสลับวิ่งและกระโดดไปมา เพื่อเป็นการฝึกร่างกายให้เคยชินกับที่แห่งนี้ด้วย
ไทก้ายังคงฝึกร่างกายตลอดเส้นทาง ทั้งยังพบกับสัตว์อสูรหลายตัวที่เข้ามาโจมตีไทก้า ส่วนใหญ่จะอยู่ที่จิตระดับห้า ซึ่งไทก้าก็สามารถจัดการได้ และยังทำให้ไทก้าเริ่มจะชินกับสภาวะโดยรอบเรื่อยๆ ทำให้การเคลื่อนที่นั้นรวดเร็วขึ้นด้วย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
บึ้ม บึ้ม บึ้ม!
ไทก้าหลบหลีกการโจมตีของสัตว์อสูรกระทิงที่ปล่อยอาคมธาตุดินออกมาเป็นเขาแหลมคู่หนึ่ง พุ่งตรงไปยังไทก้าอย่างต่อเนื่อง
ในตอนนี้ไทก้าได้ฝึกใช้อาคมผกผันหน่วงธาตุแห่งเวลาย้อนพลังในร่างให้คงเดิมตลอดเวลา จึงทำให้ไทก้าต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา
การโจมตีของกระทิงตัวนี้นั้นทั้งรุนแรงและรวดเร็วเป็นอย่างมาก ทำให้ไทก้าต้องหลบหลีกอย่างต่อเนื่อง หลังจากหลบหลีกมาได้ระยะหนึ่ง
"อาคมดินเสาแห่งความโกฬาหล"
ไทก้าเรียกเสาดินออกมาเพียงสี่ต้นก่อนจะทำการสร้างเป็นกรงขังกระทิงเอาไว้ทั้งสี่ทิศ และใช้หมัดชกไปที่ส่วนหัวของกระทิงอย่างรุนแรง จนกระทิงถอยหลังออกไป
ตู้ม ตู้ม!
ครืดดดดดด!
ไทก้าไม่รอช้า ใช้อาคมธาตุแสงฟันเป็นลำแสงออกไปอย่างต่อเนื่อง
ฉึบ ฉึบ ฉึบ!
อาคมธาตุแสงที่ถูกฟันออกไปสามครั้งติดต่อกัน ถูกป้องกันไว้ได้หนึ่งดาบ ส่วนอีกสองดาบนั้นได้ทะลุเกาะดินของกระทิงออกไปและตัดเข้าที่ส่วนหัวของกระทิงเป็นรูปกากบาท ก่อนจะล้มลงไปทันที
ม่ออออ!
ไทก้าเดินไปเก็บแกนอสูรธาตุดิน จากนั้นจึงเดินมุงหน้าต่อไป โดยมีจุดมุ่งหมายคือปราสาทโบราณที่อยู่ด้านบนเขาลูกหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป
ในความเป็นจริงแล้ว ไทก้าสามารถจัดการกระทิงตัวนี้ได้เพียงแค่ไม่กี่อึดใจเท่านั้น แต่เหตุผลที่ไทก้าสู้กับกระทิงตัวนี้อยู่นานนั้น เนื่องจากไทก้าต้องการฝึกร่างกายเพื่อหลบหลีก และฝึกการใช้อาคมธาตุเวลาเข้าต่อสู้จริงด้วย
จึงจำเป็นต้องคอยหน่วงอาคมและหลบหลีกไปด้วย ซึ่งต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก
แต่เมื่อผ่านการต่อสู้มาอย่างต่อเนื่องทำให้ไทก้านั้นเริ่มจะปรับสภาพกับมิตินี้ได้อย่างรวดเร็วและด้วยอาคมแห่งเวลาทำให้ไทก้าไม่จำเป็นต้องหยุดพักใดๆ
ในตอนนี้ระดับพลังของไทก้านั้นเลื่อนขึ้นมาเป็นระดับที่เจ็ดแล้วหลังจากที่ทำการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง เมื่อสภาพร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ระดับพลังของไทก้าที่มีความเสถียรพร้อมจึงได้เลื่อนระดับขึ้นทันที ทำให้ในตอนนี้ไทก้าสามารถหน่วงอาคมได้นานขึ้น แต่ว่าตอนนี้ไทก้ายังติดปัญหาในด้านการใช้อาคมซ้อนอยู่ นั่นก็คือ การหน่วงอาคมผกผันทั้งยังต้องใช้อาคมอื่น พร้อมทั้งใช้พลังจิตเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน ดังนั้นในตอนนี้ไทก้าจึงจำเป็นต้องฝึกฝนเพิ่มเติมในส่วนนี้
ในตอนนี้ไทก้าได้เดินลึกเข้ามาในป่าเรื่อยๆ และพบว่ายิ่งเดินลึกเข้ามามากเท่าไหร่ก็ยิ่งพบกับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
"นี่ข้าจะไม่เจอคนบ้างเลยงั้นหรือ เฮ้อ.."
ไทก้าบ่นพึมพำเล็กน้อย เพราะตลอดทางที่เขาผ่านมา เขาพบแต่สัตว์อสูรเท่านั้น ไม่พบผู้คนเลยสักคน จนเขาเริ่มจะคิดว่า เขาอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวรึไม่
บึ้มมมมม
ในขณะที่ไทก้ากำลังพึมพำอยู่นั้นก็ได้มีเสียงระเบิดดังออกมาจากที่ใกล้ๆ แถวนั้น
"หือ? มีสัตว์อสูรสู้กันอยู่อย่างนั้นเหรอ?"
ไทก้าไม่รอช้ารีบเข้าไปดูอย่างรวดเร็ว
เมื่อไทก้ามาถึงยังด้านบนของต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ บริเวณนั้น ก็พบกับคนๆ หนึ่ง ซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสัตว์อสูรหมูป่าจิตระดับหกราวๆ ห้าถึงหกตัว ทั้งยังกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด
ตู้ม ตุ้ม ปัง
ไทก้ายืนอยู่ ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลนัก เมื่อไทก้ามองดูใกล้ๆ จึงเห็นว่าเป็นหญิงสาวผมสีม่วง ทั้งยังกำลังต่อสู้ด้วยด้วยอาการบาดเจ็บและเสียเปรียบเป็นอย่างมาก ก่อนที่ไทก้าจะสังเกตเห็นว่าหญิงสาวคนนั้นใช้ธาตุสายฟ้าในการต่อสู้อยู่
เปี๊ยะ เปรี้ยง!
"นารางั้นหรือ?"
แม้ว่าธาตุสายฟ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่เมื่อพบเข้ากับอสูรหมูป่าที่ใช้ธาตุดิน ทั้งยังมีมากถึงหกตัว นางเองย่อมเสียเปรียบเป็นอย่างมาก ทั้งดูไปแล้วตอนนี้ยังได้รับบาดเจ็บอยู่หลายส่วนและดูเหมือนว่าตอนนี้นาราจะเลื่อนระดับพลังเป็นขั้นจิตระดับห้าแล้ว แต่ว่ามันกลับยังไม่แข็งแกร่งพอสำหรับนางในตอนนี้
หมูป่ายังคงโจมตีไปที่นาราอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังผสานอาคมธาตุดินโจมตีพร้อมกันไปที่นารา
โฮกกกกก!
ตู้ม!
คลื่นดินขนาดใหญ่สองลูกพุ่งเข้ามาสองทิศทางพร้อมกัน
นารารีบใช้อาคมสายฟ้าเข้าทำลายทันที แต่ด้วยระดับที่ต่างกันทำให้คลื่นดินขนาดใหญ่ทั้งสองลูกทำลายสายฟ้าของนางและพุ่งเข้ามาหานาราทันที
"แย่แล้ว..."นารารีบเตรียมตัวกระโดดหลบไปยังด้านหลัง แต่ก็สายไปซะแล้วเมื่อพบว่าหมูป่าอีกตัวได้ใช้อาคมดินขึ้นมาปกคลุมขาทั้งสองข้างของนาราเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวหลบหลีกได้
อู๊ด อุ๊ดๆ ๆ
เสียงหัวเราะของหมูป่าตัวนั้นดังออกมาด้วยความสะใจที่คิดว่านาราคงหมดหนทางหนีแล้วเป็นแน่ ซึ่งฟังดูแล้วน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
แต่ในขณะที่คลื่นดินสองลูกกำลังจะปะทะเข้ากับนารานั้นก็ได้มีกำแพงดินขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาจากทั้งสองด้าน
คลืนนนนน!!
บึ้ม!!
คลื่นดินทั้งสองลูกปะทะเข้ากับกำแพงดินอย่างรุงแรงก่อนจะสลายไปทันที
"อาคมน้ำ กระบี่พิรุณ สิบสองเล่ม"
ฟุบ ฟุบ ฟุบ!
ไทก้าได้ใช้กระบี่พิรุณ เข้าโจมตีหมูป่าทั้งหกตัวในทันที
ฉึก ฉึก ฉึก!
หมูป่าห้าตัวด้านหน้าต่างถูกกระบี่พิรุณปักเข้าในทันที มีเพียงตัวเดียวที่อยู่ด้านหลังที่สามารถสร้างกำแพงดินขึ้นมาป้องกันได้และดูเหมือนว่าอสูรหมูป่าตนนี้จะเป็นหัวหน้าของเจ้าพวกนี้ ก่อนจะหมุนตัวพุ่งเข้าไปยังจุดที่นารายืนอยู่และใช้เขี้ยวแทงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
เมื่อไทก้าเห็นดังนั้นจึงรีบใช้ย่นระยะพุ่งเข้าไปในทันที เนื่องจากนารานั้นถูกอาคมดินปกคลุมเท้าเอาไว้ทำให้ไม่สามารถขยับไปที่ไหนได้
ฟุบ!
ไทก้าเรียกหอกพสุธาขึ้นมาไว้ในมือในขณะที่ย่นระยะ ในตอนนี้ความเร็วในการหน่วงอาคมของไทก้านั้นเร็วขึ้นมากกว่าเดิมเป็นอย่างมากหลังจากที่พยายามฝึกหน่วงอาคมผกผันธาตุเวลา
ฉึก! ฉัวะ!
หอกพสุธาได้แทงทะลุหัวของหมู่ป่าที่กำลังใกล้จะถึงตัวนาราออกไปก่อนทันที แม้ว่าหมูป่าจะเคลื่อนไหวได้เร็วแค่ไหน แต่ก็ช้ากว่าย่นระยะของไทก้าที่เริ่มจะชินกันมิตินี้แล้วอยู่ดี
ฟู่ว์!
ร่างของหมูป่าทั้งหกตัวค่อยๆ สลายกลายเป็นแกนอสูร
ตุบ!
ไทก้ายืนขึ้นช้าๆ
"อาคมนี้ เจ้า โฟล์ก ไทก้างั้นเหรอ?"นาราที่อยู่ด้านหลังของไทก้ากล่าวขึ้นอย่างตกใจ
ไทก้าหันมาช้าๆ
"เจ้าไม่เป็นอะไรนะ" กล่าวจบไทก้าจึงหันหลังและเตรียมจะเดินจากไป
แต่แล้ว.....
พรึบ!
ร่างของนาราที่เต็มไปด้วยบาดแผล และความเหนื่อยล้ากลับค่อยๆ ล้มลงไป ไทก้าไม่รอช้ารีบเข้าไปใกล้กับนารา ทั้งยังใช้มือหนึ่งข้างรีบรับนางไม่ให้ล้มลงทันที
แม้ว่าตอนนี้นารานั้นจะเต็มไปด้วยบาดแผล แต่เมื่อไทก้าได้มองดูนางใกล้ๆแล้ว กลับพบว่านางเองก็นับว่างดงามเป็นอย่างมากเช่นกัน ทั้งในตอนนี้มือของไทก้ากลับช้อนอยู่ที่เอวบางของนาง กล่าวได้ว่ารูปร่างของนางนั้นช่างสมสัดส่วนยิ่งนัก ก่อนไทก้าจะสลัดความคิดของตัวเองออกไปทันทีเมื่อนึกถึงคำกล่าวของฤาษีเตโชขึ้นมาและรีบกล่าวถามออกไป
"เฮ้ เจ้าเป็นอะไรไป"
แม้ว่าไทก้าจะพยายามเรียกแค่ไหนนาราก็ไม่ตอบกลับมาและในตอนนี้ดูเหมือนว่านาราได้สลบไปแล้ว