ที่ใดมีแสงสว่าง ที่นั่นย่อมมีความมืดมิดซ่อนอยู่
ในสังคมส่วนใหญ่ผู้คนจะเทิดทูนความดี สรรเสริญคุณธรรม
แต่ถึงกระนั้น ทุกสังคมก็ยังมีเนื้อร้ายแฝงอยู่เสมอ
ในโลกใบเดิม ปัญหายาเสพติด อาชญากร โจร ผู้ร้าย ล้วนมีมาทุกยุคทุกสมัย
ไม่เคยมีอาณาจักร หรือประเทศไหนที่สามารถกำจัดเนื้อร้ายเหล่านี้ให้หมดไปได้อย่างสิ้นเชิง คล้ายว่าเนื้อร้ายเหล่านี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของรากฐานพวกเขาไปแล้ว
สิ่งเดียวที่ทำได้คือจำกัดเนื้อร้ายเหล่านี้ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมและอยู่ในที่ที่ควรอยู่
กระทั่งวาสเอง ครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อร้ายนี้เช่นกัน
หากเป็นสมัยก่อน สมองของวาสคงไม่เสียเวลามาขบคิดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ แต่ปัจจุบันเขาได้กลายเป็นเจ้าของเมืองดีวอยด์แห่งนี้
แน่นอนคงไม่มีผู้นำคนใดที่อยากจะเห็นเมืองของตัวเองมีปัญหา
เพราะฉะนั้น จากเดิมที่คิดจะแวะมาเพียงครู่เดียว เขาจึงต้องเปลี่ยนกำหนดการเสียใหม่และออก[เดินเล่น]ให้ทั่วเมืองสักรอบหนึ่ง!
ข่าวลือการกลับมาของวีรบุรุษสงครามกระจัดกระจายไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าวาสกลับเคลื่อนไหวเร็วเสียกว่า!
ความเร็วของนักรบกลายพันธ์ทำให้การเดินรอบเมืองไม่ต่างจากการก้าวขาสองสามก้าว ขอแค่เจอโจรกระจอก อันธพาล มาเฟียท้องถิ่น หรืออะไรก็ช่างที่วาสคิดว่าเป็นตัวปัญหาในดินแดนของเขา วาสสั่งให้ซากทัพจับมาไม่เว้นสักคน
และใช่ว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือแต่โดยดี คนจำนวนมากเมื่อเห็นซากทัพของวาสล้วนแต่พยายามหลบหนีการจับกุมของเขา ซึ่งมันก็นำมาซึ่งเหตุการณ์นองเลือด....
ไม่! วาสไม่ได้ฆ่าพวกเขา อย่างมากเขาก็แค่ตัดแขนตัดขาและปล่อยให้ซากทัพหิ้วไปทั้งอย่างนั้น แสร้งหูทวนลมไม่สนใจเสียงร้องโหยหวนร้องขอชีวิตของพวกเขา
ถนนทุกสายที่วาสก้าวผ่านถูกย้อมด้วยเลือด เปรียบดั่งพรมแดงต้อนรับการกลับมาของเขา!
“อืม...เท่านี้คงจะพอแล้ว”วาสพึมพำเบาๆ อย่างที่กล่าวไปว่าเนื้อร้ายเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปแล้ว ในอดีตไม่เคยกำจัดหมด ในอนาคตก็คงไม่มีทางกำจัดหมดได้เช่นกัน
ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่จำกัดวงเนื้อร้ายเหล่านี้ให้เหลือน้อยที่สุดเท่านั้น
วาสเหยียดตาหันไปมองเหล่ากลุ่มคนน่าสังเวชที่ถูกจับกุมด้วยซากทัพด้านหลังวูบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินออกไป
เขาไม่เคยรู้สึกดูถูกหรือรังเกียจคนเหล่านี้เพราะอย่างไรครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา
‘ถ้าจะโทษใคร ก็จงโทษความซวยของพวกนายที่เลือกมาเป็นคนของฉันเถอะ’
วาสและเหล่าซากทัพออกเดินไปยังทิศทางหนึ่ง ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญของเมืองดีวอยด์
โดมรูปทรงเปลือกไข่ขนาดมหึมา กินพื้นที่กว้างใหญ่เกือบจะ1ใน100ของพื้นที่เมืองดีวอยด์ ตั้งอยู่ในทิศเหนือของเมือง
เปลือกนอกของโดมถูกตกแต่งอยากงดงามด้วยหลากสีสัน เดิมทีที่นี่คือที่ตั้งของปราสาทราชาดาร์ซี่ แต่ตอนนี้มันถูกปรับปรุงโดยเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้กลายเป็นศูนย์กลางของเมืองดีวอยด์
ภายในโดมเปลือกไข่เต็มไปด้วยห้องรูปทรงไข่จำนวนมหาศาล ถ้าหากไม่มีแผนที่ในมือก็อาจจะหลงได้ไม่ยาก
ห้องไข่เหล่านี้ถูกใช้เป็นห้องทำงานของเหล่าผู้บริหารเมืองดีวอย์ ที่มีตั้งแต่ตำแหน่งล่างสุดจนไปถึงผู้นำของทั้ง5หน่วยงานที่วาสแต่งตั้งขึ้น
วาสเดินมาจนถึงโดมเปลือกไข่แล้วหยุดฝีเท้าลง ที่ด้านหน้าทางเข้าโดมเปลือกไข่เวลานี้ เต็มไปด้วยผู้คนคับคั่ง ทั้งหมดล้วนเป็นสมาชิกของทั้ง5หน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารเมือง
พวกเขาทั้งหมดได้ทราบถึงการกลับมาของวาสจึงได้มายืนรอต้อนรับเขาอยู่ที่นี่
อันที่จริงจะพูดว่ามายืนต้อนรับก็คงไม่ถูก เพราะไม่มีใครกล้าเงยหน้าสบตาวาสแม้แต่คนเดียว
สาเหตุนั้นมาจากว่าพวกเขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองภาพอันโหดเหี้ยมที่ถูกสร้างขึ้นโดยวาสและซากทัพของเขา
ตอนนี้เหล่าตัวปัญหาไม่มีใครเอ่ยเสียงร่ำร้องแล้ว! เพราะคนที่เคยร่ำร้องไม่อาจร้องได้อีกตลอดกาล!
กลุ่มคนที่ถูกตัดแขนขาล้วนเสียเลือดแทบหมดตัว ริมฝีปากซีดแห้งกรังไร้เลือดฝาด ดวงตาเลื่อนลอยสูญเสียลมหายใจคามือของซากทัพ
ถึงอย่างนั้นวาสก็ไม่ได้สั่งให้ซากทัพปล่อยพวกเขาไป แต่กลับสั่งให้หิ้วต่อมาทั้งอย่างนั้น
ความอำมหิตนี้ทำให้เหล่าตัวปัญหาแทบหลั่งน้ำตาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่มีใครกล้าส่งเสียงร่ำไห้ออกไปเพราะเกรงจะไปสะกิดต่อมอารมณ์ของชายผู้เลือดเย็นเข้า
“กลับมาแล้วงั้นหรอวาส!”ที่ด้านหน้าของเหล่าสมาชิกทั้ง5หน่วยงานคือเหล่าผู้นำของทั้ง5หน่วยงานที่กำลังมีสีหน้าย่ำแย่ มีเพียงไทสันเท่านั้นที่ทักทายวาสด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
วาสพยักหน้าทักทาย จากนั้นจึงเอ่ยว่า
“ช่วยเรียกทุกคนในเมืองมารวมตัวที่นี่ภายใน 2 ชั่วโมงด้วย”
“2 ชั่วโมง? มันไม่น่าจะทันนะถ้าจะรวบรวมคนทั้งเมือง...”
“ประกาศไปว่าถ้าใครมาไม่ทัน...ตาย!”วาสพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไทสันชะงักไปครู่ก่อนจะพยักหน้าแล้วไปทำตามที่วาสสั่งท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของทุกคน
เพียงไม่นานมนุษย์ทุกคนในเมืองก็ได้มารวมกันที่โดมเปลือกไข่อย่างครบถ้วน บางคนแม้จะเจ็บป่วยเจียนตายก็ยังอุตสาห์ดันทุรังลากสังขารมาที่นี่ ต่อให้การฝืนเดินทางมาที่นี่จะทำให้อาการทรุดหนักลงกว่าเดิม แต่ยังไงเสียก็ดีกว่าต้องตาย
ทุกคนถูกนำไปรวมกันภายในโดมเปลือกไข่ ด้านในมีห้องโถงขนาดใหญ่ที่เพียงพอจะจุคนทั้งหมดได้
ใจกลางห้องโถงมีเวทียกสูงขึ้นจากพื้นดินและวาสก็กำลังยืนนิ่งสงบอยู่ด้านบนนั้น พร้อมกับเหล่าตัวปัญหาที่มีจำนวนกว่าหลายร้อยคน และในจำนวนนั้นกว่า 20%ได้หมดลมหายใจไปแล้วแต่ก็ยังถูกซากทัพคุมตัวไว้อยู่
สายตาเฉียบคมมองกวาดไปทั่วๆ ทุกคนที่ถูกดวงตาเย็นชาคู่นั้นมองผ่านต่างพากันรู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งตัว ถึงจะไม่มีจิตสังหารแต่ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงออร่าแห่งความตายที่ลอยคละคลุ้งรอบตัววาส
ประกอบกับภาพน่าสังเวชของศพไม่สมประกอบที่เสียชีวิตจากการขาดเลือดที่ถูกหิ้วโดยซากทัพอยู่ด้านหลัง ยิ่งทำให้ความหวาดกลัวที่อยู่ในใจทุกคนทวีคูณมากยิ่งขึ้น
กลุ่มเด็กน้อยไปจนถึงวัยรุ่นพากันมีสีหน้าตกตะลึง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คล้ายว่าวันนี้พวกเขาได้รู้จักกับไอดอลของพวกเขา วีรบุรุษสงครามในแง่มุมใหม่
ในอดีต วีรบุรุษสงครามในความคิดของพวกเขาจะต้องเป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญ สง่างาม
แต่สิ่งที่พวกเขารู้จักในวันนี้คือชายที่อยู่ในคราบปีศาจร้ายที่มีแต่ความโหดเหี้ยม อำมหิตและเย็นชา!
“ตอนนี้คงมารวมกับครบแล้วสินะ”ในที่สุดวาสก็เอ่ยปากออกมา เพียงวาจาแรกที่ถูกพ่นออกมาจากปากของเขาก็ทำให้หัวใจของใครหลายๆคนร่วงตกไปอยู่แทบเท้าอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“สาเหตุที่ฉันเรียกพวกคุณมาวันนี้ พวกคุณพอจะเดาออกอยู่แล้ว...”ว่าแล้ววาสก็ชี้นิ้วไปที่เหล่าตัวปัญหาบนเวที
“คนพวกนี้...ได้ก่อเรื่องในเมืองของฉัน แสดงอํานาจบาตรใหญ่ในเมืองของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต...”สิ้นคำจิตสังหารอ่อนๆก็เริ่มแผ่ออกมารอบตัววาส ทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้กับเขานั้นหน้าซีดเผือด
ตึก!
วาสก้าวขาออกเดินไปบนเวที
“ในตอนนั้น...เป็นพวกคุณที่ต้องการจะมาอยู่ใต้การปกครองของฉัน”
ตึก!
“ข้อตกลงของพวกเราก็คือ...ชีวิตของพวกคุณ...จะต้องอยู่ในกำมือของฉัน!”
“ใครขัดคำสั่งฉัน...ตาย!”
“ใครไม่เคารพฉัน...ตาย!”
“ใครทรยศฉัน...ตาย!”
“ใครที่ฉันต้องการให้ตาย...คนๆนั้นก็ต้องตาย!”
ต่อให้น้ำเสียงของวาสจะเรียบเฉยๆสักแค่ไหน แต่คำพูดของเขากลับทำให้หัวใจของทุกคนเย็นเฉียบ
พวกเขาเสมือนตื่นขึ้นจากฝัน!
ในเมืองดีวอยด์ ทุกสิ่งเรียบง่ายและสงบสุข ด้วยเหล่าผู้บริหารที่ล้วนเป็นมนุษย์เลเวลสูงและมีประสบการณ์ในการปกครองผู้คน ด้วยชื่อเสียงของวีรบุรุษสงครามที่เป็นดั่งยันต์คุ้มภัยทำให้พวกเขาไม่ต้องกลัวว่าวันดีคืนดีจะมีศัตรูมาบุกทำลายเมืองของพวกเขาจนย่อยยับอย่างที่แล้วมา
ด้วยสาเหตุดังกล่าวทำให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างหลงระเริง จนมีคนกลุ่มหนึ่งมีความกล้าอาจหาญลงมือทำในสิ่งที่เกินขอบเขตกฏที่วาสสร้างไว้!
เหล่าตัวปัญหาต่างหน้าซีดเผือด เวลานี้พวกเขามั่นใจเกือบจะเต็มร้อยแล้วว่าจะต้องถูกฆ่าแน่
ยามวิกฤตชีวิตมาเยือน ผู้คนย่อมสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด
“ไม่! อย่าฆ่าผม!”
“ท่านผู้นำ! ได้โปรด!”
“อ๊ากกกก! ฉันยังไม่อยากตาย!”
เหล่าตัวปัญหาแห่งเมืองดีวอยด์กรีดร้องเสียงหลง พยายามร้องขอชีวิต ทว่าวาสกลับนิ่งเงียบไม่ได้ห้ามการกระทำอันสิ้นหวังของพวกเขา นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขารอคอยอยู่
และในที่สุดสิ่งที่วาสรอคอยก็มาถึง
ชายเคราหนาที่เป็นเหยื่อรายแรกที่วาสจับมา บัดนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาและน้ำมูกตะโกนอย่างสิ้นหวังว่า
“หัวหน้าช่วยผมด้วย! มาพาผมออกไปที! หัวหน้าเป็นมือขวาของคุณไทสันไม่ใช่หรอ บอกให้เขามาช่วยผมที!”วาสหันขวับไปมองตามสายตาของชายเคราหนา ทำให้เห็นชายอ้วนฉุคนหนึ่งที่หน้าซีดเผือดยืนอยู่ห่างจากไทสันไม่ไกล แสดงถึงความเป็นสมาชิกของหน่วยงานที่ไทสันเป็นผู้นำอยู่
เพียงชายอ้วนฉุเห็นสายตาของวาสก็ทำเอาเขาแทบลืมหายใจ ก้มหน้างุด แอบเขยิบเข้าใกล้ไทสันอีกก้าวเป็นการบอกความนัยบางอย่าง
‘พวกมันมีเส้นสายจริงๆด้วย’ไม่มีทางที่อันธพาลกระจอกจะกล้าตั้งตนเป็นใหญ่หากไม่มีเบื้องหลังคอยคุ้มครองอยู่
วาสยักคิ้วน้อยๆให้ไทสันเป็นเชิงถามว่าจะเอาอย่างไร
ถึงอย่างไรไทสันก็เป็นเพื่อนสนิทของเขา ถ้าไทสันขอให้เขาไว้ชีวิตพวกมัน เขาย่อมต้องทำตามความต้องการของเพื่อนสนิท
ใบหน้าของไทสันมืดคลึ้ม ในฐานะที่ทำงานอยู่ในวงการนี้มานานทำให้เขาใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็สามารถวิเคราะห์ออกมาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“บัดซบ! แกกล้าเอาชื่อฉันไปทำเรื่องอย่างนี้งั้นหรอ!”ไทสันตะเบ็งเสียงร้องด้วยความเดือดดาล มือที่เหลือเพียงข้างเดียวกำหมัดแน่นชกเข้าใส่พุงที่เต็มไปด้วยไขมันหนาอย่างหนักหน่วง
ชายอ้วนฉุสำรอกอาหารออกมาคำโด ดวงตาเบิกกว้างแทบทะลัก
“คะ..คุณไทสันผม...”ไทสันไม่เปิดโอกาสให้ชายอ้วนฉุแก้ตัว คว้าหมับเข้าที่ลำคอออกแรงจับแน่นจนชายอ้วนฉุแทบหายใจไม่ออกจนหน้าเขียว จากนั้นจึงลากชายอ้วนฉุขึ้นไปบนเวทีด้วยตัวเอง
“ขอโทษด้วย! มันเป็นแค่คนเดินเอกสารของฉันเท่านั้น...ฉันไม่คิดว่ามันจะกล้าทำขนาดนี้..”ไทสันกระซิบวาสด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด แต่วาสโบกมือเป็นทำนองว่าอย่าไปใส่ใจก่อนที่เขาจะเบือนสายตาหันไปมองเหล่าตัวปัญหาบนเวทีว่า
“ฉันรู้ว่าพวกแกยังมีพรรคพวกเหลืออยู่อีก ฉันให้เวลา 30 วินาที ชี้ตัวพวกมันขึ้นมาให้หมด ไม่เช่นนั้น ถ้าฉันจับได้ในภายหลัง...ครอบครัวของพวกแกจะต้องรับผลที่พวกแกก่อขึ้น!”เหล่าตัวปัญหาพากันช็อก ก่อนจะกลายเป็นสิ้นหวัง
พวกเขาหมดทางรอดแล้ว...
“30”วาสเริ่มนับถอยหลังช้าๆ
“29”
“ฉันจะบอก! ได้โปรดไว้ชีวิตครอบครัวฉันด้วย”
“28”
“ฉันด้วย!”
“27”
“ฉันยอมแล้ว...เบื้องหลังของฉันคือ....”
.
.
.
ภายในเวลาไม่ถึงนาที จากคนในเวทีแค่หลักร้อยก็กลายมาเป็นหลักพัน แสดงให้เป็นถึงเหล่าเนื้อร้ายที่ซ่อนอยู่ในเมืองแห่งนี้ ทำเอาเหล่าผู้บริหารมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เพราะมันบ่งบอกได้ถึงความบกพร่องในหน้าที่ของพวกเขา
เมื่อวาสเห็นว่าพอสมควรก็ถึงเวลาดำเนินเรื่องต่อไป...
จิตสังหารบางเบาของเขาแพร่กระจายออกรอบตัว เพียงไม่นานก็ปกคลุมไปทั่วโดมเปลือกไข่
แต่ต่อให้บางเบาแค่ไหน สำหรับมนุษย์ธรรมดา ในสายตาของพวกเขาแทบจะเป็นวาสกลายเป็นราชาปีศาจในคราบมนุษย์ไปแล้ว
“พวกคุณอาจจะสงสัยว่าพันธสัญญาที่พวกเราทำกันนั้นเป็นของจริงหรือเปล่า....วันนี้เรามาพิสูจน์กัน”กล่าวจบเขาก็หันหลังไปมองเหล่าเนื้อร้ายที่อยู่บนเวที
“จากการที่พวกแกทุกคนก่อเรื่องในเมืองของฉัน...โทษของพวกแกคือ...ตาย!”
เป๊าะ!
สิ้นเสียงดีดนิ้ว สัญลักษณ์รูปวังวนสีดำก็ทอแสงวาบ ก่อนจะก่อให้เกิดพลังงานมหาศาลและระเบิดศีรษะของเหล่าตัวปัญหาให้แตกกระจายออกติดต่อกันดุจดังลูกประทัด!