น่านน้ำใช้เวลากับการนั่งวาดรูปเกือบทั้งวันโดยไม่รู้สึกเบื่อ ทั้งที่ปกติวันทำงานแบบนี้คินทร์จะแนบเขาติดไปที่บริษัทด้วย แต่ทว่าั้แ่ย้ายมาอยู่ที่นี่น่านน้ำปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะอยากอยู่ห้องมากกว่า
เด็กหนุ่มจัดมุมไว้นั่งวาดภาพโดยเฉพาะ ซึ่งอยู่เกือบมุมห้องใกล้ผนังกระจก เป็จุดที่สามารถมองเห็นวิวเมืองหลวงจากชั้นบนได้ชัดเจน เปิดเพลงคลอไปเรื่อย ๆ สร้างบรรยากาศระหว่างวาดภาพ
มีอีกโซนหนึ่งที่น่านน้ำอยากตกแต่ง แต่คงต้องปรึกษากับคินทร์ก่อน เขาไม่กล้าตัดสินใจเองหากจะจัดสวนหย่อมตรงระเบียง
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันมหา' ลัยก็เปิดแล้ว แอบตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย ไม่รู้ว่าชีวิตในรั้วมหา' ลัยจะเป็อย่างไรบ้าง แม้ตั้งใจเอาไว้ว่าจะตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียวโดยไม่สนใจคนอื่น ทว่าลึก ๆ แล้วก็แอบหวังจะได้เจอเพื่อนสักคนที่สามารถพูดคุยกันได้จนเรียนจบ
ติ๊ด
เสียงสแกนบัตรดังขึ้นก่อนประตูห้องเปิดออกโดยเ้าของห้องอีกคนที่เดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสาร น่านน้ำลุกขึ้นไปช่วยคนพี่ถือเพราะเห็นท่าทีทุลักทุเลจากการหอบเอกสารที่มากเกินไป
“ทำไมหอบเอาเอกสารมาเยอะแยะคนเดียวแบบนี้ล่ะครับ น่าจะโทรตามน่านลงไปช่วยยก”
“เฮียไม่อยากให้น่านต้องเหนื่อย”
น่านน้ำตวัดสายตามองดุใส่ จะไม่ให้เขาขยับตัวอะไรมากไปกว่านั่งกินนอนกินเลยหรือยังไง
“แล้ววันนี้ทำไมถึงกลับมาเร็วล่ะครับ ยังไม่ทันเที่ยงเลย”
“วันนี้ไม่มีเื่สำคัญที่ต้องทำ เฮียเลยเอางานกลับมาทำที่ห้อง จะได้อยู่กับน่านด้วย”
“ติดน่านขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
“ก็คงจะอย่างนั้นมั้งครับ ปกติเวลาทำงานมองไปที่โซฟาจะเห็นน่านตลอด หลายวันมานี้น่านไปยอมไปกับเฮีย มันเลยรู้สึกโหวง ๆ นิดหน่อย”
พนักงานในบริษัทพูดกันให้ทั่วว่าประธานบริษัทนี้ติดแฟนเด็กเสียยิ่งกว่าอะไร คินทร์ไม่นึกสงสัยในคำพูดของพนักงานที่ตนแอบไปได้ยินมาสักนิด ยอมรับทุกข้อกล่าวหาเพราะมันเป็เช่นนั้นจริง ๆ
“เฮียก็ทำให้ชินสิครับ อีกไม่กี่วันน่านก็ต้องไปเรียนแล้ว ไม่ได้อยู่กับเฮียตลอดนะ ถึงเอางานกลับมาทำที่ห้องก็ไม่ได้อยู่กันกับน่านทั้งวันสักหน่อย”
“ถึงตอนนั้นเฮียข่มใจทำได้อยู่แล้ว ถึงจะคิดถึงน่านมากขึ้นกว่าเดิมก็เถอะ แต่ยังไงตอนนี้น่านก็ยังไม่ได้ไปเรียนสักหน่อย ขอแค่ได้เห็นน่านตอนทำงานก็มีกำลังใจขึ้นเยอะแล้วครับ”
หมดคำจะพูดกับผู้ชายคลั่งรักคนนี้จริง ๆ น่านน้ำได้แต่พยักหน้าหงึกหงักเอาตามที่คนพี่้าได้เลย ก่อนจะปล่อยให้คินทร์นั่งทำงานของตัวเอง ส่วนเขาไปเตรียมน้ำกับผลไม้มาให้ทานเล่น ไม่ลืมที่จะหอมแก้มให้กำลังใจอย่างที่ชอบทำ
“ตั้งใจทำงานครับเฮีย”
“ขอบคุณครับ”
น่านน้ำเดินกลับไปนั่งที่เดิมซึ่งอยูู่ไม่ไกลจากที่คินทร์นั่งทำาน สามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจน กระดาษแผ่นเดิมที่วาดภาพทิวทัศน์เมื่อครู่นี้ถูกดึงออกก่อนจะปลี่ยนเป็กระดาษเปล่าแผ่นใหม่
เริ่มร่างเส้นจากแบบที่เขามองอยู่ เป็ครั้งแรกที่เขาอยากลองวาดภาพคน เพราะส่วนใหญ่จะชอบวาดภาพธรรมชาติเสียมากกว่า
น่านน้ำตั้งใจวาดภาพนี้มากเป็พิเศษ เพราะคิดว่าจะเอาให้คินทร์ในวันเกิด หลังจากช่างใจอยู่นานว่าจะซื้ออะไรให้คนพี่ดี หากของขวัญชิ้นนั้นเป็สิ่งที่เขาทำเองคินทร์อาจจะชอบมากกว่าซื้อของแพง ๆ มาให้ก็ได้
ใช้เวลาร่างภาพประมาณชั่วโมงกว่ากว่าจะได้แบบที่ถูกใจ ครั้นเหลือบไปมองนาฬิกาตอนนี้เที่ยงกว่าแล้ว น่านน้ำเก็บอุปกรณ์วาดภาพเข้าที่ ก่อนจะเดินเข้าครัวไปเตรียมทำอาหารให้คินทร์
Rrrrr...
ทว่ายังไม่ทันได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง เสียงมือถือดังขึ้นเสียก่อน
“ฮัลโหล”
[พี่น่านอยู่ห้องไหมครับ]
“อยู่ครับ”
[เย่ ลงมารับคีนหน่อยได้ไหม คีนอยู่ตรงล็อบบี้]
“วันนี้โรงเรียนปิดเหรอ”
[เปล่าครับคีนโดดมา พี่น่านลงมารับหน่อยสิ]
“โอเค เดี๋ยวพี่ลงไป”
หลังจากวางสายน่านน้ำก็เดินไปใส่รองเท้าออกไปจากห้อง โดยที่คินทร์ได้แต่มองตามด้วยความสงสัย ครั้นคนน้องไม่ได้บอกอะไรสักคำก่อนไป
น่านน้ำลงมาถึงล็อบบี้ก็เจอกับเด็กหนุ่มตัวโตที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ ที่นี่มีระบบความปลอดภัยค่อนข้างสูง คนนอกที่ไม่ใช่ผู้อาศัยของที่นี่เข้ามาได้มากสุดก็แค่หน้าล็อบบี้
“คีน”
“พี่น่าน” ทันทีที่เห็นน่านน้ำคีนก็ลุงพรวดเข้ามาเกาะแขนคนพี่ทันที
“ขึ้นห้องกันก่อนเถอะ”
น่านน้ำไม่ได้ถามอะไรอีกคนจนขึ้นมาถึงห้อง เมื่อเปิดประตูเข้ามาเห็นคินทร์อยู่ด้วย เด็กหนุ่มก็มีสีหน้าใเล็กน้อย ตอนแรกคิดว่าคินทร์คงไปทำงานถึงได้มาหาน่านนน้ำที่นี่
“ทำไมมาอยู่ที่นี่?”
คินทร์นั่งรอน่านน้ำกลับมาั้แ่เห็นออกไปจากห้อง ทว่าตอนกลับมาดันมีน้องชายของเขามาด้วย แถมยังอยู่ในชุดนักเรียนอีกต่างหาก
เด็กหนุ่มยืนอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ครั้นพี่ชายเอ่ยถามเสียงเข้ม เห็นใจดีแบบนี้แต่เวลาจริงจังดุเป็บ้า
“คือ..”
“ไม่มีเรียนหรือไง”
“มีครับ”
“แล้ว?”
“คีนโดดมา”
“คีน!”
“โธ่เฮีย คีนมีเหตุผลนะ”
คนอายุมากกว่าถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่น้องชายทำ ยิ่งนานวันโตขึ้นคีนก็เริ่มเอาแต่ใจ คินทร์พอเข้าใจว่าเด็กวัยนี้เริ่มมีความคิดเป็ของตัวเองแล้ว แต่บางอย่างก็ควรจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไรการโดดเรียนมาแบบนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหาเสียหน่อย
“ปัญหาอะไร” คินทร์เปิดโอกาสให้น้องชายได้อธิบายเหตุผลที่อ้างมา
“คีนทะเลาะกับเพื่อนในห้อง แล้วก็ต่อยเขาไป คีนโมโหก็เลยโดดมาเพราะถ้าอยู่ต่อคีนคงทำมากกว่านั้น”
“ก็เลยแก้ปัญหาโดยการโดดมาแบบนี้ มันถูกต้องแล้วใช่ไหมครับคีน”
“ไม่ถูกครับ”
คินทร์ไม่รู้หรอกว่าเื่ราวที่ทะเลาะกันมันหนักหนาแค่ไหนสำหรับคีน แต่การแก้ปัญหาแบบนี้ไม่ถูกต้อง ไหนจะใช้ความรุนแรงอีก ถ้าทนอยู่ที่โรงเรียนไม่ไหวจริง ๆ ก็ควรจะขอลากลับออกมาดี ๆ ไม่ใช่โดดมาแบบนี้ เสียทั้งการเรียนเสียทั้งประวัติไหนจะต้องถูกหักคะแนนอีก
เพราะโดยปกติแล้วคีนเป็เด็กเรียนดี สดใส ร่าเริง คุณครูต่างรักใคร่เอ็นดู แต่เมื่อกระทำผิดอาจทำให้ทุกคนต้องมองเด็กคนนี้ใหม่
ต่อให้พ่อแม่ใหญ่มาจากไหนก็ใช่ว่าจะเข้าข้างในทางที่ผิด คินทร์ก็เหมือนกัน ในฐานะพี่ชายคนโตเมื่อทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด
“เฮียว่าเเราต้องปรับทัศนคติกันใหม่นะครับ”
“เฮียครับ อย่าดุน้องเลยครับ”
“เฮียไม่ได้จะดุครับ เฮียแค่ต้องคุยกับคีนให้เข้าใจ ให้เขารู้ว่าสิ่งที่้ทำไม่ถูกต้อง”
“คีนไม่ได้ตั้งใจนะเฮีย ก็ไอ้พวกนั้นมันมาพูดจาหมา ๆ ใส่คีนก่อน”
“วิธีจัดการคนพวกนั้นมีเยอะแยะครับคีน ไม่จำเป็ต้องใช้ความรุนแรงก็ได้ถูกไหม?”
น่านน้ำยืนมองสองพี่น้องตอบโต้กันไปมาเงียบ ๆ คนกลางอย่างเขาไม่รู้จะทำอะไรได้ และดูเหมือนครั้งนี้พี่ชายคนโตที่เอ็นดูคีนมากที่สุดอย่างคินทร์จะจริงจังขึ้นมาจนน่ากลัว
ส่วนคีนเองแม้จะโตขึ้นแล้วก็ยังเคารพพี่ชายคนนี้เหมือนเดิม แม้จะยังหลงเหลือความโกรธจากเหตุการณ์ที่โรงเรียนแต่ก็ไม่แสดงออกมาต่อหน้าคินทร์มากนัก
เด็กหนุ่มนิ่งเงียบไปใบหน้าหล่อซึมลงเล็กน้อยครั้นเถียงไม่ออก
“น่านว่าให้คีนใจเย็นลงก่อนแล้วเฮียค่อยคุยกับน้องดีกว่านะครับ ตอนนี้คีนคงรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่เจอมา อย่าเพิ่งดุน้องไปมากกว่านี้เลยนะ”
“ไปนั่งคิดทบทวนตัวเองก่อนครับคีน ใจเย็นลงแล้วค่อยมาอธิบายเื่ทั้งหมดให้เฮียฟัง หลังจากนั้นจะได้แก้ปัญหากับเื่ที่เกิดขึ้น”
ทางฝ่ายนั้นยังไงก็คงไม่ยอมโดนฝ่ายเดียว หากปล่อยไปเฉย ๆ ก็ต้องจะถูกเอาคืนสักวัน เื่คงไม่จบไม่สิ้น
“ครับ”
คินทร์กลับไปนั่งทำงานปล่อยให้คีนได้อยู่คนเดียว ส่วนน่านน้ำกลับไปทำอาหารต่อในครัว ตอนแรกตั้งใจจะทำมื้อเที่ยงให้คนพี่ทาน ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนเป็มื้อเย็นแทน
…
วันต่อมา
อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด เด็กอีกคนที่ถูกคีนต่อยไปเมื่อวานพาผู้ปกครองมาถึงโรงเรียน ้าจะให้ผู้อำนวยการโรงเรียนจัดการอย่างสมกับที่ทำร้ายลูกตัวเอง
คีนไม่อยากให้เื่ถึงพ่อเลยขอให้พี่ชายมาเป็ผู้ปกครองแทนซึ่งคินทร์ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะเมื่อวานนี้เขาได้ฟังความจากน้องแล้ว ขอฟังความจากอีกฝ่ายด้วยก็คงจะเท่าเทียม
“ไหนล่ะพ่อ? พาพี่ชายมาแทนแบบนี้จะคุยกันรู้เื่หรือไง” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นเสียงดัง ท่าทางเกรี้ยวโกรธชัดเจน
“มีอะไรก็คุยกับผมได้เลยครับ”
“น้องชายของนายต่อยลูกของฉันจนหน้าเยินขนาดนี้จะรับผิดชอบยังไง แค่หักคะแนนคงไม่พอหรอกนะครับ ผ.อ.”
“แต่ลูกคุณลุงหาเื่ผมก่อนนะครับ” คีนตอบกลับเสียงดังอย่างไม่ยอมความ เขาไม่ใช่ผู้กระทำผิดเพียงคนเดียวเสียหน่อย ไม่ใช่คนเริ่มก่อนด้วยซ้ำ
“ดูสิขนาดอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ยังขนาดนี้ ไม่รู้ว่าที่บ้านอบรมสั่งสอนมายังไง”
“ผมว่าคุณไม่ควรพาดพิงไปถึงบุคคลอื่นนะครับ เพราะเื่นี้มีแค่น้องของผมกับลูกของคุณที่มีปัญหากัน”
คินทร์เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งใจเย็น หากต่อปากต่อคำมากไปมีแต่จะต่อความยาวสาวความยืด
“ก็ถ้าสั่งสอนเด็กนั่นมาดี ๆ ก็คงไม่เป็เด็กหัวรุนแรงแบบนี้”
“เื่นี้น้องผมผิดจริง ๆ ที่ใช้ความรุนแรง แต่ลูกคุณก็พูดจาไม่ดีกับน้องผมก่อนไม่ใช่เหรอครับ”
“ก็แค่พูดล้อเล่นกันตามประสาเด็ก จะทำให้เป็เื่ใหญ่ทำไม”
“เพราะพ่อเป็แบบนี้เองสินะครับ” เอ่ยพลางกระตุกยิ้มมุมปากขำกับคำพูดของผู้ใหญ่ตรงหน้า มิหน้าละลูกชายถึงทำทีไม่รู้ร้อนราวกับตัวเองไม่ผิด เพราะมีพ่อให้ท้ายแบบนี้นี่เอง
“ผมว่าเราค่อย ๆ คุยกันดีกว่าไหมครับ อย่าให้เป็เื่ใหญ่เลย”
คนที่มีอำนาจมากที่สุดเอ่ยขัดบทสนทนาที่เริ่มจะดุเดือดขึ้น ตนรู้จักคินทร์เป็อย่างดี เพราะนอกจากจะเป็ศิษย์เก่าที่นี่แล้วยังเป็ลูกชายคุณรังสรรค์คนที่คอยสนับสนุนและมอบทุนให้ทางโรงเรียนนานหลายปี ทั้งยังเป็ผู้ใหญ่ใจดีมอบทุนให้กับเด็ก ๆ หลายคน
แต่อีกคนก็เป็ถึงนักธุรกิจชื่อดังท่านหนึ่งที่เขารู้จักเหมือนกัน หากให้เข้าข้างใครสักคนก็คงจะไม่ได้ต่อให้เป็คนใหญ่คนโตมาจากไหน ใครผิดก็คงต้องว่าไปตามผิด
“คีน”
“ครับ”
“รู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองทำอะไรผิด” ชายหนุ่มเอ่ยถามน้องชาย ทั้งที่สายตายังจ้องไปยังอีกฝ่าย
“รู้ครับ”
“รู้ว่าทำผิดแล้วควรทำยังไง”
“ขอโทษ.. เื่ที่กูต่อยมึงเมื่อวาน”
คีนไม่ใช่เด็กดื้อด้านหัวรั้น หากตัวเองผิดก็แค่ขอโทษในส่วนที่ตัวเองผิด นั่นเป็สิ่งที่ถูกต้องแล้วต่อให้ไม่ได้เป็ฝ่ายเริ่มก่อนก็ตาม
เด็กหนุ่มและบิดาคู่กรณียกยิ้มเยาะเย้ยราวกับสะใจ ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีต่อมาก็หุบยิ้มพากันหน้าเสียทั้งพ่อทั้งลูก
“แล้วคนที่รู้ว่าตัวเองผิดแต่ไม่รู้จักขอโทษ แบบนี้ไม่รู้ว่าถูกอบรมสั่งสอนมายังไง ถึงได้ทำตัวไร้มารยาทและไร้จิตสำนึกแบบนี้”
คีนยืนนิ่งไม่แสดงท่าทีใด ๆ ออกไป ทว่าในใจกลับหัวเราะร่าสะใจที่พี่ชายตอกกลับสองพ่อลูกได้อย่างเจ็บแสบ
ใบหน้ายิ้มแย้มกับน้ำเสียงเรียบนิ่งที่เอ่ยออกไปคล้ายกับพูดแซวเล่น กลับทำให้คนอายุมากกว่าเืขึ้นหน้าเพราะไม่คิดว่าเด็กตรงหน้าจะกล้าพูดจาแบบนี้ใส่
“ไม่เป็ไรหรอกครับเฮีย คีนเข้าใจว่าแต่ละครอบครัวสั่งสอนลูกมาไม่เหมือนกัน คุณลุงเขาคงทำงานหนักอาจจะไม่มีเวลาให้สองเท่าที่ควร”
คีนพูดเสริมต่อจากพี่ชาย ทั้งยังตีหน้าเศร้าราวกับเข้าใจว่าเพื่อนร่วมห้องคนนี้คงจะมีปัญหาครอบครัว ถึงได้มาหาเื่เขา
“ไอ้เหี้ยคีน!!” สองพุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อคีนต่อหน้าทุกคน ราวกับเด็กมีปัญหาที่ถูกจี้ใจดำ
“ไอ้สองหยุด!”
สุดท้ายพ่อของอีกฝ่ายก็ต้องเป็ฝ่ายห้าม นึกเสียหน้าไม่น้อยที่โดนสองพี่น้องตอกหน้าอย่างเจ็บแสบ ทั้งที่ตอนแรก้าเอาเื่ กลายเป็ว่าลูกชายตัวเองมาทำตัวต่ำ ๆ ต่อหน้าผู้อำนวยการเสียเอง
เมื่อแยกลูกชายออกได้แล้วจึงลั่นวาจาให้ขอโทษอีกคนจะได้จบเื่เสียที
“รีบขอโทษซะสิ ฉันจะได้ไปทำงานต่ออย่าให้ฉันต้องขายหน้าไปมากกว่านี้!”
“พ่อ!” เด็กที่ถูกตามใจจนเคยตัวไม่พอใจเท่าไรนักเมื่อพ่อให้ขอโทษอีกฝ่าย ทว่าสุดท้ายก็ต้องกัดฟันกระแทกเสียงขอโทษไปอย่างไม่เต็มใจ “ขอโทษ”
คินทร์กับคีนไม่ได้เอาเื่อะไรอีกฝ่ายต่อ เพราะครั้งนี้คีนเองก็ผิด ถึงคำขอโทษของสองจะไม่เต็มใจแต่ก็เลือกที่จะปล่อยผ่านได้
ถือว่านี่เป็ครั้งแรก หากหลังจากนี้ยังไม่จบคนที่จะมาเคลียร์เองเป็ครั้งที่สองคงเป็ป๊าไม่ใช่เขา
TBC.
#คำขอจากเฮียคินทร์