บทที่ 101 ไท่ซางเหล่าจวินผู้หน้าเลือด
“เย่จื่อเฉิน นายทำฉันตกใจหมดเลย”
หลี่เจียอี๋โอบลำคอของเย่จื่อเฉินเอาไว้แน่นส่วนหลินซีเยว่ก็ยืนชะเง้อมองด้วยความเป็นห่วงอยู่ไม่ไกล
เย่จื่อเฉินหอบหายใจออกมาอย่างหนัก ยกมือขึ้นลูบผมหลี่เจียอี๋อย่างอ่อนโยน
“ร้องไห้ทำไม ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรไม่ใช่หรือไง?”
“เมื่อกี้นาย…”
พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ หลี่เจียอี๋ก็น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งเย่จื่อเฉินเลียริมฝีปาก ฝืนตัวเองลุกจากพื้นขึ้นมานั่งพิงกำแพง เงยหน้าขึ้นมองไปทางหลิวเฉียงที่มีใบหน้าซีดขาวแถมยังมีจ้าวจื่อหมิงที่มีสีหน้านิ่งขรึมนั่นอยู่ด้วย
โดยเฉพาะในตอนที่มองจ้าวจื่อหมิง อีกฝ่ายยังทำเป็นมองมาทางเขาด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
รอยยิ้มขบขันของเย่จื่อเฉินฉายวาบขึ้นทันที
เสแสร้งเก่งจริงๆ
เบ้ปากด้วยความสมเพช แล้วหลินซีเยว่จึงเอ่ยปากขึ้น
“เย่จื่อเฉิน เชื่อฉันนะ ฉันจะทวงความยุติธรรมกลับมาให้นายเอง”
“พวกคุณมันไม่ใช่คนดีอะไรหรอก” หลี่เจียอี๋กัดริมฝีปากดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าคุณจะทำอะไรคุณไม่ใช่แค่จะพาเขาไป เมื่อถึงเวลานั้นพอเรื่องเงียบ ก็…”
พูดไปพูดมา หลี่เจียอี๋ก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้งหลินซีเยว่เม้มริมฝีปากกับคำพูดของเธอ และพูดไม่ออกอยู่นาน
แค่พูดปากเปล่าไม่มีหลักฐาน จากที่ผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่มามันก็ยากที่จะทำให้หลี่เจียอี๋เชื่อเธอ
“เย่จื่อเฉิน นายควรจะเชื่อฉันนะ”
หลินซีเยว่มีสีหน้าคาดหวัง เย่จื่อเฉินพยักหน้ารับ แล้วพูดขึ้น
“ผมเชื่อตำรวจหลิน แต่ผมอยากจัดการเรื่องนี้เอง”
สิ้นเสียง เขาก็เงยหน้าส่งยิ้มไปยังจุดที่จ้าวจื่อหมิงอยู่
“ผมพลิกเกมแล้ว ไม่ใช่เหรอ?”
จ้าวจื่อหมิงหัวเราะแห้งแสร้งทำเป็นไม่รู้ หลินซีเยว่มองไปข้างหลังความประหลาดใจหลั่งไหลออกมาจากดวงตา
ทันใดนั้น เย่จื่อเฉินก็เปิดโทรศัพท์ เลื่อนหาแชทของไท่ซางเหล่าจวิน
เย่จื่อเฉิน : ท่านตาท่านมียาฟื้นฟูกำลังร่างกายหรือเปล่า
ไท่ซางเหล่าจวิน : มี
ไท่ซางเหล่าจวินตอบกลับทันที
เย่จื่อเฉิน : ส่งมาให้ข้าหน่อยหนึ่งเม็ด
ไท่ซางเหล่าจวิน : 500 วิทยายุทธ
ถ้าไท่ซางเหล่าจวินอยู่ในยุคนี้จะต้องเป็นพ่อค้าหน้าเลือดอย่างไม่ต้องสงสัยชายชราผู้นี้ได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของวิทยายุทธ์แล้วเอะอะอะไรก็จะเอาวิทยายุทธ์ แถมยังเอาเยอะอีกต่างหาก
เย่จื่อเฉิน : ไม่มี
วิทยายุทธนี้ไม่ใช่ว่าจะเอามาได้ง่ายๆ เย่จื่อเฉินก็รู้สึกว่ามันกินแรงชีวิตอยู่เหมือนกันแต่เขาก็แค่อยากจะกดราคาลงมาดู แต่ใครจะไปคิด…
ไท่ซางเหล่าจวิน : ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ได้
ไท่ซางเหล่าจวินไม่ได้รบเร้าเย่จื่อเฉิน
เย่จื่อเฉินอึ้งกิมกี่
หน้าเลือดจริงๆ ด้วย
ถึงแม้ว่า 500 วิทยายุทธจะเอาไปทำอะไรได้มากแต่เพื่อร่างกายของตัวเอง…
เย่จื่อเฉิน : ได้ส่ง!
ไท่ซางเหล่าจวิน : ตอนนี้ขึ้นราคาเป็น1,000 วิทยายุทธแล้ว
อะไรเนี่ย!
เย่จื่อเฉินโมโหจนอยากสบถด่า ตาแก่นี่ใจดำเกินไปแล้ว ในเวลาแค่แป๊บเดียวก็ขึ้นราคาจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ได้!
เย่จื่อเฉินคิดพลางพยักหน้ากับตัวเอง ในเมื่อตาแก่คนนี้ใจร้ายกับเขาถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาโทษเขาทีหลังถ้าเขาใจร้ายกับตาแก่คนนี้ก็แล้วกัน
ติ๊ง!
เย่จื่อเฉินถอนเอาวิทยายุทธออกมาจากบัตรเซียนจำนวน 1,000 วิทยายุทธ แล้วส่งไปให้ พอไท่ซางเหล่าจวินได้รับอั่งเปาแล้ว ก็ส่งยากลับมาให้เย่จื่อเฉิน
คุณได้รับอั่งเปาของไท่ซางเหล่าจวิน
ยาฟื้นฟูกำลังซานเหวิน ×1
ยาฟื้นฟูกำลังซานเหวิน : ยาวิเศษระดับสามสามารถฟื้นฟูกำลังร่างกายที่สูญเสียไป และรักษาอาการบาดเจ็บเล็กน้อยได้อย่างรวดเร็ว
กดรับ
ตอนที่กดรับ เย่จื่อเฉินพลิกตัวหลบเขาจะแพร่งพรายความลับนี้ออกมาที่นี่ไม่ได้
เม็ดยาฟื้นฟูเป็นสีเขียวมรกต บนเม็ดยามีลายเส้นอยู่สามเส้น
รู้สึกถึงความหวานเล็กน้อย เมื่อยาเข้าสู่ปาก ทันทีที่ซึมลงไปถึงส่วนท้องเย่จื่อเฉินก็รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แล่นไปทั่วร่างของเขากลไกการทำงานของร่างกายก็ฟื้นคืนสภาพอย่างต่อเนื่อง
ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ เย่จื่อเฉินที่ร่างกายอ่อนแรงก็ลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่ฟื้นคืนสภาพมาทั้งหมด
“เย่จื่อเฉิน…”
หลี่เจียอี๋กับหลินซีเยว่ตกตะลึงยืนอยู่กับที่เมื่อครู่นี้เย่จื่อเฉินยังเหมือนจะตายอยู่เลย
แต่นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่ครู่เดียว ก็เปลี่ยนไปราวกับไม่ได้เป็นอะไร
“นี่คงจะไม่ใช่ว่าตายแล้วเกิดใหม่หรอกนะ”
หลี่เจียอี๋พูดไปพูดมาก็ร้องไห้อีกครั้ง เย่จื่อเฉินยื่นมือไปลูบผมของเธอแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“ทำไมเธอถึงตัดกำลังใจฉันแบบนี้ล่ะ”
เมื่อปลอบหลี่เจียอี๋แล้ว เย่จื่อเฉินก็เอียงคอไปมา แล้วค่อยๆ เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าจ้าวจื่อหมิงกับหลิวเฉียง
“คุณชายเย่…ไว้ชีวิตผมสักครั้งเถอะครับ”
หลิวเฉียงที่อยู่ภายใต้การคุมตัวของตำรวจทำได้แค่ร้องตะโกนอย่างไร้เรี่ยวแรง
เย่จื่อเฉินไม่ได้สนใจเขา แต่กลับยิ้มให้จ้าวจื่อหมิงแทน
“หัวหน้าจ้าวคิดว่าควรจะทำยังไงดีครับ?”
ทีแรกในใจของจ้าวจื่อหมิงก็รู้สึกร้อนรนบ้างนิดหน่อยแต่หลังจากที่ได้ยินคำพูดที่แฝงไว้ด้วยความนัย ไหล่ของเขาก็ยิ่งสั่น
หลินซีเยว่หรี่ตาลงจับสังเกตพวกเขาสองคน เธอมีความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างเหมือนว่าเย่จื่อเฉินกำลังโจมตีจ้าวจื่อหมิง
“หัวหน้าจ้าวครับ?”
พอเห็นว่าจ้าวจื่อหมิงไม่พูดอะไร เย่จื่อเฉินถึงได้เรียกเขาอีกครั้ง
“คุณชายเย่หมายความว่ายังไงครับ คุณเป็นผู้มีพระคุณของซีเยว่ลูกน้องผมลงไม้ลงมือกับคุณ แถมยังกล่าวหาคุณขนาดนั้นนี่เป็นความผิดผมที่ดูแลลูกน้องได้ไม่ดีเองครับ ซีเยว่ก็อยู่ด้วยผมว่าให้ซีเยว่จัดการน่าจะเหมาะสมกว่าครับ”
“งั้นเหรอครับ” เย่จื่อเฉินพยักหน้ารับ แล้วพูด “ก็หมายความว่า หัวหน้าจ้าวไม่รู้ไม่เห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยใช่ไหมครับ?”
“แน่นอนสิครับ ตอนที่ผมได้รับแจ้ง ผมก็ตกใจเหมือนกัน ” จ้าวจื่อหมิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“เขารู้เห็นเป็นใจด้วยชัดๆ เจ้าหมอนี่…”
หลิวฉิงที่ลอยอยู่กลางอากาศตะโกนด่า เย่จื่อเฉินพยักหน้ายิ้ม แล้วพูด
“ถ้าอย่างนั้นหัวหน้าจ้าวออกไปก่อนได้ไหมครับ เดี๋ยวทางนี้พวกผมจัดการเอง”
“เอ่อ…” จ้าวจื่อหมิงมีสีหน้าลำบากใจ
“จ้าวจื่อหมิง!” หลินซีเยว่ขมวดคิ้ว
“โอเค” เมื่อเห็นท่าทางของหลินซีเยว่จ้าวจื่อหมิงจึงยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
“คุณตำรวจสองคนนั้นก็ออกไปด้วย”
เย่จื่อเฉินชี้ไปยังนายตำรวจสองคนที่หลินซีเยว่พามาด้วย
“นี่เป็นคนของฉัน” หลินซีเยว่คิดว่าเย่จื่อเฉินเข้าใจผิดจึงเอ่ยปากออกไป
“อืม แต่ก็ต้องออกไปด้วย”
พอนายตำรวจสองคนออกไปแล้ว ทั้งห้องก็เหลือแค่เย่จื่อเฉิน หลี่เจียอี๋หลินซีเยว่ และหลิวเฉียง
“เย่จื่อเฉิน นายคิดจะทำอะไรกันแน่?”
“ทำให้คุณได้เห็นธาตุแท้ของใครคนหนึ่ง”
เย่จื่อเฉินยิ้มตาหยีมองหลินซีเยว่ ก่อนเดินไปหยุดอยู่ข้างหลิวเฉียง
หลินซีเยว่ยืนทำหน้าประหลาดใจอยู่กับที่ แล้วจู่ๆ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป
หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิด
หลิวเฉียงที่นอนแผ่หมดสภาพอยู่กับพื้นได้คว้าข้อเท้าของเย่จื่อเฉินเอาไว้ส่ายหน้าขอร้องเหมือนกับคนบ้า
“คุณชายเย่ ไว้ชีวิตผมสักครั้งเถอะครับ”
“ได้ แต่นายต้องปล่อยฉันก่อน”
ใบหน้าของเย่จื่อเฉินประดับไว้ด้วยรอยยิ้มตอนนี้ทุกคนในห้องต่างรู้สึกว่าหูมีปัญหากันหมดหลี่เจียอี๋ที่อยู่ข้างหลังตะโกนขึ้นมาทันที
“เย่จื่อเฉิน ปล่อยเขาไปไม่ได้นะ เขาทำกับนายขนาดนั้น…”
เย่จื่อเฉินส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้หลี่เจียอี๋ใจเย็นๆแล้วย่อตัวลงตรงหน้าหลิวเฉียง
“ฉันจะไว้ชีวิตนายสักครั้งก็ได้ แต่นายต้องตอบคำถามฉันมาหนึ่งข้อ”
“คุณชายเย่ว่ามาเลยครับ”
นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของหลิวเฉียงแล้ว เขาต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ไม่อย่างนั้นทั้งชีวิตนี้ของเขา มันก็จะพังลงไม่เป็นท่า
“ฉันอยากให้นายพูดความจริง ว่าใครกันแน่ที่สั่งให้นายทำแบบนี้”