(ฟรี 110 ตอน) ยอดยุทธ์: ระบบฝึกฝนไร้ขีดจำกัด

    บทที่ 11 ยาบำรุงโลหิต

    บทที่ 11ยาบำรุงโลหิต

     

     

     

    "เจ้านั่นแหละ!คิดว่าจะใช้ผู้อื่นหลบพ้นหรือ? ออกมา!"

     

    สิ้นเสียงตวาดปลายไม้ไผ่เขียวของเฉาเฟิงก็พุ่งลอดผ่านข้างลำคอของจ้าวเทียนซิง

     

    เข้ามาเคาะเบาๆที่หน้าผากของลู่เฟิงดังเพียะอย่างแม่นยำท่ามกลางสายตาของคนนับร้อยที่พากันกลั้นหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดง

     

    แม้แต่หลี่ชิงเสวี่ยที่มักจะรักษาความสุขุมอยู่เป็นนิจก็ยังต้องยกแขนเสื้อขึ้นป้องปิดมุมปากที่ลอบยิ้ม

     

    ลู่เฟิงลูบหน้าผากเบาๆจำต้องก้าวเท้าออกจากหลังแผ่นหลังหนาของนายพรานหนุ่มยืนตระหง่านอยู่ใจกลางลานฝึกยุทธ์ที่มีแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาจนเห็นฝุ่นละอองม้วนตัวในอากาศ

     

    เขาสูดลมหายใจเข้าลึกรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายให้กลับมานิ่งสงบดึงภาพท่วงท่าการร่ายรำอันสมบูรณ์แบบของเฉาเฟิงขึ้นมาในหัวแล้วเริ่มตั้งท่าหมัดสิบสองรูปแบบทันที

     

    หนึ่งก้าวตั้งมั่นหนึ่งหมัดมีเจตจำนง

     

    เด็กหนุ่มขยับกายเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง

     

    ท่วงท่าของเขาไม่ได้รวดเร็วหรือดุดันแต่ทุกครั้งที่วาดมือ ขยับข้อศอก หรือย่อเข่าลงเป็นท่ายืนม้าลู่เฟิงจะขุดเอาความทรงจำที่เฉาเฟิงเพิ่งปรับแก้ และทุบตีคนก่อนหน้าขึ้นมาปรับใช้กับตนเองอย่างละเอียด

     

    มุมหมัดที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไปฝีเท้าที่ก้าวสลับซ้ายขวาอย่างเป็นระเบียบทำให้ไม้ไผ่ในมือของผู้ฝึกสอนเฉาทำได้เพียงยกค้างไว้กลางอากาศและไม่ได้ฟาดลงมาบนร่างของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

     

    เมื่อดึงหมัดกลับเข้าสู่อกเป็นท่าจบกระบวนข้อความสายหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้น

     

    [แต้มประสบการณ์หมัดสิบสองรูปแบบ+1]

     

    ทันทีที่ชุดหมัดสิ้นสุดลงลู่เฟิงกลับรู้สึกราวกับพละกำลัง และหยาดเหงื่อทั่วทั้งร่างถูกสูบออกไปจนแห้งขอดในพริบตา

     

    กล้ามเนื้อทุกส่วนปวดล้าจนสั่นระริกลำคอแห้งผาก ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนหินแผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ใบหน้าซีดเผือด จนแทบจะทรงตัวยืนไม่อยู่

     

    [ทักษะ:หมัดสิบสองรูปแบบ (ยังไม่เข้าระดับ) (คุณสมบัติ: ไม่มี)]

     

    [ความคืบหน้า:(1/10)]

     

    "เหตุใด...ฝึกเพียงแค่รอบเดียว จึงเหนื่อยล้ายิ่งกว่าการทำงานหนักทั้งวันเสียอีก?"

     

    ลู่เฟิงเอ่ยถามเสียงเบาพลางหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างเอาเป็นเอาตาย

     

    เฉาเฟิงมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ไม่ได้ร้องครวญคางนัยน์ตาของชายวัยกลางคนฉายแววพึงพอใจสายหนึ่งก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

     

    เขาเอ่ยปากอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ

     

    "หมัดชุดนี้แตกต่างจากท่าทางยกของแบกหามทั่วไปมันบังคับให้เจ้าต้องเค้นกำลังจากกล้ามเนื้อแทบทุกส่วนผสานรวมกันในเวลาเดียวกัน”

     

    “ทั้งยังต้องควบคุมท่ายืนใต้ฝ่าเท้าให้มั่นคงดุจรากไม้ควบคุมลมหายใจให้สอดประสาน และตรึงจิตใจให้อยู่กับร่องกับรอยภาระที่ตกสู่ร่างกายและจิตวิญญาณจึงมหาศาลนัก”

     

    “สำหรับผู้ที่เริ่มฝึกฝนหากจบไปหนึ่งรอบแล้ว ควรจะพักผ่อนอย่างน้อยหนึ่งชั่วยาม เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูก่อนจะเริ่มฝึกซ้ำในรอบต่อไป”

     

    “มิฉะนั้นหากฝืนทำต่อไปกล้ามเนื้อและกระดูกจะฉีกขาด ทำลายรากฐานตนเอง หรืออาจถึงขั้นหัวใจล้มเหลวตายได้"

     

    กล่าวจบเฉาเฟิงก็ละสายตาแล้วชี้ไม้ไผ่ไปยังจ้าวเทียนซิงที่ยืนอยู่ข้างๆ

     

    "ส่วนเจ้า...เจ้าเติบโตมาในป่าเขา มีปราณโลหิตและรากฐานร่างกายที่แข็งแกร่งมาตั้งแต่ต้นหากตั้งใจฝึกฝนเจ้าจะมีโอกาสทะลวงเข้าสู่ขั้นบำรุงโลหิตได้รวดเร็วที่สุดในบรรดาคนกลุ่มนี้"

     

    จ้าวเทียนซิงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มร่ารีบก้าวเท้าเข้ามาช่วยพยุงร่างที่สั่นเทาของลู่เฟิงกลับเข้ากลุ่ม

     

    จากนั้นสมาชิกใหม่คนอื่นๆจึงถูกเรียกออกไปฝึกซ้ำ บางคนขยับท่วงท่าเก้ๆ กังๆ

     

    ดูลนลานจนดูคล้ายกับลิงป่ากำลังแสดงปาหี่ท่ามกลางตลาดสดไม่มีความเป็นวิชายุทธ์แม้แต่น้อย จนถูกไม้ไผ่เขียวของเฉาเฟิงหวดเข้าที่กลางหลัง และก้นจนต้องร้องไห้โฮออกมาด้วยความเจ็บปวด

     

    "นี่คือรูปแบบวานร!ไม่ใช่หมัดลิง และไม่ใช่การแสดงละครลิงให้ผู้คนดู!"

     

    เสียงตวาดดังก้องข่มขวัญจนเด็กหนุ่มเหล่านั้นตัวสั่นงันงก

     

    ก่อนที่เวลาฝึกยุทธ์ในยามบ่ายจะสิ้นสุดลงเฉาเฟิงได้ปักไม้ไผ่ลงกับพื้นลานแล้วประกาศเรื่องสำคัญขึ้น

     

    "ก่อนกลับไปพักผ่อนจงไปที่เรือนปรุงยาเพื่อรับน้ำแกงยาบำรุงโลหิตสมาชิกพรรคทุกคนมีสิทธิ์รับได้ฟรีวันละหนึ่งชามหากผู้ใดต้องการเพิ่มเพื่อเร่งความเร็วในการฝึกฝนจะต้องจ่ายเงินซื้อเองในราคาชามละหนึ่งเฉียนเงิน”

     

    “ยาชามนี้จะช่วยฟื้นฟูพละกำลังที่สูญเสียไปและช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเพื่อเร่งกระบวนการบำรุงโลหิตของพวกเจ้า"

     

    ลู่เฟิงที่หอบหายใจอยู่ขมวดคิ้วลอบคำนวณตัวเลขในใจอย่างรวดเร็ว ลำพังเพียงแค่สาขาเมืองเหนือแห่งนี้ก็มีคนงาน และสมาชิกใหม่รวมกันหลายร้อยคนแล้ว

     

    หากพรรคแจกจ่ายน้ำแกงยาบำรุงโลหิตให้ฟรีคนละชามทุกวันมูลค่าของตัวยาสมุนไพรที่ต้องเสียไป ย่อมไม่ต่ำกว่าวันละหลายตำลึงเงินอย่างแน่นอนพรรคเจ็ดดารานำเงินทองมากมายขนาดนี้มาจากไหน?

     

    สมาชิกเก่าร่างสันทัดคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆหันมาเห็นสีหน้าตื่นตะลึงและเต็มไปด้วยความสับสนของลู่เฟิง ก็ลอบหัวเราะเบาๆในลำคอแล้วเอ่ยกระซิบอธิบาย

     

    "น้องใหม่อย่าเพิ่งคิดว่าพรรคใจดีจนยอมขาดทุนเลยเมื่อใดก็ตามที่พวกเจ้าสามารถทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นบำรุงโลหิตและกลายเป็นศิษย์สายตรงอย่างเต็มตัวเมื่อนั้นเจ้าจะต้องน้อมรับภารกิจของพรรคในทุกๆ เดือน”

     

    “ต่อให้พรรคสั่งให้เจ้าจับอาวุธไปเข่นฆ่าและรบพุ่งกับพรรคคู่อริจนตัวตาย เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ และที่สำคัญ...รายได้หรือของรางวัลทั้งหมดที่เจ้าหามาได้จากภารกิจเหล่านั้นย่อมต้องถูกพรรคหักส่วนแบ่งไปมากกว่าครึ่งอยู่ดี"

     

    คำอธิบายของศิษย์พี่ผู้นี้ฟังสอดคล้องและสมเหตุสมผลตามหลักผลประโยชน์ของโลกสีเทา

     

    ทว่าในส่วนลึกของหัวใจลู่เฟิงกลับยังคงไม่สามารถสลัดความเคลือบแคลงสงสัยออกไปได้หมด

     

    หากเปรียบเทียบกับพรรคดาดโลหิตที่เขาเคยรู้จักคนพวกนั้นไม่เคยหยิบยื่นสิ่งใดให้ใครฟรีๆโดยไม่รีดเค้นผลประโยชน์กลับคืนมาเป็นเท่าทวีคูณในทันที

     

    แล้วเหตุใดพรรคเจ็ดดาราที่ถึงยอมควักเงินก้อนโตลงทุนกับผู้ลี้ภัย และผู้คนจำนวนมากถึงเพียงนี้โดยไม่มีท่าทีรีบร้อน

     

    เบื้องหลังยาฟรีเหล่านี้...ซ่อนสิ่งใดเอาไว้กันแน่?

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(ฟรี 110 ตอน) ยอดยุทธ์: ระบบฝึกฝนไร้ขีดจำกัด ที่คุณอ่าน