บทที่ 66 รางวัล
ทันทีที่หน้าจอแจ้งเตือนถูกเปิดออกข้อความประกาศก็เด้งขึ้นตรงหน้าถล่มทลาย
[ขอแสดงความยินดี! คุณพิชิตชั้นที่ 1ของบทฝึกสอนระดับนรกสำเร็จ]
[คุณได้รับ: โทเคนอัปเกรดทักษะ 1 ชิ้น /แต้มทักษะ 1 แต้ม / แต้มสถานะ 5 แต้ม]
[เปิดใช้งานระบบคอมมูนิตี้(จำกัด 10 นาที/วัน)]
[ยินดีต้อนรับสู่ชั้นที่สอง:อาณาจักรผสานมานา]
[คุณสามารถเลือกอาชีพหลักได้แล้วโดยอ้างอิงจากผลงานที่ผ่านมา]
ผมขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจรางวัลที่ระบบเฮงซวยนี้ประเคนให้มันดูดีเกินจริงจนน่าขนลุกจัดเต็มแบบนี้แสดงว่าชั้นต่อไปคงกะจะเอาชีวิตกันให้ตายแน่ๆ
ในขณะที่ผมกำลังใช้ความคิดเคร่งเครียดแรงสะกิดย้ำๆ ที่หน้าแข้งก็ดึงให้ผมต้องก้มลงมอง
เจ้าหมาน้อย บิสกิต กำลังใช้หัวกลมๆของมันโหม่งขาผมอย่างเอาเป็นเอาตายพลางทำจมูกฟุดฟิดไปตามเนื้อตัวที่เขรอะไปด้วยเขม่าและคราบเลือด
"โทษทีนะบิสกิต..."
ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
"ดูสารรูปฉันด้วย คนที่มีผ้าปิดตัวไม่ถึงสามชิ้นอย่างฉันจะเอาของกินไปซ่อนไว้ตรงไหนได้อีก ในรูแผลที่หน้าอกนี่เหรอ?"
บิสกิตหยุดโหม่งแล้วเงยหน้าสบตาผมแววตาของมันฉายแววผิดหวังอย่างรุนแรงจนน่าหมั่นไส้
เจ้าหมาตะกละนี่...รู้อย่างนี้โยนให้หมีกินไปเสียแต่ตอนนั้นก็ดีหรอก
ผมได้แต่บ่นในใจพลางมองดูมันสะบัดก้นเดินไปหาของกินที่อื่นอย่างไม่ใยดี
ผมส่ายศีรษะเบาๆก่อนจะดึงสมาธิที่กระจัดกระจายกลับมาจดจ่อที่หน้าจอสถานะอีกครั้ง
ตอนนี้ผมมีแต้มสถานะอยู่ในมือ 5 แต้มแม้จะรู้ดีว่าควรจัดสรรพวกมันยังไงแต่เสียงในหัวกลับตะโกนก้องอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ
มานา มานา!
พูดไปแล้วผมเริ่มจะเหมือนเจ้าบิสกิตเข้าไปทุกทีแล้วละ
แม้ใจจะอยากทุ่มแต้มทั้งหมดไปที่มานามากแค่ไหนแต่ผมก็ต้องกัดฟันยับยั้งชั่งใจเอาไว้เพราะร่องรอยความเสียหายบนร่างกายที่แทบจะแบกรับมานามหาศาลไม่ไหวในตอนนี้มันชัดเจนเกินไป
หากผมยังดึงดันฝืนลงแต้มแบบเดิมอีกมันคงไม่ใช่แค่การเสี่ยง แต่มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ
ผมขบฟันแน่นจนกรามสั่นเพ่งสมาธิลงแต้มไปที่ ความทนทาน 2 แต้ม ก่อนจะแบ่งอีก 3 แต้มที่เหลือไปที่ มานา
ทันทีที่ทำเสร็จผมถึงกับต้องนั่งกัดเล็บตัวเองด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้งความรู้สึกโหยหาที่ยังไม่ถูกเติมเต็มมันรุนแรงจนผมแทบคลั่ง
สุดท้ายผมจึงต้องรีบกระตุ้นมานาในร่างกายเพื่อเข้าสู่สมาธิที่ลึกยิ่งขึ้นเพื่อสะกดความรู้สึกสูญเสียนั้นไว้
ให้ตายเถอะ!
คราวนี้ผมรู้ซึ้งเลยว่าพวกที่เสพติดอะไรบางอย่างมันรู้สึกยังไงมิน่าล่ะยัยเทสถึงได้ทำหน้าเหมือนปลาตายตอนที่บุหรี่หมด
หลังจากที่ตั้งสติได้ผมก็เริ่มตรวจสอบระดับทักษะของตัวเอง
[สมาธิ - เลเวล 10]
[การควบคุมมานา - เลเวล 10]
[การรับรู้มานา - เลเวล 9]
[การสั่นพ้อง - เลเวล 5]
[การจัดสรรพลังงานจลน์ - เลเวล 8]
[อาวุธมานา - เลเวล 2]
เรื่องสมาธิ และการควบคุมมานาผมรู้อยู่แล้ว เพราะว่ามันคือไม้ตายก้นหีบที่ช่วยกระชากผมกลับมาจากความตายแต่ที่น่าเหลือเชื่อคือการรับรู้มานา และการจัดสรรพลังงานจลน์เองก็พุ่งสูงขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน
เมื่อเห็นโทเคนอัปเกรดทักษะที่ได้มาเป็นรางวัลผมก็ต้องขมวดคิ้วอย่างหนักใจการเลือกระหว่างอัปเกรดสมาธิหรือการควบคุมมานาว่ายากแล้ว
แต่ถ้าผมใจเย็นรออีกสักหน่อยจนการรับรู้มานาแตะเลเวล10 ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงก็ได้
"เลือกยากชะมัด!"
ผมเก็บความลังเลนั้นไว้ในใจก่อนจะข้ามไปดูหัวข้อถัดไปที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า
ผมอยากเห็นแล้วว่าอาชีพที่ระบบปลดล็อกให้จะมีอะไรบ้างจะเป็นอาชีพพื้นฐานดาดๆ อย่างนักดาบหรือนักธนูเหมือนในเกมออนไลน์ทั่วไปหรือจะมีอะไรที่เร้าใจกว่านั้นไหม
หัวใจผมเต้นรัวด้วยความคาดหวังและทันทีที่หน้าต่างอาชีพเด้งขึ้นมา ผมก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ!
[ตอนนี้คุณสามารถเลือกอาชีพได้หนึ่งอาชีพอาชีพเหล่านี้จะอ้างอิงจากการกระทำและผลงานของคุณที่ผ่านมาภายในบทฝึกสอน]
[โปรดเลือกอย่างระมัดระวัง!]
ผู้ปรับแต่งพลัง
(อาชีพระดับต้นที่เน้นการดึงแรงรูปแบบต่างๆมาใช้ควบคุมพลังงานและโมเมนตัมในการต่อสู้มอบความได้เปรียบแก่ผู้ที่มีความเข้ากันได้กับการจัดสรรพลังงาน)
นักฝึกสัตว์มนตรา
(สายอาชีพเบื้องต้นที่ใช้มานาสื่อสารและสร้างพันธะสัญญาเพื่อควบคุมสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์สามารถเสริมแกร่งและยกระดับพลังให้แก่พันธมิตร)
นักรบเอเธอร์
(นักสู้ระดับต้นที่ผสมผสานทักษะทางกายภาพเข้ากับเวทมนตร์พื้นฐานสร้างสไตล์การต่อสู้ที่หลากหลายโดยพึ่งพาพละกำลังกายและมานาที่มีอยู่เดิม)
ผู้ถ่ายเทมานา
(ผู้เชี่ยวชาญการหมุนเวียนมานาระดับต้นเพื่อเสริมสถานะทางกายภาพพร้อมขัดเกลาทักษะการบงการเวทมนตร์เบื้องต้นให้เฉียบคมและทรงพลังยิ่งขึ้น)
มานาสไตรเกอร์
(นักสู้ฝึกหัดระดับต้นที่เน้นการถ่ายโอนพลังเวทบริสุทธิ์เข้าสู่การโจมตีทางกายภาพเพิ่มพูนความแข็งแกร่งและความว่องไวในการต่อสู้)
นักธนูพลังงาน
(อาชีพเบื้องต้นที่ยกระดับทักษะการยิงธนูด้วยอำนาจเวทมนตร์เปลี่ยนลูกศรธรรมดาให้กลายเป็นศรพลังงานที่ทรงพลานุภาพ)
ผู้พิทักษ์พลังงานจลน์
(สายป้องกันระดับต้นที่เชี่ยวชาญการลดทอนแรงปะทะมอบการปกป้องด้วยการบงการพลังงานและโมเมนตัมรอบตัวอย่างแยบยล)
ผู้บรรลุสมาธิ
(อาชีพเบื้องต้นที่ให้ความสำคัญกับการรวบรวมจิตเป็นหนึ่งช่วยเพิ่มพูนขีดความสามารถทางเวทมนตร์และรักษาสติเพื่อปรับตัวเข้ากับสถานการณ์)
หน่วยสอดแนมมานา
(ผู้เชี่ยวชาญการรับรู้มานาระดับต้นที่ควบรวมเข้ากับทักษะลอบเร้นสามารถระบุตำแหน่งศัตรูและพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของมานาสูงได้)
ช่างศาสตรามนตรา
(สายอาชีพเบื้องต้นที่มุ่งเน้นการสร้างและเสริมความแข็งแกร่งให้อุปกรณ์มีความเชี่ยวชาญในการหลอมอาวุธและชุดเกราะเวทมนตร์)
รายชื่อที่ปรากฏมีมากถึง 10 อาชีพมันเยอะจนผมแทบจะเลือกไม่ถูกไม่รู้เลยว่าคนอื่นจะได้ตัวเลือกมากมายขนาดนี้เหมือนกันไหมหรือจะมีแค่ผมคนเดียวที่ได้รับสิทธิพิเศษที่น่าปวดหัวนี้?
แถมชื่อแต่ละอย่างยังหลุดกรอบความรู้ที่ผมมีไปไกลลิบจนไม่รู้เลยว่าอาชีพไหนดีหรือแย่กว่ากัน
ผมละสายตาจากหน้าต่างระบบเพื่อดึงสมาธิกลับมาดูเหมือนคนอื่นๆ ก็กำลังเลือกอาชีพอยู่เช่นกัน ยกเว้นแค่เทสกับลิลลี่เท่านั้น
จากการสังเกต ดูเหมือนเทสจะเลือกอาชีพเสร็จไปนานแล้วผมเห็นความเปลี่ยนแปลงจากทักษะที่เธอใช้กำราบมายาและแฮดวินกระแสไฟฟ้าที่พุ่งออกมานั้นต่างจากตอนที่อยู่ชั้นแรกอย่างสิ้นเชิง
มันไม่ใช่แค่ไฟฟ้าสถิตที่น่ารำคาญอีกต่อไปแต่ความรุนแรงของมันมากพอจะเผาคนให้ตายได้ในพริบตาผมสันนิษฐานว่านั่นคงเป็นผลจากอาชีพที่เธอเลือก
ผู้หญิงคนนี้จะแน่วแน่เกินไปแล้ว...เธอเลือกอาชีพโดยไม่ลังเลเลยอย่างนั้นเหรอ?
ส่วนลิลลี่นั้นต่างออกไปดูเหมือนเธอยังไม่ได้เลือกอาชีพเลย
ตอนนี้เธอนั่งอยู่ข้างๆ ผม ใช้ทักษะมานาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอย่างเงียบเชียบ
ผมลอบมองใบหน้าที่ซูบซีดนั้นรอบดวงตาของเธอยังคงมีคราบน้ำตาหลงเหลืออยู่ แววตาคู่นั้นดูล่องลอย และว่างเปล่าจนน่าใจหาย
ผมถอนหายใจออกมาเบาๆเพื่อไม่ให้เธอรู้ตัว สิ่งที่เกิดขึ้นมันคงเกินกว่าที่เด็กสาวคนหนึ่งจะแบกรับไหว
ขนาดผมเองยังแทบตั้งตัวไม่ติดกับเหตุการณ์ในวินาทีนั้นแล้วนับประสาอะไรกับเธอ ที่ต้องกลายเป็นต้นเหตุให้เควินตาย มันคงยากเกินกว่าที่จิตใจเธอจะแบกรับได้จริงๆ
ผมอยากจะเอ่ยปากปลอบใจเธอแต่ก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้ และที่สำคัญ...ผมต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า แม้แต่ท่าทีที่ผมมีต่อเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพราะทักษะของเธอมันน่าสยดสยองเกินไป
ทักษะเลเวล 1ที่เกือบจะสังหารมอนสเตอร์เลเวล 26 ได้ในพริบตามันเป็นพลังที่น่าหวาดกลัวเกินกว่าจะทำใจให้ชินได้
เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำสมมติฐานของผมให้ชัดเจนขึ้นว่าทักษะที่แต่ละคนได้รับมาอาจมีระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และบางทีทักษะของลิลลี่...
อาจจัดอยู่ในระดับที่สูงล้ำจนสั่นคลอนสามัญสำนึกของพวกเราไปเลยก็ได้
ขณะที่กวาดสายตามองไปรอบๆผมเห็นคิมกำลังจ้องมองลิลลี่อย่างไม่วางตา
ดวงตาสีดำสนิทของเขาอัดแน่นไปด้วยพายุอารมณ์ที่ยากจะแยกแยะทั้งความโกรธแค้น ความสับสน และความโศกเศร้าที่พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ
ผมรู้ดีว่าเควินคือเพื่อนที่เขาสนิทที่สุดทั้งคู่ร่วมหัวจมท้ายกันมานานและเควินเองก็เป็นคนเพียงไม่กี่คนที่คิมยอมเปิดใจเล่าเรื่องราวแสนเจ็บปวดในอดีตให้ฟัง
การสูญเสียครั้งนี้สำหรับเขาคงไม่ต่างจากการเสียพี่ชายแท้ๆไป และมันคงยากเกินไปที่เด็กอายุเพียง 15 ปีจะทำใจยอมรับ และเลิกกล่าวโทษลิลลี่ได้
แรงอาฆาตที่แผ่ออกมาทำให้ผมต้องจ้องลึกเข้าไปในตาของเขาจนกระทั่งเขายอมเลื่อนสายตามาประสานกับผม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคืองอย่างไม่ปิดบัง
ผมจึงจ้องเขากลับด้วยสายตาที่แข็งกร้าว และเย็นเยียบแทนคำเตือน
เขาสะดุ้งพร้อมชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ เบือนหน้าหนีไปทางอื่น
ผมหวังว่าเขาจะไม่ทำอะไรโง่ๆแต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าเด็กที่เปราะบางและมีพลังพิเศษอยู่ในมือ จะคุมตัวเองได้นานแค่ไหน
กว่าเราจะฝ่าฟันชั้นแรกของบทฝึกสอนระดับนรกนี้มาได้มันสาหัสเกินพอแล้ว ตราบใดที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ ผมจะไม่ยอมให้เรื่องน่าเศร้าที่ไร้สาระเกิดขึ้นอย่างแน่นอน...