สินทรัพย์ (Asset) คือ ทรัพยากรที่เรามีอยู่ในความครอบครอง มีมูลค่าในตัวของมันเอง อาจเป็นทรัพย์สินที่มีตัวตน หรือไม่มีตัวตนก็ได้
สินทรัพย์ที่มีตัวตน คือ สินทรัพย์ที่มองเห็น สัมผัสได้ เช่น บ้าน ที่ดิน เงินสด ทองคำ
สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน คือ สินทรัพย์ที่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ เช่น ลิขสิทธิ์ สัญญาเช่า
สินทรัพย์แบ่งออกคร่าว ๆ ได้เป็น 2 ประเภท
1.สินทรัพย์หมุนเวียน คือ สินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย หรือสะดวกในการแปลงเป็นเงินสด เช่น เงินฝากธนาคาร ทองคำ หุ้น
2.สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คือ สินทรัพย์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้โดยเร็ว เช่น บ้าน ที่ดิน
เคยมีการเปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนย้อนหลังของสินทรัพย์ต่าง ๆ ในระยะยาว ปรากฏว่า เฉลี่ยแล้วสินทรัพย์ต่าง ๆ ให้ผลตอบแทนดังนี้
เงินฝาก ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2-3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
บ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4-5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
ทองคำ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5-6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
คอนโด-ทาวน์เฮ้าส์ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5-6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
ที่ดินเปล่า ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6-7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
การลงทุนในหุ้น ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
จากตัวเลขแสดงให้เห็นว่า ในระยะสั้นสินทรัพย์ต่าง ๆ อาจจะให้ผลตอบแทนสูง-ต่ำ ผันผวนไม่คงที่ แต่ในระยะยาวแล้ว หุ้นยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าและชนะสินทรัพย์ทุกประเภทในระยะยาว
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าประเทศที่เจริญแล้ว จำนวนประชากรที่ลงทุนในตลาดหุ้นไม่ว่าจะลงทุนเองหรือผ่านกองทุนจะมีอัตราที่สูงมากต่อจำนวนประชากร
---------------------------------------
รถตู้ค่อย ๆ ชะลอและจอดที่ริมถนนหลังโรงเรียน ปากซอยห้องพักของณรัชต์
เขายกมือไหว้และกล่าวขอบคุณพ่อแม่ของเพื่อนที่รับส่ง โบกมือลาเพื่อนร่วมห้องก่อนก้าวลงจากรถตู้แล้วเลื่อนประตูปิด
แวะซื้อขนมจีบกับซาลาเปารถเข็นที่จอดขายอยู่ข้างทางเผื่อเป็นอาหารมื้อค่ำ ก่อนเดินเข้าซอยห้องพัก
ขณะกำลังเดินเข้าซอยไป ณรัชต์ก็นึกถึงอดีตในช่วงชีวิตที่แล้ว
นานหลายปีแล้วที่เขาไม่เคยนึกถึงอดีตเรื่องนั้น กระทั่งฝันก็ยังไม่เคย
คงเพราะเขาได้กลับไปที่มหาวิทยาลัย และบังเอิญเจอคนในอดีตอีกครั้ง ความทรงจำเก่า ๆ จึงฟุ้งขึ้นมา
สาเหตุที่ณรัชต์ไม่คิดจะเรียนที่เดิม นอกจากเพราะไม่อยากเจอหน้าเพื่อนเก่าร่วมคณะที่พาเขาเจ๊งหุ้นแล้ว เหตุผลลึก ๆ คงเป็นเพราะเขากลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอยอดีตในช่วงชีวิตที่แล้ว
เพราะแม้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเขาจะเปลี่ยนไปบ้างไม่เหมือนในอดีต แต่สำหรับเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ทั่วไปกลับดำเนินไปเหมือนเดิมไม่ต่างจากช่วงชีวิตที่แล้ว
ดังนั้นถ้าเขายังเลือกที่จะไปเรียนมหาวิทยาลัยเดิม เขาก็กลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอยอีกครั้ง
เขากลัวที่จะเจอความเจ็บปวดจากการสูญเสียเหมือนเมื่อครั้งอดีต….
ถ้าเขายังเข้ามหาวิทยาลัยเดิม แก้ว ก็อาจจะนั่งมาในรถเขาเหมือนเดิม เหตุการณ์ในวันนั้นก็อาจจะจบลงเหมือนเดิม แต่ถ้าไม่มีเขาที่นั่น แก้วก็ไม่ต้องมานั่งรถเขาในวันนั้น
ณรัชต์คิดว่าเหตุการณ์และชีวิตของเธอก็จะไม่เหมือนเดิมแน่นอน
ส่วนความรักของเขากับแก้ว
สำหรับณรัชต์ แก้วที่เขารัก คือหญิงสาวคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาตลอดสี่ปีที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยด้วยกัน
คนที่เรื่องเยอะ ขี้งอน แต่กลับไม่เคยขัดใจเขาสักอย่าง กินอะไรก็แล้วแต่เขา เที่ยวไหนก็แล้วแต่เขา ตามใจและอยู่เคียงข้างเขาตลอดคนนั้น เป็นคนที่ผูกพัน เข้าใจและยอมรับข้อเสียกันทุกอย่าง
ส่วนแก้วในขณะนี้แม้จะบอกว่าเป็นคนเดียวกัน มีชื่อและหน้าตาเหมือนกัน แต่นอกจากนั้นกลับไม่มีอะไรเลย หญิงสาวไม่ใช่ผู้หญิงคนที่เคยอยู่เคียงข้างเขาตลอดสี่ปี ไม่ใช่คนที่มีความทรงจำต่าง ๆ มากมายร่วมกันกับเขา
คงเป็นแต่เพียงเงาจากอดีตของเขา เงาที่ทำให้เขานึกถึงอดีตเท่านั้น
หรือต่อให้เขาไปเริ่มใหม่กับแก้วคนนี้ ณรัชต์ก็ไม่รู้ว่าเขาจะรักเธอได้เหมือนกับแก้วคนเดิมหรือเปล่า
เพราะเขาก็ไม่ใช่หนุ่มน้อยคนเดิมแล้ว….
เขาปัดความหม่นหมองออกจากความคิด ก่อนไขกุญแจเข้าห้องพัก
คาบเรียนวิชาลีลาศในวันถัดมา
“เป็นไงมั่งอ่ะ ไปสอบสัมภาษณ์ มหา’ ลัยที่นั่นเป็นไง”
เต้ที่นั่งอยู่แถวข้าง ๆ ในโรงยิม หันมาถามณรัชต์ ขณะอาจารย์กำลังอธิบายเรื่องประวัติความเป็นมาของลีลาศจังหวะต่าง ๆ อยู่
“ชนบทมากว่ะ ห่างจากตัวเมืองเป็นสิบกิโลฯ ความบันเทิงรอบมหา’ ลัยแทบไม่มี นอกจากร้านหมูกระทะกับร้านเหล้าไม่กี่ร้าน” เขาตอบเพื่อนตามตรง
“โห แกสำรวจรอบมอ เลยเหรอ”
ณรัชต์ไม่ได้ตอบ
“ของแกล่ะวิทย์” เต้ผู้ไม่ได้ไปสอบสัมภาษณ์กับใครเขาหันไปถามเพื่อนสนิทอีกคน
“ก็ดี มหา’ ลัยใหญ่ดี ที่คณะก็เข้าท่า” วิทย์ตอบสั้น ๆ
เสียงอาจารย์ประจำวิชาเรียกให้ลุกขึ้นยืน พวกเขาจึงไม่ได้คุยกันต่อ ก่อนจะแยกย้ายกันไปหาคู่ลีลาศของตัวเอง เพราะถึงเวลาต้องจับคู่ลีลาศจังหวะต่าง ๆ ที่อาจารย์เคยสอน
ณรัชต์โค้งให้คู่ลีลาศตามธรรมเนียม
“ไง” เขากล่าวทักทายก่อนยืนมือจับมือของอีกฝ่ายที่ยื่นออกมา ส่วนมืออีกข้างก็เอื้อมไปแตะเอวของคู่ลีลาศ
คู่ลีลาศของเขาที่วันนี้ดูอารมณ์ดีก็ทักทายตอบ ก่อนถามเขาเรื่องที่ไปสอบสัมภาษณ์มา
“นะไปสัมภาษณ์ที่ มอ… เหรอ ตกลงว่าจะเลือกมอนี้เลยไหม หรือว่าจะลุ้นอีกรอบตอนมีนา”
“ทำไม ส้มจะตามไปเรียนด้วยกันเหรอ” เขาแซวยิ้ม ๆ
“ใครจะอยากไปเรียน มหา’ ลัยไกลปืนเที่ยงแบบนั้น” คู่ลีลาศตอบเสียงสะบัด พร้อมมองค้อนเขา
อะไรอีกล่ะนั่น อารมณ์แปรปรวนจริง ๆ
“คงไม่เลือกมอนั้นหรอก เราว่าจะเลือกมหา’ ลัยในกรุงเทพน่ะ” เขาตอบตามตรง
ณรัชต์คิดไว้แล้วว่าเขาจะเรียนที่ไหน เขาไม่คิดจะเรียนมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดหรอก
เป้าหมายของเขาในปัจจุบันเป็นการทำเงินให้ได้มาก ๆ ในตลาดหุ้น ซึ่งยังไงการอยู่ในเมืองหลวงก็เป็นเรื่องจำเป็นและสะดวกสำหรับการลงทุนมากกว่า เพราะกิจกรรมของตลาดหลักทรัพย์ต่าง ๆ หรือสำนักงานใหญ่ของบริษัทมหาชนทั้งหลายก็ล้วนแต่อยู่ในกรุงเทพฯทั้งนั้น
และเมื่อเขาตั้งเป้าจะเป็นนักลงทุนที่ทำเงินจากตลาดหุ้น การได้อยู่ใกล้แหล่งข้อมูลเป็นเรื่องที่ดีกว่าอยู่ต่างจังหวัดอยู่แล้ว
ณรัชต์ยกมือซ้ายขึ้นเหนือหัวให้คู่ลีลาศหมุนตัวหนึ่งรอบ ก่อนเอื้อมมือขวาแตะที่เอวต่อ หลังจากคู่ลีลาศหมุนตัวเสร็จ
“แล้วส้มล่ะ อยากเข้าที่ไหน” เขาชวนคุยบ้าง ถึงจะรู้อยู่ก็เถอะว่าเพื่อนสาวร่วมห้องจะได้เรียนที่ไหน
“คณะเดียวกับบิ๋มน่ะ แต่ถ้าไม่ได้คงเข้าอินเตอร์ของซักมหา’ลัย” ส้มกล่าวถึงหัวหน้าห้องที่เลือกจะเข้าคณะพาณิชยศาสตร์ฯ
เขาพยักหน้ารับ ไม่ได้กล่าวอะไรต่ออีกเพราะเดี๋ยวจะหลุดปากเป็นการสปอยล์อนาคต
ก่อนพาคู่ลีลาศเคลื่อนตัวอย่างเงียบ ๆ ตามจังหวะเพลงที่อาจารย์กำลังส่งเสียงกำกับนักเรียนในชั้น
ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วณรัชต์ยังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์อย่างขะมักเขม้น
ตั้งแต่ขายหุ้นบริษัทน้ำมันไป เขายังไม่รู้จะหาหุ้นตัวไหนลงทุนเป็นตัวต่อไป
แม้ตลาดหุ้นจะเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ด้วยเศรษฐกิจและตลาดหุ้นเคยฟุบหนักมานาน นักลงทุนจึงยังระแวงและยังพากันระวังตัวอยู่
ดังนั้นช่วงเวลานี้การจะหาหุ้นที่ลงทุนแล้วให้ผลตอบแทนสูงในเวลาไม่นานจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก
หลังจากอาจารย์มาถึง ณรัชต์ก็วางหนังสือพิมพ์วิ่งไปเข้าแถวเรียนวิชาพละที่กำลังจะเริ่ม
วันนี้คาบเรียนพละเวียนมาถึงกีฬาซอฟต์บอล
ปกติกีฬานี้ไม่มีค่อยมีเล่นในโรงเรียน ยกเว้นในคาบวิชาพละเท่านั้น เพราะต้องใช้อุปกรณ์ในการเล่น ดังนั้นเมื่อจะได้ลองเล่นกีฬาใหม่ ๆ คาบเรียนนี้เพื่อนร่วมห้องเขาเลยคึกคักกันมาก โดยเฉพาะวิทย์ เพื่อนสนิทเขา ผู้ชื่นชอบการ์ตูนทุกประเภท
หลังจากฟังอาจารย์สอนเรื่องกติกาเสร็จ แบ่งทีมแข่ง และทยอยกันลงไปสนามฟุตบอลที่อาจารย์ได้โรยปูนขาว ตีเส้นเป็นสนามซอฟต์บอลไว้แล้ว
เพื่อนร่วมห้องของเขาพากระตือรือร้น คึกคักกันน่าดู คงเพราะเป็นกีฬาที่ไม่เคยได้เล่นกันมาก่อน
เริ่มเล่นณรัชต์อยู่ฝ่ายทีมรับ เขาเลือกอยู่เฟิร์สเบส เพราะไม่อยากอยู่ตำแหน่งอื่นที่อาจจะต้องวิ่งเยอะ
เมื่อเริ่มเกมก็ตามประสากีฬาที่ไม่คุ้นนั่นล่ะ ส่วนมากฝ่ายรุกก็แทบจะตีกันไม่ถูกลูกซอฟต์บอลเลย ถึงแม้ว่าลูกซอฟต์บอลจะใหญ่กว่าลูกเบสบอล และการขว้างลูกซอฟต์บอลก็เป็นการขว้างที่ไม่ได้เร็วเหมือนเบสบอล แต่เพราะด้วยต่างเป็นมือใหม่จึงยังไม่คล่องในการเล่นทั้งทีมรุกและทีมรับ
ระหว่างประจำที่เฟิร์สเบสในสนาม เขาก็มองเห็นรุ่นน้องมอสี่กำลังมีเรียนวิชาพละเหมือนกัน โดยรุ่นน้องต่างพากันวิ่งรอบสนามที่ห้องของณรัชต์กำลังเล่นซอร์ฟบอลกันอยู่
เขาจำวิชานี้ของรุ่นน้องได้ กรีฑา
ซึ่งนอกจากจะต้องเรียนกรีฑาทั้งประเภทลู่และลานแล้ว ยังมีการบ้านเป็นการให้นักเรียนต้องวิ่งสะสมจำนวนระยะทางการวิ่งรอบสนามให้ครบภายในเวลาที่กำหนดด้วย
ตอนมอสี่กลุ่มเขาเบื่อการบ้านเรื่องนี้มาก เพราะจำเป็นต้องมาวิ่งสะสมจำนวนรอบหลังเลิกเรียนอยู่บ่อยครั้งเพื่อจะได้ให้ครบตามระยะทาง ซึ่งทำให้กว่าจะวิ่งเสร็จ ก็ทำให้ร้านเกมที่พวกเขาจะไปเล่นเต็มหมดแล้ว
เพราะเฟิร์สเบสของเขาอยู่ใกล้ขอบสนามจึงเห็นรุ่นน้องวิ่งที่ข้างสนามได้ชัด
ณรัชต์มองเห็นรุ่นน้องมอสี่คนนึงที่กำลังวิ่งรอบสนามอยู่ โบกมือให้เขาอย่างร่าเริง
เขาเผลอหันไปโบกมือทักทายตอบ จึงถูกทีมฝ่ายรุกที่ตีลูกได้วิ่งมาเข้าเบสของเขาได้
คนวิ่งเข้าเบสได้ หลังจากเข้าเบสได้แล้วก็มองตามคนที่ณรัชต์โบกมือให้
“ไหนบอกว่าไม่สนน้องปิ่นไง” เต้ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม คนได้เบสที่ยืนอยู่ในเบสที่ณรัชต์ดูแลตั้งข้อสงสัย
“ก็เอ็นดูแบบรุ่นน้องไง” ณรัชต์อธิบาย
“เอ็งดูน้องปิ่นสิ” เต้ที่เห็นรุ่นน้องยังโบกมือให้เพื่อนอยู่กล่าวขึ้น
ณรัชต์หันไปมองรุ่นน้องที่กำลังยิ้มและโบกมือให้อย่างน่ารัก เขาเลยโบกตอบอีกรอบ
เต้อาศัยจังหวะเขามัวแต่ดูข้างสนามวิ่งออกจากเบสหนึ่งไปที่เบสสองจนถึงโฮม ทำคะแนนทีมของณรัชต์ไปได้
หลังจากนั้นทีมของณรัชต์ก็เปลี่ยนเป็นฝ่ายรุก
ทีมเขาตีลูกวิ่งทำคะแนนไม่ได้เลยผ่านไปสองคนได้มาเพียงเบสเดียว จนมาถึงรอบณรัชต์เป็นฝ่ายตีลูก
ระหว่างจับไม้ตีแล้วขึ้นมายืนบนแท่นตี เขาก็นึกไปถึงกฎการลงทุนของสุดยอดนักลงทุนคนหนึ่งที่เคยพูดไว้
กฎข้อที่ หนึ่ง คือ ห้ามขาดทุน
กฎข้อที่ สอง คือ อย่าลืมกฎข้อแรก
อ่านแล้วอาจฟังเหมือนขี้โม้ หรือเป็นไปไม่ได้ แต่ในโลกการลงทุนแล้ว กฏนี้จะช่วยรักษาเงินต้นในการลงทุนของเราอย่างมาก เพราะต้องไม่ลืมว่าในการลงทุนไม่ได้มีผลตอบแทนเป็นกำไรเท่านั้น โอกาสขาดทุนก็อาจเกิดขึ้นได้เมื่อเราลงทุนผิดพลาด
ดังนั้นการมีนิสัยระมัดระวังทุกครั้งในการคิดจะลงทุนจึงเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อเห็นว่าในการลงทุนมีโอกาสขาดทุนสูง ก็ไม่ควรคิดลงทุนในการลงทุนนั้น
อย่างตอนนี้แม้ณรัชต์จะพอทราบเลา ๆ อยู่บ้างว่าอนาคตหุ้นบริษัทไหนจะดี แต่เพราะในช่วงเวลานี้ เขาไม่ชัวร์จริง ๆ ว่าราคาของหุ้นตัวไหนจะปรับตัวขึ้น
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะถือเงินสดไว้เฉย ๆ ดีกว่า รอจังหวะที่ชัดเจนจริง ๆ ค่อยลงทุนก็ไม่สาย เพราะเขายึดหลักการ “ห้ามขาดทุน” นี่ล่ะ
เมื่อยืนบนแท่นตีมองไปที่พิชเชอร์เขาก็อดกลอกตาไม่ได้
ทีมรับฝั่งตรงข้ามตอนนี้ พิชเชอร์หรือคนขว้างลูกคือเพื่อนสนิทของเขา วิทย์
วิทย์ผู้กำลังเก็กอยู่ที่แท่นขว้างราวกับคิดว่าตัวเองเป็น อุเอซึกิ ทัชซึยะ ไม่ก็ คุนิมิ ฮิโร่ จากการ์ตูนเบสบอลชื่อดัง
อุเอซึกิ ทัชซึยะ (Touch)
คุนิมิ ฮิโร่ (H2)
นักลงทุนเน้นคุณค่าอันดับหนึ่งของโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยเปรียบเทียบการลงทุนที่ดีไว้ว่า
ลงทุนให้เหมือนกับการตีเบสบอล กล่าวคือ ไม่จำเป็นต้องตีทุกลูกที่พิชเชอร์ขว้างมา ให้รอ ตีลูกเฉพาะที่เราถนัดและคิดว่าจะตีถูกเท่านั้น
การลงทุนก็เหมือนกัน รอ ซื้อเฉพาะหุ้นที่เราเข้าใจ มั่นใจว่าจะได้กำไรชัวร์ ๆ และไม่ขาดทุนเท่านั้น ส่วนหุ้นที่เราไม่มั่นใจก็ปล่อยผ่าน ไม่ต้องคิดไปลงทุนให้เสี่ยง
วิทย์ขว้างลูกแรกออกมา
ณรัชต์ปล่อยผ่าน โดยพยายามมองวิถีกับความเร็วของลูกเพื่อจับจังหวะ
“สไตรค์!” เสียงกรรมการซึ่งก็คืออาจารย์ขานออกมา เมื่อฝ่ายรุกไม่ตีลูก หรือตีลูกไม่โดน
“สไตรค์!!” ลูกที่สองขว้างมา เขาเริ่มจับจังหวะได้แล้วแต่ยังไม่ตี
ลูกสามวิทย์ขว้างมาด้วยจังหวะเดิม ณรัชต์จึงหวดไม้ไปเต็มแรง
แต่ก็โดนไม่ค่อยเต็มเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเพราะไม้ตีหนัก หรือลูกซอฟต์บอลหนัก บอลพุ่งไปทางด้านเบสสาม เขารีบทิ้งไม้วิ่งไปที่เบสหนึ่ง
ระหว่างยืนรอเพื่อนร่วมทีมคนต่อไปขึ้นมาตีลูก เขาก็หันมาชวนเต้ที่สลับมาเป็นฝ่ายรับโดยมาอยู่เบสหนึ่งเหมือนเขา
“เฮ้ย!! เต้ นั่นน้องนิดใช่ไหม” ณรัชต์หันไปทางกลุ่มรุ่นน้องที่ยังวิ่งกันอยู่ข้างสนาม
“ไหน ไหน” เต้ก็หันไปมองหารุ่นน้องหน้าหวานชั้นมอสี่ที่เคยเป็นนักกีฬาในสังกัด
ณรัชต์อาศัยจังหวะนี้วิ่งออกจากเบสหนึ่งไปเบสสอง
“เลวว่ะ” เต้บ่นพึมพำที่เสียรู้เพื่อนสนิทจนลืมดูเกมในสนาม
แต่จบเกมทีมของณรัชต์ก็แพ้ทีมของวิทย์กับเต้ไปอยู่ดีเพราะเพื่อนร่วมทีมอ่อนกว่า
ช่วงนี้ณรัชต์กลับมาสู่ปัญหาปวดหัวเดิม ๆ อีกครั้ง
เขาจะหาหุ้นตัวไหนลงทุนดี หุ้นตัวไหนที่ปรับตัวขึ้นเร็ว ๆ ช่วงนี้กันนะ....
-------------------------------------
Name : ณรัชต์
Asset : ตึกแถว 2 ห้อง ราคาปัจจุบัน 850,000 บาท
: เงินสดในบัญชีธนาคาร 252,000 บาท
: เงินสดในบัญชีหุ้น 16,015,600 บาท
มูลค่าสินทรัพย์รวม : 850,000 + 252,000 + 16,015,600
= 17,117,600 บาท