(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 35 ขาของท่าน?

    ตอนที่ 35 ขาของท่าน?



    โทมัสและจิม หลังจากได้สารภาพความผิดที่ไปอัดมาร์คัสและกลุ่มของมันกับไลท์ไปหมดแล้ว ทั้งสองคนก็ได้รับการให้อภัย จนแทบจะก้มกราบกรานกันเลยทีเดียว

    อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองคนจะสารภาพเรื่องที่ก่อไปจนหมดแล้ว กลับกันทางด้านของไลท์ก็ร้องขอให้โทมัสและจิม ช่วยนำทางตนเองไปยังจุดที่ปะทะกับมาร์คัส เพื่อที่จะไปช่วยเหลืออีกฝ่าย ตามจุดประสงค์เดิมที่ได้รับปากกับคุณตาเกลเอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม



    โทมัสและจิม ที่รู้สึกผิดต่อไลท์ จึงได้ตกลงนำทางไปอย่างว่าง่าย โดยพวกเขาได้เดินตัดผ่านมาตามเส้นทางที่ปลอดภัย ซึ่งมันเป็นคนละทิศคนละทางกับตอนเข้ามาของไลท์ คนละเรื่องเลยทีเดียว



    ‘โอ๊ะ! ป่าแห่งนี้มีทางเดินด้วยเหรอ? ไอ้เราก็หลงนึกว่าจะเป็นการเดินป่าแบบโลกก่อนเสียอีก’ ไลท์ยักไหล่ให้กับความขลาดเขลาของตัวเอง ที่ได้หลงนึกว่าทางเดินในป่าดาราฉาย จะเป็นแบบเดียวกับการเดินป่าในโลกก่อน ที่ได้เห็นตามยูทูป



    “ว่าแต่ผู้อาวุโส...มาทำอะไรแถวดันเจี้ยนร้างแห่งนี้ครับ?” ระหว่างทาง โทมัสก็ได้เอ่ยถามถึงการมายังดันเจี้ยนที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้กับไลท์

    “เออ...ที่นี่คือดันเจี้ยนร้างหรอกเหรอ ฉันก็หลงนึกว่าเป็นเหมืองร้างเสียอีก ฮ่าฮ่า” ไลท์หัวเราะกลบเกลื่อน


    หากแต่ว่า คำตอบของไลท์ที่พูดออกไปนั้น...น่าเสียดายที่โทมัสและจิม กลับไม่เชื่อ




    โทมัสและจิมนั้น ไม่ใช่คนที่อ่อนประสบการณ์หรือพลังเวทอ่อนแอ จนตรวจจับถึงพลังที่แปลกปลอมจากตัวของไลท์ไม่ได้

    ทั้งสองคนเคยตรวจจับถึงพลังของไลท์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง พวกเขาสองคนคุ้นชินกับพลังที่ว่างเปล่าจากตัวไลท์ มากเสียจนสนิทสนมกับความว่างเปล่านี้ไปเสียแล้ว



    แต่แล้ว...ตอนนี้ จู่ๆ ก็มีพลังบางอย่างที่ใสบริสุทธิ์ ไม่แพ้กับความว่างเปล่า ส่งผ่านออกมาจากตัวไลท์


    เหตุไฉนพวกเขาสองคนถึงจะไม่รู้ว่าในตัวไลท์นั้นมีบางอย่างที่แปลกออกไป! เพียงแต่โทมัสและจิม เลือกที่จะไม่พูดและไม่ถามก็แค่นั้น เว้นแต่ตัวไลท์จะเป็นคนพูดออกมาก่อนเอง!



    “แล้วก็อีกเรื่อง พวกคุณสองคนเลิกเรียกผมว่า ผู้อาวุโสจะได้ไหม...มันฟังดูกระดากแปลกๆ” ไลท์รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ด้วยอายุของเขาเองก็ไม่ได้มากมายอะไร อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับอายุของโทมัสและจิม ที่ห่างกันเพียงไม่ถึง 10 ปี เช่นนี้


    การเรียกว่าผู้อาวุโส มันทำให้ไลท์รู้สึกจั๊กกะจี้พอสมควร สู้เรียกว่า พี่...หรือเชฟ ยังฟังดูเข้าหูเสียมากกว่า



    “เรื่องนั้นไม่ได้เด็ดขาด...ผู้อาวุโสมีสถานะที่สูงส่ง การจะมาเรียกชื่อห้วนๆ เป็นเรื่องที่เราสองคน ทำไม่ได้จริงๆ!” โทมัสร้องออกมา ราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

    และจากเสียงร้องนี้เอง ทำให้เจ้าโปริ่ง สไลม์ที่ไลท์ได้ทำพันธสัญญา สะดุ้งตื่นจากการนอนหลับ พร้อมกับโผล่ตัวออกมาจากภายในเสื้อคลุมของไลท์ ที่ใช้ปิดคลุมศีรษะนั่นเอง



    “สไลม์” เมื่อเจ้าโปริ่งโผล่ตัวออกมา กลิ่นอายของมันก็ถูกตรวจจับได้โดยโทมัสและจิม ทั้งสองรีบหันมาทางต้นตอของกลิ่นอายที่แฝงเข้ากับไลท์ ด้วยความปราดเปรียว



    ก่อนที่ในตอนนั้นเอง ไลท์จะได้ร้องห้ามทั้งสองฝ่ายเอาไว้



    “ไม่ต้องตกใจ เจ้านี้คือสัตว์เลี้ยงของฉันเอง...โปริ่งสองคนนี้ คือคนที่ฉันรู้จัก ฉะนั้นไม่ต้องตกใจ พวกเขาสองคนไม่ทำอะไรแกหรอก” ไลท์ได้แนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน




    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้โทมัสและจิม จะรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของเจ้าสไลม์ตัวนี้แล้ว กระนั้นทั้งสองคนก็ยังไม่หายตกใจและตกตะลึงอยู่ดี


    ‘ทำสัญญากับสไลม์ ที่เป็นอสูรชั้นต่ำ...แถมยังทำสัญญาเท่าเทียมอีกด้วย ท่านผู้อาวุโสคิดอะไรอยู่กันแน่?!’


    โทมัสและจิม พยายามหาเหตุผลให้กับการกระทำของไลท์ แต่ไม่ว่าจะคิดยังไง ทั้งสองก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

    จวบจนกระทั่ง


    ‘โฮก!’

    เจ้าสไลม์ที่อยู่บนศีรษะของไลท์ จะพลันแสดงถึงพลังของมัน ที่จู่ๆ ก็แปลงกายเป็น อสูรหมาป่า ที่หน้าตาน่ากลัวและเต็มไปด้วยคมเขี้ยวอันแหลมคม ก่อนจะคืนกลับร่างสไลม์อันอ้วนกลมได้ในชั่วพริบตา



    ‘อสูรหมาป่าสีชาด!’ โทมัสและจิม สะดุ้งเฮือกถอยหลัง จนแทบจะล้มตึง...อสูรหมาป่าสีชาด ที่ทั้งสองคนออกตามหาไปทั่วทั้งป่าดาราฉาย ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน


    ที่แท้มันก็คือ...สไลม์ ตัวนี้!



    “ระวังหน่อย มันไม่ค่อยชอบให้ใครเรียกมันว่า สไลม์” ไลท์แนะนำ พลางใช้ฝ่ามือตบไปที่เจ้าโปร่งเบาๆ ลำตัวอันอ้วนกลมของมันยุบลงไปตามฝ่ามือ พร้อมกับเด้งดีดกลับแฝงแรงสะท้าน กลับคงรูปเดิมที่ใครเห็นก็อดไม่ได้ที่จะสวมกอดมัน



    “ท่านโทมัส นี้ต้องไม่ใช่สไลม์ธรรมดาอย่างแน่นอน” จิมกระซิบพูดคุยกับโทมัส

    “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ถ้ามันเป็นสไลม์ธรรมดาทั่วๆ ไป คงไม่มีทางที่ผู้อาวุโสจะทำสัญญาเท่าเทียมกันมันแน่”


    โทมัสนั้นยังไม่รู้ว่า เจ้าโปริ่งนั้นมีศักดิ์ฐานะเป็นถึง คิงสไลม์ แต่จากประสบการณ์ที่เคยผจญภัยมาเกือบทั่วทุกอาณาจักร ตัวของชายหนุ่มนั้นยังไม่เคยเห็นสไลม์ตัวไหนที่สามารถแปลงกายเป็นสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ได้เลย เว้นก็แต่สไลม์ที่เกาะอยู่บนหัวของไลท์ในตอนนี้



    “ผู้อาวุโส”

    “บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกฉันว่าผู้อาวุโส จะเรียกไลท์หรือจะเรียกพี่ก็ตามสะดวก แต่ถ้าอยากจะให้เกียรติฉันจริงๆ งั้นก็เรียกฉันว่า ‘เชฟไลท์’ ก็ได้”



    “เชฟไลท์?!” โทมัสและจิม แม้จะไม่เข้าใจในคำนำหน้าชื่อแบบนี้...แต่ในเมื่อไลท์บอกว่า มันเป็นคำที่ให้เกียรติแก่ตัวเขา งั้นทั้งสองคนก็ไม่มีความจำเป็นต้องโต้แย้งใดๆ



    “อ่า คอยฟังรื่นหูหน่อย” ไลท์เผยรอยยิ้มออกมา ราวกับคำเรียกนี้เป็นคำเรียกที่ตัวเขาพึงพอใจและฟังดูคุ้นหูกับตัวเขามาก พลางหันไปตอบกลับทั้งสองคนด้วยความสนิทสนมมากขึ้น

    “ว่าไง?!”



    โทมัสและจิม ไม่คาดคิดเลยว่า แค่การเปลี่ยนสรรพนามนำหน้าชื่อจากผู้อาวุโสเป็นเชฟไลท์เพียงคำเดียว จะทำให้บรรยากาศในการสนทนามันเปลี่ยนไปมากขนาดนี้


    มันเป็นบรรยากาศที่รู้สึกสบายๆ รอยยิ้มและสีหน้าที่ดูใจดีของไลท์ ช่างดูอบอุ่นมากเหลือเกิน



    “พวกเราขอติดตาม ฝากตัวเป็นศิษย์กับท่านจะได้หรือไม่!!” เจ้าชายหนุ่มได้ตัดสินใจแล้วว่า จะขอฝากตัวเป็นศิษย์กับไลท์


    นับตั้งแต่ได้กินอาหารฝีมือไลท์ รวมไปถึงการได้เห็นพลังและความสามารถต่างๆ ของไลท์ (ที่โทมัสและจิม ต่างก็มโนกันไปเอง)


    ชายหนุ่มที่ตัดสินใจมาแน่วแน่ จึงเอ่ยปากขอฝากตัวเป็นศิษย์ โดยไม่มีความลังเลใดๆ ซึ่งทางด้านของจิมผู้ติดตาม เมื่อเห็นเจ้าชายที่ตัวเองต้องปกป้อง ยินยอมฝากตัวขอเป็นศิษย์กับไลท์



    จิมเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ขอฝากตัวเป็นศิษย์ไปด้วยอีกคน



    “พวกคุณสองคน พูดเรื่องไรกัน” ไลท์ที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ชะงักไปเล็กน้อย แต่เมื่อตั้งสติกลับมา เขาก็ได้ปฏิเสธทั้งสองคนไปตามเหตุผลอันสมควร


    “ฉันขอปฏิเสธ...!” ทว่าในระหว่างที่เขากำลังจะปฏิเสธอีกฝ่ายไปด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายที่เขาเคยบอกไปก่อนหน้านี้


    ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า อาการบาดเจ็บที่ขาของเขา ไฉนเลยมันถึงไม่เจ็บอีกต่อไปแล้ว?!



    เมื่อเช้าของวันนี้ ไลท์ยังรู้สึกอยู่เลยว่าขาของเขา ยังมีอาการบาดเจ็บหลงเหลืออยู่บ้าง แม้จะเฉลียวใจอยู่บ้างว่าทำไมตัวเองถึงได้ฟื้นตัวกลับมารวดเร็ว ผิดไปจากคำวินิจฉัยของหมอเถื่อนที่มารักษาขาให้กับเขา



    แต่จากตอนเช้าจนถึงเย็นของวันนี้ อาการบาดเจ็บนั้นไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว เขากลับมาเดินเหินไปตามปกติ จนสามารถเดินตามโทมัสและจิมได้อย่างกระชั้น



    และในระหว่างที่เขากำลังก้มมองดูขาของเขาอยู่นั่นเอง ทางด้านโทมัสและจิมก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกตินี้ด้วยเช่นกัน



    “ขาของเชฟไลท์ เหมือนจะกลับมาหายดีแล้ว” โทมัสและจิม ต่างร้องทักด้วยความตื่นเต้นยินดี



    “นั้นสิ แปลกชะมัด!” ไลท์ยิ้มแห้งๆ เขายังคงก้าวตามจังหวะที่โทมัสและจิม พยายามเร่งจังหวะการก้าวให้เร็วขึ้น เพื่อทดสอบอาการบาดเจ็บของไลท์




    จากเดิน เริ่มเปลี่ยนเป็นวิ่ง...เพียงไม่นานทั้งสามคนกับอีกหนึ่งตัว ก็ได้มาหยุดอยู่ที่ทางแยกเดียวกับตอนแรก ด้วยระยะเวลาอันสั้น



    “ขายังรู้สึกเจ็บอยู่ไหมครับ?”

    “ไม่เจ็บแล้ว”



    ไลท์มองดูขาที่หายดี ด้วยความอดที่จะทึ่งไม่ได้...โลกที่มีเวทมนตร์แบบนี้ มันช่างดีจริงๆ เพียงแต่ความสุขของไลท์คงอยู่ได้ไม่นาน

    เพราะคล้อยหลังเพียงชั่วครู่ เขาก็ได้เห็นคุณตาเกล เดินโซซัดโซเซมาแต่ไกลๆ โดยด้านหลังของชายชรา มีร่างของมาร์คัสที่ขาหัก ร้องโอดครวญ จนดังลั่นไปทั่วทั้งป่า!



    พ่อที่แก่ชรา ต้องแบกร่างลูกที่หนุ่มแน่น ช่างเป็นภาพที่ดูแล้วหดหู่ใจยิ่งนัก ไลท์ที่เห็นดังนั้นจึงต้องเข้าไปช่วยอย่างเลี่ยงไม่ได้



    โทมัสและจิมเองก็ติดตามไลท์เข้าไปช่วยด้วยเช่นกัน ซึ่งทันทีที่มาร์คัสมองเห็นโทมัสและจิม มันก็ดีดดิ้นด้วยความลนลานอยู่บนหลังคุณตาเกลที่ใกล้จะหมดแรงเต็มทน



    “พ่อๆ พวกมันสองคนนี้แหละ ที่เป็นคนทำให้ผมขาหัก!”

    เมื่อคุณตาเกลได้ยินดังนั้น จึงเดินหนีออกห่าง เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ลูกชาย


    “ไม่จริงครับ พวกผมสองคนสาบานได้ว่าไม่ได้ทำอะไรลูกของคุณตาเลย ส่วนขาที่หักก็เป็นเพราะเขาสะดุดหกล้มเอง” โทมัสพยายามเข้าไปอธิบาย ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น



    หากแต่เพราะด้วยการสุมไฟของมาร์คัสที่ร้องโหวกเหวกโวยวายอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุดง่ายๆ ทำให้คุณตาเกลยังคงระแวดระวังทั้งสองคนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะอย่าลืมว่าเมื่อวันก่อนโทมัสและจิม ก็เกือบจะฆ่าสังหารมาร์คัสต่อหน้าต่อตาคุณตามาแล้วนั่นเอง



    ไลท์ที่อยู่ระหว่างกลางของทั้งสองฝ่าย ได้แต่พยายามห้ามทั้งสองฝ่ายให้ใจเย็นลง ซึ่งในตอนนั้นเอง



    เจ้าโปริ่งที่รำคาญเสียงโหวกเหวกโวยวายของมาร์คัสอยู่นาน ก็เป็นอีกตัว ที่เข้ามาห้ามทัพระหว่างทั้งสอง

    แต่ดีกว่าไลท์อยู่มากหน่อย ก็ตรงที่ว่า เจ้าโปริ่งนั้นมีพลังเวทและพลังของมันก็คือ ‘พลังถ่ายทอดเนตรนัยน์ตา!!’ ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ที่มันเคยเห็นให้กับผู้อื่นนั่นเอง!




    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...


    ตอนก่อนหน้านี้ ผมตั้งชื่อตอนผิดครับ :)

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy

    ตารางการลงนิยายทุกวันเวลา 18.00

    (ในอนาคตอาจมีการปรับตารางลงใหม่เพื่อให้ตัวผู้แต่งมีเวลาพัก ขอบคุณครับ)



    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน