ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

ปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับสามคน

หลังจากที่หนานหมิงเดินมาถึงสนามประลองแล้ว เขาก็ขึ้นสู่สนามประลองหมายเลขหนึ่งอีกครั้ง

ด้านหน้าของหนานหมิงเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูง เขาคือปรมาจารย์ไป๋ฝู่

“ ปรมาจารย์ลู่ ” ไป๋ฝู่กล่าวทักทายด้วยรอยยยิ้มและน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพ

ถึงอย่างไรหนานหมิงก็เป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับเซียนขั้นสูง แม้ว่าไป๋ฝู่จะอายุเยอะกว่าหนานหมิงหลายร้อยปีหรือนับพันปี เขาก็ต้องแสดงความเคารพต่อหนานหมิงอยู่ดี

หนาหนมิงเองก็กล่าวทักทายไป๋ฝู่

“ แม้ว่าข้าจะพ่ายแพ้แต่วันนี้ข้าขอสู้เต็มที่ ” ไป๋ฝู่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“ เช่นนั้นก็ขอให้ท่านไป๋ฝู่โชคดี ” หนานหมิงกล่าวจบเขาก็เดินไปยังโต๊ะของตัวเอง

ปรมาจารย์คนอื่นๆก็เริ่มประจำที่เช่นกัน

เมื่อเห็นว่าปรมาจารย์ทั้งหมดประจำที่แล้ว กรรมการจึงให้เริ่มการสร้างค่ายกลทันที ซึ่งกฏของรอบที่สองนี้ก็เหมือนกับรอบแรกเช่นกัน

หนานหมิงได้สร้างค่ายกลสังหารกระบี่เคลื่อนนภาและค่ายกลป้องกันเก้าดาราพิทักษ์เหมือนเดิม เพราะไม่มีกฏว่าห้ามสร้างค่ายกลเหมือนกับรอบแรก และอีกอย่างค่ายกลทั้งสองนี้ก็เป็นค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงอีกด้วย

เมื่อเหล่ากรรมการและปรมาจารย์ทั้งหมดเห็นหนานหมิงสร้างค่ายกลเหมือนกับรอบแรก พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะขอแค่เอาชนะอีกฝ่ายได้ก็เพียงพอแล้ว และอีกอย่างคู่แข่งของหนานหมิงอย่างไป๋ฝู่ก็เป็นเพียงแค่ปรมาจารย์ค่ายกลระดับเซียนขั้นกลางเท่านั้น 

และไม่ใช่เพียงแค่หนานหมิงที่สร้างค่ายกลเหมือนกับรอบแรก เพราะมีปรมาจารย์ค่ายกลอีกหลายคนที่สร้างค่ายกลเหมือนกับรอบแรก เพราะเห็นว่าคู่แข่งของพวกเขายังไม่ใช่ปรมาจารย์ค่ายกลระดับเซียนขั้นสูง

เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับค่ายกลทั้งสองแล้ว หนานหมิงจึงใช้เวลาสร้างค่ายกลได้เร็วกว่าเดิม เพียงแค่ครึ่งชั่วยามก็สร้างค่ายกลเสร็จสิ้นแล้ว

หลังจากที่หนานหมิงสร้างค่ายกลเสร็จ กรรมการและปรมาจารย์ค่ายกลคนอื่นๆก็ไม่ได้ตกใจมากนัก เพราะพวกเขาทราบดีถึงความสามารถของหนานหมิง

ในขณะที่หนานหมิงกำลังกวาดสายตามองดูปรมาจารย์ค่ายกลคนอื่นๆสร้าง เขาก็มองไปยังสนามประลองที่สี่และพบกับคนที่น่าสนใจขึ้นมาก่อนที่เขาจะหยิบเอาหนังสือรายชื่อปรมาจารย์ค่ายกลที่เข้าสู่รอบที่สองมาอ่านทันที

 “ หมายเลขสี่สิบสี่ ฉู่เยว่ ปรมาจารย์ค่ายกลระดับเซียนขั้นกลาง? ” หนานหมิงพึมพำพร้อมกับหรี่ตาลงเล็กน้อย

สาเหตุที่หนานหมิงให้ความสนใจกับฉู่เยว่ก็เพราะเขาเห็นว่าค่ายกลที่่ฉู่เยว่สร้างนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงที่ซับซ้อนอย่างมาก ซึ่งแทบจะใกล้เคียงกับค่ายกลที่หนานหมิงสร้างขึ้นมาด้วยซ้ำ

แถมคู่แข่งของฉู่เยว่ก็ยังเป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงอย่างหยานลวี่

‘ ด้วยค่ายกลแบบนั้นอย่างน้อยก็น่าจะอยู่ในระดับลี้ลับแล้ว ฉู่เยว่ผู้นี้ปกปิดความสามารถ? นอกจากนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในอาณาจักรต้าเฟิงอีกด้วยคาดว่ามาจากพื้นที่อื่น เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ที่จะซ่อนความสามารถแล้วค่อยเปิดเผยทีหลัง ’ หนานหมิงครุ่นคิดพร้อมกับคิดว่ามีความเป็นไปได้ 

“ ดูเหมือนว่าคู่แข่งของเจ้าตัวแสบน่าจะเป็นฉู่เยว่สินะ ” หนานหมิงพึมพำเพราะผู้ชนะสนามประลองหมายเลขสองจะต้องปะทะกับผู้ชนะสนามประลองหมายเลขสี่ ซึ่งหมายความว่าถ้าหากหนานเทียนอวิ๋นชนะไปเรื่อยๆก็ต้องไปเจอกับฉู่เยว่

หลังจากนั้นหนานหมิงก็สังเกตปรมาจารย์ค่ายกลคนอื่นๆและพบว่าค่ายกลที่พวกเขาสร้างส่วนมากก็อยู่ในระดับเซียนขั้นกลางหรือไม่ก็ขั้นสูงที่ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก

เพราะถึงอย่างไรปรมาจารย์ค่ายกลจะต้องสร้างค่ายกลถึงสองอย่างในเวลาแค่ชั่วยามครึ่งหรือก็คือสามชั่วโมง ถ้าหากผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวก็อาจจะต้องเสียเวลากว่าเดิมหรือไม่ก็อาจจะไม่สามารถสร้างค่ายกลได้ทัน เพราะฉะนั้นแล้วปรมาจารย์ค่ายกลแต่ละคนจึงต้องสร้างค่ายกลที่ตัวเองมั่นใจและสร้างเสร็จทันเวลา เพราะแบบนั้นค่ายกลที่พวกเขาสร้างจึงไม่ได้ซับซ้อนเหมือนกับค่ายกลที่หนานหมิง หนานเทียนอวิ๋นหรือฉู่เยว่สร้าง

พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเศษ 

ในที่สุดการประลองรอบที่สองก็จบลง หนานหมิงก็สามารถเอาชนะไป๋ฝู่ได้อย่างสบายๆ และคู่ต่อสู้คนต่อไปของหนานหมิงก็คือชวีเหยียนที่สามารถเอาชนะหวงชิงไต้มาได้ด้วยการประลองรอบที่สาม เนื่องจากการประลองรอบแรกจบลงด้วยผลเสมอกัน

ทางด้านของหนานเทียนอวิ๋นก็สามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้อย่างไม่มีปัญหาเช่นกัน 

สำหรับชุนเย่ฮวา เนื่องจากนางโชคร้ายต้องเจอกับปรมาจารย์ค่ายกลระดับเซียนขั้นสูง ทำให้นางพ่ายแพ้ไปในที่สุด แต่ถึงแม้ว่าจะพ่ายแพ้แต่นางก็ได้พยายามเต็มที่แล้ว ทำให้นางได้รับการตอบรับที่ดีจากปรมาจารย์ค่ายกลทั้งหลายว่านางคือปรมาจารย์ค่ายกลรุ่นเยาว์ที่่โดดเด่นที่สุดในต้าเฟิง

สุดท้ายก็คือฉู่เยว่ที่หนานหมิงให้ความสนใจก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกๆคนทันที เพราะเหล่าผู้ชมและปรมาจารย์ทั้งหลายเห็นว่าค่ายกลที่ฉู่เยว่สร้างขึ้นเป็นค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงที่ทรงพลังอย่างมาก ไม่เหมือนกับที่เปิดเผยว่าเป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับเซียนขั้นกลาง

แถมปรมาจารย์ค่ายกลทั้งหลายสัมผัสได้ว่าค่ายกลที่ฉู่เยว่สร้างขึ้นมานั้นทรงพลังพอๆกับค่ายกลที่หนานหมิงสร้างขึ้นมาด้วยซ้ำ แถมยังใช้เวลามากกว่าเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าฉู่เยว่ก็ต้องมีความชำนาญในการสร้างค่ายกลที่สูงมาก

“ นึกไม่ถึงเลยว่ายังมีปรมาจารย์ค่ายกลที่เก็บซ่อนฝีมือเอาไว้อีก ” เมิ่งฟางเหลือบมองไปยังสนามประลองที่สี่

“ นั้นสิ ข้าเองก็นึกว่าในงานเทศกาลครั้งนี้จะมีเพียงแค่ลู่ซานและหมิงเล่ยเพียงสองคน นึกไม่ถึงเลยว่าฉู่เยว่จะกลายเป็นคนที่สาม ” หวังจื้อที่อยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา

เหลียงเซินเองก็พยักหน้ารับเบาๆและะกล่าวว่า “ ดูเหมือนว่างานเทศกาลค่ายกลพิทักษ์ในปีนี้จะมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ถ้าหากทั้งสามได้แข่งขันกันคงจะดุเดือดไม่น้อย ” 

“ แต่ถ้าหากดูจากสนามประลองแล้ว หมายความว่าในอนาคตหมิงเล่ยก็ต้องเจอกับฉู่เยว่สินะ น่าสนใจดีจริงๆ ” หวังจื้อกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมหวังจื้อจึงกล่าวว่าหมิงเล่ยจะต้องเจอกับฉู่เยว่โดยที่ข้ามปรมาจารย์ค่ายกลคนอื่นๆไปก็เพราะหวังจื้อรู้จักปรมาจารย์ค่ายกลที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ทั้งหมด ซึ่งสนามประลองที่สี่มีเพียงแค่ฉู่เยว่ที่เพิ่งจะสร้างค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงออกมานั้นมีความซับซ้อนและยอดเยี่ยมกว่าปรมาจารย์ค่ายกลทั้งหมดที่อยู่ในสนามประลองที่สี่นั่นเอง

ส่วนสนามประลองที่สองก็มีเพียงแค่เสี่ยวหยางหู๋ที่ได้รับอันดับที่หกในการแข่งขันรอบแรกที่พอจะเป็นคู่ต่อสู้ให้กับหนานเทียนอวิ๋น

สำหรับสนามประลองที่สามคาดว่าคนที่ได้อันดับหนึ่งน่าจะเป็นปรมาจารย์หยู่ไท่จี แน่นอนว่าถ้าหากไม่มีตัวแปรเหมือนกับฉู่เยว่ที่จู่ๆก็ปรากฏตัวออกมากระทันหันแบบนี้

หลังจากที่จบการประลองรอบที่สองแล้ว หนานหมิงและคนอื่นๆที่่ผ่านเข้าสู่รอบแปดคนสุดท้ายก็ได้เข้าไปพักผ่อนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้ประลองกันในช่วงเย็น

สำหรับสนามประลองที่หนึ่งเหลือเพียงแค่หนานหมิงและเจี๋ยเผิ่ง

สนามประลองที่สองหนานเทียนอวิ๋นและเสี่ยวหยางหู๋

สนามประลองที่สามหยู่ไท่จีและหม่าหงเฉียน

สนามประลองที่สี่ฉู่เยว่และฟู่ฉางอี

ในขณะที่หนานหมิงกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องพัก เขาก็มองดูข้อมูลของเจี๋ยเผิ่งที่องครักษ์เงาของเขารวบรวมมาให้

“ ปรมาจารย์ค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงเชี่ยวชาญด้านค่ายกลป้องกันเป็นพิเศษงั้นหรือ ” หนานหมิงพึมพำเบาๆพร้อมกับแสดงสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย

เพียงแต่ไม่นานหนานหมิงก็เลิกสนใจเจี๋ยเผิ่งไปเพราะถึงอย่างไรแล้วการที่หนานหมิงจะเข้าสู่รอบสี่คนสุดท้ายถือว่าเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว และคนอื่นๆเองก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน

“ แม้ว่าจะไม่ต้องจริงจังมากนักแต่อย่างน้อยก็ไม่ควรประมาทมากเกินไป ” หนานหมิงคิดพร้อมกับหยิบเอาอาหารออกมาจากอุปกรณ์มิติ

ภายในห้องพักของหนานเทียนอวิ๋น 

ตอนนี้หนานเทียนอวิ๋นกำลังอ่านข้อมูลของเสี่ยวหยางหู๋และฉู่เยว่จากที่องครักษ์เงารวบรวมมาให้

“ นึกไม่ถึงเลยว่านอกจากลู่ซานแล้วยังมีปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับอีกหนึ่งคน ดูเหมือนว่างานเทศกาลค่ายกลพิทักษ์นี้จะน่าสนใจไม่น้อย ” หนานเทียนอวิ๋นพึมพำ 

เพราะหลังจากที่หนานเทียนอวิ๋นเอาชนะคู่แข่งไปแล้ว เขาก็มองไปยังสนามประลองที่หนึ่งและเมื่อเห็นว่าลู่ซานก็เอาชนะคู่แข่งได้ง่ายๆ เขาจึงมองไปยังสนามประลองที่สี่ก่อนที่จะพบว่าค่ายกลที่ฉู่เยว่สร้างขึ้นมานั้น

แม้ว่าฉู่เยว่จะสร้างค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงออกมาแต่สำหรับหนานเทียนอวิ๋นในฐานะของปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับ เขาสามารถมองออกได้ทันทีว่าค่ายกลนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างปราณีตและซับซ้อนอย่างมาก ถ้าหากเป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงทั่วไปสร้างคงไม่สามารถสร้างออกมาได้รวดเร็วแบบนี้ แถมฉู่เยว่ก็ยังสร้างค่ายกลระดับนี้ออกมาถึงสองค่ายกลในระยะเวลาแค่หนึ่งชั่วยามนิดๆเท่านั้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าความสามารถของฉู่เยว่นั้นเหนือกว่าปรมาจารย์ค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงไปแล้ว เพราะแบบนี้จึงทำให้หนานเทียนอวิ๋นคาดเดาว่าฉู่เยว่ผู้นี้คือปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ในระดับลี้ลับขั้นไหนกันแน่

“ แต่ไม่ว่าอย่างไรงานเทศกาลค่ายกลพิทักษ์นี้ผู้ชนะก็ต้องเป็นข้าเท่านั้น ” หนานเทียนอวิ๋นเหยียดยิ้มอย่างเย็นชา

พริบตาเดียวก็มาถึงช่วงเย็นประมาณหนึ่งทุ่ม

หนานหมิง หนานเทียนอวิ๋นและปรมาจารย์ค่ายกลอีกหกคนก็เดินออกมาจากห้องพักส่วนตัวและเดินขึ้นลานประลองของตัวเอง

หนานเทียนอวิ๋นกล่าวทักทายเจี๋ยเผิ่งอย่างเป็นกันเอง ส่วนสายตาของเขาก็เหลือบมองไปยังหนานเทียนอวิ๋นและฉู่เยว่ครู่หนึ่งก่อนท่ี่จะเลิกสนใจไป

เมื่อเห็นว่าเหล่าปรมาจารย์ค่ายกลเดินขึ้นลานประลองครบทุกคนแล้ว เฉาเหลียงจึงเริ่มการแข่งขันรอบสุดท้ายของวันนี้

หนานหมิงและปรมาจารย์ค่ายกลจึงเริ่มลงมือสร้างค่ายกลทันที

สำหรับค่ายกลในรอบนี้หนานหมิงได้คิดเอาไว้แล้วว่าจะสร้างค่ายกลสังหารกระบี่เจ็ดดาราขึ้นมา ส่วนค่ายกลป้องกันก็จะเอาเป็นค่ายกลเทวาสีคราม

สำหรับค่ายกลทั้งสองนี้เป็นค่ายกลระดับลี้ลับขั้นต้นที่อยู่ในระดับแถวหน้าของค่ายกลระดับลี้ลับ ซึ่งหนานหมิงคิดว่าด้วยค่ายกลระดับนี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะเอาชนะเจี๋ยเผิ่งแล้ว เนื่องจากเจี๋ยเผิ่งไม่ใช่ปรมาจารย์ค่ายกลที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในอาณาจักรต้าเฟิง ไม่เหมือนกับฉู่เยว่ที่จู่ๆจะปรากฏตัวขึ้นมากระทันหันแบบนี้ 

นอกจากหนานหมิงแล้ว หนานเทียนอวิ๋นเองก็ได้สร้างค่ายกลระดับลี้ลับขั้นต้นขึ้นมาเช่นกัน 

เพราะไม่ว่าจะเป็นหนานหมิงหรือหนานเทียนอวิ๋น ทั้งสองก็ไม่มีความคิดที่จะประมาทแม้แต่น้อย เพราะพวกเขารู้ดีว่าถ้าหากประมาทแม้แต่นิดเดียวพวกเขาก็อาจจะตกรอบได้เลย

ความจริงแล้วไม่ใช่แค่หนานหมิงและหนานเทียนอวิ๋น แต่ฉู่เยว่เองก็ได้สร้างค่ายกลระดับลี้ลับขั้นต้นเช่นกัน 

ทันใดนั้นการแข่งขันในงานเทศกาลค่ายกลพิทักษ์ในปีนี้พลันปรากฏปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับถึงสามคน ซึ่งนี้เรียกว่าเป็นครั้งแรกเลยนับตั้งแต่มีงานเทศกาลค่ายกลพิทักษ์มา

ทันทีที่หนานหมิง หนานเทียนอวิ๋นและฉู่เยว่สร้างค่ายกลระดับลี้ลับ เหล่าปรมาจารย์ค่ายกลรวมไปถึงยอดฝีมือระดับสูงพลันสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณจำนวนมหาศาลที่ถูกดูดเข้าไปโดยทั้งสามอย่างรวดเร็ว

“ นี้มันค่ายกลระดับลี้ลับ? ” เฉาเหลียงที่นั่งอยู่ถึงกับลุกขึ้่นยืนและแสดงสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที

เหล่าปรมาจารย์ค่ายกลทั้งหมดก็รู้สึกตกใจเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นทุกๆคนก็ไม่ได้ตกใจมากนักเพราะพวกเขาได้คาดเดาและประเมินเอาไว้แล้วว่าหนานหมิง หนานเทียนอวิ๋นและฉู่เยว่นั้นเป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังรู้สึกตกใจและตื่นเต้นอยู่ดี

การที่จู่ๆมีปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับได้มาแข่งขันกันยิ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าผู้ชมและปรมาจารย์ค่ายทั้งหลายได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล เพราะพวกเขาอาจจะได้รับความรู้และเทคนิคของทั้งสามคนอีกด้วย 

เพราะแบบนี้การแข่งขันของเหล่าปรมาจารย์ค่ายกลระดับสูงจึงมักจะสร้างความสนใจให้กับเหล่าปรมาจารย์ค่ายกลทั่วหล้า

และในตอนนี้ปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับปรากฏตัวขึ้นมาถึงสามคนทำให้ปรมาจารย์ทั้งหมดต่างก็รีบติดต่อไปหาสหายของตัวเองเพื่อบอกให้พวกเขามายังเมืองหลวงต้าเฟิงเพื่อรับชมการประลองระหว่างปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับ

ทางด้านของหยู่ไท่จีและปรมาจารย์ที่เข้าแข่งขันอีกสี่คน พวกเขามองไปยังหนานหมิง หนานเทียนอวิ๋นและฉู่เยว่ก่อนที่จะมองมายังตัวเอง จากนั้นก็พากันถอนหายใจและคิดว่าควรจะยอมแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ดีไหมนะ?

 

คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน

ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

นิยาย แฟนตาซี
150K 136
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
2.35M 999
เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.45M 659
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912