*มันอร่อยได้ถึงขนาดนั้นเลยรึยังไงกันนะ?!*
กันจิสงสัยเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินเสียงกล่าวอย่างเคลิบเคลิ้มของแม่นางฟ้าน้อยเขาที่อดสงสัยไม่ได้ จึงไม่รอช้าเปิดเข่งด้วยความแผ่วเบา *ควับ...ควับ*!? *พรึบ...พรึบ*!? เขาที่กำลังหลับตาได้ยินเสียงบางอย่างรอบรอบตัวแต่มิอาจสนใจได้จึงปล่อยผ่านไปก่อนเพราะเขากำลังตั้งสมาธิให้แน่วแน่เพื่อที่จะได้สัมผัสกับสิ่งอัศจรรย์ตามที่พี่นางฟ้าน้อยคนที่สิบได้กล่าวไว้...หลังจากนั้นเขาจึงหยิบซาลาเปาออกมาทดลองชิมถึง3 ลูก ลูกที่ 1 ผ่านไป ลูกที่ 2 ก็แล้ว พอถึงซาลาเปาลูกที่ 3 เขาจึงกลับรู้สึกถึงสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล3 ลูกที่เขาได้ทดลองชิม กลับไม่เห็นจะเกิดปฏิกิริยา มีความรู้สึกอะไรเกิดขึ้นเลยสักอย่าง อย่างเดียวก็ไม่มี ไม่ว่าจะเป็นโดนมนต์สะกด โดนสะกดจิตให้รู้สึกสุขสมดั่งใจปรารถนาราวกับว่าดวงวิญญาณของเขาจะกำลังออกมาโห่ร้องปิติยินดีที่ได้ถือกำเนิดเกิดมา...อะไรทำนองนั้น
“แม้ซาลาเปาพวกนี้ข้าน้อยจะเป็นคนรังสรรค์มันขึ้นมาก็ตามแต่ข้าน้อยคิดว่ารสชาติมันก็ยังงั้นงั้นยังไม่ค่อยถูกปากข้าน้อยมากเท่าไรถ้าให้ข้าน้อยนิยามความอร่อยของเจ้าก้อนกลมพวกนี้...”
“อืม!!!...คงเพียงพอใช้ได้กระมั้ง...”
*เฮ้อ!!! พวกท่านนี้ช่างหลอกล่อคนให้ดีใจเก่งเสียเหลือเกินนะ...*
*ถงน้อยตัวแสบไปจ้างคนมาเป็นหน้าม้าให้กับเรารึยังไงกัน?!* เขาลืมตาขึ้นแล้วค่อยค่อยหันไปมองที่ถงน้อยด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงอ่อนโยนลงมากเป็นเวลาเดียวกับที่นางจ้องมองมาที่เขาอยู่ตลอดอันที่จริงมิใช่แค่นางเท่านั้นที่มองเขาแต่รวมถึงผู้คนโดยรอบที่กำลังมองมาที่เขาด้วยเช่นกันทุกทุกการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของทุกคนตลอดเวลาทุกคนเห็นพร้อมกันหมด ตั้งแต่เขาเปิดเข่งนึ่งซาลาเปาออกแล้วการระเบิดของกลิ่นหอมมันไปดึงสติของทุกคนให้หันมาทางเขามองมาที่เขาโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจเช่นเดียวกันเนื่องจากเขากำลังหลับตาอยู่...
“…..(๑•̌.•̑๑)ˀ̣ˀ̣ ?!”
“พวกท่านมองมาที่ข้าน้อยด้วยสายตาแบบนั้นทำไมกันหรือขอรับ?!”
“………….”
ชาวยุทธ ชาวบ้าน พ่อค้า แม่ค้าลูกเล็ก เด็กน้อย พี่นางฟ้าทั้งสิบ ถงทงน้อย แม่นางที่แต่งชุดบุรุษรวมถึงพี่นางฟ้าทั้งสิบต่างก็เงียบปากสงบคำไม่ได้พูดได้กล่าวอะไรออกมา พวกเขาทั้งหลายเพียงแค่จ้องมองมาที่กันจิด้วยสายตาหลากหลายผู้ชายจะมองเขาด้วยตาขวาง ดูลึกล้ำยากคาดเดา เหมือนกับกำลังคิดร้ายกับเขาส่วนผู้หญิงจะมองด้วยสายตาที่ส่องประกายแวววาว ระยิบระยับโดยเฉพาะยอดพธูทั้งสิบที่มีสายตาหยาดเยิ้มปนเปมาด้วย...ทำให้เขาที่ถูกยอดพธูทั้งสิบจ้องมองเช่นนี้...สะกัดความคิด...คิดลึกมิได้เลยจริมจริม...
[ ติ๊ด....ติ๊ด...“ระบบ ใส่ใจความรู้สึกฝึกเป็นนักนึกคิด เพื่อพิชิตทั่วหล้า” ]
[ ...ตรวจพบค่าความรู้สึกในทางที่ดีและไม่ดีกับตัวตนของโฮสต์]
[ ...ระบบแปลงค่าความรู้สึกเป็นพลังลมปราณ...AutoStart… ]
วิธีที่ 2 : เปลี่ยนค่าความรู้สึกเป็นพลังลมปราณ(10:1) โดยจะเก็บค่าความรู้สึกที่ผู้อื่นมีให้กับโฮสต์
โดยมีเงื่อนไขดังนี้
- ค่าความรู้สึกในเชิงบวกที่คนอื่นมีกับโฮสต์จะทำการลดพลังลมปราณที่เก็บสะสมไว้ เช่น ค่าความชอบ ความรัก เขินอายหลง ปลื้ม นับถือ เคารพ สรรเสริญ เอาเป็นแบบอย่าง ชื่นชม เป็นต้น
- ค่าความรู้สึกในเชิงลบที่คนอื่นมีกับโฮสต์จะทำการเพิ่มพลังลมปราณที่เก็บสะสมไว้ เช่น ความแค้น ชิงชัง ริษยาอิจฉา เกลียด โมโนว่าได้กระทืบโฮสต์ หรือ มีความรู้สึกแย่ๆกับโฮสต์ เป็นต้น
[ ติ๊ด...ระบบทำการแจ้งผลที่ประมวลให้กับโฮสต์]
...ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกอิจฉาโฮสต์+300 +10 +21 +20 ....
...ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกหมั่นไส้โฮสต์แต่ปลื้มปิติโฮสต์ -100 -30-23 -33 ....
...ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกอยากกระทืบโฮสต์ +30 +20 +72 +30 ....
...ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกริษยาในตัวโฮสต์ +30 +20 +20 +30 ....
...ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกชื่นชมความเก่งกาจที่โฮสต์มี-100 -55 -50 -20 ....
...ติ๊ง..ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกตกหลุมรักในตัวโฮสต์-10....
...ติ๊ง..ติ๊ง..มีผู้คนรู้สึกต้องการลักพาตัวโฮสต์เพื่อจับโฮสต์ไปเป็นพ่อพันธุ์-10....
*เอิ้ม!!!...พวกนางมองแบบนี้อีกแล้ว...*
*(๑✧◡✧๑) ถ้าหาก...ถ้าหากเราขอให้พวกนางรับเราไปดูแล... (థฺˇ౪ˇథ) วู้ยยยย!!!...สยิวดีแท้ !!!*
เขาที่กำลังคิดเรื่องสัปดนลามกอยู่ภายในห่วงความคิดกับได้ยินเสียงตวาดที่ดังสะท้อนออกมาภายในหัวของเขา
*หาววว...ไอ้ขยะเปียก ช่วยเก็บความคิดต่ำตมหน่อยจะได้ไหม?!**
ทำไมถึงทำตัวหื่นกามแบบนี้...
*อะแฮ่ม ! เจ๊ซีข้าเพียงจะบอกว่าถ้าหาก...ถ้าหากเพียงเท่านั้นเองนะขอรับ*
*เหรอ ?! แต่หน้าตาและท่าทางบวกกับกริยาร่างกายของเจ้า...โดยเฉพาะ(///・̆⌓・̆///) อื้ม...ตรงนั้นมันมิได้บอกแบบนั้นนะไอ้เจ้านายขี้หื่น ไอ้ขยะเปียก ไอ้มารร้ายแห่งสตรี...*
*อ่ะ!!!... (¬ε¬…) *
“พี่ชายน้อย...
“พี่ชายน้อย...
“พี่ชายน้อย...เจ้าค่ะ!!!”
“เอ่อ...ว่ายังไงขอรับรับ...ถงน้อยมีเรื่องอะไรเหรอ ?!”
เขาสะดุ้งตื่นจากความคิดเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกใสแจ้วจากโลกภายนอก
“คือ...คือว่าพวกเราเข้าใจว่าท่านมิได้โปรดปานในซาลาเปาน้อยพวกนี้...แต่เพราะซาลาเปาน้อยพวกนี้ทำให้เรารับรู้ถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่เจ้าค่ะ...ถ้าหากท่านไม่เชื่อลองหันไปถามทุกคนก็ได้เจ้าค่ะว่าจริงหรือไม่?!”
ควับ
หงึก...หงึก...หงึก...
กันจิที่ยังคงสงสัยในคำพูดของถงน้อยจึงหันไปมองโดยรอบมองไปทั่วบริเวณ ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีคำกล่าว ไม่มีเสียงโต้ตอบ มีเพียงปฏิกิริยาเดียวที่ทุกคนทำเหมือนกันคือ พยักหน้าให้เขาเมื่อเขาจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตานับถือ
*( ̄■ ̄;)!? แมร่ง !!! สายตาแบบนี้มันดูเกินจริงไปหรือป่าววะ!?*
*(๑•̌.•̑๑)ˀ̣ˀ̣ คนพวกนี้ไม่ใช่หน้าม้าจริงจริงอย่างนั้นเหรอ?!*’
ปฎิกิริยาพวกนี้กินบริเวณเป็นวงกว้างยิ่งนักพื้นที่วงกลมรอบตัวเขาออกไป 10 เมตร เมื่อเขามองไปทางไหนคนที่อยู่ฝั่งนั้นต่างจะพยักหน้าพร้อมกันความพร้อมเพรียงพวกนี้มันดูทรงพลังมากเกินไป เขาจินตนาการไม่ออกว่าภายในหนึ่งวันเพียงเวลาแค่หนึ่งวัน ถงน้อยจะไปหาจ้างชาวยุทธ ชาวบ้านพวกนี้ให้มาเป็นหน้าม้าพร้อมทั้งฝึกการแสดงพวกนี้เพื่อมาโปรโมตร้านของเขาได้เยี่ยงไรกัน
*ไอ้หนุ่มคนนี้มันเล่นใหญ่เสียจริงจ้างหน้าม้ามาทีเดียวเป็นร้อยเป็นพันคน...*
*ปฏิกิริยาพวกนี้มันดูเกินจริงเกินไปใครก็ดูออกว่าต้องจ้างหน้าม้ามาเป็นแน่...*
*หึหึ!! (≖ ‿ ≖) ข้าต้องเปิดโปงแผนการของเจ้าหนุ่มน้อยหน้าขาวคนนี้เพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาเข้าร้านของเรา*
กันจิ มิใช่แค่คนเดียวที่สงสัยในปฏิกิริยาของคนกลุ่มนี้ ห่างออกไป 20เมตรมีพ่อค้าที่ขายซาลาเปาเช่นเดียวกันกับคิดเห็นไปในทางเดียวกับกันจิมันคิดว่าเจ้าหนุ่มขายซาลาเปามันกับกล้าลงทุนจ้างหน้าม้ามาโปรโมตร้านตนเองสะมากมายเหลือคนานัก
แต่อย่างว่าแหละคนมีเงินจะทำสิ่งใดก็ได้แถมไอ้หนุ่มหน้าขาวผู้นี้กับมีวรยุทธที่แปลกพิสดารหน้าตาก็พอใช้ได้ค่อนข้างหล่อเหลา...เขาอดทนเฝ้ามองคนพวกนี้มานานสองนานแล้ว...ไอ้หนุ่มนี้เล่นดึงความสนใจไปหมดไม่มีใครมาเข้าร้านซาลาเปาน้ำชาเขาสักคน ด้วยความริษยาจึงอยากก่อคลื่นสร้างเรื่องโดยต้องการจะเปิดโปงแผนการของเจ้าหนุ่มหน้าขาวให้อับอายขายขี้หน้าประชาชีจะได้เป็นการดึงดูดลูกค้าไปในตนคิดเสร็จก็ไม่รอช้าแหวกฝูงชนเดินเข้ามาถึงด้านหลังของนางฟ้าทั้งสิบแต่ก่อนจะสกิดไปที่สาวสวยคนที่ 10ที่พึ่งกินซาลาเปาและบรรยายสรรพคุณออกมาได้น่ารับประทานยิ่งเมื่อกี้ เขากับนึกได้ว่านางคนนี้อาจจะเป็นหน้าม้าของเจ้าหนุ่มหน้าขาวนี่แน่นอนเต็มสิบไม่มีหักมันจึงหันหลังเดินถอยกลับมาจนเห็น [1]ชายคนนึงเป็นชาวยุทธชายสวมใส่เสื้อผ้าคล้ายกับพวกบัณฑิตท่าทางมีคุณธรรมหน้าตาดูน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก เมื่อเขาเห็นดังนั้นจึงเดินไปสกิดบัณฑิตชายคนนั้นแทนแล้วถามเขาด้วยความสุภาพออกไปว่า
“ท่านบัณฑิตขอรับข้าเห็นท่านดูน่าเชื่อถือการแต่งกายรวมทั้งแววตาก็ต่างจากผู้อื่นมากน่าจะเที่ยงธรรมซื่อตรงจึงได้เข้ามาหาท่านเพื่อสอบถามข้อสงสัยภายใจสักหนึ่งข้อจะได้ไหมขอรับ...”
“มีอะไรก็...ว่ามาเถอะ”
“เอ่อคือว่า จากที่ข้าน้อยได้สังเกตมาสักพักจึงอยากสอบถามกับท่านว่า...ท่านบัณฑิตซาลาเปาของพ่อหนุ่มน้อยคนนั้นที่มีวิธีการทำที่แปลกใหม่มันอร่อยจริงจริงหรือไม่ขอรับ ?”
ชาวยุทธชายที่แต่งตัวคล้ายบัณฑิตคิดถึงสิ่งที่ตราตรึงลงไปในจิตวิญญาณของเขาสิ่งที่เขาได้รับได้สัมผัสในครั้งที่ยังคงอยู่ในโรงเตี๊ยมทรายขาวมันยังวิเศษเสียจนไม่รู้ว่าจะเสาะหาคำพูดคำกล่าวใดที่มีความเหมาะสมกับความอัศจรรย์ที่เขาได้รับได้สัมผัสกับตนเองมาเขาไม่รู้จริงจริงว่าจะบรรยายความรู้สึกในตอนนั้นออกมายังไง...
แต่ก็ต้องตอบกับไปด้วยความสัตย์จริงว่า...“อืม!!! มันอร่อยมาก”
พ่อค้าคนขายซาลาเปาคิดว่าบัณฑิตคนนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับแม่นางที่สวยงามยอดพธูทั้งสิบคงเป็นหน้าม้าที่พ่อหนุ่มน้อยได้จ้างวานมา ช่วยโปรโมตการขาย แต่เมื่อเขากำลังจะถอดใจกับเจอคนดังคนดังทั้งสองที่อยู่มายาวนานคู่กับหมู่บ้านทรายขาวคนทั้งสองหนึ่งเป็นชายอ้วนแต่งตัวดูดีมีสกุล สองเป็นสตรีมีอายุรุ่นเดียวกับตนเองสองคนนี้เป็นคนมีหน้ามีตาในหมู่บ้านทรายขาวแห่งนี้มาก เพราะ พวกเขาคือ [2] เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมทรายขาวผู้ได้ฉายาว่าจองหงวนแห่งการค้าขาย และ [3] ป้าชงคนล้างจานแห่งโรงเตี๊ยมทรายขาวผู้ที่ได้รับฉายาขี้เผือกรุ่นป้า เม้าส์ได้หมดไม่สนลูกใคร
เมื่อเขาเห็นกำลังจะสอบถามเถ้าแก่ที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโดนตัดบทด้วยคำตอบที่เด็ดขาดจากปากของเถ้าแก่อ้วนว่า
“อืม!!! มันอร่อยมาก”
ป้าชงที่ยืนอยู่ด้านข้างเถ้าแก่ยังกล่าวเสริมให้อีกประโยคว่า
“มันอร่อยมาก มาก มาก...พี่สาวไม่ได้พูดปดโกหกเจ้านะ เชื่อพี่สาวนะ อย่าเปรียบเทียบหรือสงสัยในฝีมือของหนุ่มน้อยคนนั้นเลย...”
“ไม่...ไม่จริง...พวกท่านทั้งสามต้องเป็นหน้าม้าหรือหุ่นส่วนกับหนุ่มน้อยคนนั้นเป็นแน่เขาจ้างพวกท่านมาเพื่อดึงดูดลูกค้าใช่รึเปล่า ?!”
พ่อค้าขายซาลาเปาคนนั้นที่จริงเริ่มหวั่นไหวภายในใจบ้างแล้วแต่ไม่กล้ายอมรับเท่านั้นเองเขาถามออกมาด้วยเสียงหวังให้ทุกคนหันมามองที่เขาแต่ประโยคจากปากของคนมีหน้ามีตาทั้งสามคนกลับตอบมาด้วยประโยคเดียวกันว่า
“พวกเรามิใช่หุ่นส่วนมิใช่หน้าม้า มิได้ต้องการสนับสนุนเขาเราเป็นเพียงคนที่ชอบในอาหารเลิศรสและยอมรับความเป็นจริงที่เราได้สัมผัสกับตนเองเพียงเท่านั้น...ถ้าให้บรรยายความรู้สึกหลังจากที่ลิ้นได้สัมผัสกับเนื้อของซาลาเปา...”
“เรารู้มันยากที่จะทำใจเชื่อเรื่องเช่นนี้...เฮ้อ!!!ซาลาเปาที่พ่อหนุ่มนั่นทำมันอัศจรรย์จริงๆถ้าหากคุณไม่ได้ลิ้มลองมันสักลูกคุณจะต้องเสียใจโศกเศร้าไปตลอดชั่วชีวิตของคุณเป็นแน่”
หลังจากที่กล่าวคำพูดกับพ่อค้าขายซาลาเปาเสร็จในตอนนั้นมีกลิ่นหอมกระจายไปทั่วบริเวณนั่นอีกครั้งทำให้ทุกคนเกิดอาการน้ำลายไหลหยดเป็นทาง กลิ่นที่หอมเยี่ยงนี้กระตุ้นความอยากอาหารของทุกคนในบริเวณแห่งนี้รวมถึงพ่อค้าขายซาลาเปาที่พึ่งเข้ามาถามคนทั้งสามด้วยเช่นเดียวกัน
ควับควับ
ชิ้ง...ชิ้ง...ชิ้ง (๑✧◡✧๑)
ชายตัวอ้วนที่ยืนอยู่ด้านหลังของน้องเล็กในยอดพธูทั้งสิบกำลังเกิดอาการกระวนกระวายใจกระสับกระส่าย เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดเต็มใบหน้าเป็นอย่างมาก เหตุผลที่ทำให้เขากระวนกระวายใจเพราะในขณะนี้ทุกคนกำลังจ้องมองมาที่เขาเป็นสายตาเดียวกันเขาเป็นคนต่อไปที่จะได้ซาลาเปาสีขาวนวลลูกเล็กน่ารักน่ากิน
“มันเสร็จแล้วขอรับพี่ชายท่านต้องการกินที่นี้หรืออยากกลับไปกินที่บ้านขอรับข้าน้อยจะได้ใส่ถุงเพิ่มเติมให้อีกชั้นป้องกัน...เอ่อป้องกลิ่นหอมที่จะทำให้คนอื่นหิวกระหายไปด้วย”
กันจิแสยะยิ้มก่อนจะกล่าวถามชายตัวอ้วนด้วยความนอบน้อม
“(๑•﹏•) เอ่อ...ข...ข้า...ข้า...”
ชายตัวอ้วนอ้ำอึ้งมิกล้าตอบเพียงแต่หันไปมองรอบตัวของแทนก่อนที่จะจ้องกลับมาที่กันจิอีกครั้งด้วยแววตาที่แสดงออกว่ากำลังขอความช่วยเหลือ
・.━━━━━━ † ━━━━━━.・
[1]ชายคนนี่ปรากฏตัวในบทที่ 54
[2] เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมทรายขาวปรากฏตัวในบทที่54
[3] ป้าชงคนล้างจานแห่งโรงเตี๊ยมทรายขาวปรากฏตัวในบทที่54