มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 83 : ชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

    ตอนที่ 83


     


    ชิงเทียนแยกกับแคลร์ที่หน้าหอคอย เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย กับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้น ทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้เธอ มันเหมือนกับมีแรงดึงดูดบางอย่าง เกิดขึ้นภายในร่างกาย 


     


    ก่อนที่จะออกเดินทาง ชิงเทียนสัญญากับหลานลู่จื่อ ว่าจะพาเธอ กลับไปเยี่ยมหลานกงเซิ่ง ที่เมืองจี่หนาน เขาออกตามหาหญิงสาว ก่อนที่จะพบว่าเธอ กำลังนั่งอ่านหนังสือ อยู่ในหอตำราบนชั้น 4 เพียงคนเดียว แต่ไหนแต่ไรมา หลานลู่จื่อ ก็เป็นคนที่ชอบขวนขวายหาความรู้อยู่แล้ว เธอจึงมักใช้เวลาอยู่บนนี้เสียส่วนใหญ่


     


    ในขณะที่หลานลู่จื่อ กำลังเก็บหนังสือเข้าชั้น ชิงเทียนก็เข้ามาสวมกอดหญิงสาว จากทางด้านหลัง กลิ่นหอมจากร่างกายเธอ ราวกับกลิ่นกุหลาบที่ผลิบานในช่วงฤดูฝน “พร้อมจะกลับไปเยี่ยมพ่อหรือยัง?"


     


    “อืม..." หลานลู่จื่อตอบด้วยความเขินอาย 


     


    เมื่อทั้งสองคน ออกมาด้านนอกมิติส่วนตัว ชิงเทียนก็ใช้แขนโอบรัดหญิงสาว ร่างของทั้งคู่ลอยขึ้นไปยังท้องฟ้าเบื้องบน หลานลู่จื่อมองเห็นทิวทัศน์ ทั้วทั้งเกาะได้อย่างชัดเจน 


     


    ชิงเทียนพาเธอ มุ่งหน้าไปยังเมืองจี่หนานด้วยความเร็วสูง หลานลู่จื่อมองทิวทัศน์ ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยความตื่นเต้น ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็เห็นเค้าลางของเมืองที่คุ้นตา 


     


    ทั่งคู่ร่อนลงบนตึกสูงใจกลางเมือง ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมง ชิงเทียนจึงชวนหลานลู่จื่อ ไปเดินเล่นภายในเมือง เพื่อรอให้หลานกงเซิ่ง กลับมาจากสถานีตำรวจ ชายหนุ่มคว้ามือเธอ เดินไปบนถนนโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง ทำเอาหญิงสาวใบหน้าร้อนผ่าว 


     


     ชิงเทียนตัดสินใจพาหญิงสาว ไปทานอาหารที่ภัตตาคารวังมังกร แต่น่าเสียดายที่หลงหยวนและซีเหมินจวิน เดินทางไปที่เมืองหลวง เพื่อติดต่อธุรกิจกันทั้งคู่ เขาพลาดโอกาศ ที่จะได้ดื่มกับเพื่อฝูง


     


    เมื่อเข้ามาด้านในภัตตาคาร ชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็นชาวต่างชาติ จำนวน 5 คน เดินตามพนักงานขึ้นไปยังชั้นบน ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้น แผ่จิตสังหารออกมาอย่างจัดเจน ทำให้ชิงเทียนเริ่มสัมผัสได้ถึง ความไม่ชอบมาพากล 



     


    กลุ่มชายฉกรรจ์ชาวต่างชาติ ทุบต้นคอพนักงานจนสลบ จากนั้นก็ควักปืนออกมา เป้าหมายของพวกมัน คือห้องทำงานของหลงหยิน ซึ่งอยู่ที่ชั้นบนสุดของภัตตาคาร ประตูห้องถูกกระแทกเปิดออก หลงหยินซึ่งนั่งสูบบุหรี่อยู่ภายในห้อง ตกใจสะดุ้งโหยง “พ...พวกแกเป็นใคร!!"



     


    หนึ่งในชายฉกรรจ์ ก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมกับจ่อปืนมาที่ชายวัยกลางคน “บอกที่อยู่ของหลงหยวนมาซะ ก่อนที่ฉันจะเป่าสมองแก"


     


    “ลูกชายฉันไปทำอะไรให้พวกแกกัน" หลงหยินเต็มไปด้วยความสับสน เขามั่นใจว่าตนเองหรือลูกชาย ไม่เคยมีปัญหา กับชาวต่างชาติพวกนี้มาก่อน


     


    ชายชาวต่างชาติ เริ่มหมดความอดทน เขาเตรียมยิงไปที่ไหล่ของหลงหยินเพื่อข่มขู่ ทว่าในจังหวะที่กำลังจะลั่นไก ศรแสงปริศนาทั้ง 5 ดอก ก็ถูกยิงเข้ามาผ่านทางหน้าต่าง พุ่งทะลวงศรีษะชายฉกรรจ์ทั้ง 5 คน อย่างแม่นยำ 


     


    หลงหยินใบหน้าซีดเผือด เขามองกลับไปยังกระจกบานเลื่อน ทางด้านหลัง ก็พบกับร่างของชิงเทียนและหลานลู่จื่อ ลอยเคว้งโดยไร้สิ่งยึดเหนี่ยว ตอนนี้ชายวัยกลางคน รู้สึกราวกับว่าตนเอง กำลังถูกผีหลอกกลางวันแสกๆ เพราะคนธรรมดาที่ไหน จะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้กัน


     


    ชิงเทียนและหลานลู่จื่อ ลอยเข้ามาในห้องผ่านทางหน้าต่าง “ไม่เป็นอะไรนะครับ ลุงหลง" 



     


    “ชิงเทียน เธอทำแบบนั้นได้ยังไง..." หลงหยินเริ่มจิตนาการว่า บางทีชิงเทียนอาจจะเป็นมนุษย์ต่างต่างดาว ที่มาแฝงตัวอยู่บนโลก แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อปู่ของชิงเทียน คือชิงถิงเฟิง หรือว่าตระกูลชิงทุกคน จะมาจากนอกโลก!!


     


    “เอ่อ...ทำใจให้สงบก่อนนะครับ หลงหยวนคงเล่าเรื่องเกี่ยวกับผู้บ่มเพาะ ให้คุณลุงฟังแล้วใช่ไหมครับ"


     


    หลงหยินเบิกตากว้าง เขารู้เรื่องที่ลูกชายฝึกเพื่อเป็นผู้บ่มเพาะ แต่คิดว่ามันคงไม่ต่างจากการฝึกศิลปะการต่อสู้ อย่างเช่นกังฟูหรือคาราเต้  


     


    สีหน้าของหลานลู่จื่อดูไม่สู้ดีนัก เนื้อตัวของเธอสั่นเทาเล็กน้อย นี่เป็นการสังหารมนุษย์ครั้งแรกในชีวิต เมื่อหญิงสาว มองไปยังศพของเหล่าชายฉกรรจ์ หยดน้ำตาก็เริ่มไหลเอ่อออกมา


     


    ชิงเทียนเข้ามาปลอบหลานลู่จื่อ ความจริงแล้วชายหนุ่มสามารถลงมือเองได้ ทว่าการให้หญิงสาวคุ้นชินกับการสังหาร จะเป็นเป็นผลดีต่อตัวเธอเอง เพราะเมื่อขึ้นไปยังแดนเซียน เธอจะต้องพบกับเหตุการณ์นองเลือดอีกมาก 


     


    “ดูเหมือนว่าพวกมัน กำลังตามหาหลงหยวนอยู่นะครับ" ชิงเทียนเริ่มรู้สึกเป็นกังวล ที่บริเณต้นคอของชายฉกรรจ์ทุกคน มีรอยสักรูปปืนสั้นไขว้กันสลักไว้ บางทีพวกมันอาจจะเป็นสัญลักษ์ของแก็งค์ หรือองค์กรอะไรสักอย่าง น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสค้นความทรงจำ ไม่เช่นนั้นคงจะข้อมูลติดมือมาบ้าง



     


    “นั่นหน่ะสิ ลุงเองก็ไม่รู้ว่าหลงหยวนอยู่ที่ไหน โทรไปก็ปิดเครื่อง"


     


    “ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เดียวผมจะจัดการเรื่อง นี้เอง" ชิงเทียนและหลานลู่จื่อ บินหายลับไปบนท้องฟ้า ดูเหมือนว่าเรื่องที่พวกเขา จะไปเยี่ยมหลานกงเซิ่ง ต้องพักไว้ชั่วคราว


     


    ******************************


     


    เมื่อชิงเทียนกลับมาถึงเมืองหลวง สถาที่แรกที่ชายหนุ่มมุ่งหน้าไป ก็คือบ้านหลักของตระกูลชิง เนื่องจากเขาคิดว่า หากขอร้องให้ชิงชิงฟังช่วยอีกแรง อาจจะตามหาสองคนนั้นได้ง่ายขึ้น


     


    “อ้าว...ชิงเทียน ไม่ได้กลับมานานเลยนะ สบายดีรึเปล่า" ชิงเจียมู่โบกมือทักทาย ชายหนุ่มมองไปยังหลานลู่จื่อ เธอเป็นผู้หญิงที่สวย ไม่ต่างไปจากจิ่วหยวนปิง ตอนนี้เขาเริ่มอิจฉาชิงเทียนขึ้นมาบ้างแล้ว


     


    “คุณปู่อยู่รึเปล่า?"


     


    “คุณปู่กำลังคุยเรื่องธุกิจกับคุณพ่อ อยู่ในห้องนั่งเล่น... ว่าแต่นายเห็นคลิปนี่หรือยัง ถ้าจำไม่ผิดฉันเคยเห็นผู้ชายคนนี้ ที่งานแต่งของนายด้วยนะ" ชิงเจียมู่ ยื่นมือถือมาให้ชายหนุ่ม ภายในคลิปเป็นเหตุการณ์ตอนที่ หลงหยวนต่อสู้กับการ์ดนับสิบ ด้วยตัวคนเดียว ซึ่งตอนนี้ยอดเข้าชมนั้น เกินหลักล้านไปเรียบร้อยแล้ว ชิงเทียนเผยรอยยิ้มออกมา เขาไม่คิดว่าจะได้พบเบาะแสของหลงหยวน รวดเร็วขนาดนี้ 



     


    “ขอบใจมากนะเจียมู่ นายช่วยฉันได้เยอะเลยหล่ะ" ชิงเทียนกล่าวขอบคุณ แล้วหันหลังเดินจากไปพร้อมกับหลานลู่จื่อ ทิ้งให้ชิงเจียมู่ยืนมึนงงสงสัย ว่าเขาไปช่วยชิงเทียนตอนไหนกัน



     


    ชิงเทียนเปลี่ยนแผนเล็กน้อย เขาตรงไปยังสาถานีตำรวจ เพียงแค่โชว์ตราของหน่วยพิเศษ ก็สามารถเข้าถึงกล้องจราจร ทุกตัวภายในเมือง หลังจากที่ลองตรวจสอบ ชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มออกมา ‘ไม่แปลกใจเลย ที่พวกนั้นหาหลงหยวน และซีเหมินจวินไม่เจอ นั่นก็เพราะว่า ทั้งสองคนซ่อนตัวอยู่ที่บ้านหลักของตระฮวงนั่นเอง'


     


    ********************************



     


    ที่บริเวณด้านหลังคฤหาสน์ ของตระกูลฮวง มีศาลาจีนทรงแปดเหลี่ยม ตั้งอยู่ตรงกลางสระบัวขนาดใหญ่ ภายในศาลา ฮวงเทียนหลงกำลังใช้น้ำยา ขัดกระบี่เซียนจนเงาวับ ตั้งแต่ที่ได้รับกระบี่เล่มนี้มี เขาก็มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ ไปกับการดูแลกระบี่ ทันใดนั้นเอง ชายชราพลันรับรู้ได้ถึงปราณ ปริมาณมหาศาลจากบนท้องฟ้า 


     


    ฮวงเทียนหลงรีบวิ่งออกมา พร้อมกับแหงนมองไปยังเบื้องบน สิ่งที่เขาเห็นคือร่างของชิงเทียนและหลานลู่จื่อ ที่กำลังลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ชายชรารู้ดีว่าชิงเทียนนั้น สามารถใช้ความสามารถของดาบ เพื่อใช้ในการโบยบิน แต่ทว่าพลังปราณที่แผ่ออกมารอบตัวชายหนุ่ม กลับสูงส่งดุจดังขุนเขาที่ไม่อาจข้ามผ่าน


     


    “ผู้อาวุโส ขอโทษที่เข้ามาโดยพลการ นะครับ" ชิงเทียน ประสานมือให้ดับชายชรา


     


    “ไม่ต้องใส่ใจหรอก ถ้าเป็นเธอฉันยินดีต้อนรับเสมอ จริงสิ...พวกเธอคงจะมาหาฮวงอี้สินะ ตอนนี้เขาและเพื่อนของเธอ อยู่ที่โรงฝึกฝั่งทิศใต้ เดียวฉันจะให้พ่อบ้านนำทางไปแล้วกัน"


     


    โรงฝึกของตระกูลฮวง ถูกสร้างโดยใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อป้องกันการกระแทกเป็นพิเศษ พื้นถูกปูด้วยกระเบื้องหิน ซึ่งมีความหนาไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร ภายในโรงฝึก หลงหยวนและซีเหมินจวิน กำลังนอนแผ่หลาอยู่ที่พื้น ร่างกายของพวกเขา ต่างก็มีรอยฟกช้ำไม่ต่ำกว่าสิบแห่ง ส่วนทงด้านฮวงอี้นั้น ยังคงไร้รอยขีดข่วน 


     


    “ขอบเขตก่อตั้งร่างกาย ทุบตีขอบเขตก่อตั้งลมปราณ มันจะไม่เป็นการเอาเปรียบกันเกินไปหน่อยหรือ" เสียงปริศนาเอ่ยถามขึ้น 


     


    “ชิงเทียน!!" ฮวงอี้เป็นคนแรก ที่เห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร 


     


    หลงหยวนและซีเหมินจวิน ลุกพรวดขึ้นทันที พวกเขาถึงกับหลงลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ “ชิงเทียนนายมาทำอะไรที่นี่" หลวงหยวนตะโกนถาม


     


    “ก็มาหาพวกนายไง..." 


     


    หลังจากที่ชิงเทียน เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง หลงหยวนก็ชกแผ่นหินด้วนความโกรธแค้น “ต้องเป็นฝีมือของตระกูลเหรินแน่ๆ แต่ทำไมพวกมันถึงไม่ยอมลงมือเอง"


     


    “ไม่ต้องคิดหาเหตุผลให้มากความหรอก แค่รู้ว่าพวกมันอยู่เบื่องหลังก็พอแล้ว" แววตาของชิงเทียนฉายแววเย็นชา หากมีใครกล้าลงมือกับเพื่อน หรือครอบครัวของเขา ชะตากรรมเดียวที่รออยู่.... ก็คือความตาย


     


    ------------------------------------


    *ตอนนี้สั้นหน่อย เดียวจะเขียนชดเชยในตอนหน้านะครับ


    Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์


    https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน