หอกสายฟ้าของการันพุ่งไปที่เหยี่ยวขาวซึ่งขนบนหลังของมันมีรอยไหม้เล็กน้อยจากการโจมตีของอลิสในป่าวงกต
แม้จะบินมาด้วยเร็วสูงแต่มันก็สามารถเบี่ยงร่างหลบหอกสายฟ้าได้อย่างไม่ยากเย็นเมื่อมันตั้งตัวได้ก็กระพือปีกแรง ๆ ครั้งหนึ่งสร้างลมพัดการันจนชายหนุ่มปลิวไปหลายกิโลเมตรจากนั้นจึงบินตามร่างของชายหนุ่มไปด้วยความรวดเร็ว
ขณะที่ยังปลิวอยู่การันกางแขนทั้งสองข้างออกสายฟ้าก็พุ่งออกมารอบตัวชายหนุ่ม
สนามสายฟ้า!
เหยี่ยวขาวที่บินเข้าไปในเขตสนามสายฟ้าร่างกระตุกไม่หยุดพยายามอยู่หลายวินาทีถึงจะออกจากสนามสายฟ้าได้ขนของมันฟูขึ้นมีควันจาง ๆ ลอยออกมามันจ้องการันด้วยแววตาอาฆาตก่อนจะร้องเสียงแหลมครั้งหนึ่งพายุหมุนสองลูกก่อตัวขึ้นแล้วพัดไปทางการัน
การันจ้องพายุหมุนทั้งสองด้วยแววตาไม่แยแสร่างของเขากระพริบแล้วหายไปโผล่ด้านหลังเหยี่ยวขาว ชายหนุ่มยกมือขึ้นฟ้าหอกสายฟ้าขนาดใหญ่ยักษ์ถูกสร้างขึ้นในพริบตา
เหยี่ยวขาวสัมผัสได้ถึงอันตรายกระพือปีกหนึ่งครั้งเพื่อพุ่งบินไปด้านหน้าให้เร็วที่สุดแต่เสียงกัมปนาทของหอกสายฟ้าก็ยังเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
สุดท้ายหอกสายฟ้าก็ได้แทงทะลุกลางลำตัวเหยี่ยวขาวได้สำเร็จร่างของมันชักกระตุกอยู่นานก่อนจะแน่นิ่งไป
การันมองภาพนี้แล้วมองไปยังตำแหน่งสัตว์ร้ายตัวอื่นๆแล้วพบว่าทั้งอเดลกับฟารอนต่างก็จัดการสัตว์ร้ายระดับอาณาจักรที่สู้ด้วยเรียบร้อยแล้วอลิสกับริน่าก็เช่นกัน จากนั้นชายหนุ่มถึงได้มองไปยังทิศ ๆ หนึ่งที่เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้เพราะถึงจะเข้าไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้
...
ขณะเห็นคมดาบสีขาวฟันลงมาใส่ตนนัยน์ตาการินหดลีบก่อนที่มือทั้งสองข้างของชายหนุ่มจะกำแน่นแล้วต่อยประกบเข้าที่ใบดาบทั้งสองด้านทำให้คมดาบหยุดอยู่ห่างจากปลายจมูกของเขาเพียงหนึ่งฝ่ามือ
ใบหน้าที่เป็นแพะของคาปราปรากฏความแปลกใจก่อนที่จะดึงดาบกลับพร้อมถอยไปไกล
เสี้ยววินาทีหลังจากที่คาปราถอยไปกรงเล็บเสือขาวผสานสายลมได้พุ่งผ่านตำแหน่งที่มันยืนอยู่ก่อนหน้านี้
กาเวนรีบบินมาหยุดอยู่เคียงข้างการิน
“ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า”
การินส่ายหน้าเขาสะบัดมือที่สั่นเล็กน้อยแล้วมองไปยังดาบในมือคาปรา
“ไม่ครับแต่ตอนที่ดาบกระดูกนั่นถูกตัว ผมรู้สึกว่าพลังในรอยประทับถูกดึงออกไปนิดหน่อย”
คาปรายังไม่โจมตีเข้ามามันมองการินอย่างประเมินท่าที
“รอยประทับของเจ้าแข็งแกร่งมากพละกำลังที่เจ้าแสดงออกมาเทียบได้กับผู้ที่เลื่อนขั้นเป็นระดับทวีปใหม่ ๆ เลย ส่วนปริมาณพลังในรอยประทับก็เหมือนกันแบบนี้คงปล่อยเจ้าเอาไว้ไม่ได้เพราะถ้าเจ้าเป็นระดับทวีปเมื่อไหร่พวกเราคงรับมือไม่ไหวแน่นอน”
พูดจบคาปราพลันพุ่งตัวออกห่างจากพวกการินไปอีกหนึ่งกิโลเมตรมันยกดาบกระดูกขึ้นอีกครั้ง มือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน
ทว่าปลายดาบเพิ่งชี้ขึ้นฟ้าร่างสีเขียวมรกตพลันปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของคาปรานักรบจิตวิญญาณมรกตง้างหมัดต่อยเข้าที่แผ่นหลังคาปราจนร่างที่สูงถึงสามเมตรของมันปลิวไปด้านหน้าหลายก้าวแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บหนักอะไร
นี่คือหนึ่งในข้องเสียของนักรับจิตวิญญาณที่ไม่ได้รับผลจากรอยประทับที่เพิ่มพละกำลังจากหน้าอกของการินทำให้แม้จะปรากฏตัวใกล้ศัตรูได้อย่างเงียบเชียบแต่เมื่อเจอกับศัตรูที่มีระดับสูงกว่าก็ไม่อาจทำร้ายอีกฝ่ายให้บาดเจ็บสาหัสได้
ร่างของนักรบจิตวิญญาณหายไป
คาปราไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองแต่ชูดาบขึ้นฟ้าอีกครั้งบรรยากาศรอบตัวสัตว์ร้ายระดับอาณาจักรตัวนี้พลันหนักอึ้ง
กาเวนพลันรู้สึกไม่ดีชายวัยกลางคนกางมือออกเป็นกรงเล็บเหมือนกับที่ทำครั้งแรกบรรยากาศรอบตัวเขาก็เริ่มหนักอึ้งอีกครั้ง
การินรีบเหาะถอยไปไกลอย่างรู้งาน
กาเวนกับคาปราจ้องตากันอยู่นานนับนาที
หน้าผากกาเวนมีเหงื่อผุดซึมขึ้นเหงื่อเม็ดใหญ่ค่อย ๆ ไหลลงไปตามแก้มแล้วมารวมกันอยู่ที่คางผ่านไปสักพักเหงื่อที่รวมตัวกันตรงปรายคางจึงหยดลง เม็ดเหงื่อค่อย ๆร่วงหล่นลงพื้น
แปะ
ทันทีที่เหงื่อเม็ดนั้นกระทบลงบนใบไม้ในป่าด้านล่างกาเวนพลันตวัดกรงเล็บขึ้นในแนวเฉียงแสงสีขาวพุ่งออกจากกรงเล็บแล้วขยายใหญ่ขึ้นด้วยความรวดเร็ว อากาศโดยรอบที่แสงสีขาวพุ่งผ่านล้วนถูกทำให้บิดเบี้ยว
นี่คือกรงเล็บเสือขาวผสานสายลมที่กาเวนใช้พลังทั้งหมดสร้างขึ้นมา!
ในเวลาเดียวกันคาปราได้ตวัดดาบลงในแนวตั้งคลื่นดาบสายลมที่มีพลังอำนาจไม่แพ้กรงเสือขาวผสานลายลมในครั้งนี้พุ่งออกมาจากดาบสีขาว
การปะทะกันระหว่างกรงเล็บเสือขาวผสานสายลมกับคลื่นดาบสายลมในครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนหลายเท่าต้นไม้ใต้จุดปะทะในระยะสิบกิโลเมตรขาดกระจุย เศษไม้และใบไม้ปลิวว่อนไปทั่วก้อนเมฆบนท้องฟ้าคล้ายกับถูกฉีกด้วยคมดาบนับหมื่นเล่มแตกกระจายเป็นชิ้นเล็ก ๆก่อนจะสลายไป
การต่อสู้ระหว่างผู้มีรอยประทับกับสัตว์ร้ายระดับเมืองจบลงนานแล้วฝั่งผู้มีรอยประทับเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะมาได้แต่ก็ต้องสูญเสียผู้มีรอยประทับระดับเมืองไปหกคน พิการไปสามและบาดเจ็บสาหัสไปนับสิบคน
ตอนนี้ผู้มีรอยประทับคนอื่นๆ ยกเว้นการินกับกาเวนได้กลับมารวมตัวกันอยู่หน้าประตูกำแพงเขตตะวันออกทุกคนต่างมองไปยังทิศที่เกิดคลื่นปะทะรุนแรงด้วยความคาดหวัง
พวกเขามองไม่เห็นร่างของกาเวนการินแล้วก็คาปรา เพราะจุดที่พวกเขาต่อสู้นั้นอยู่ไกลไปหลายสิบกิโลเมตรแต่พวกเขาก็ยังคงรู้สึกถึงแรงกดดันที่ผู้มีรอยประทับระดับทวีปสองคนปล่อยท่าไม้ตายใส่กันได้อยู่
อลิสมองไปยังทิศนั้นด้วยความกังวลแต่ไม่นานก็มีคนมากุมมือเธอไว้ เมื่อหญิงสาวหันไปมองก็พบว่าเป็นริน่านั่นเอง
“เชื่อใจพวกเขาเถอะยังไงพวกเขาก็ต้องกลับมาอย่างปลอดภัย”
ริน่ากล่าวอย่างอ่อนโยนเธอเองก็เป็นกังวลไม่ต่างจากอลิส คนหนึ่งคือคนรักอีกคนก็เป็นลูกชายของเธอเธอย่อมต้องเป็นห่วงพวกเขาอยู่แล้ว
อลิสเม้มริมฝีฝากพยักหน้า
อเดลกับเชอรอนมองอลิสแล้วหันมาสบตากันทั้งคู่ได้แต่ถอนหายใจ
ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากไปช่วยกาเวนแต่เพราะแค่เข้าไปใกล้ก็รู้สึกขยับตัวลำบากแล้วนอกจากการินที่แข็งแกร่งเกินระดับเดียวกันก็ไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงการต่อสู้นี้ได้
การปะทะกันระหว่างกรงเล็บเสือขาวผสานสายลมกับคลื่นดาบสายลมเกิดขึ้นนานนับนาทีก่อนที่เส้นแสงทั้งห้าของกรงเล็บเสือขาวผสานสายลมจะถูกคลื่นดาบสายลมผ่าจนแตกกระจายออก
เส้นแสงที่แตกกระจายของกรงเล็บเสือขาวผสานสายลมบ้างกระเด็นไปชนภูเขาทำให้ภูเขาลูกนั้นขาดครึ่งบ้างกระเด็นลงพื้นดินทำให้เกิดหุบเหวลึก
แต่พลังในคลื่นดาบสายลมก็สลายหายไปไม่น้อย
กาเวนหอบหายใจมองคลื่นดาบสายลมที่พุ่งตรงมายังตนคิดว่าด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือเพียงน้อยนิดคงไม่อาจหลบพ้นจึงตัดสินใจยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาทำเป็นรูปกากบาดอยู่เบื้องหน้า
คลื่นดาบสายลมปะทะเข้ากับแขนขวาของกาเวนทำให้ร่างของชายวัยกลางคนปลิวไปหลายกิโลเมตรสุดท้ายคลื่นดาบสายลมก็ได้หายไปอย่างสมบูรณ์
กาเวนสูดลมหายใจยาวแล้วถอนหายใจออกมาร่างกายของเขาเปียกปอนไปด้วยเหงื่อ ตัวเขาได้ร่วงหล่นลงพื้นเพราะใช้สายลมพยุงตัวให้เหาะต่อไปไม่ไหว
ก่อนที่ร่างของกาเวนกระร่วงกระทบพื้นดินนักรบจิตวิญญาณมรกตพลันเข้ามาพยุงร่างของชายวัยกลางคนให้ค่อย ๆลงบนพื้นดินอย่างนุ่มนวล จากนั้นการินจึงได้เคลื่อนย้ายมาแทนที่นักรบจิตวิญญาณสิ่งแรกที่เขาทำคือสำรวจร่างกายของกาเวน
ชายหนุ่มถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าที่แขนขวาของกาเวนมีเพียงรอยแผลเล็กๆ เท่านั้นบางทีอาจเป็นเพราะตอนโดนคลื่นดาบสายลมกาเวนยังคงผสานร่างเสือขาวอยู่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งทนทานกว่าตอนปกติอีกทั้งคลื่นดาบสายลมนั่นก็อ่อนแรงลงมากแล้ว
การินไม่พูดอะไรเขารีบเอาแขนกาเวนพาดไหล่ตัวการินเองแล้วบินขึ้นพุ่งไปทางกำแพงแพงเมืองไม่ถึงนาทีด้วยความเร็วในการบินของการินเขาได้มาถึงจุดที่เหล่าผู้มีรอยประทับรวมกันอยู่
ชายหนุ่มส่งกาเวนไปให้ริน่าช่วยพยุงจากนั้นจึงหมุนตัวหมายจะบินขึ้นแต่กลับถูกใครบางคนจับมือรั้งไว้เสียก่อนชายหนุ่มหันมามองจึงพบว่าเป็นอลิส
“นายจะไปไหน”
พร้อมกับที่เธอถามมือนุ่มที่จับเขาอยู่กำแน่นขึ้น
“ฉันจะไปจัดการสัตว์ร้ายที่ชื่อคาปราตัวนั้นตอนนี้มันน่าจะกำลังอ่อนแรง”
เขากล่าวพร้อมกุมมืออลิสกลับ
การินเชื่อว่าคาปราคงมีสภาพไม่ดีไปกว่ากาเวนสักเท่าไหร่เพราะพลังที่อยู่ในคลื่นดาบสายลมซึ่งสายมารถทำลายกรงเล็บเสือขาวผสานสายลมของกาเวนได้คงทำให้มันสูญเสียพลังไปไม่น้อย
“ไม่ไปได้ไหม?”
อลิสกล่าวด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
การินถอนหายใจเขาดึงอลิสเข้ามากอดแล้วเอ่ยกระซิบข้างหูหญิงสาวเบา ๆ
“ฉันจะกลับมา...จะต้องกลับมาแน่นอน”
พูดจบชายหนุ่มก็จูบลงบนหน้าผากหญิงสาวแล้วแกะมือของเธอออกร่างกายของชายหนุ่มพลันหายไปชัดเจนว่าเขาให้นักรบจิตวิญญาณนักรบติดตามคาปราไปก่อนแล้ว
อลิสเหม่อมองจุดที่การินหายไปแล้วบีบมือตัวเองแน่นกล่าวเสียงแผ่ว
“สัญญาแล้วนะ...”
…
คาปราบินกลับไปทางป่าวงกตอย่างเชื่องช้าไม่ใช่ว่ามันไม่อยากบินให้เร็วกว่านี้แต่เพราะนี่คือความเร็วสูงสุดที่ทำได้ในขณะนี้แล้ว
“มนุษย์ระดับทวีปบ้านั่นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ถึงจะไม่ทำให้ฉันประหลาดใจเท่าเจ้าเด็กระดับอาณาจักรนั่นแต่ก็ทำให้ฉันต้องใช้พลังแทบทั้งหมดทั้งที่ใช้ดาบดูดโลหิตช่วยถึงจะทำลายท่านั่นได้คงต้องไปบอกท่าน...ให้มาจัดการเองแล้วล่ะ”
คาปราบ่นพึมพำทันใดนั้นพลันมีร่างมนุษย์ผู้หนึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้ามันโดยไม่รอให้คาปรามีปฏิกิริยาตอบสนองมนุษย์ผู้นั้นก็ง้างหมัดต่อยเข้ามาทันที