พิภพห้วงเวลา

    ตอนที่ 52 อสูรถือโล่พกธนู

    เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างช้าๆ

    ตุบ!

    เสียงเท้าของไทก้าที่มาหยุดยืนมองดูประตูหินมิติที่ด้านหลังของบัลลังก์

    "เฮ้อน่าเสียดายจัง แม้ว่าจะใช้แกนอสูรก้อนเล็กก็ไม่สามารถเปิดได้ มีเพียงแกนอสูรที่เป็นระดับจิตโลกาขึ้นไปเท่านั้นถึงจะเปิดมันออกมาได้ ดูท่าจะต้องเดินไปลองทำลายประตูด้านหน้าดู" ไทก้าบ่นพึมพำ ก่อนจะเดินจากด้านหลังกลับมาด้านหน้าบัลลังก์อีกครั้งและมองไปด้านล่างที่ตอนนี้เหล่าโครงกระดูกถูกแช่แข็งเอาไว้

    ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ไทก้าได้นึกขึ้นได้ว่าอาคมธาตุน้ำที่เหลืออยู่สองอาคมนั้นหากไทก้าขึ้นสู้ระดับจิตโลกาจะสามารถใช้มันได้ แม้ว่าไทก้าจะยังไม่เคยใช้จริงมาก่อนแต่ก็ทำการทบทวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ชายหนุ่มมีความเข้าใจในอาคมนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก่อนที่ไทก้าจะลองใช้ดู

    ซึ่งอาคมแรกนั้นเป็นอาคมคุกน้ำที่ใช้ในการกักขังศัตรูเอาไว้ภายใน แต่เมื่อไทก้าลองทำการกักขังเหล่าโครงกระดูกก็พบว่าสามารถกักเอาไว้ได้เพียงสองถึงสามตนเท่านั้น และอาคมที่สองเป็นอาคมที่สร้างน้ำให้เป็นร่างของสัตว์อสูรขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการโจมตี

    ไทก้าจึงได้ใช้อาคมสร้างร่างสัตว์อสูรน้ำเป็นร่างของอสูรนาคาและปล่อยการโจมตีออกไปอย่างต่อเนื่องจนน้ำท่วมเต็มปราสาท ทั้งยังตั้งชื่ออาคมขึ้นมาเอาเทห์อีกด้วยว่า 'อาคมน้ำอสูรวารี' ก่อนที่ไทก้าจะคิดบางอย่างได้จึงได้จับโครงกระดูกที่อยู่ด้านบนที่สูงโยนลงไปในน้ำให้หมดก่อนจะทำการดึงความร้อนออกมาจากน้ำทั้งหมดและแช่แข็งเหล่าโครงกระดูกเอาไว้ ทำให้ตอนนี้ ไทก้าไม่ต้องเหนื่อยจากการต่อสู้อีกต่อไป ทำเพียงแค่หาทางออกเท่านั้น

    ในขณะที่ไทก้ากำลังจะเดินไปยังประตูด้านหน้าปราสาท เพื่อที่จะไปลองทำลายประตูดูนั้น ไทก้าก็คิดว่าหากใช้อาวุธไปด้วยอาจจะช่วยเพิ่มพลังในการทำลายก็เป็นได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ไทก้าจะใช้หอกพสุธาและกระบี่พิรุณเยือกแข็งเป็นอาวุธสำหรับต่อสู้หลายต่อหลายครั้ง แต่ว่ามันก็เปาะบางเกินไปจนยากจะทำลายประตูหินด้านหน้า จึงได้ลองยกง้าวขึ้นดูอีกครั้งโดยหวังว่าหากตนเองเลื่อนระดับพลังแล้วจะสามารถยกขึ้นได้

    "ฮึบ....."

    ".........."

    "ฮึบ... ย้ากกกกกกก"

    "แฮ่กๆ ทำไมมันไม่ขยับเลยสักกะนิดนะ ข้าใช้แรงจนหมดแล้ว"

    แม้ว่าไทก้าจะพยายามแค่ไหน ง้าวโบราณนี้กลับไม่ยอมขยับเลยแม้แต่น้อย

    "เอ๊ะ จริงสิ"

    แต่ก่อนที่ไทก้าจะล้มเลิกความตั้งใจ กลับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะค้นดูภายในกระเป๋าเก็บของ

    "เจอแล้ว จะได้ผลมั๊ยนะ แต่ลองดูก็แล้วกัน หนักนักใช่มั๊ย"

    กล่าวจบไทก้าจึงได้ใช้ แสงย่อขนาดที่เพิ่งค้นออกมาจากกระเป๋า ส่องไปยังง้าวยักษ์ในทันที

    วิ้ง!

    สิ่งที่ไม่คาดคิดกลับเกิดขึ้นมาจริงๆ ง้าวขนาดใหญ่ค่อยๆย่อขนาดลงในทันทีทำให้ด้ามง้าวที่ติดอยู่กับรูด้านล่างเริ่มย่อเล็กลงและสามารถดึงออกมาได้แล้ว

    ฟุบ!

    เมื่อขนาดของง้าวลดลงจนมีขนาดเท่ากับอาวุธของมนุษย์ทั่วไปแล้วไทก้าจึงจับง้าวไว้ทันที และผลของมันก็เป็นไปตามที่ไทก้าคาดไว้ แม้ว่ามันจะหนักแต่ตอนนี้ไทก้าก็สามารถถือง้าวเอาไว้ได้

    "ฮ่าๆ สำเร็จ"

    กล่าวจบไทก้าจึงได้นำง้าวขึ้นมาเหวี่ยงดู

    ฟุบ ฟุบ ฟุบ!

    ตึง!

    ไทก้าตั้งด้ามง้าวลงที่พื้นก่อนจะหอบหายใจ

    "หนักจริงแฮะ นี่ขนาดข้าย่อขนาดลงแล้วนะ ก็ยังหนักอยู่เลย แต่ไม่เป็นไร ข้าตัดสินใจแล้วว่าข้าจะใช้ง้าวนี่เป็นอาวุธของข้าแล้วกัน ตั้งชื่อว่าอะไรดีนะ"

    พรึบ!

    ในขณะที่ไทก้ากำลังดีใจและกำลังคิดชื่อให้กับง้าวอยู่นั้นก็มีแสงบางอย่างพุ่งขึ้นมาจากรูที่พื้น แต่เดิมเป็นรูของด้ามง้าวที่ไทก้าได้ดึงออกมา และปรากฏขึ้นมาด้านหน้าของไทก้าอย่างรวดเร็วจนไทก้าจำเป็นต้องกระโดดหลบไปด้านหลังก่อนจะพบว่าส่ิงที่ปรากฏออกมานั้นยืนนิ่งอยู่กับที่เท่านั้น

    เมื่อไทก้าจ้องมองดูดีๆ และพบว่าเป็นอสูรตนหนึ่ง ทั้งยังไร้ซึ่งจิตสังหารไม่ได้พุ่งเข้ามาโจมตีตน จึงลดการตั้งท่าต่อสู้ลงทันที แต่ไทก้ายังไม่ได้วางใจนักก่อนจะปลดปลอยอาคมธาตุเวลาออกมารอบกายไว้

    "หือ? ตัวอะไรกัน"

    กลับปรากฏเป็นอสูรชนิดหนึ่งทั้งยังดูไปแล้วกลับทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง คาดว่าน่าจะสูงกว่าไทก้าด้วยซ้ำ ด้านล่างของมันนั้นเหมือนกับมนุษย์ร่างใหญ่ไม่มีผิด แต่ว่าส่วนบนกลับมีลักษณะเหมือนกันควายที่มีเขาอันแหลมคม โค้งงอสองด้านราวกับพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว และที่น่าแปลกกว่านั้นก็คืออสูรตนนี้กลับถือโล่เอาไว้ทั้งยังมีธนูพกไว้ด้านหลัง!

    "อสูรควายตัวโต ถือโล่ พกธนูอย่างนั้นรึ?"ไทก้าอุทานขึ้นด้วยความสงสัยว่าอสูรนี้คืออะไรกันแน่ ทั้งมันยังเอาแต่มองไปที่ไทก้าไม่วางตา

    "ขออภัยที่ทำให้นายท่านตกใจขอรับ"จู่ๆ อสูรควายก็กล่าวขึ้น

    "หือ? เจ้าพูดได้อย่างนั้นหรือ?"ไทก้าถามกลับ

    "แน่นอนขอรับนายท่าน"อสูรควายตอบกลับทั้งยังคำนับไปทางไทก้า

    "เจ้าเป็นไครกัน? เหตุใดถึงได้อยู่ที่นี่ เจ้าก็โดนขังไว้ที่นี่เหมือนกันเช่นนั้นหรือ"เมื่อเห็นว่าอสูรควายสื่อสารภาษามนุษย์ได้ ไทก้าจึงคิดว่าบางทีอาจจะเป็นศิษย์ของนววิทยาเข้ามาฝึกก่อนหน้านี้และโดนขังเอาไว้เหมือนกันก็เป็นได้

    "ตัวข้าเป็นใครนั้น ข้าเองก็ลืมไปแล้วขอรับ และข้าไม่ได้โดนขังไว้ที่นี่ แต่ว่าข้าอยู่ที่นี่เพื่อรอผู้ปกครองขอรับ"อสูรควายตอบกลับทั้งยังก้มหน้าลงเล็กน้อย

    "อยู่ที่นี่? รอผู้ปกครอง? เจ้าหมายถึงเจ้ารอใครงั้นรึ?" ไทก้ายังคงถามกลับด้วยความสงสัย

    "ข้ารอนายท่านขอรับ"อสูรตนนั้นชี้ไปทางไทก้าก่อนจะกล่าวขึ้น

    ไทก้าเมื่อได้ยินดังนั้นยิ่งเกิดความสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

    "รอข้า เจ้ารู้จักข้าเช่นนั้นหรือ"

    "ไม่เลยขอรับ แต่ว่าท่านคือผู้ถือครองง้าวโลกา เพราะฉะนั้นท่านก็คือผู้ปกครองและข้าก็คือผู้รับใช้ของท่านขอรับ"อสูรควายอธิบายช้าๆ

    "ผู้รับใช้ ? "

    "ขอรับ ข้ามีหน้าที่รับใช้นายท่านขอรับ จนกว่าง้าวโลกานี้จะพังทลายขอรับ"อสูรควายยังคงตอบไทก้าด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

    "แล้วผู้ปกครองเล่า ? คืออะไรกัน?"

    อสูรควายเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก่อนจะมองหันมองไปรอบๆและกล่าวขึ้น"ปกครองที่นี่ขอรับ"

    "ห๊ะ ปราสาทโบราณนี่นะ"ไทก้ายิ่งสับสนหนักกว่าเดิมอีก ก่อนจะกล่าวต่อ "เจ้าจะบอกว่าให้ข้าปกครองปราสาทโบราณนี้อย่างนั้นเหรอ ข้ามาที่นี่เพียงแค่ฝึกฝนเท่านั้น เมื่อหมดเวลาตัวข้าเองก็จะต้องออกไปจากที่นี่อยู่ดี"

    "นั่นไม่ใช่ปัญหาขอรับ ในเมื่อท่านเป็นผู้ปกครองย่อมสามารถนำปราสาทนี้เก็บไว้ในรูปแบบของยันต์อาคมและนำออกไปที่ใดก็ได้ตามที่นายท่านต้องการขอรับ เนื่องจากปราสาทนี้เป็นหนึ่งในสมบัติวิเศษขอรับ แต่ว่าท่านต้องผ่านการทดสอบก่อนขอรับ ถึงจะสามารถปกครองปราสาทนี้ได้อย่างสมบูรณ์"อสูรควายอธิบายช้าๆ

    ไทก้าที่ฟังดังนั้นก็ถึงกับตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ปราสาทเก่าๆ นี้อย่างนั้นหรือสมบัติวิเศษ 

    แม้ว่าไทก้าจะรู้สึกสงสัยอยู่บ้างแต่เมื่อลองคิดดูแล้วในนี้กลับยังมีหลายอย่างที่ไทก้ายังไม่ได้ใช้ อย่างเช่นบ่อแห่งอริยะจิต แม้ว่าไทก้าจะใช้อาคมน้ำไหลท่วมมากเพียงใด น้ำที่อยู่ภายนอกบ่อน้ำกลับไม่สามารถไหลเข้าไปด้านในบ่อน้ำแห่งอริยะจิตได้เลย แม้แต่เหล่าโครงกระดูกเองยังไม่มีตนใดเหยียบย่ำเข้าไปภายในบ่อเลยแม้แต่น้อย มันคงจะดีเป็นอย่างมากหากไทก้าเก็บปราสาทนี้เอาไว้และได้ใช้บ่อน้ำแห่งอริยะในภายหลัง

    "เช่นนั้นการทดสอบ ที่เจ้าว่าต้องทำอย่างไรงั้นหรือ?" ไทก้าหันไปถามอสูรควายหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง

    "ด้านนอก หน้าประตูหลัก จะมีสัญลักษณ์ชนิดหนึ่งอยู่ขอรับ เพียงแค่ท่านหยดเลือดลงไปยังสัญลักษณ์นั้น ก็เข้าสู่การทดสอบได้แล้วขอรับ"อสูรควายอธิบาย

    "เช่นนั้น ข้าคงไม่ได้ทำการทดสอบแล้วล่ะ เพราะข้าเองยังไม่รู้ว่าจะออกจากที่นี่ไปได้อย่างไร"ไทก้ากล่าวทั้งยังผายมือออกทั้งสองข้าง

    "เรื่องนั้นท่านไม่ต้องกังวลไปเพียงแค่ท่านทำการสังหารข้าที่เป็นผู้รับใช้ และนำแกนอสูรของข้าไปเปิดประตู เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถออกไปได้แล้วขอรับ ส่วนเรื่องการสังหารข้า ท่านไม่ต้องกังวล ยังมีอสูรรับใช้อีกมากที่อยู่ด้านล่างนี้ หากข้าตายไป ก็จะมีอสูรรับใช้ตนอื่นออกมารับใช้ท่านแน่นอนขอรับ ซึ่งท่านผู้ปกครองทุกคนที่ผ่านมาต่างทำเช่นนี้ขอรับ" กล่าวจบอสูรควายจึงได้เดินไปด้านหน้าของไทก้าทั้งยังก้มหัวลงช้าๆและแน่นิ่งไป

    ไทก้ามองดูท่าทางของอสูรควายด้วยความตกใจ แต่เมื่อคิดตามคำพูดของอสูรควายตนนี้แล้ว ดูเหมือนว่านี่จะเป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมา แม้ว่าไทก้าจะไม่ได้สนใจที่จะเป็นผู้ปกครองปราสาทเท่าใดนัก แต่ว่านี่เป็นเพียงทางเดียวเท่านั้นที่จะออกไปด้านนอกได้ เมื่อออกไปแล้วค่อยคิดอีกทีเรื่องการทดสอบก็แล้วกัน

    กึก!

    ไทก้ายกง้าวขึ้นช้าๆ จากนั้นจึงฟันลงไป

    ตุบๆ!

    ง้าวของไทก้าค่อยลดความเร็วลงเมื่อมาถึงแผ่นหลังของอสูรควายจากนั้นจึงใช้ด้านข้างของง้าวสกิดอสูรตนนั้นเบาๆ

    "......?"

    "เจ้าลุกขึ้นก่อนเถอะ ข้าไม่ได้มีความแค้นอะไรกับเจ้าแม้แต่น้อย ข้าจะไปสังหารเจ้าได้อย่างไร อีกอย่างข้ารู้สึกว่ามันไม่ได้คุ้มค่าเอาซะเลย หากข้าต้องสังหารใครสักคนที่ไม่ได้มีความแค้นกับข้าใดๆ เลย เพื่อให้ข้ารอดออกไปด้านนอก ยังไงซะข้าก็จะใช้ง้าวนี้ไปลองทลายประตูเพื่อออกไปอยู่แล้ว หรือถ้าออกไปไม่ได้ข้าก็แค่รอจนกว่าเวลาในการเข้ามิตินี้จะหมดลง ตัวข้าก็จะหายออกไปแล้ว เอาไว้เจ้ารอผู้ปกครองคนใหม่เถอะ"ไทก้ากล่าวทั้งยังยิ้มเล็กน้อยก่อนจะวางด้ามง้าวลงกับพื้น

    ตุบ!

    อสูรควายเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ มองดูไทก้า จากนั้นไม่นานร่างของอสูรควายก็สลายหายไปต่อหน้าของไทก้าทันที

    ฟู่ว์....!

    "......!!"

    "เกิดอะไรขึ้นกัน?"

    ไทก้าทั้งตกใจและสับสนเป็นอย่างยิ่ง ที่จู่ๆ ร่างของอสูรควายกลับหายไปต่อหน้าทั้งที่ไทก้ายังไม่ได้ทำสิ่งใดเลยด้วยซ้ำ หรือว่าง้าวนี้แค่แตะเฉยๆ ก็สามารถจัดการสัตว์อสูรได้แล้วอย่างนั้นหรือ?

    แต่ก่อนที่ความตกใจของไทก้าจะหมดลง ร่างๆหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าของไทก้า เป็นชายผมสีดำยาวพริ้วไหว ดวงตาสีเข้ม ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยชุดเกาะท่อนบน ทั้งยังสูงใหญ่เป็นอย่างมาก ยิ้มเบาๆ ให้กับไทก้าและกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันนุ่มลึก

    "ท่านผ่านการทดสอบแล้ว ต่อจากนี้ท่านคือผู้ปกครองปราสาทนี้ขอรับ" ชายคนนั้นกล่าวขึ้น

    "นี่ท่านเป็นใครกัน? "ไทก้ากล่าวถามขึ้นทั้งยังเต็มไปด้วยความสับสนเป็นอย่างมาก