ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

บทที่ 292 ลมหนาวยามค่ำคืน

ในป่าห่างไกลตัวเมือง

 

"อือ อือ"เสียงครางเบาๆดังมาจากเด็กหนุ่มที่พึ่งจะเริ่มได้สติ

 

ช่วงแรกเขาค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆก่อนที่เบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนกเพราะตอนนี้เขาขยับตัวไม่ได้กระดิกอะไรไม่ได้เลย

 

พอพยายามมองไปรอบๆก็พบเพื่อนเขาอีกสองคนที่โดนจับมาพร้อมๆกัน

 

“อื้อๆๆๆ”ทั้งสองพยายามส่งเสียงออกมาแต่ทำไม่ได้เพราะปากก็โดนปิดสนิท แถมไม่ได้เป็นการปิดแบบโง่ๆเหมือนในละครแต่ปิดแน่นจนแทบขยับปากไม่ได้

 

จากที่เขาเห็น เพื่อนทั้งสองคนโดนมัดเป็นมัมมี่ทิ้งไว้ที่พื้น เหลือแต่ตาที่ยังคงมองเห็นอยู่ เดาได้เลยว่าเขาก็คงเป็นแบบเดียวกัน 

 

พอเขาพยายามมองไปรอบๆเท่าที่ทำได้ก็พบว่าตัวเองอยู่ในป่า

 

สมองเริ่มประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นเขาโดนเด็กผู้หญิงหลอกพาไปในที่เปลี่ยวๆแล้วก็มีคนพุ่งมาจับเขาล็อคไว้ 

 

รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว

 

เกิดบ้าอะไรขึ้น 

ใครจับเรามา 

ต้องการอะไร

 

พอถึงตรงนี้เขาก็เริ่มจะตื่นตระหนกก่อนจะพยายามดิ้นสุดแรงจนร่างกายที่โดนมัดเป็นมัมมี่ดิ้นไปมา 

 

แต่สุดท้ายเขาก็ไม่หลุด

 

มือเท้าโดนมัดแน่นจนแทบกระดิกไม่ได้

 

มันอึดอัดจนแทบบ้า 

 

นี่มันไม่ใช่การแกล้งกันเล่นๆแล้ว 

 

หัวใจเริ่มเต้นแรงเหมือนจะระเบิดออกมา ความกลัวแล่นไปทั่วร่าง น้ำตาเริ่มไหล อยากจะตะโกนร้องขอให้คนช่วยก็ยังทำไม่ได้

 

เขากับเพื่อน3คนโดนปล่อยทิ้งในป่าจริงๆหรือ 

 

ใครทำกัน 

 

ไม่สิ

 

แบบนี้เขาจะต้องตายในป่าในสภาพที่อึดอัดแบบนี้หรอ แล้วเขาจะตายเพราะอะไร 

 

งูกัด

โดนเสือกิน

หรือแย่กว่าคือจะต้องอยู่สภาพที่โดนมัดขยับไม่ได้ไปอีกหลายวันจนอดตาย

 

ความคิดเลวร้ายไหลเข้ามาเรื่อยๆ

 

อากาศเย็นๆของช่วงเย็นในภาคเหนือพัดมากระทบร่างที่โดนพันจนแทบมิด แต่ทั้งๆอย่างนั้นเหงื่อกลับไหลไม่หยุด ลมหายใจเริ่มแรงขึ้นจากความตื่นตระหนก ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยกลัวอะไรแบบนี้มาก่อน

 

เวลาผ่านไปช้าๆจนถึงช่วงค่ำ

 

บรรยากาศวังเวงขึ้นเรื่อยๆเพราะเป็นช่วงค่ำในหน้าหนาวทำให้ฟ้ามืดเร็วกว่าปกติ

 

ตอนนี้ทั้ง3คนเริ่มรู้สึกหมดหวัง ในใจเริ่มคิดถึงเรื่องแย่ๆที่เคยทำไว้

 

แต่เสียใจตอนนี้มันอาจจะไม่ทันแล้ว

 

ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เดินเหยียบใบไม้ในป่าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

ตอนแรกเด็กหนุ่มคิดว่าเป็นสัตว์ทำให้น้ำตาเริ่มไหลออกมา แต่แล้วร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น ร่างใหญ่ในชุดดำ ใบหน้านิ่ง ดวงตาจ้องมองมาที่เขาด้วยความเย็นชา

 

เด็กหนุ่มทั้งสามจำชายคนนี้ไม่ได้ว่าเป็นพ่อของเด็กผู้หญิงที่เขาเข้าไปข่มขู่ในวันนี้

 

ร่างนั้นค่อยๆก้มลงแล้วค่อยๆดึงผ้าที่มัดปากของเด็กหนุ่มออกมาแต่เนื่องจากมันแน่นมากๆเขาเลยต้องใช้แรงและเวลาพอสมควร

 

“ลุงจับผมมาทำไม ปล่อยผมไปเหอะ ผมกลัวแล้ว”เด็กหนุ่มรีบร้องออกมาทั้งน้ำตา

 

แต่ชายร่างใหญ่ไม่ตอบเขาค่อยๆเดินไปดึงผ้าที่มัดปากเพื่อนของเด็กหนุ่มอีก2คนออก

 

“ผมขอโทษๆๆ ผมไม่รู้ว่าไปทำอะไรลุงแต่จะไม่ทำอีกแล้ว”

“ฮืออ”

 

ทันทีปากเป็นอิสระคนนึงก็ร้องขออภัยโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาไปทำอะไรให้ชายคนนี้ 

 

ส่วนอีกคนก็เอาแต่ร้องไห้เพราะความกลัว

 

“กลัวงั้นหรอ”ชายร่างใหญ่ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

ทั้ง3คนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

 

“เวลาพวกแกซ้อมคนอื่นเขาก็กลัว ไหนจะเด็กผู้หญิงวันนี้ที่พวกแกไปล้อมเธออีก เธอก็คงกลัวเหมือนกัน”ชายร่างใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม

 

เด็กหนุ่มที่ได้ฟังก็นิ่งไปพักนึง โดยทั่วไปเวลาเขาไปทำอะไรใครอย่างมากที่สุดคนพวกนั้นก็จะแจ้งความหรือไม่ก็ไปเอาเรื่องกับโรงเรียนแต่ว่า ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยกลัวอะไรเพราะรู้ว่ากฏหมายทำอะไรพวกเขาไม่ได้แถมการที่มีเพื่อนเป็นลูกชายของผู้กำกับอีกยิ่งทำให้พวกเขากร่างไปทั่ว

 

แต่ไม่คิดเลยว่าชายตรงหน้าจะไม่ทำแบบนั้น ไม่แจ้งความ ไม่ไปเอาเรื่องที่โรงเรียน 

 

แต่จับพวกเขามัดแล้วมาโยนไว้ในป่าแทน พวกเขามองหน้ากัน ไม่รู้เลยว่าชายคนนี้เป็นญาติของใคร เพราะทั้ง3คนมีเรื่องกับคนอื่นไม่น้อย

 

“ลุงเราจะไม่ทำอีกแล้ว ขอหละปล่อยเราไปเหอะ”เด็กหนุ่มคนหนึ่งรองขอร้องดูอีกครั้ง

 

“ทำไม…ไม่สนุกเหมือนตอนหาเรื่องคนอื่นรึไง หึ”

 

“แกฟังให้ดี ฉันไม่ใช่คนใจดี ถ้ายังไม่เลิกทำอะไรโง่ๆ ครั้งต่อไป ที่นี่ ในป่าที่ห่างไกลผู้คนจะกลายเป็นที่ฝังศพพวกแก เข้าใจนะ”พอพูดจบชายคนนั้นก็ค่อยเหยียดยิ้มขึ้น

 

เด็กหนุ่มทั้งสามได้แต่พยักหน้าตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว นอกจากพยักหน้าพวกเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกเพราะถ้าชายคนนี้ไม่พอใจบางทีเขาอาจจะทิ้งให้ทั้ง3คนให้ตายอยู่ในป่าจริงๆ

 

…

 

“เฮ้ออ พวกเธอไม่น่าให้ฉันทำเลย ฉันไม่ถนัดทำอะไรแบบนี้เลยจริงๆ”นายศิวกรที่เดินกลับออกมาจากป่าพูดบ่นเล็กน้อยเมื่อเดินออกมาถึงจุดที่พวกออสยืนรอกันอยู่

 

ตรงจุดนี้มีรถอยู่3คันคือรถของนายศิวกรที่ขับมาเองที่หลังเนื่องจากหลังจากทิ้ง3คนนี้เอาไว้แล้วเขากลับไปรอเวลาที่บ้านก่อนจะมารวมกับพวกออสใหม่

 

อีก2คันคือรถตู้กับรถหุ้มเกราะที่พวกออสนั่งมา

 

ออสกับจูนได้ฟังก็กรอกตาพวกเขาได้ยินทุกอย่างผ่านเครื่องมือสื่อสารที่ติดอยู่กับนายศิวกร 

 

นี่ขนาดไม่ถนัดนะ ถ้าถนัดพวกนั้นคงหัวใจวายตายคาป่าแล้วแหละ

 

“ก็บอกไปแล้วว่าไม่ต้องมาด้วยก็ได้ แต่คุณพ่อจะมาเองนะ งั้นก็ต้องช่วยกันบ้างสิแค่เก็กหน้าเข้มๆเข้าไปขู่มันเอง ยังไงนี่ก็ทำเพื่อช่วยให้พวกมันไม่กล้าไปยุ่งกับครอบครัวคุณพ่ออีกไม่ไช่หรอ”จูนพูดกับนายศิวกร

 

ที่เธอให้เขาทำเองส่วนหนึ่งก็เพราะอยากให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนปกป้องลูก

 

อีกส่วนคือถ้าเขามีส่วนร่วมจะได้ไม่มามองว่าออสกับเธอเป็นคนน่ากลัวที่หลังเพราะตัวเองก็มีส่วนในเรื่องนี้

 

“อ่า รู้แล้วๆ"

"แล้วนี่ยังไงต่อหละ”นายศิวกรถาม

 

“กลับบ้านเถอะค่ะเดี๋ยวเราเอาพวกนี้ไปส่งบ้านแล้วก็จะกลับแล้วเหมือนกัน”จูนตอบ

 

“แล้วถ้ามันไปแจ้งความหลังจากที่เราปล่อยไปหละ”

 

จูนกับออสยิ้ม

 

ดูเหมือนว่าถึงแม้จะรู้แทบทุกอย่างเกี่ยวกับฐานะของพวกเขาแต่นายศิวกรก็ยังกังวลอยู่ดี

 

“ไม่กล้าแจ้งหรอกเชื่อเถอะค่ะหรือต่อให้แจ้งจริงๆก็ไม่เป็นอะไร ก่อนหน้านี้ที่ฉันพยายามกันไม่ให้พวกพ่อแม่ไปแจ้งก็เพราะว่าไม่อยากวุ่นวายเท่านั้นเองเพราะเมืองนี้มันมีคนของเราน้อย”

 

“แต่ต่อให้แจ้งจริงๆเราก็จัดการได้ กระบวนการปกติมันทำอะไรพวกเราไม่ได้อยู่แล้วยกเว้นทำให้รำคาญได้นิดหน่อย”จูนพูดเพื่อให้นายศิวกรเลิกกังวลโดยไม่จำเป็น 

 

แต่มีอยู่อีกอย่างที่เธอบอกกับนายศิวกรไม่หมด ที่เธอพยายามกันพ่อกับแม่ของเด็กพวกนี้ไม่ให้แจ้งความหรือตามหามันยังมีอีกเหตุผล 

 

ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมั่นใจว่า3คนนี้ไม่กล้าไปแจ้งความแน่นอน

 

“งั้นกลับกันเถอะ”นายศิวกรพูดขณะหันไปมองข้างหลัง

 

ตอนนี้เด็ก3คนโดนลูกน้องของอีฟลากออกมาแล้วจับโยนขึ้นรถตู้ไป

 

พอเห็นแบบนั้นนายศิวกรก็ถอนหายใจออกมาแล้วเดินขึ้นรถก่อนจะขับออกไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าเด็ก3คนนั้นกว่าจะกลับถึงบ้านคืออีก7วันให้หลัง

 

…

 

ในบ้านหลังหนึ่ง

 

เด็ก3คนถูกโยนเข้าไปในห้องโล่งๆ

 

“นี่มันอะไรไม่ใช่จะปล่อยเราไปหรอ”เด็กหนุ่มคนหนึ่งร้องโวยวาย

 

“จะรีบกลับไปไหนหละ”เสียงเล็กของเด็กสาวดังตามเข้ามาในห้อง

 

พอมองไปก็พบร่างเล็กของสาวผมแดงเดินเข้ามา

 

“เมื่อกี้ที่แกเจอคือพ่อที่แค่อยากจะปกป้องลูกๆจากไอ้สารเลวอย่างพวกแก”จูนพูดด้วยรอยยิ้ม

 

แต่เพียงชั่วครู่รอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆหุบลง

 

“แต่ต่อจากนี้แกจะต้องเจอกับการฝึกของอิกดราซิลที่จะทำให้แกเป็นทาสของเราไปตลอดชีวิตที่เหลือ ไม่ต้องกลัวว่าพ่อแม่จะเป็นห่วงหละ พวกเขาคิดว่าพวกแกโดนจับไปเข้าโปรแกรมดัดสันดานของรัฐต้องขอบใจนะที่พวกแกชอบก่อเรื่องซะจนพ่อแม่แกเชื่อเอาง่ายๆเลย เพราะงั้นเรามีเวลาอยู่ด้วยกันอีกนาน”

 

โดยปกติแล้วอิดราซิลจะยื่นข้อเสนอให้ทางนั้นทำตามและเข้าร่วมด้วยตัวเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้วิธีบังคับไม่ได้

 

“ฝากด้วยนะริกกี้”

 

“ครับ”

คล้ายกับเรื่องทายาทจักรพรรดิ (NC18+) ที่คุณอ่าน

จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
5.95M 1357
จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.60M 3244
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

นิยาย แฟนตาซี
3.26M 1036
กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
6.78M 1459
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247
เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
152K 152