ตอนที่57 ย้ายบ้านใหม่
ธุรกิจส่วนตัว หุ้นของมิราเคิลกรุป จำนวนหกสิบเปอร์เซ็นต์(ผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง)
หุ้นของธนาคารกลางแห่งสวิส จำนวนสี่สิบเปอร์เซ็นต์ (ผู้ถือหุ้นอันดับสอง)
หุ้นบริษัทไมโครซอฟท์ สิบเปอร์เซ็นต์ (ผู้ถือหุ้นอันดับเก้า)
หุ้นเฟซบุ๊กยี่สิบเปอร์เซ็นต์ (ผู้ถือหุ้นอันดับห้า)
โรงเรียนแห่งความสุขมูลค่าหนึ่งร้อยล้านหยวน
ทักษะพิเศษ ทักษะเรียนรู้ฉับไว ทักษะต่อสู้ ทักษะปรุงอาหารทักษะวิศวกรและสถาปนิก ทักษะภาษาจักรวาล และทักษะ
หายใจใต้น้ำ
“ไม่เลวเลยแฮะได้ทักษะพิเศษมาเพียบเลย ต่อไปฉันควรทำอะไรดี?หรือว่าจะรอภารกิจจากระบบเสียก่อน”
เสิ่นอี้พึมพำอย่างพึงพอใจที่ตนมีทักษะพิเศษซึ่งกลายเป็นไพ่ลับชั้นดีในมือเพื่อเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินเขาคิดวางแผนที่จะ
ใช้ทักษะเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ทว่าต้องชะลอแผนไว้เพราะไม่แน่ใจในภารกิจจากระบบโกลาหล
เสิ่นอี้ประสบปัญหาอย่างหนึ่งในการที่จะออกไปจากห้องสุขาเขาพบว่าประตูถูกล็อกไว้แน่นหนาจากภายนอกเขาไม่
ต้องการทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนแห่งความสุขจึงส่งเสียงร้องตะโกนออกไปเพื่อหวังให้มีคนผ่านไปมาได้ยิน
“ช่วยด้วย! ช่วยฉันที!ใครอยู่ข้างนอก?! มาเปิดกุญแจให้ที! ได้ยินไหม?!วู้!”
เหอต้าเดินตรวจตรารอบโรงเรียนแห่งความสุขเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยอยู่พอดีเขาได้ยินเสียงเรียกของคนจากในห้อง
สุขาชาย ทั้งที่เขาเป็นคนล็อกประตูเองกับมือเพราะตรวจสอบแล้วไม่พบใครอยู่ในนั้น
พอได้ยินเสียงเรียกของคนจึงรีบเดินเข้าไปตรวจสอบอย่างงุนงง พลางพูดขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า
“เอ! ฉันตรวจสอบดีแล้วนี่นา ก่อนล็อกห้องสุขาไม่มีใครอยู่ในนั้นนี่ จะเป็นไปได้ยังไง?!”
เสิ่นอี้ได้ยินเสียงพูดอันคุ้นเคยเขารีบส่งเสียงร้องถามออกไปอย่างมีความหวังว่า
“เหอต้า! นั่นเหอต้าใช่ไหม? รีบไขกุญแจให้ฉันออกไป.....เร็วเข้า!”
เหอต้ายืนนิ่งตกตะลึงทันใดเขาจดจำเสียงผู้มีพระคุณที่ให้งานและอาหารแก่ตนได้เขาถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่า “เจ้านายเสิ่นอี้ นั่นเจ้านายใช่ไหมครับ?”
“ก็ฉันนี่แหละ! เร็วเข้า!รีบประตูให้เสียที!”เสิ่นอี้ร้องตะโกนตอบกลับอย่างมีความหวัง
เหอต้ารีบหยิบพวงกุญแจที่ห้อยโตงเตงอยู่เอวขึ้นมาไขเปิดประตูทางเข้าห้องสุขาอย่างรวดเร็วพอเห็นร่างเจ้านายในชุดกีฬารองเท้าผ้าใบเดินออกมา เขาสอบถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่า
“เจ้านายเจ้านายเข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไง?ผมตรวจสอบทุกวันก่อนล็อกประตู แต่ไม่เห็นเจ้านายตั้งแต่วันงานแล้ว เจ้านายมายังไงครับเนี่ย?”
เขารู้สึกประหลาดใจที่เจ้านายหายตัวไปตั้งแต่วันทำพิธีเปิดโรงเรียนแห่งความสุขจนเขาและเพื่อนร่วมงานหลายคนต้องช่วยกันออกตามหาเป็นเวลานาน
กระทั่งซินดี้แจ้งทุกคนให้กลับเข้ามาดูแลพิธีเปิดต่อจนเสร็จสิ้นโดยซินดี้บอกเพียงว่าเสิ่นอี้ไปทำภารกิจเร่งด่วน แล้วไม่มีใครเอ่ยถึงเสิ่นอี้อีกเลย
เมื่อเสิ่นอี้เดินออกมาจากห้องสุขาเขาชูแขนขึ้นเหนือหัวทั้งสองข้างแล้วสูดเอาอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มกำลังพลางพึมพำขึ้นมาอย่างมีความสุขว่า
“เฮอ! ไม่มีที่ไหนน่าอยู่เท่ากับโลกนี้อีกแล้วแม้แต่ดาวเอวาก็คงวุ่นวายแน่เลย ที่นี่แหละคือบ้านของฉัน”
เขาเดินทางไปมาหลายดวงดาวจนทำให้ตระหนักได้ว่าบนโลกนี้เป็นสถานที่ที่เขารู้สึกได้อย่างอบอุ่นใจว่าเป็นบ้านของ
ตนเองอย่างแท้จริง
เหอต้ากวาดตามองสำรวจเจ้านายด้วยความงุนงงเขาสอบถามเรื่องที่ยังไม่ได้รับคำตอบจากเจ้านายด้วยความอยากรู้อย่างถึงที่สุดว่า
“เจ้านายครับตกลงเจ้านายหายไปไหนมาหรือครับ?แล้วมาอยู่ในห้องสุขาได้ยังไง?”
เสิ่นอี้หันมายิ้มน้อยๆ ให้กับลูกน้อง เขาตบบ่าพลางเอ่ยชมให้กำลังใจอีกฝ่ายโดยไม่คิดที่จะตอบคำถามแต่อย่างใดแล้ว
สั่งการด้วยน้ำเสียงลึกลับทันทีว่า
“เหอต้านายจงตั้งใจทำงานให้ดี แล้วชีวิตนายจะมีความสุขเอง ตอนนี้ไปแจ้งหวงฟาหลงให้ทีฉันต้องการให้รถไปส่งที่สนามบินที มีงานด่วนที่ฉันต้องกลับไปทำต่อที่เมืองหลวง”
“ได้ครับ เจ้านายไปรอที่หน้าโรงเรียนดีไหม?เดี๋ยวผมไปแจ้งผอออที่อะพาร์ตเมนต์ให้ครับ”
เหอต้ารู้แล้วว่าเจ้านายไม่ต้องการเอ่ยถึงเรื่องการหายตัวไปอีกเขารู้หน้าที่จึงไม่ซักไซ้เจ้านายเพราะไม่เป็นการสมควร
แล้วรีบไปทำงานตามคำสั่งของเจ้านายทันที
เสิ่นอี้พยักหน้ารับอย่างเข้าใจเขาปล่อยให้เหอต้าไปตามหวงฟาหลงที่อะพาร์ตเมนต์ สถานที่พักอาศัยซึ่งเขาเคยออกแบบไว้ให้ผู้บริหารโรงเรียนและครูที่มีครอบครัวเป็นการเฉพาะ
เขาเดินทอดน่องพลางกวาดตาสำรวจสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนอย่างชื่นชมก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า
ล่องหนเพื่อสั่งงานซินดี้และพรรคพวกให้เตรียมตัวไว้เนื่องจากไม่แน่ใจว่าภารกิจต่อไปจะเริ่มต้นขึ้นในวันใด
“หวังว่าคราวนี้ระบบจะให้ฉันได้มีเวลาพักผ่อนบ้างนะทำภารกิจติดต่อกันมาหลายอย่างแล้ว ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิต
เหมือนพวกคนรวยเสียที”
เสิ่นอี้กำลังฝันหวานถึงวันเวลาว่างของตนในการเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกพร้อมกับมีสาวสวยนุ่งห่มน้อยชิ้นนั่งอยู่ข้างกายซึ่งเขาอยากมีช่วงเวลาแห่งความสุขแบบนั้นสักหลายวันหรือหลายเดือนก็ยิ่งดี
เขาพบว่าสภาพแวดล้อมของโรงเรียนแห่งความสุขเป็นไปตามที่เคยวาดฝันไว้ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศร่มรื่นของสวนหย่อม
และต้นไม้ที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบและสวยงาม
เขาเพลิดเพลินกับการเดินชมพื้นที่รอบโรงเรียนอย่างใจเย็นสักพักหนึ่งได้ยินเสียงทักทายอย่างนอบน้อมมาจากหวงฟาหลงซึ่งมาพร้อมกับภรรยาวัยไล่เลี่ยกัน
“เจ้านายครับเจ้านายมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย?ผมขอโทษที่ออกมาต้อนรับช้าไปหน่อย”
หวงฟาหลงไม่กล้าเอ่ยถามถึงการมาปุบปับและการพบเสิ่นอี้ในห้องสุขาเพราะได้รับคำแนะนำจากเหอต้ามาก่อนซึ่งเหอต้า
แจ้งว่าเสิ่นอี้ไม่ต้องการเอ่ยถึงเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
“ไม่เป็นไรหรอกฉันนึกอยากมาก็มา นึกอยากไปก็ไปแบบนี้แหละ อย่าสนใจเลย ว่าแต่นี่ใช่ภรรยาของคุณหวงไหม?”
เสิ่นอี้เหลือบมองเห็นหญิงวัยกลางคนผมยาวหน้าตาสะสวยสมวัยจึงเอ่ยทักขึ้นมาอย่างคาดเดา
“ใช่แล้วครับนี่คือถังซินหยู เธอเป็นภรรยาผมเองครับ พวกเราไม่มีลูกด้วยกัน ก็เลยมาอยู่ที่นี่ผมให้เธอช่วยดูแลงานในโรง
อาหารด้วยครับ”
หวงฟาหลงเอ่ยแนะนำภรรยาให้เสิ่นอี้รู้จักพลางบอกถึงหน้าที่ของภรรยาที่เข้ามาช่วยเหลืองานของโรงเรียนด้วยน้ำเสียงแสดงความภาคภูมิใจ
“สวัสดีค่ะเจ้านาย”ถังซินหยูจ้องมองเสิ่นอี้พร้อมเอ่ยทักทายด้วยความซาบซึ้งใจ
เธอรับรู้แนวความคิดและการช่วยเหลือผู้คนของชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้าจากสามีและผู้คนทั้งหลายจึงเกิดความรู้สึกที่
ดีและเคารพชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายของสามีโดยตรง
“สวัสดีครับยินดีที่ได้รู้จัก ยังไงก็ฝากดูแลโรงเรียนนี้หน่อยนะ ผมอาจจะไม่ได้เข้ามาบ่อยนักถ้ามีอะไรก็ประสานกับซินดี้
โดยตรงเลย”
เสิ่นอี้กล่าวทักทายตอบกลับถังซินหยูด้วยความรู้สึกที่ดีพร้อมกล่าวสั่งงานกับหวงฟาหลงโดยตรงซึ่งเขากำชับที่จะให้หวงฟาหลงติดต่องานกับซินดี้เหมือนเดิม
“เข้าใจแล้วครับพวกเราคุยกันบ่อยครั้งอยู่ ซินดี้ทำงานคล่องและเก่งทีเดียวครับ”
หวงฟาหลงพยักหน้าเข้าใจพร้อมเอ่ยถึงซินดี้ด้วยความเป็นกันเองเขารู้สึกยินดีไปกับชายหนุ่มที่มีลูกน้องที่ดีคอยช่วยเหลือ ซึ่งคู่ควรกับความดีที่ชายหนุ่มได้ลงมือทำไปหลายอย่างเช่นกัน
สักพักหนึ่งเหอต้าทำหน้าที่เป็นคนขับรถตู้ประจำของโรงเรียนไปส่งเสิ่นอี้ที่สนามบินโดยมีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวจอดรอรับเสิ่นอี้ที่สนามบินพอดี
เหอต้าอุทานด้วยความตื่นเต้นยินดีที่มีโอกาสได้รับใช้เจ้านายหนุ่มร่ำรวยมหาศาลขนาดนี้
“โอ้โฮ! เจ้านายครับเครื่องบินของเจ้านายลำใหญ่และเท่มากเลยครับ”
เหอต้าเดินวนรอบตัวเครื่องบินเจ็ตด้วยความตื่นตาตื่นใจเพราะไม่คิดว่าในชีวิตจะมีโอกาสได้สัมผัสเครื่องบินส่วนตัวใกล้ชิด
ขนาดนี้มาก่อน
“เอาไว้ถ้ามีโอกาสให้นายช่วยงานฉันจะให้นายได้นั่งเป็นประสบการณ์ชีวิตละกัน”
เสิ่นอี้เหลือบมองท่าทางตื่นเต้นยินดีคล้ายเด็กของเหอต้าเขาเอ่ยขึ้นมาอย่างเข้าใจ พลางกล่าวให้ความหวังกับชายหนุ่ม
ลูกน้องโดยตรง
“ขอบคุณครับเจ้านาย”เหอต้ารีบกล่าวขอบคุณเสิ่นอี้อย่างรู้งานทันที
“พวกเราไปกันเถอะไปที่สนามบินเมืองหลวงเลย ฉันอยากไปนอนพักเต็มทีแล้ว”
เสิ่นอี้หันหน้ามาสั่งการนักบินและผู้ช่วยนักบินโดยตรงซึ่งการที่นักบินมีผู้ช่วยมาช่วยขับเครื่องบินร่วมกันย่อมเกิดจากฝีมือ
ของซินดี้แน่นอนเนื่องจากระบบโกลาหลมอบนักบินให้กับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ครับเจ้านาย”นักบินและผู้ช่วยนักบินที่ยืนรอรับเสิ่นอี้ก่อนขึ้นเครื่องต่างขานรับคำสั่งอย่างรู้หน้าที่
จากนั้นเสิ่นอี้เดินทางกลับถึงเมืองหลวงในเวลาไม่นานนักโดยมีเทาเซียวเป็นคนขับรถมารับเจ้านายที่สนามบินนานาชาติ
เมืองหลวง
เทาเซียวเห็นหน้าเจ้านายเขารีบทักทายอย่างมีความสุขว่า “สวัสดีครับเจ้านาย ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”
เสิ่นอี้ยิ้มอย่างพอใจเขาพยักหน้ารับแล้วกล่าวสั่งการเตรียมไว้ว่า “โอเค พวกเราเตรียมตัวย้ายบ้านกันได้แล้ว”