เดินวิถีเซียน (Water Qi immortal)

    44 ไฟ...ปะทะ...น้ำ


    ....กลางสมรภูมิ แผ่นฟ้าสีเลือดฉาบด้วยแสงอัคคีแดงฉาน บัดนี้กองทัพขององค์ชายจ้าวหานเฟิง ที่มีทั้งทหารกล้าและเหล่าเซียนแคว้นจ้าวกำลังถลำลึกสู่ขอบเหวแห่งความพ่ายแพ้

    เสียงโครมครามของอาวุธชนกับอาวุธปะปนกับเสียงโหยหวน สายลมพัดกลิ่นคาวเลือดโชยอวลจนแทบหายใจไม่ออก ร่างทหารผู้กล้าและเซียนถูกเปลวเพลิงนรกกลืนกิน ร่างพวกเขากรีดร้องเพียงครู่ก่อนจะแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี

    เหนือสนามรบ บนฟากฟ้าสีแดงฉานปรากฏเงาร่าง เซียนหยวนอิงฝ่ายศัตรูเพียงหนึ่งเดียว ชายชราผมขาวหนวดขาวในชุดสีแดง นัยน์ตาเขาราวกับแผดเผาด้วยเพลิงโลกันต์ ปราณของเขาเป็น "ไฟนรก" ที่ไม่ดับสิ้นแม้เมื่อดวงวิญญาณหลุดร่าง เปลวไฟนี้กัดกร่อนทั้งเนื้อหนังและวิญญาณ ผู้ที่ถูกเผาแม้ตายแล้วก็ยังได้ยินเสียงกรีดร้องของตนเองก้องสะท้อนอยู่ในห้วงว่าง

    เหล่าเซียนแคว้นจ้าวพยายามค้ำยันค่ายกลถึงที่สุด เพื่อป้องกันไฟนรก แต่เส้นลายยันต์บนฟ้าและพื้นดินแตกร้าวอย่างน่าสยดสยอง ราวกับมังกรที่ใกล้ขาดลมหายใจ เซียนหนุ่มสาวและชายชรามากมายผู้รับหน้าที่เป็นเสาหลักของค่ายกล เลือดไหลจากเจ็ดทวาร ร่างสั่นสะท้านจนแทบจะยืนไม่อยู่ หากค่ายกลแตกพังเมื่อใด กองทัพแคว้นจ้าวทั้งหมดจะถูกไฟนรกกลืนกินจนไม่เหลือแม้เถ้ากระดูก

    ดวงตาขององค์ชายจ้าวหานเฟิงกวาดมองทั่วสนามรบ เห็นเหล่าทหารของตนร้องคร่ำครวญ ร่างที่ไหม้เกรียมล้มตายรายทาง ใจเขาเหมือนถูกคมดาบนับพันสับฟันทีละคม แต่กลับไม่อาจหยุดหายนะตรงหน้าได้

    "องค์ชายโปรดหนีไปก่อนเถอะพะยะค่ะ ค่ายกลใกล้จะแตกแล้ว!" แม่ทัพและเซียนอาวุโสเข้ามากราบทูล

    "พวกท่านทุกคนทำเพื่อแคว้นจ้าว ข้าเองก็เช่นกัน!"

    "ข้ายินดีมากที่ได้ร่วมรบกับพวกท่าน วันนี้ต้องตาย ข้าก็จะเป็นผีเฝ้าแผ่นดินจ้าวที่นี่!"

    แม่ทัพแล้วเซียนอาวุโสตาแดงก่ำ "งั้นพวกเรามาทำให้พวกมันรู้ว่าคนแคว้นจ้าวห้าวหาญแค่ไหนกันเถอะพะยะค่ะ!" 

    เพล้งงงงง!!!

    เสียงดังสะท้อนสะเทือนทั่วทั้งสนามรบ เส้นลายยันต์บนพื้นและฟ้าแตกกระจายกลายเป็นเส้นร้าวยาวเหยียดค่ายกลจะแตกแล้ว กลุ่มเซียนที่พยายามต้านทานอย่างสิ้นหวังก็ไม่อาจยืนหยัดอีกต่อไป พลังปราณปะทุจนพื้นดินสะเทือน พลันแสงสว่างวูบหนึ่งแตกสลายหายไป

    ค่ายกลแตกแล้ว!!

    เหล่าแม่ทัพศัตรูเปล่งเสียงคำรามพร้อมกัน แม่ทัพควบม้าคุมทัพใหญ่บุกเข้ามาในเมืองด้วยตัวเอง เขาเหมือนพยัคฆ์หิวกระหาย โลหิตสาดกระเซ็นตั้งแต่หน้าประตูเมืองจนถึงตรอกซอกซอย เสียงเกราะกระแทก เสียงอาวุธปะทะ และเสียงร้องไห้คร่ำครวญประสานกันจนแยกไม่ออก

    ทหารแคว้นจ้าวพยายามตั้งโล่และหอกขึ้นต้าน แต่ถูกกระแทกจนกระเด็น เลือดไหลนองพื้น บางคนถูกดาบศัตรูแทงทะลุร่าง บางคนถูกฟันจนขาดครึ่ง ทุกย่างก้าวของศัตรูทิ้งซากศพเป็นเงาทาบเมืองทั้งเมือง

    เหล่าเซียนฝ่ายจ้าวที่เหลืออยู่ต่างใช้พลังที่เหลือทั้งหมดเข้าต่อสู้ แต่ก็ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม บางร่างถูกฟันคอขาดกลางอากาศ เลือดพุ่งราวน้ำพุ บางร่างถูกเซียนฝั่งศัตรูใช้เพลิงเผาจนกลายเป็นตะเกียงวิญญาณที่ส่องสว่างเพียงครู่แล้วมอดดับ

    เหนือเสียงโกลาหลทั้งหมด… ปรากฏเงาร่างหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาจากเบื้องหลัง ก้าวเดินในอากาศอย่างช้าๆ แต่ทุกก้าวของเขาทำให้สวรรค์และปฐพีสั่นสะเทือน เขาคือเซียนหยวนอิงผู้ครอบครองปราณไฟนรก ลอยมาอย่างสงบนิ่ง ชุดผ้าสีแดงของเขาปลิวไหวด้วยลมแห่งความตาย ใบหน้าเย็นชาไร้เมตตา แต่เบื้องหลังคือทะเลเพลิงที่พลุ่งพล่าน เสียงโหยหวนของวิญญาณที่ถูกไฟนรกเผาผลาญยังสะท้อนแว่วออกมาพร้อมเปลวเพลิง

    เขาไม่รีบร้อน ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ค่อยๆ เดินตามหลังกองทัพ ดุจมัจจุราชที่เดินเก็บวิญญาณเป็นลำดับชั้น ทุกครั้งที่เขายกมือขึ้น เปลวไฟนรกก็ลุกวาบจากพื้นดิน แผดเผาผู้ที่ยังหายใจให้กลายเป็นฝุ่นละอองในพริบตา 

    เมืองทั้งเมืองของแคว้นจ้าว กำลังแปรสภาพเป็นสุสานเพลิง 


    .....ท่ามกลางเปลวเพลิงโลกันต์และเสียงกรีดร้องสนั่นทั่วเมือง เงาร่างหนึ่งยืนหยัดท่ามกลางกองเลือดและซากศพ เขาคือองค์ชายจ้าวหานเฟิง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและสิ้นหวัง

    “ข้าเกิดในแคว้นจ้าว เป็นผีก็ให้ตายเป็นผีแคว้นจ้าว!"

    มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปหยิบ อาวุธเซียนขั้นสูงของบรรพกษัตริย์แคว้นจ้าว

    มันคือดาบโบราณที่สลักอักขระเต็มไปหมด
    "ท่านบรรพชนโปรดช่วยข้าด้วย!"
    องค์ชายกรีดเลือดลงที่ดาบและถ่ายพลังปราณทั้งหมดลงในดาบ พลันดาบสว่างไสวและเกิดเสียงคำรามดุจพายุหมื่นลี้ ก่อคลื่นปราณสีทองตระการตา 

    เสียงประกาศขององค์ชายก้องกังวาน ดาบในมือกรีดฟ้าลงมา เกิดเป็น คลื่นกระบี่วิญญาณพันชั้น ฟาดทะลวงกองทัพศัตรู ร่างทหารนับสิบถูกผ่าออกเป็นสอง ส่วนเหล่าเซียนฝ่ายศัตรูที่บุกนำหน้าก็ถูกคลื่นปราณกระแทกจนกระอักเลือดตายกลางอากาศ

    เหล่าทหารแคว้นจ้าวที่ยังหายใจต่างร้องตะโกนด้วยความฮึกเหิม ดวงตาที่มืดมนพลันสว่างขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นองค์ชายจ้าวหานเฟิง

    แต่แล้ว…เงาที่ช้าๆ ลอยมาแต่แรกก็หยุดตรงเบื้องหน้า เซียนหยวนอิงปราณไฟนรก! เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาไร้อารมณ์มองอาวุธโบราณในมือองค์ชาย ก่อนจะสะบัดแขนเพียงหนึ่งครั้ง

    เปรี้ยงงง!!!

    เปลวไฟสีแดงฉานพุ่งปะทะเข้ากับดาบโบราณ เสียงแตกหักดังสะท้านไปทั่วทั้งเมือง อักขระสวรรค์ที่เคยส่องสว่างพลันแตกสลายทีละตัว ก่อนที่ดาบบรรพกษัตริย์จะแตกเป็นเสี่ยงๆ ราวกระจกบางที่ถูกทุบ

    แรงกระแทกมหาศาลผลักร่างองค์ชายจ้าวหานเฟิงกระเด็นออกไป ชนกำแพงเมืองจนหินแตกกระจาย เลือดสดๆ พุ่งออกจากปาก เขาทรุดตัวลงกับกองหิน ร่างสั่นสะท้าน หายใจหอบหนัก

    "ถ้าเจ้าเป็นระดับแกนปราณขั้นปลาย บางที...อาวุธโบราณที่เจ้าถืออาจทำให้ข้าอาจสนุกกว่านี้นิดหน่อย..." เซียนหยวนอิงพูด

    "แต่...ตอนนี้เจ้ามันแค่มดตัวหนึ่ง" 

    องค์ชายโกรธมาก ตาแดงก่ำ แต่เขาสู้ไม่ไหวแล้ว แค่จะลุกยืนให้มั่นคงยังทำไม่ได้เลย 

    "ตายซะ..." ฝ่ามือปล่อยไฟนรกพุ่งเข้ามาเพื่อเผาองค์ชาย ๆ หลับตา ภาพต่างๆมากมายไหลเข้ามาในวินาทีนั้น ปู่ พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน และ....อาจารย์หลินเซียนของข้า ๆ คงไม่อาจพบท่านได้อีกแล้ว...

    ตูม!!!

    ไฟนรกนั้นปะทะมวลน้ำขนาดใหญ่เกิดเป็นไอน้ำร้อน ๆ ลอยพุ่งฟุ้งไปหมด 

    เมื่อไอนั้นค่อยๆหายไป ภาพเบื้องหน้าองค์ชายคือชายรูปร่างสูงผอม ผมสีดำยาวสลวย ใบหน้าเด็กวัยรุ่นหล่อเหลา

    เขาคือหลินเซียน!

    หลินเซียนชี้ขึ้นบนฟ้า เกิดฝนตกกระหน่ำลงมาทั้งเมือง ไฟที่แผดเอาทั้งหมดดับลงด้วยเม็ดฝน

    "หึหึ เจ้านี่เองเซียนปราณธาตุน้ำที่ข้าได้ยินมา..." เซียนหยวนอิงหัวเราะในลำคอ ไฟในร่างกายเขาพลุ่งพล่านออกมามากมาย จนแม้แต่เซียนและทหารที่อยู่ใกล้ๆ ไฟลุก อาวุธเศษอิฐปูนร้อนจนละลาย 

    "ใช่! ข้าเอง!" หลินเซียนทำหน้าขึงขัง เขาจ้องมองไปที่ชายชราชุดแดงไม่กระพริบตา ละอองน้ำมากมายขึ้นมาพันตัวเขาไว้ราวกับเป็นใจกลางน้ำวน

    นพวกเซียนฝ่ายศัตรูหลายสิบคนปล่อยลูกไฟเข้าโจมตีหลินเซียนพร้อมๆกัน หลินเซียนดีดนิ้วเกิดเคียวยมโลกสีเหลือง 10 อัน พุ่งเข้าไปฟันลงที่ศรีษะเซียนเหล่านั้น ไม่มีบาดแผลเลือดไหลสักหยดแต่เคียวยมโลกสูบวิญญาณออกจากร่างๆ ค่อยๆเหี่ยวแห้งตายอย่างน่าสะพรึงกลัว เสียงวิญยาณที่ถูกสูบออกมายิ่งน่ากลัวร้องโหยหวน ผู้ใดฟังเสียงนี้แล้วยากที่จะลืมได้

    "ถอยออกไปให้หมด!" เซียนหยวนอิงสั่ง พวกเซียนถอยไปทั้งหมด ส่วนพวกทหารยืนนิ่งไม่บุกต่อ

    เซียนชุดแดงปล่อยไฟนรกทีเดียว 5 ลูกพุ่งเข้าใส่หลินเซียน ๆ ทำกำแพงวารีพิทักษ์ 5 กำแพง ๆ ละ 10 ชั้น ป้องกันลุกไฟนรกที่ตีทะลุเข้ามาทีละชั้นจนเกือบถึงชั้นสุดท้ายได้สำเร็จ

    "ฮ่า ๆ เจ้าเป็นแค่ระดับแกนลมปราณขั้นปลายสูงสุดหนิ มดตัวโตอย่างเจ้ากล้ามายืนท้าทายข้าด้วยรึ??"

    องค์ชายรู้สึกตกใจที่ได้รู้ว่าอาจารย์ของเขาไม่สามารถบรรลุหยวนอิงได้ เขารีบลุกขึ้นยืนและเดินไปเคียงข้างอาจารย์ของเขา

    "ท...ท่านอาจารย์ ท...ท่านยังมีแม่ ท...ที่ต้องกลับดูแล ท...ท่านไปเถอะ ท...ที่นี่ข้าจัดการ....เอง" เสียงก็บ่งบอกว่าองค์ชายแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว

    เซียนอาวุโสที่ยังไม่ตายอีก 3 คนก็เข้ามายืนข้างองค์ชาย แม่ทัพและรองแม่ทัพก็เข้ามา

    "พวกเราจะร่วมเสด็จกับพระองค์ไปปรโลกเอง" แม่ทัพพูด

    "งั้นพวกเจ้าทั้งหมดก็ตายซะ" เซียนชุดแดงพูดแล้วปล่อยลูกไฟนรกขนาดใหญ่มากๆ พุ่งมาที่หลินเวียนและทุกคน

    ตูม!! ซู่!! 

    ยังคงมีมวลน้ำมหาศาลจากปราณวารีพิทักษ์บังจนไฟนั้นดับลงได้

    "เป็นไปได้ยังไง? อั๊ก!"

    ฉึ่ก! ดาบปราณน้ำเล็กๆอันหนึ่งพุ่งแทงเขาจากด้านหลัง แม้หลบจุดสำคัญได้ แต่ก็ถูกแทงจนได้แผล

    "แกนลมปราณแล้วไง? เจ้าคิดว่าหยวนอิงแล้วจะชนะเสมอไปเหรอ?"

    ชายชราโกรธมาดึงดาบน้ำนั้นออก ร่างกายเขาสีแดงฉาน ไฟนรกมากมายปะทุเหนือฟ้า พื้นดิน 

    "ตายซะ! ไอ้ขยะ!"

    ตูม! หลินเซียนและทุกคนกระเด็น แม้ไฟจะดับได้ แต่หลินเซียนล้มกระอักเลือดบาดเจ็บ

    "ฮ่าๆ ไอ้มด! เจ้ามันแค่มด! ถ้าไฟนรกเจ้าดับได้ งั้นเจอไฟนี่หน่อยเป็นไง!"

    มือซ้ายมีเปลวไฟสีน้ำเงินเข้ม มือขวาเป็นปลวไฟสีเขียวเข้ม แม้ไม่ใหญ่เท่าลูกไฟเมื่อกี้ แต่มันไม่ใช่ไฟธรรมดาแน่นอน

    "เจ้าควรดีใจเถอะที่ทำให้ข้าต้องใช้ไฟนี้"

    แล้วเซียนหยวนอิงก็เขวี้ยงบอลไฟทั้งสองพุ่งเข้าหาหลินเซียน!







    คล้ายกับเรื่องเดินวิถีเซียน (Water Qi immortal) ที่คุณอ่าน