อวิ๋นหวงรู้สึกเพียงว่าฝ่าเท้าของนางถูกอะไรบางอย่างข่วนเบา ๆ จากนั้นเสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้น “ตรงนี้ของนางก็เริ่มเน่าแล้วเหมือนกัน”
“ตรงนี้ก็ด้วย!”
“ไอ้หยา เหม็นชะมัดยาด!”
“ดูสิ ฝ่ามือก็ดำคล้ำไปหมดแล้ว...”
อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นทันที “มันยังไม่เน่า พวกเราให้แมงป่องกัดนางสักหนหนึ่งเถอะ”
อวิ๋นหวงทั้งโกรธทั้งชิงชัง คนเหล่านี้ชักจะไร้มโนธรรมเกินไปแล้ว
คิดไม่ถึงว่า ยังมีคนที่ไร้มโนธรรมยิ่งกว่า
เสียงแหลมสูงกล่าวอย่างไม่พอใจ “ให้แมงป่องกัดครั้งเดียวมันไม่พอหรอก อย่างน้อยก็ต้องสักหกหรือเจ็ดครั้ง นอกจากนี้ ยังต้องให้คางคกมากัดอีกสักสองครั้ง”
คางคก? คงไม่ใช่คางคกพิษหรอกใช่หรือไม่?
เมื่อนึกถึงคางคกพิษที่มีปุ่มปมเต็มตัวคลานไปมาบนร่าง แล้วกัดนางอีกสองที จู่ ๆ อวิ๋นหวงก็รู้สึกหนาวะเื ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“พวกเ้ามันโง่ที่สุด เ้าควรจะเรียกงูจินหวน[1] โอ้ ไม่สิ งูอิ๋นหวน[2]ให้มาที่นี่ อย่างน้อยที่สุดก็ควรเรียกงูชีปู้[3]ให้มาด้วย”
อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างตื่นเต้น
อวิ๋นหวงใกล้จะคลั่งแล้ว
ั้แ่ตอนอยู่ที่วัดกูหลง ต้าซือจิ้งอินไม่ชอบที่นางเอาแต่จับงูมาเล่นและทำตัวเอ้อระเหยลอยชายไปวัน ๆ เขาเคยเตือนนางอย่างเข้มงวดว่า ‘งูเป็สัตว์มีพิษร้ายแรง อย่าไปยุ่งกับพวกมัน’
ในบรรดางูเ่าั้ งูอิ๋นหวนดูจะเชื่องมากที่สุด แต่เมื่อกัดคนขึ้นมาก็โเี้ไร้ปรานี และมีพิษร้ายแรงที่สุด
แม้ว่าพิษของงูชีปู้จะด้อยกว่าเล็กน้อย ตามชื่อของมัน คนที่ถูกกัดจะล้มลงภายในเจ็ด ไร้ทางเยียวยา
หากถูกสัตว์มีพิษสองชนิดนี้กัด ชีวิตน้อย ๆ ของนาง คงถึงกัลปาวสานเป็แน่!
อวิ๋นหวงหวาดกลัวเป็ที่สุด ได้แต่สวดภาวนาอ้อนวอนอยู่ในใจ ข้าไม่ได้มีเื่บาดหมางกับพวกท่าน พวกท่านแค่ล้อเล่น ใช่ ล้อเล่น...
ผลลัพธ์ที่ได้ ช่างน่าสลดใจยิ่งนัก
หลังจากรอบข้างเงียบเสียงไปครู่หนึ่ง ก็พลันมีเสียงโห่ร้องดังขึ้น
ใจแมงป่องอสรพิษช่างโเี้อำมหิตเสียจริง!
หนังศีรษะของอวิ๋นหวงชาวาบ นางกัดฟันด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
หลังจากนั้นไม่นาน นางก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเข้ามาพันรอบตัวนาง!
ััอ่อนนุ่มและสากลื่นนั้น ทำให้นางขนลุกชันไปทั่วทั้งตัว
อวิ๋นหวงขวัญผวา ถึงนางจะลืมตาไม่ขึ้น แต่ก็รับรู้ได้ว่ามันคือลำตัวของงูจริง ๆ งูพิษ!
โอ้ ์ นี่คือผลกรรมในชาตินี้หรือ?
ตอนนางยังเด็กไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ไม่เกรงกลัวสิ่งใดทั้งนั้น นางสร้างเครื่องมือมากมาย เพื่อไล่จับงู รวมถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ มากมาย และมักจะเอาพวกมันมาเสียบไม้ย่างกิน...
ร่างกายของนางถูกงูพิษพันไว้สองถึงสามรอบ และยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ทันใดนั้น แขนซ้ายของนางก็เจ็บแปลบ!
ฮือ ๆ ๆ ๆ เ้างูพิษกัดนางเข้าแล้วจริง ๆ!
ความหวังของอวิ๋นหวงสลายกลายเป็ฝุ่นผง
เมื่อนึกถึงเื่ราวต่าง ๆ ที่เคยผ่านมา และสถานการณ์อันเลวร้ายที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ความแค้นและความเกลียดชังก็ก่อตัวขึ้นในใจของนางดั่งคลื่นั์
เกิดเป็แรงผลักดันอันใหญ่หลวง
หญิงสาวไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นหลังจากถูกซูอวี้เจ๋อกรอกยาพิษ นางจำได้เพียงว่า ซูอวี้เจ๋อนั้นใจดำอำมหิต โฉดชั่ว และมากแผนการ!
เขาปลงพระชนม์เสด็จพ่อเสด็จแม่ ทรมานพี่น้องของนาง และแม้แต่ใช้นางเป็เหยื่อล่อเพื่อสังหารเสด็จพี่ไท่จื่อของนาง!
นางจะไม่ยอมมีส่วนทำให้เสด็จพี่ไท่จื่อเดือดร้อนจึงเลือกอดอาหารประท้วง เพราะว่าเขากลับบังคับป้อนยาให้นาง!
ซูอวี้เจ๋อที่น่าชัง เขาใจดำอำมหิตยิ่งกว่างูพิษ!
สังหารนางด้วยมือตนเองยังไม่พอ ยังพาคนเลวกลุ่มนี้มาทรมานนาง ถึงขั้นปล่อยงูพิษมากัดนางอย่างไร้มนุษยธรรมอีกด้วย!
หญิงสาวรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงพิษที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วร่าง มันไหลเวียนอยู่ในเส้นเืของนางราวกับกระแสน้ำดำมืดที่กำลังกลืนกินร่างของนางอย่างช้า ๆ…
เห็นทีวันนี้นางคงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าก่อนตาย นางขอสาปแช่ง หากชาติหน้ามีจริง...
หากมีชาติหน้า นางจะต้องหาทางล้างแค้นซูอวี้เจ๋อให้จงได้ หรือไม่ก็อย่าได้พบหน้ากันอีกเลย?
มีรักจึงมีเกลียด ไม่ว่าจะรักหรือเกลียด ล้วนแต่เป็ความผูกพัน
ใจนิ่ง คนไม่ผลีผลาม หากไม่เคลื่อนไหวก็จะไม่เ็ป...
หากชาติหน้ามีจริง นางขอเลือกไม่พบเจอซูอวี้เจ๋ออีก ไม่รู้จักกันตลอดกาล!
คำพูดเหล่านี้ยังคงอยู่ในจิตสำนึกของอวิ๋นหวง จากนั้น จิตใจนางก็ว่างเปล่า และจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่ล่วงล้ำไม่ได้…
ซูอวี้เจ๋อถูกกระแสน้ำพัดไปยังแอ่งน้ำใต้หน้าผา
ในชั่วขณะที่ตกลงมา แรงกระแทกมหาศาลได้ทำให้ซูอวี้เจ๋อรู้สึกจุกที่หน้าอก สติพลันแจ่มชัด
ชายหนุ่มลอยตัวจากใต้น้ำขึ้นสู่ผิวน้ำ ยกมือขึ้นปาดน้ำบนใบหน้า ก่อนจะรีบกวาดตามองไปรอบ ๆ
ไม่มีอวิ๋นหวง
เขากำลังจะว่ายน้ำเข้าฝั่ง ทันใดนั้นก็เห็นเงาร่างของคนกลุ่มหนึ่งอยู่บนหน้าผาต้นน้ำ
ซูอวี้เจ๋อคิดอย่างรวดเร็ว กลับตัวงับอากาศหายใจ ก่อนจะดำลงไปซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำตก
ไม่นานนัก คนกลุ่มนั้นก็เดินตามเส้นทางูเาลงมา
ล้วนเป็คนสนิทของเฉินคุนเฉิง!
ซูอวี้เจ๋อไม่้าพบหรือพูดคุยกับใครในตอนนี้ เขาแค่้าตามหาเฉินอวิ๋นหวงให้พบ
แม้ว่านางจะตายไปแล้วก็ตาม!
ฮ่องเต้และบ้านเมืองอะไรกัน อำนาจ เกียรติยศและความมั่งคั่งของฮ่องเต้อะไรกัน หากไม่มีอวิ๋นหวงมาร่วมชื่นชมยินดีด้วยกัน ทุกอย่างก็ไม่ต่างจากฝุ่นที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ช่างไร้ความหมายสิ้นดี!
น้ำตกทิ้งตัวดิ่งลงมา กระแทกซูอวี้เจ๋อจนตัวเย็นเยียบ เืของเขาดูคล้ายจะจับตัวแข็ง
ชายหนุ่มกัดฟันอดทน ไม่ขยับเขยื้อน
หลังจากรออยู่เป็นาน คนกลุ่มนั้นก็จากไปโดยหาอะไรไม่พบ
ซูอวี้เจ๋อขยับแขนขาที่แข็งทื่อของเขาอย่างยากลำบาก พยายามกระเสือกกระสนปีนขึ้นไปบนโขดหิน หลังอ้าปากหายใจหอบอยู่ครู่หนึ่ง ก็กวาดตามองหาอวิ๋นหวงด้วยความร้อนใจ
ในเมื่อเขาถูกคลื่นใต้น้ำซัดร่างมาจนถึงหน้าผา แล้วตกลงไปในแอ่งน้ำที่มีน้ำตกตกลงมา อวิ๋นหวงก็น่าจะเป็แบบเดียวกัน
พอคิดได้เช่นนี้ ชายหนุ่มก็ไม่ละความพยายามที่จะค้นหาให้ทั่วทุกซอกทุกมุม
“อวิ๋นหวง เ้าอยู่ที่ไหน...”
ชายหนุ่มเดินล้มลุกคลุกคลานค้นหาไปตลอดแนวริมผาและลำธารข้างแอ่งน้ำ
หลังจากอดหลับอดนอนมาหลายคืน ซ้ำยังถูกกระแสน้ำเชี่ยวซัดจนร่างกายแทบหมดเรี่ยวแรง ดวงตาพร่ามัว มึนศีรษะจนแทบยืนไม่อยู่
แต่เขาเชื่อมั่นว่าอวิ๋นหวงยังอยู่ใกล้ ๆ เขากัดฟันแน่น ไม่ยอมล้มเลิกง่าย ๆ
ตอนที่เดินเลี้ยวผ่านโขดหินใหญ่ ทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งก็กระโจนพรวดเข้ามาปานสายฟ้าฟาด พลางชักกระบี่เงื้อขึ้นโจมตี!
ซูอวี้เจ๋อสะดุ้งไหวเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างได้ฉิวเฉียด เมื่อตั้งสติได้ก็เห็นชายชุดดำสวมหน้ากากคนหนึ่งที่หยุดการโจมตีไม่ทัน กระบี่ของเขาแทงเข้าต้นสนที่อยู่ข้าง ๆ!
ซูอวี้เจ๋อพลันรู้สึกหน้ามืดอีกครั้ง เขายกมือขึ้นกุมหน้าผากเพื่อตั้งสติ และจู่ ๆ ก็คิดว่า ตายก็ดีเหมือนกัน จะได้ไปอยู่กับอวิ๋นหวงในปรโลก
เมื่อคิดได้ดังนั้น ริมฝีปากของซูอวี้เจ๋อก็ยกยิ้มเศร้าสร้อยขึ้นมาอย่างอ่อนแรง “ท่านจอมยุทธ์ หากประสงค์จะสังหารข้าก็อย่าได้ลังเล เข้ามาสังหารข้าได้เลย ใจข้าตายแล้ว หมดสิ้นความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่!”
มิคาดว่า มือสังหารสวมหน้ากากผู้นั้นจะชักกระบี่ออกแล้วหันหน้ากลับมา เมื่อเห็นว่าเป็ซูอวี้เจ๋อ ดวงตาก็พลันสว่างวาบ เขาทิ้งกระบี่ในมือ ดึงหน้ากากลง และคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น “กระหม่อมไม่ทันระวัง องค์ไท่จื่อ โปรดยกโทษให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อซูอวี้เจ๋อเห็นว่าเป็รองแม่ทัพผังรุ่ย ผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้บัญชาการซ่งจื้อิ เขาจึงพยักหน้าพลางโบกมือ แล้วออกเดินต่อไป
“องค์ไท่จื่อ กองทัพใหญ่ตั้งค่ายอยู่ในช่องเขาบนูเาด้านโน้นพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมาประจำการอยู่แถวนี้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน”
ผังรุ่ยคิดว่าซูอวี้เจ๋อกำลังตามหากองทัพใหญ่
ซูอวี้เจ๋อหันหน้ากลับไป ตั้งใจจะบอกให้เขาช่วยตามหาอวิ๋นหวง แต่ก็พลันวิงเวียนศีรษะขึ้นอย่างรุนแรง สุดท้ายก็ทรุดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง...
ผังรุ่ยมือไวตาไวรีบพุ่งเข้าไปพยุงตัวซูอวี้เจ๋อเอาไว้ได้ทัน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเนื้อตัวเปียกโชก ร่างทั้งร่างร้อนเป็ไฟ เขาก็แอบร้องขึ้นในใจว่าไม่ดีแล้ว จากนั้นก็รีบแบกชายหนุ่มขึ้นหลัง แล้วพากลับไปที่ค่าย...
“อวิ๋นหวง เ้ารอข้าก่อน รอ…ข้า...”
ซูอวี้เจ๋อพึมพำอย่างเลื่อนลอย
“จะเป็หรือตาย...เราจะอยู่ด้วยกัน… ไม่พรากจากกัน… ไม่ทอดทิ้งกัน… เ้า...เ้ารอข้า...”
ชายหนุ่มพึมพำซ้ำไปซ้ำมา ผังรุ่ยฟังแล้วรู้สึกสะท้อนใจ “ไอ้หยา…ไฉนบุรุษคนหนึ่งถึงระทมทุกข์เพราะขาดภรรยาเล่า? แม้ว่าองค์หญิงเก้าเฉินอวิ๋นหวงจะงดงามปานล่มเมือง แต่ก็น่าเสียดายที่เกิดมาอาภัพอับวาสนา ไม่อาจแบกรับความรักขององค์ไท่จื่อได้ รอจนกระทั่งองค์ไท่จื่อเสด็จกลับแคว้นต้าโจวแล้ว พระองค์ก็จะเสด็จขึ้นครองราชย์ จากนั้นพระองค์ก็จะทรงเลือกหญิงสาวที่งามล้ำที่สุดในใต้หล้าได้ตามใจชอบเลยนะพ่ะย่ะค่ะ!”
“งามล้ำ...”
สิ่งที่ซูอวี้เจ๋อพูดซ้ำไปมากลับมีเพียงสองคำนี้
“พ่ะย่ะค่ะ งามล้ำ บรรดาหญิงสาวที่งามล้ำที่สุดในใต้หล้า ล้วนเป็ขององค์ไท่จื่อ...”
“งาม ล้ำ...”
“พ่ะย่ะค่ะ! ไม่ใช่สิ งามล้ำไม่ได้ หากบุรุษงามเกินไปก็จะเกิดเื่…”
**
[1] งูจินหวน (金环蛇) งูทับทางเหลือง เป็งูสามเหลี่ยมชนิดหนึ่ง มีตัวดำสลับเหลือง เป็งูพิษ
[2] งูอิ๋นหวน (银环蛇) งูทับทางขาว เป็งูสามเหลี่ยมชนิดหนึ่ง มีตัวดำสลับขาว เป็งูพิษชนิดร้ายแรงมาก
[3] งูชีปู้ (七步蛇) งูเจ็ดก้าว หรืองูจมูกแหลมจีน รูปร่างใกล้เคียงงูกะปะแต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก พิษเป็แบบทำลายระบบเืเป็หลัก (Hemotoxin) เมื่อถูกกัดจะมีอาการปวดบวมอย่างรุนแรง มีอาการเืไหลไม่หยุด มีอาการเนื้อตาย และเนื่องจากเป็งูที่มีขนาดใหญ่ ปริมาณน้ำพิษเยอะ ผู้ถูกกัดอาจมีอาการหัวใจวายจนเสียชีวิตได้
.
.
.