บทนำ
คุณเชื่อในพระเ้าหรือไม่
คุณศรัทธาในพระองค์ไหม
คุณคิดว่าพระเ้ามีจริงใช่ไหม
คุณคิดว่าพระเ้าหน้าตาเป็แบบไหน
คุณคิดว่า……….
ความสงสัย??????
คุณเคยมีความคิดเหล่านี้ไหม???????????????
เชื่อได้เลยว่าพวกคุณต้องมีความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวกันบ้างล่ะเฉกเช่นเดียวกันเื่ราวต่อไปนี้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็เพราะโชคชะตานำพาหรือถูกบงการโดยพระเ้าก็ตามแต่
คนผู้หนึ่งได้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับมันให้ถึงที่สุดแม้ว่าตัวเองอาจจะต้องเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ก็ตาม…..
The End Of The World
ที่นี่ที่ไหน???
เขากระพริบตาหลายครั้ง เพื่อปรับสายตาให้มองเห็นทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า
สิ่งเดียวที่เขาเห็นคือความมืดมิดที่ไร้จุดสิ้นสุดราวกับอยู่กลางห้วงอวกาศที่ไร้แสงดาว เขารับรู้ว่าตัวเองลอยอยู่สมองถูกใช้ประมวลผลอย่างรวดเร็ว
กลางห้วงอวกาศ??
แต่เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง??
จำได้ว่ากำลังประชุมอยู่แล้วรู้สึกง่วงจนน่าจะวูบไปแต่ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ มีแต่สิ่งที่ไม่เข้าใจทั้งนั้นทว่าเขานั้นใจเย็นพอจะไม่โวยวาย ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาการโวยวายไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
ยังหายใจได้ก็แสดงว่าเรายังไม่ตายแน่นอนเมื่อคิดได้แบบนั้นเขาก็เริ่มกวาดตามองไปรอบตัวทว่าสิ่งที่เขาเห็นก็ยังเป็ความมืดมิดไร้จุดสิ้นสุดแม้แต่แสงจากดวงดาวก็ไม่มีแม้แต่นิดเดียว
โฮ่.. ยังใจเย็นอยู่ได้อีก ทั้งที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
เสียงนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดเสียงที่ไม่บ่งบอกว่าเป็เพศไหน เสียงที่ฟังไม่ออกว่าอีกฝ่ายอายุเท่าไรเป็เพียงเสียงราบเรียบที่ฟังแล้วดูจะมีอารมณ์ขันอยู่บ้างกับประโยคนี้
หืม???
เขาขมวดคิ้วและพยายามหาต้นตอของเสียงเขาขยายขอบเขตการรับรู้ของตนออกไปเป็วงกว้างเท่าที่ตัวเขาจะทำได้ทว่ากลับไม่พบสิ่งใดเลยนอกจากความว่างเปล่า
“เ้าช่างเป็คนที่น่าสนใจจริงๆ”
“ถ้าผมเป็คนน่าสนใจก็น่าจะแสดงตัวออกมาเจอหน้ากันหน่อยสิ”
เขายังไม่ละความพยายามให้การค้นหาเ้าของเสียงนี้แต่เขาก็ไม่อาจัักับสิ่งใดได้เลย มันทำให้เขาเริ่มระวังตัวมากขึ้น
“อย่าเพิ่งโมโหไปข้าแค่อยากคุยกับเ้า”
“มีอะไรก็ลองว่ามา”
“ถ้าข้าบอกความจริงบางอย่างกับเ้าคิดว่าเ้าจะรับได้ไหม”
“ก็ลองบอกมาก่อนสิ”
“โลกที่เ้าอยู่ได้ถูกทำลายลงแล้ว….”
เขารับฟังสิ่งที่อีกฝ่ายบอกแล้วพลันนิ่งเงียบเขาไม่ปักใจเชื่อในทีเดียว
“ถูกทำลาย?ได้ยังไง ก็ในเมื่อผมยังนั่งทำงานอยู่เลย”
“มันเกิดขึ้นอย่างฉับพลันแม้แต่ข้าก็สูญเสียพลังไปด้วย”
“แต่ผมก็ยังอยู่นี่”
“ความจริงเ้าได้ตายไปแล้ว!!”
สิ้นประโยคนั้นทุกอย่างก็พลันเงียบสงัดเขาไม่กล่าวอะไรออกมาแม้แต่น้อย ทว่าในใจนั้นหนาวเหน็บเขาสูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกสติกลับมา
“ข้าใช้พลังเฮือกสุดท้ายดึงเ้ามาที่นี่ชายผู้มีหัวใจพิสุทธิ์ ผู้เป็ความหวังสุดท้ายของโลก แม้เ้าจะสูญเสียกายเนื้อแต่จิติญญาของเ้ายังอยู่ ทั้งโลกนี้มีเพียงเ้าคนเดียวที่จะกอบกู้ทุกอย่างได้”
“แล้วต้องทำยังไงถึงจะกลับไปเหมือนเดิมได้”
เขาตระหนักได้ว่าน้ำเสียงอีกฝ่ายจริงจังมากและถ้าเป็เช่นนั้นจริง ขอแค่เพียงมีโอกาสที่จะทำสำเร็จ เขาก็จะขอทำดูไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนตาม เขานึกถึงหน้าคนที่เขารัก ทว่า…
“ทำไมผมถึงจำอะไรไม่ได้เลย!!”
เขามีสีหน้าตระหนกอย่างชัดเจนเขาไม่อาจจดจำใบหน้าคนรัก พ่อ แม่ พี่ชาย เพื่อนๆ หรือคนที่เขารู้จักคนที่เขารักได้เลยแม้แต่คนเดียว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“นั่นคือราคาที่เ้าต้องเสียไปเพื่อแลกกลับโอกาสใหม่อีกครั้งโชคชะตาของเ้าได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว” เสียงนั้นแฝงไว้ซึ่งความเศร้าสร้อย
“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำลายมันเอง!!!”
สิ้นเสียงนั้นไอสังหารพลันพวยพุ่งออกจากร่างเขาจนทำให้บรรยากาศรอบตัวสั่นะเืขึ้นมา แม้แต่เ้าของเสียงลึกลับยังอดใไม่ได้
“ข้าจะส่งเ้าไปตามหาพลังของข้ามันเป็พลังเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างกลับไปเป็เหมือนเดิมและต่อกรกับเ้าสิ่งนั้นได้…”
“เ้าสิ่งนั้น??”
เขาอารมณ์เย็นลงหลังฟังอีกฝ่ายกล่าว
“ไม่มีอะไรหรอกเอาเป็ว่าข้าจะส่งเ้าไปตามหาพลังของข้า มันอยู่ในเกมหนึ่งที่อยู่อีกมิติที่เป็มิติคู่ขนานของโลกที่เ้าอยู่ เ้าพร้อมหรือไม่”
“หึหึ พร้อมสิ”
“ถ้าเ้าตามหาพลังของข้าจนเจอเ้าจะกอบกู้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาได้ บางทีเ้าอาจได้พบข้าด้วย”
“พบท่าน?”
“ใช่”
“คุณคือพระเ้าอย่างนั้นหรือ?”
“ก็แล้วแต่เ้าจะคิด”อีกฝ่ายกล่าวเสียงเบาหวิวขาดห้วง
“เอาล่ะข้าจะส่งเ้าไปแล้ว ขอให้เ้าโชคดี”
“เดี๋ยวๆ แล้วจะให้ตามหายังไง”
“เมื่อไปถึงแล้วเ้าจะรู้เองอีกอย่างข้ามีของขวัญให้เ้าด้วย”
เมื่ออีกฝ่ายกล่าวจบยังไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวอะไรออกมา สติของเขาก็ดับวูบลงพร้อมร่างที่เริ่มเปล่งแสง มันเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าจนทุกอย่างขาวโพลนไปหมดแสงนั้นสว่างอยู่ชั่วขณะก่อนจะหายไป ร่างของเขาก็หายไปเช่นกันเหลือทิ้งไว้แต่ห้วงอวกาศกันมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด
“หวังว่าเ้าจะทำสำเร็จชายผู้มีหัวใจพิสุทธิ์ ไม่อย่างนั้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะหายไปตลอดกาล….”