ตอนที่ 7 อยู่ดี ๆ ก็มีโชค
นางและคู่กรณี รวมถึงคนงานในร้านขายผ้าถูกพาตัวมายังที่ว่าการอำเภอ
ที่นั่นมีหัวหน้ามือปราบป๋ายกู่ และเ้าของร้านผ้ามารออยู่แล้วทั้งสองมีสีหน้าร้อนอกร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด
ป๋ายกู่ไม่รู้ว่าฮูหยินของเขาไปก่อเื่อะไรเอาไว้อีกหลายครั้งที่นางใช้อำนาจหน้าที่ของเขา ข่มเหงรังแกผู้อื่นแต่ก็ไม่มีใครกล้าว่ากล่าวอันใด ด้วยเกรงหน้าที่การงานของเขาและเขาเองก็ไม่อยากให้เื่พวกนี้มาจุกจิกกวนใจจึงหลับตาข้างหนึ่งอยู่เสมอ
ไม่คิดว่าวันนี้จะเจอตอใหญ่เข้าเสียแล้ว
“ท่านพี่ ท่านต้องช่วยข้านะเ้าคะ”ป๋ายซินคร่ำครวญออกมาทันทีที่เห็นสามีของนางมายืนรออยู่
นางคิดเข้าข้างตัวเองว่าไม่ว่าอย่างไรสามีของนางย่อมต้องช่วยนางให้พ้นผิดได้อยู่แล้ว
ส่วนหลินอี้เหยาที่เดินจูงลูกชายทั้งสองตามมา ก็อยากจะกลอกตาเป็วงกลมหลายๆ รอบ เมื่อเห็นท่าทางราวกับไร้กระดูกของหญิงแก่ผู้นั้น
อันที่จริงนางก็ไม่ได้ดูแก่ขนาดนั้น อายุสี่สิบกลาง ๆ เห็นจะได้แต่เพราะประโคมโหมใส่เครื่องประดับและแต่งหน้าที่ดูเหมือนจะกลัวเครื่องสำอางหมดอายุยิ่งทำให้ใบหน้าดูแก่เกินวัยไปหลายขุม
เยวี่ยนเฟยเทียนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาย่อมเห็นการแสดงออกของคนทั้งหมดมุมปากข้างหนึ่งกระตุกเป็รอยยิ้มขบขันแล้วจางหายไปก่อนที่ใครจะทันสังเกตเห็น
“คุกเข่า”
ที่ว่าการอำเภอก็เหมือนศาลของเมืองนี้ นายอำเภอสามารถตัดสินถูกผิดได้เมื่อมาถึงแล้วทุกคนจึงถูกสั่งให้คุกเข่าตรงหน้าบัลลังก์ตัดสิน
“ท่างแม่ทำไมคุกเข่าขอย้าบ” เสี่ยวเฉินที่เงียบอยู่นานเพราะใกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ถามขึ้น
“ก็เพราะที่นี่เป็ศาลน่ะลูก เสี่ยวเฉินคุกเข่าลงก่อนนะเดี๋ยวเสร็จเื่แล้วแม่จะพาไปซื้อซาลาเปา”
เสี่ยวเฉินทำตามที่ท่านแม่บอกทันทีแต่สำหรับเสี่ยวชุนนั้นรู้เื่อยู่แล้ว เขาจึงลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ข้างมารดาด้วยท่าทางสงบ
“จิ่งซา เกิดอะไรขึ้นกันแน่”เถ้าแก่ร้านหรือนายท่านเอ่ยถามเมื่อเห็นคนงานหญิงของร้านเดินเข้ามาในศาลด้วย
นางเล่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เ้านายฟังอย่างไม่ขาดตกก่อนจะเงียบเมื่อได้ยินเสียงไม้ฟาดกับโต๊ะเป็สัญญาณให้ทุกคนอยู่ในความสงบ
“เื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ข้าจะให้พวกเ้าเล่าอีกครั้งเริ่มที่เ้าก่อน” เขาชี้ไปที่ป๋ายซิน
นางได้ทีจึงคิดจะใส่สีใส่ไข่ลงไปให้มากเพื่อจะได้เอาผิดกับคนที่คิดกำแหงกับนาง
“ข้าขอเตือนเอาไว้ การให้การเท็จถือเป็โทษหนัก จะพูดจาอันใดขอให้คิดให้มาก เอาละ! เ้าเริ่มได้เลย”
“เรียนท่านนายอำเภอ ข้าน้อยป๋ายซินเ้าค่ะระหว่างที่พวกข้ากำลังเลือกผ้าอยู่ในร้าน พวกนางสามแม่ลูกก็พากันเข้ามาข้างในข้าบอกให้พวกนางออกไปดี ๆ เพราะพวกนางดู เอ่อ สกปรก ข้าก็เลยคิดว่าพวกนางอาจจะสร้างความรำคาญและความรังเกียจให้กับผู้อื่นได้”
สำหรับหลินอี้เหยา เมื่อได้ยินคำว่าสกปรก มุมปากของนางก็กระตุกยิก ๆ ทันที
นางก้มมองทั่วร่างว่าสกปรกตรงไหนเพราะนางใช้ครีมอาบน้ำกับแชมพูอย่างดีเชียวนะ สะอาดกว่าพวกเขาหลายเท่าเลยทีเดียวหากไม่นับว่านางใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ ก็ไม่เห็นว่าจะมีตรงไหนสกปรก
หัวคิ้วของนางขมวดเข้าหากันแน่นอย่างไม่พอใจแต่ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาต้องพูด นางก็ไม่พูด แต่จดบัญชีแค้นเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน
“ข้าพูดกับนางดี ๆ แต่นางไม่ยอมไปสาวใช้ของข้าแค่อยากจะช่วยผลักพวกเขาออกจากร้านไม่คิดว่าเ้าเด็กนั่นจะอ่อนแอถึงขนาดล้มลงไป แต่นางกลับใช้มือผลักสาวใช้ของข้าอย่างแรงจนกระเด็นไปหลายจั้งพวกเขาเป็พยานให้ข้าได้ อีกทั้งนางยังปากกล้า ด่าข้าเสีย ๆ หาย ๆสาวใช้ของข้าจึงคิดจะสั่งสอนนาง ก็เป็ท่านนายอำเภอมาห้ามไว้พอดีเ้าค่ะ”
“จบแล้วหรือไม่”
“จบแล้วเ้าค่ะ”
“เอาละ ต่อไปเ้าเล่าบ้าง” นายอำเภอเยวี่ยนให้จิ่งซา คนงานของร้านเป็ผู้เล่าเื่คนที่สอง
นางเล่าเหมือนกับที่เล่าให้เขาฟังครั้งแรกซึ่งมีเนื้อหาแตกต่างจากที่ป๋ายซินให้การอยู่หลายจุด
ระหว่างนั้นป๋ายซินจะอ้าปากค้าน แต่ถูกสามีกระตุกแขนเอาไว้เสียก่อนจึงยอมหุบปากเงียบอย่างไม่ใคร่พอใจ สามีของนางมีท่านเ้าเมืองหนุนหลังแค่นายอำเภอเล็ก ๆ ผู้นี้ เหตุใดจึงต้องเกรงใจกันด้วยก็ไม่รู้
เมื่อครู่อยู่ต่อหน้าเขา นางต้องทำเป็นอบน้อม แต่ตอนนี้สามีนางมาแล้วนางไม่เห็นความจำเป็ที่จะต้องเกรงกลัวสักนิด นางจึงหันไปถลึงตาใส่จิ่งซาทันทีแล้วก็ต้องใจนสะดุ้งทั้งตัว เมื่อได้ยินเสียงไม้ที่ฟาดลงบนโต๊ะ
ตามมาด้วยเสียงตวาดของนายอำเภอ
“ต่อหน้าข้า เ้ายังกล้าข่มขู่ผู้อื่นอีกอย่างนั้นหรือไม่เห็นหัวข้าแล้วสินะ เ้าหน้าที่โบยนางห้าครั้งเป็การสั่งสอน”
ป๋ายซินมีท่าทางเลิ่กลั่กทันที
“ไม่นะเ้าคะท่านพี่ ท่านให้เขาตีข้าไม่ได้นะเ้าคะ ท่านพี่ช่วยข้าด้วยเ้าค่ะ”นางคร่ำครวญออกมา
ป๋ายกู่ที่ยืนอยู่ด้านข้างคิดจะออกหน้าช่วยก็ต้องหดกลับเข้าไปเมื่อสบสายตาคมดุของคนที่นั่งอยู่บนบังลังก์ตัดสินความ
“อย่าคิดจะออกหน้าช่วยฮูหยินของเ้าเด็ดขาด! นางลบหลู่ศาลเ้าเองก็รู้ว่าต้องโทษสถานใด โบย!”
สิ้นคำสั่ง ร่างของป๋ายซินก็ถูกกดลงกับพื้นทันทีตามด้วยเสียงตุ้บตั้บดังขึ้นห้าครั้ง ผสานกับเสียงร้องด้วยความเ็ปของนาง
“ฮูหยิน เ้าเป็ยังไงบ้าง”ป๋ายกู่เข้าไปดูฮูหยินของตนทันทีที่นางได้รับโทษเสร็จ
“ท่านปล่อยให้เขาตีข้าได้ยังไง ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ” นางขู่เขาออกมา
บิดาของป๋ายซิน คือคหบดีฐานะร่ำรวยตำแหน่งของป๋ายกู่ได้มาก็เพราะพ่อตาซื้อหามาให้
“แค่ห้าครั้งคงไม่พอกระมังจึงทำปากเก่งเช่นนี้ เพิ่มอีกยี่สิบที ดีหรือไม่เ้าเป็ผู้ใด แล้วข้าเป็ผู้ใด เหตุใดจึงลงโทษคนที่กระทำการดูิ่ศาลไม่ได้สามีเ้าเป็ถึงหัวหน้ามือปราบ ไม่คิดเลยว่าจะมีฮูหยินสมองเหมือนลาเช่นเ้า”
‘อูย เจ็บ’ หลินอี้เหยาอุทานในใจ
ไม่คิดเลยว่านอกจากจะหล่อ ดุ แล้วยังปากจัดอีกด้วย
“มะ มะ ไม่เ้าค่ะ ข้าไม่กล้าแล้ว” ป๋ายซินหุบปากฉับทันที
แม้จะปากกล้าแค่ไหน แต่ตอนนี้ในศาล เขามีอำนาจสูงสุดนางเองก็เพิ่งัักับตัวเองมาสด ๆ ร้อน ๆ จึงไม่คิดจะหาเื่เจ็บตัวเพิ่มอีก
“เอาละ! ต่อไปเป็เ้าบ้าง”
หลินอี้เหยาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มั้แ่นางมาติดต่อขอซื้อผ้ากับคนงานไปจนกระทั่งถึงตอนที่ป๋ายซินสั่งให้สาวใช้มาตบปากนาง
คำให้การสอดคล้องกับคนงานในร้านและพยานที่ให้การก่อนหน้านี้ชี้ชัดความผิดไปที่ป๋ายซินที่เป็ชนวนแห่งความวุ่นวายทั้งหลาย
นางทำท่าจะโวยวายแต่ก็ถูกสามีห้ามเอาไว้อีกครั้ง นางไม่อยากยอมนางไม่้ารับผิด คนที่ผิดไม่ควรจะเป็นาง แต่เป็หญิงสกปรกผู้นั้นต่างหากที่ผ่านมานางรังแกใคร ไม่เคยรับผิดมาก่อน แล้วนี่อะไร! เหตุใดนางจึงกลายเป็คนผิดอย่างแย้งไม่ออกเช่นนี้เล่า
ความผิดที่ป๋ายซินได้รับ คือโทษฐานก่อความวุ่นวายและบงการให้ทำร้ายร่างกายผู้อื่น มีความผิดต้องโทษโบยยี่สิบครั้งหรือปรับเป็เงินห้าตำลึงทอง
คราแรกนางโวยวายจะไม่ยอมรับผิด แต่นายอำเภอเยวี่ยนเพิ่มโทษเป็โบยสามสิบไม้หรือ ปรับเป็เงินสิบตำลึงทอง พอนางโวยวายออกมาอีกครั้งคราวนี้โทษเพิ่มเป็โบยสี่สิบไม้ หรือปรับเป็เงินยี่สิบตำลึงทอง
ป๋ายกู่รีบกระตุกแขนฮูหยินของตนเอาไว้ก่อนที่นางจะโวยวายจนพากันล่มจมไปมากกว่านี้
เขาให้นางเลือก ระหว่างถูกโบยกับปรับเงิน ว่าจะเลือกอย่างไหน
แน่นอน ป๋ายซินเลือกจะจ่ายเงินยี่สิบตำลึงทองแทนการเจ็บตัวแม้จะเจ็บใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ อีกทั้งยังถูกคาดโทษเอาไว้ด้วยว่าหากเกิดเหตุขึ้นกับครอบครัวหลิน หรือร้านขายผ้านางจะเป็ผู้ต้องสงสัยคนแรกที่จะถูกสอบสวน นั่นก็เพื่อเป็การป้องกันหลังจากนี้
ส่วนหลินอี้เหยาไม่มีความผิด เพราะนางเป็ฝ่ายถูกหาเื่ก่อน
ค่าปรับเก็บเข้าคลังของทางการหกส่วน อีกสามส่วน แบ่งเป็ค่าเสียหายของร้านและอีกหนึ่งส่วนมอบให้คู่กรณีเป็ค่าเสียเวลา
กว่าจะจบเื่ เกวียนของต้วนเหอก็เดินทางกลับไปแล้วเขารอต่อไปไม่ได้เพราะมีชาวบ้านหลายคนรอกลับด้วยเขาจึงคิดจะย้อนกลับมารับพวกนางแม่ลูกอีกครั้งเมื่อส่งคนอื่นเสร็จเพราะหากไม่กลับมารับก็ต้องรอกลับพรุ่งนี้ แล้วพวกนางแม่ลูกจะไปนอนที่ไหน
ในฐานะที่เป็เพื่อนบ้าน เขาย่อมไม่แล้งน้ำใจ
กว่าพวกนางจะเสร็จเื่ก็กินเวลาไปกว่าหนึ่งชั่วยามแน่นอนว่าย่อมไม่ทันเกวียนขากลับ แต่พี่ต้วนเหอฝากคนมาบอกเอาไว้แล้วนางจึงพาลูกทั้งสองเดินเล่น ใช้เงินที่ได้มาอย่างงง ๆ ถึงสองตำลึงทอง
เยวี่ยนเฟยเทียนเดินเข้ามาหาสามแม่ลูกที่ยืนหันรีหันขวางอย่างคนที่ไม่รู้จะเดินไปทางไหน
นางเห็นเขาเดินมาก็คารวะเสียหนึ่งรอบอย่างน้อยก็เป็เขาที่ทำให้นางมีเงินใช้เสียอย่างนั้น
“พวกเ้า เหตุใดยังไม่กลับอีก”
“เรียนท่านนายอำเภอ พวกข้ามาจากหมู่บ้านซีฮานเ้าค่ะเวลานี้เกวียนกลับไปแล้วจึงต้องรอให้เขากลับมารับอีกครั้ง แต่ตอนนี้ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าอยู่ตรงไหน เพราะตอนมา ก็เดินตามพวกท่านมาลืมสังเกตข้างทางเ้าค่ะเพราะกำลังอารมณ์ขึ้น”
เยวี่ยนเฟยเทียนรู้สึกขบขันกับวาจาตรงไปตรงมาของนางยิ่งนัก
“ข้าจะให้คนพาเ้ากลับไปยังจุดรอเกวียนก็แล้วกัน”
“ไม่รบกวนขนาดนั้นเ้าค่ะ แค่พาข้ากับลูก ๆ ไปส่งที่ตลาดก็พอพวกเรามีของที่ต้องซื้ออีกหลายอย่างเ้าค่ะ”
เยวี่ยนเฟยเทียนพยักหน้ารับ แล้วจัดการให้คนพาพวกนางแม่ลูกไปส่งยังตลาด
เมื่อมาถึง สิ่งแรกที่นางทำคือกลับไปที่ร้านขายผ้าเพราะเมื่อครู่มัวแต่งงกับเงินที่ได้รับ หันมาอีกทีพวกเขาก็หายกันไปหมดแล้วทำให้นางต้องหาทางกลับมาที่ร้านนี้เอง
เมื่อมาถึงก็พบกับคนงานหญิงพร้อมเถ้าแก่ร้าน
“แม่นาง ข้าคิดว่าท่านจะไม่เอาเสื้อผ้าแล้วเสียอีก”จิ่งซาร้องทักเมื่อเห็นแม่ลูกเดินกลับมาที่ร้านอีกครั้ง
“ต้องเอาสิเ้าคะ ลูกข้าไม่มีชุดใส่แล้ว”
“เอาแบบนี้แล้วกัน ข้ายกชุดให้แม่นางสองชุด แล้วก็ของลูก ๆ ท่านอีกคนละสองชุดเอาเป็ผ้าเนื้อดีไปเลยไม่ต้องจ่ายเงิน ข้ายกให้” เถ้าแก่ร้านกล่าวขึ้นอย่างใจป้ำ
หลินอี้เหยาใเพราะไม่คิดว่าจะได้ของฟรีแบบนี้
“จะดีหรือเ้าคะ ท่านคิดเงินข้าเถอะเ้าค่ะร้านของท่านก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน”
“ไม่เป็ไร ๆ ได้กลับมาถึงหกตำลึงทอง นับเป็กำไรของร้านแล้วให้ชุดพวกท่านไปก็ไม่ขาดทุนหรอก”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณเถ้าแก่มากเ้าค่ะวันหน้าให้ข้ามาอุดหนุนท่านบ้างนะเ้าคะ”
“ยินดี ๆ จิ่งซาเ้าพาพวกเขาไปเลือกชุดในร้านเลย เลือกได้หมดชอบชุดไหนก็เอากลับไปได้เลย”
หลินอี้เหยาจูงเด็กน้อยสองคนเข้าไปด้านใน แม้จะได้รับอนุญาตให้เลือกชุดดีมากแค่ไหนก็ตามแต่เมื่อได้มาฟรี ๆ ก็ไม่ควรจะโลภเกินไปเขาหยิบยื่นให้ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะเลือกของแพงเสมอไป
นางเลือกชุดของตัวเองเป็ผ้าเนื้อหยาบหนึ่งชุดและผ้าเนื้อดีอีกหนึ่งชุดของเด็กทั้งสองก็เช่นกัน ซึ่งเถ้าแก่ร้านก็พอใจในความรู้กาลเทศะของพวกนางแม่ลูกมาก
ก่อนออกจากร้าน นางขอแลกเงินที่ได้มาสองตำลึงทองเป็ตำลึงเงินสิบห้าตำลึงเงิน ส่วนที่เหลือแลกเป็เงินอีแปะทั้งหมดอีกห้าพันอีแปะเพราะน่าจะหยิบใช้ง่ายกว่า
ทั้งสามคนพากันเดินมาซื้อซาลาเปาจำนวนสิบลูก แบ่งไปฝากให้บ้านต้วนสี่ลูกและของพวกนางอีกหกลูก ซื้อถังหูลู่อีกคนละไม้ เดินกินกันไปสามคนอย่างเอร็ดอร่อย
สำหรับหลินอี้เหยา นางดูซีรีส์มาหลายเื่ และทุกเื่จะต้องมีถังหูลู่วันนี้นางก็ได้ลิ้มลองแล้ว และก็ต้องหน้าเหยเกเมื่อััแรกหวานแสบไส้ััต่อมาคือเปรี้ยวจี๊ด และนางก็ไม่ชอบผลไม้เปรี้ยวทุกชนิด
แต่เด็กน้อยทั้งสองของนางดูเหมือนจะชอบมากเพราะพวกเขากินไปก็ยิ้มไปจนแก้มตุ่ย
สามแม่ลูกเดินกินขนมและซื้อของจำเป็ เช่นไหที่จะนำไปใส่เครื่องปรุงรสแทนการใส่ขวดอย่างตอนนี้เพราะเกิดวันดีคืนดี มีใครโผล่เข้ามาในบ้าน ี้เีหาข้ออ้าง
เมื่อเดินเล่นจนพอใจก็พากันไปรอยังจุดจอดเกวียนไม่นานต้วนเหอก็เดินทางมาถึง
“ขอบคุณพี่เหอกับพี่หนิงมากเ้าค่ะที่อุตส่าห์กลับมารับพวกข้าอีกครั้ง”นางเอ่ยขอบคุณขณะนั่งอยู่บนเกวียนที่คราวนี้มีต้วนหนิงนั่งมาเป็เพื่อนด้วย
“ไม่เป็ไร ถ้าเราไม่มารับแล้วพวกเ้าแม่ลูกจะกลับยังไงกันว่าแต่ไปทำยังไงถึงเกิดเื่ขึ้นโรงขึ้นศาลได้” ต้วนหนิงถามด้วยความเป็ห่วง
นางเล่าเื่นี้ซ้ำอีกเป็ครั้งที่สามของวันแล้ว แต่ครั้งนี้นางยินดีจะเล่าเพราะรับรู้ได้ถึงความเป็ห่วงของเพื่อนบ้านอย่างต้วนหนิง
“โถ เสี่ยวชุน เจ็บมากหรือไม่”นางลูบแขนลูบขาเสี่ยวชุนเพื่อหาร่องรอยาเ็
พวกเขาสองสามีภรรยาไม่มีลูก จึงเอ็นดูเด็กน้อยสองคนมากเป็พิเศษ
“ไม่เป็ไรขอรับท่านป้า เสี่ยวชุนไม่เจ็บ”
“เสี่ยวเฉิงก็ม่ายเจ็บ” เ้าตัวเล็กไม่มีใครถาม แต่อยากบอก จึงเอ่ยขึ้นบ้าง
เรียกเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดูจากต้วนหนิงได้ไม่น้อยเลย
“ไม่เจ็บก็ดีแล้วนะเสี่ยวชุน เสี่ยวเฉิง”
“ข้ามีซาลาเปามาฝากพวกท่านด้วยเ้าค่ะ แล้วนี่เป็ผ้าที่ข้าซื้อมาจากร้านให้พี่หนิงเอาไว้ตัดเสื้อนะเ้าคะ”
ก่อนออกจากร้าน นางอุดหนุนผ้าเนื้อกลางมาหนึ่งพับเพื่อนำมามอบเป็น้ำใจให้บ้านต้วน ซึ่งก็ไม่ได้แพงอะไรเพราะเถ้าแก่ลดราคาให้อีกเช่นกัน
“อาเหยา เ้าให้พวกเรามากเกินไปแล้ว ไม่ต้องหรอก เก็บไว้ตัดชุดให้สองคนนี่เถอะ”ต้วนหนิงรู้สึกเกรงใจมาก
“พี่หนิงรับไปเถอะเ้าค่ะ ข้านับถือพวกท่านเหมือนพี่น้อง หากไม่รับครั้งนี้ข้าก็ไม่กล้ารบกวนพวกท่านแล้ว” นางใช้มุขเดิมมาขู่
และมันก็ได้ผล
“เฮ้อ เ้านี่นะ เอาเถอะข้ารับไว้ ขอบใจพวกเ้ามาก”
“อ๊ะ ๆ ห้ามลดราคาค่าเดินทางเด็ดขาดเ้าค่ะ พวกท่านต้องไปกลับเสียเวลาท่านแล้ว ขอให้ข้าได้จ่ายเถอะเ้าค่ะ”
“เก็บเงินเอาไว้เถอะ พวกเ้าจะสร้างบ้านใหม่ไม่ใช่หรือ ต้องใช้อีกมากอีกอย่างก็ไม่ลำบากอะไร แค่ที่เ้าให้มาก็มากกว่าค่ารถแล้ว ไม่ต้องเกรงใจ”ต้วนเหอกล่าวขึ้น
“ใช่แล้ว ท่านพี่พูดถูก เอาตามนี้แหละอาเหยา”
สุดท้ายต่างคนก็ต่างยอมรับในน้ำใจซึ่งกันและกันอีกทั้งยังนับถือกันเป็พี่ชายน้องสาวไปอีกด้วย
นับเป็มิตรภาพแรกในชีวิตใหม่ของนางเลยทีเดียว