กลุ่มขนาดใหญ่นี้มีผู้ชาย 15 คน ผู้หญิง 10 คน ทุกคนสวมหนังหมีสีฟ้าเพื่อป้องกันความหนาวเย็นและหิมะที่กัดกร่อนที่ตกลงมาอยู่ตลอดเวลา
ชายผู้ที่เดินนำหน้าสุดได้ยกมือขึ้น ทำให้ทุกคนในกลุ่มหยุดทั้งหมดและเตรียมตัวพร้อมที่จะต่อสู้
“มีรอยเลือดข้างหน้า”
พอได้ยินเสียงดังนี้ทำให้ทุกคนจัดกระบวนการสู้รบเพราะว่าดินแดนน้ำแข็งแห่งนี้มีชื่อว่า ดินแดนน้ำแข็งแห่งความตาย อยู่ทางตอนใต้ของดวงดาวเคอเซอร์ อยู่นอกอาณาจักรอาบูโนะ
ที่เรียกว่าดินแดนน้ำแข็งแห่งความตายเพราะว่า หิมะกัดกร่อนทำให้ลมปราณที่ปกคลุมร่างกายนั้นแตกกระจายพอเลือดเนื้อโดนหิมะจะทำให้ร่างกายกลายเป็นน้ำแข็งก่อนจะลามไปทั่วร่างกาย
สัมผัสวิญญาณในดินแดนแห่งนี้ถูกปิดกั้นทำให้ต้องใช้ตาของตนเองเท่านั้น สัตว์อสูรในดินแดงน้ำแข็งแห่งความตายมีความสามารถในการมองเห็นผ่านหิมะและซุ่มโจมตีพวกนักเดินทาง
สัตว์อสูรที่อยู่ที่แห่งนี้มีระดับตั้งแต่อสูรเริ่มต้นจนถึงระดับราชันอสูร และพวกสัตว์อสูรมีความได้เปรียบในพื้นที่ทำให้กลุ่มนักเดินทางนี้ลำบากมาก
ตรงที่มีรอยเลือดคือมีสัตว์อสูร 2 ตัวต่อสู้กันและเพื่อกินอีกฝ่าย สภาพแวดล้อมเป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปีทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารไม่ออกดอกออกผล
สัตว์อสูรภายในดินแดนน้ำแข็งแห่งความตายมีเยอะและกำลังจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ พอขาดอาหารจึงหันมากินเผ่าอื่นที่ไม่ใช้เผ่าตนเอง
หลังจากรอสักพักหนึ่งไม่มีสัตว์อสูรโผล่ออกมา หัวหน้านักเดินทางจึงพูดขึ้นมา
“มิดโฮ ตรวจสอบว่ามีสัตว์อสูรใกล้ ๆ ไหม”
ผู้หญิงในกลุ่มคนหนึ่งวิ่งมาตรงหัวหน้านักเดินทางและร่ายเวท วงแหวนเวทมนตร์ปรากฏขึ้นกลางอากาศและแตกกระจายกลายเป็นคลื่นที่มองไม่เห็นพุ่งไปทั่วทุกทิศทาง
มิดโฮหลับตาเพื่อความแน่ใจและตอบหัวหน้ากลุ่มนักเดินทางว่า
“ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตค่ะ”
ทุกคนในกลุ่มได้ยินคำตอบที่น่าพอใจก่อนจะถอนหายใจกัน หัวหน้านักเดินทางกลุ่มก็พลอยถอนหายใจเพราะว่ากลุ่มของพวกเขาแต่เดิมมี100-150คนก่อนเข้ามาดินแดนน้ำแข็งแห่งความตาย
ทุกคนในกลุ่ม มีระดับจอมนักรบและจอมเวท 50 คนและที่เหลือเป็นระดับปรมาจารย์ ถ้าเป็นด้านนอกคนกลุ่มนี้มีขนาดใหญ่มาก ตอนนี้เหลือจอมนักรบและจอมเวททั้งหมด
กลุ่มของพวกเขาเจอกับหนอนหิมะอำพรางตัวใต้หิมะและเปิดปากรอกินเหยื่อที่เดินไปตรงปากของมัน หนอนหิมะกินเหยื่อรวดเร็วมากจนไม่มีเวลาให้พวกเขาช่วยเหลือคนอื่น
พอพวกเขาจะช่วยเหลือปรากฏตัวผิวหนังของหนอนหิมะหนามาก อาวุธธรรมดาไม่สามารถแทงทะลุผ่านชั้นผิวหนังไปได้ถ้าไม่ได้ฝึกฝนเส้นทางประเภทเจาะเกราะไม่มีโอกาสที่จะฟันทะลุผิวหนังหนอนหิมะได้
หนอนหิมะมีความสามารถซ่อนพลังชีวิตของตนเอง ทำให้ตรวจสอบได้ยากมาก หนอนหิมะไม่มีตา มีแค่ปากขนาดใหญ่วิธีรอดจากมันคือเดินโดยที่ไม่ทำให้หิมะยุบลงพื้นดิน
ต่อมาคือนกอินทรีน้ำแข็ง นกอินทรีน้ำแข็งอยู่รวมกันเป็นกลุ่มประมาณ1000-2000 ตัว ถึงระดับนกอินทรีน้ำแข็งส่วนใหญ่จะมีระดับอสูรเริ่มต้นและอสูรระดับกลาง
แต่ทว่านกอินทรีน้ำแข็งเจ้าเล่ห์มาก พวกมันให้ตัวระดับล่าง ๆ โจมตีก่อนและตัวระดับหัวหน้าค่อยใช้กรงเล็บอันแหลมคมที่สามารถจิกเหล็กให้ทะลุได้
พวกตัวระดับหัวหน้าจัดการใช้กรงเล็บจิกหัวสมอง หัวใจหรือใช้ปากจะงอยยาวที่แหลม แทงเครื่องในและกัดกินตรงนั้น
พอคนมีตายจำนวนมากพวกนกอินทรีน้ำแข็งจะใช้กรงเล็บดึงศพกลับรังของพวกมันเพื่อให้ลูกนกน้อย ๆ ได้กินเนื้อมนุษย์สด ๆ กลุ่มนักเดินทางกลุ่มนี้เสียคนไปให้กับนกอินทรีน้ำแข็งเยอะมาก
การเดินทางในดินแดนน้ำแข็งแห่งความตายนั้นไม่มีบันทึกอะไรเพราะว่าผู้คนที่เข้ามาในดินแดนน้ำแข็งแห่งความตายไม่เคยได้เหลือรอดกลับไป
ทุกคนในกลุ่มรู้ว่าการเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ มีโอกาส 9 ส่วนตาย 1 ส่วนรอดที่พวกเขาเข้ามาเพราะว่าภารกิจของสมาคมนักผจญภัยที่แสนจะเย้ายวนใจ
ภารกิจบอกว่าให้นำสิ่งของบางอย่างจากดินแดนน้ำแข็งแห่งความตายกลับมาเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าคืออะไร
รางวัลคือพื้นที่ดันเจี้ยนส่วนตัวและอาวุธระดับตำนาน
มีปาร์ตี้นักผจญภัยรับภารกิจสูงมากเพราะว่าไม่กำจัดจำนวนกลุ่มหรือคน ที่กำจัดคือต้องระดับพลังปรมาจารย์เท่านั้น
ดันเจี้ยนส่วนตัวคือดันเจี้ยนที่มีผู้ผ่านการทดสอบและทำข้อตกลงกับวิญญาณดันเจี้ยนว่าจะให้คนของเขาเข้าดันเจี้ยนได้แค่กลุ่มเดียว กลุ่มอื่นจะไม่สามารถเข้าดันเจี้ยนได้
เท่ากับว่ากลุ่มนั้นสามารถครอบครองทรัพยากรที่ไม่จำกัดและคนอื่นไม่สามารถเอาไปได้
แต่การจะทำข้อตกลงนั้นยากมากเพราะวิญญาณดันเจี้ยนทุกตัวมีศักดิ์ศรีเป็นของตัวเองไม่ยอมอยู่รวมกับผู้คน
ดันเจี้ยนที่ทำข้อตกลงก็สามารถสั่งให้กลุ่มที่ทำข้อตกลงไปหาสิ่งของมาพัฒนาดันเจี้ยนหรือทำตามที่วิญญาณดันเจี้ยนสั่งได้
เท่ากับวิน วินทั้ง 2 ฝ่ายแต่ทว่ายากมาก ๆ ที่จะได้ครอบครองดันเจี้ยนเพราะตั้งแต่ที่บันทึกมา มีดันเจี้ยนที่ทำข้อตกลงแค่ 20 แห่งเท่านั้น
มีทั้งหมดดังนี้
ศาสนาแห่งแสงครอบครอง 5 แห่ง อาณาจักรพูยอนครอบครอง 3 แห่ง
อาณาจักรโดฮาครอบครอง 3 แห่ง อาณาจักรซาราโนครอบครอง 3 แห่ง
อาณาจักรยะเซ็นครอบครอง 2 แห่ง และสุดท้ายสมาคมนักผจญภัยครองครอง 4 แห่ง
อาณาจักรอาบูโนะไม่รู้เพราะอะไรไม่ได้ครองครอบดันเจี้ยนและดูท่าจะทำลายดันเจี้ยนมากกว่าครอบครองทำให้ทางทิศใต้ของดวงดาวเคอเซอร์แทบจะไม่มีดันเจี้ยน
ดันเจี้ยนที่ครอบครองคือทรัพยากรหลักของอาณาจักรทำให้แต่ละอาณาจักรได้ซ่อนดันเจี้ยนที่ตนเองครอบครองเอาไว้ คนที่รู้มีแต่คนระดับสูงเท่านั้น
ส่วนทรัพยากรหลักของอาณาจักรอาบูโนะคือ แร่สายฟ้า แร่สายฟ้ามีคุณประโยชน์หลายอย่างทำให้เป็นที่นิยมและแร่สายฟ้าเกิดง่ายแต่ทว่าการไปเอาแร่สายฟ้าไม่ง่ายจึงมีราคาแพง
เหมือนกับปูอลาสก้าที่มีราคาแพงเพราะว่าการจะหาปูอลาสก้าต้องไปเก็บที่ทะเลลึกและดำน้ำลงไป เราไม่รู้หรอกว่าในทะเลลึกมีอันตรายอะไรซ่อนอยู่มากแค่ไหน
ผู้ชายในกลุ่มนักผจญภัยที่มีแผลเป็นบนใบหน้ายาวตั้งแต่ปากจนถึงหู แขนซ้ายขาดและมีสีหน้าที่หวาดกลัวอย่างมาก พูดขึ้นมา
“อโรน เจ้าต้องอธิบายว่าพวกเราต้องเอาอะไรออกไป ถึงรางวัลจะเยอะทว่ากลุ่มของฉันเหลือแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น ถ้าเจ้าไม่มีคำอธิบายพวกฉันจะกลับกัน”
พอได้ยินเสียงผู้ที่มีแผลเป็นบนหน้าพูดขึ้น ทุกคนในกลุ่มมีสีหน้าหวาดกลัว ระแวงและโกรธขึ้น
อโรนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนักผจญภัย เห็นสีหน้าของทุกคนอโรนก็เข้าใจเพราะเขาต้องระแวงทุกฝีก้าวและหวาดกลัวว่าตนจะมีชีวิตรอดไหม
“เดน สมาคมนักผจญภัยต้องการสิ่งของจากยุคแรก”
ผู้ชายที่มีแผลเป็นบนหน้าชื่อเดน ได้ยินคำว่ายุคแรก แสดงอาการตกใจขึ้นเพราะว่ายุคแรกหรือยุคสมัยที่ถูกลืมไม่มีใครรู้ว่ายุคแรกเกิดอะไรขึ้น
แต่ทว่าสิ่งของจากยุคแรกนั้นมีพลังมหาศาลมาก สามารถเปลี่ยนให้ผู้ธรรมดาที่ไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกตนให้กลายเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในดวงดาวได้
ตำนานผู้กล้าทั้ง 10 เกิดขึ้นเพราะว่าเจออาวุธหรือวิชาจากยุคแรก ตอนแรกผู้กล้าทั้ง 10 เป็นคนที่มีพรสวรรค์ระดับธรรมดาแต่ต่อมาได้พบกับสิ่งของยุคแรกโดยบังเอิญตั้งแต่นั้นโชคชะตาของผู้กล้าทั้ง 10 ได้เปลี่ยนไปถึงสามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดและตำนานของดวงดาวแห่งนี้
สีหน้าของทุกคนจากความหวาดกลัวกลายเป็นความโลภ อโรนเห็นสีหน้าของทุกคนจึงพูดว่า
“สิ่งของในครั้งนี้ คือแก่นแท้วิญญาณธาตุดิน พวกเจ้าต้องไม่สามารถสัมผัสมันไม่งั้นจะตาย”
แม้ว่าอโรนจะพูดอย่างนั้นแต่สีหน้าของทุกคนดูเหมือนจะไม่สนใจสักเท่าไร เดนพูดขึ้นมา
“แล้วสิ่งของนั้นอยู่ที่ไหน”
สายตาของทุกคนจับจองไปที่อโรน อโรนรู้สึกถูกกดดันถ้าเขาไม่พูดคนพวกนี้จะลุ่มฆ่าเขาแม้ระดับพลังจะเหมือนกันทว่ากำลังรบไม่เท่ากัน
“เดินทางอีก 10 วันจะเจอทางเข้า”
เดนทำหน้าที่ผู้นำแทนอโรนหันไปทางทุกคนและพูดว่า
“อีก 10 วันพวกเขาจะเจอสมบัติ”
“โอออออออออ”
ทุกคนตะโกนด้วยความดีใจขึ้นมาพร้อมกับ เดนหันหาอโรนและพูดว่า
“นำทาง”
อโรนโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้และคิดในใจ
[ดีใจกันเข้าไป ถ้าไม่มีถุงมือสลายธาตุพวกเจ้าไม่มีทางจับแก่นวิญญาณดินได้]
จากบรรยากาศกลุ่มที่ห่อเหี่ยวหลังจากที่ได้ยินสิ่งของจากยุคแรกทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
กลุ่มนักผจญภัยไม่รู้ว่ามีคนเกินมา 1 คนในกลุ่มพวกเขาและพวกเขามองไม่เห็นหรือสัมผัสไม่ได้
คนที่เกินมาคือแจ๊ค แจ๊คตอนแรกกำลังเดินไปข้างหน้าปรากฏว่ามีคลื่นตรวจสอบมาจากด้านหลังจึงหยุดและไปดูผลปรากฏว่ามีคนอยู่ด้านหลังของแจ๊ค
ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรมากและไม่สนใจจึงจะเดินออกไปทันใดนั้นมีเสียงพูดคุยกันสิ่งที่น่าสนใจคือแก่นแท้วิญญาณธาตุดิน
[หู่เสวีย แก่นแท้วิญญาณธาตุดินสามารถใช้ได้ไหม]
[ได้ แก่นแท้วิญญาณธาตุดินมาพลังมากกว่าแก่นแท้ธาตุดินอีก แก่นแท้วิญญาณธาตุดินมีพลังพอ ๆ กับขอนไม้ต้นไม้ล้านต้น]
พอได้ยินว่าแก่นแท้วิญญาณธาตุดินมีพลังพอ ๆ กับขอนไม้ต้นไม้ล้านต้นแจ๊คแสดงอาการดีใจขึ้นมา
พร้อมกับจ้องมองกลุ่มคนนักผจญภัยที่กำลังจะเดินทางตามหาแก่นแท้วิญญาณธาตุดิน
แจ๊คคิดอะไรได้และมีรอยยิ้มที่ชั่วร้ายโผล่บนใบหน้าหลังหน้ากาก
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................