"แล้วทางทิศเหนือล่ะ? แถว 'วัดเขาสุกิม'?"
ชายคนเดิมถามต่อ
ทันทีที่ชื่อสถานที่นี้หลุดออกมา วงสนทนาที่เคยเสียงดังพลันเงียบลงไปครู่หนึ่ง
บรรยากาศรอบโต๊ะเย็นยะเยือกลงอย่างประหลาด ก่อนจะมีคนตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"อย่าไปยุ่งแถวนั้นดีกว่าพี่... เชื่อผม"
ชายหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกพูดเสียงกระซิบ
"เมื่อบ่ายมีปาร์ตี้หนึ่งลองของเข้าไป... กลับออกมาได้แค่คนเดียว แถมสติแตกไปแล้ว เห็นบอกว่าเจอ 'เงาทมิฬ' อะไรสักอย่าง ตัวใหญ่กว่ารถสิบล้อ วิ่งเร็วเหมือนลม แถมพวกหมาป่าแถวนั้นดุฉิบหาย กัดเกราะเหล็กทะลุเลยนะเว้ย"
"จริงเหรอวะ... งั้นพวกเราหากินแถวชายป่าใกล้ๆ นี่แหละ ปลอดภัยไว้ก่อน คุ้มกว่าเยอะ"
อคินวางช้อนลง เสียงกระทบจานเบาๆ แทบไม่ได้ยินท่ามกลางเสียงจอแจ
แต่มุมปากของเขากระตุกยิ้ม... รอยยิ้มของนักล่าที่ได้กลิ่นเลือด
เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบแผนที่ทำมือยับยู่ยี่ออกมาคลี่บนโต๊ะ
ปากกาสีแดงในมือขีดกากบาททับพื้นที่ 'สวนสน' และ 'ชายฝั่ง' อย่างไม่ลังเล
ก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนพื้นที่โซน 'เขาสุกิม' และรอยต่อจันทบุรี แล้ววงกลมสีแดงหนาๆ ล้อมรอบมันไว้
ติ๊ง!
หน้าต่างระบบเด้งขึ้นมาตรงหน้า ทับซ้อนกับแผนที่
[คิดจะทำอะไรแผลงๆ อีกล่ะสิ? ]
อคินหัวเราะในลำคอ เขาใช้นิ้วเคาะเบาๆ ที่หน้าจอโฮโลแกรมราวกับกำลังหยอกล้อกับเพื่อนสนิท
"พวกนั้นบอกว่าอันตราย..."
เขากระซิบตอบเบาๆ
สายตาจับจ้องไปที่วงกลมสีแดงบนแผนที่ แววตาเป็นประกายวาวโรจน์
"นั่นแปลว่าที่นั่นยังมี 'เหยื่อ' เหลืออยู่เพียบ... และไม่มีใครไปแย่งเราด้วย"
เขาพับแผนที่เก็บ ตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากแล้วลุกขึ้นยืน พอดีกับที่แก๊งสี่ขากินอิ่มและเดินมาคลอเคลียที่ขาของเขา
"ไปกันเถอะทุกคน..."
อคินกระชับสายสะพายดาบ จัดแจงสนับแขนให้เข้าที่
แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากชายหนุ่มผู้หิวโหย กลายเป็นเพชฌฆาตที่พร้อมออกล่า
"คืนนี้เราจะไปเดินเล่นแถวเขาสุกิมกัน... ไปดูหน้าเจ้า 'เงาทมิฬ' นั่นหน่อย ว่ามันจะแน่สักแค่ไหน หรือจะเป็นแค่หมูในอวยให้พวกเราเก็บเวล"
"โฮ่ง!"
โบ้เห่าตอบรับเสียงทุ้มลึก หางชี้ตรงอย่างตื่นตัว
ส่วนส้มซ่ากระโดดขึ้นมาเกาะไหล่อคินอย่างคล่องแคล่ว
ดวงตาสีเหลืองอำพันของมันวาวโรจน์ในความมืด สะท้อนแสงไฟวูบวาบราวกับจะบอกว่า 'จัดไป อย่าให้เสีย'
อคินเดินออกจากโรงอาหาร สวนทางกับกลุ่มนักผจญภัยที่กำลังหัวเราะร่าเริง
ทิ้งความอบอุ่น ความปลอดภัย และแสงสว่างไว้เบื้องหลัง
ก้าวเท้าเข้าสู่ความมืดมิดของป่าทิศเหนือ... ดินแดนที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายในยามวิกาล แต่สำหรับเขา... มันคือสนามเด็กเล่น
...
ป่าดิบชื้นแถบเขาลูกช้างต้อนรับพวกเขาด้วยความมืดที่หนาทึบกว่าเดิม ราวกับหลุดเข้ามาอยู่อีกมิติหนึ่ง
เสียงจิ้งหรีดเรไรที่เคยดังระงมเงียบหายไปอย่างน่าขนลุก
แทนที่ด้วยเสียงใบไม้เสียดสีกัน แกรก... กราก... และเสียงลมหายใจฟืดฟาดที่ดังมาจากพุ่มไม้ดงหนาม
กลิ่นสาบสางรุนแรงลอยคละคลุ้งจนแสบจมูก
อคินหยุดเดิน ยกมือขวาขึ้นเป็นสัญญาณให้ปาร์ตี้หยุดเคลื่อนไหว
เบื้องหน้าของเขา ห่างออกไปไม่ถึงยี่สิบเมตร
คือเงาตะคุ่มขนาดมหึมาที่เคลื่อนที่ผ่านแมกไม้
แสงจันทร์รำไรส่องลอดใบไม้ลงมากระทบผิวหนังที่ขรุขระ
ไม่ใช่แค่หนึ่ง... แต่มีถึงสาม
[หมูป่าเขี้ยวศิลา เลเวล 35]
ตัวเลขสีแดงลอยเด่นอยู่เหนือหัวพวกมัน ขนาดของมันใหญ่พอๆ กับรถอีแต๋น
ผิวหนังไม่ใช่แค่ขนหยาบ แต่มีแผ่นหินปูนสีเทาซีดงอกออกมาปกคลุมไหล่และหลังซ้อนทับกันเหมือนชุดเกราะธรรมชาติ
เขี้ยวโง้งยาวเฟื้อยที่ปากสะท้อนแสงวาววับดูอันตราย
"ตัวใหญ่กว่าที่คิดแฮะ..."
อคินพึมพำ เหงื่อเย็นๆ ซึมที่ฝ่ามือ เขาปลดโล่ทรงว่าวออกจากหลังมากระชับในมือซ้าย ดาบในมือขวาตั้งท่าเตรียมพร้อม
ติ๊ง!
[คำแนะนำ... ผิวหนังหนาเกินกว่าการโจมตีปกติจะเจาะเข้า ต้องโจมตีจุดอ่อน หรือใช้แรงกระแทกหนักๆ ทำให้เสียหลัก... อย่าตายนะเข้าใจไหม!]
"รับทราบ!"
อคินสูดหายใจลึก ปรับโฟกัสสายตาไปที่ศัตรู
"โบ้! แทงค์!"
สิ้นคำสั่ง เจ้าหมาพันทางพุ่งทะยานออกไปดุจลูกธนู ไม่ใช่เพื่อกัด แต่เพื่อ ปะทะ
ร่างกายกำยำของมันเรืองแสงสีเงินจางๆ ขึ้นมาวูบหนึ่ง
หมูป่าตัวแรกเห็นผู้บุกรุก มันส่งเสียงคำราม กรรรร! แล้วพุ่งสวนเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับรถบรรทุกเบรกแตก
เขี้ยวโง้งยาวหมายจะขวิดร่างสุนัขให้ไส้ไหล
แต่ในจังหวะปะทะ โบ้หมุนตัวกลางอากาศอย่างคล่องแคล่วเหลือเชื่อ
มันหัน 'หลัง' ที่มีโล่เหล็กขนาดเล็กมัดติดอยู่ให้ศัตรู
ตึงงงง!
เสียงกระแทกหนักหน่วงดังสนั่นป่า
เขี้ยวหมูป่าชนเข้ากับโล่และแผ่นหลังที่แข็งแกร่งดั่งภูผาของโบ้อย่างจัง
แรงปะทะรุนแรงจนต้นไม้รอบข้างสั่นสะเทือน หมูป่าตัวมหึมาถึงกับชะงักงัน สะบัดหัวไปมาด้วยความมึนงง
นี่คือยุทธวิธีใหม่ที่โบ้คิดขึ้นมาเอง...
"ตอนนี้แหละ! จัดการ!"
เงาสีส้มและสีเทาพุ่งวาบออกมาจากความมืดด้านข้าง เร็วจนสายตามองตามแทบไม่ทัน
ส้มซ่ากระโจนลอยตัวขึ้นไปบนอากาศ ท่าทางสง่างามดุจพยัคฆ์ร้าย
มันร่อนลงเกาะบนหลังหมูป่าที่กำลังมึนงง กรงเล็บเหล็กที่อุ้งเท้าขวายืดออกมาสะท้อนแสงจันทร์วาววับ
ก่อนจะตวัดฉับลงที่หลังคอ... จุดเดียวที่ไร้เกล็ดหินปกคลุม
ฉัวะ!
เลือดสีแดงคล้ำพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ
ส้มซ่าดีดตัวออกทันทีที่โจมตีเสร็จ ตีลังกากลางอากาศลงมายืนพื้นอย่างสวยงาม
รวดเร็วและแม่นยำราวกับนักฆ่ามืออาชีพ
อีกด้านหนึ่ง ปลาเผาใช้ความตัวเล็กมุดเข้าใต้ท้องหมูป่าตัวที่สองที่กำลังจะวิ่งเข้ามาช่วยเพื่อน
กรงเล็บคมกริบของมันกรีดเข้าที่เส้นเอ็นขาหลังอย่างโหดเหี้ยม
เอี๊ยดดด!
หมูป่าร้องลั่น ขาหลังทรุดฮวบลงกับพื้น ล้มทั้งยืน
"กรรรร!"
หมูป่าตัวที่สามเห็นเพื่อนเสียท่า มันเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งตรงมาที่ตัวการใหญ่... อคิน
ดวงตาสีแดงก่ำของมันจ้องมองเขาด้วยความอาฆาต เสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำพื้นดินจนสะเทือนเข้ามาใกล้
"เข้ามา!"
อคินกัดฟันกรอด กระทืบเท้าซ้ายไปข้างหน้าเพื่อสร้างฐานที่มั่นคง
เกร็งแขนซ้ายยกโล่ขึ้นรับแรงปะทะ แสงสีฟ้าจางๆ จากพลังเวทในร่างไหลไปรวมที่แขนโดยสัญชาตญาณ
เปรี้ยง!
แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้แขนของเขาชาหนึบไปถึงหัวไหล่
ร่างกายไถลครูดไปกับพื้นดินเป็นทางยาวเกือบสองเมตร ฝุ่นตลบอบอวล แต่เขายังยืนหยัดอยู่ได้ ไม่ล้ม
ดวงตาของชายหนุ่มจ้องเขม็งไปที่ช่องว่างระหว่างเกราะหินที่หน้าอกของมัน... จุดตาย
"บัวลอย!"
บนกิ่งไม้เหนือศีรษะ แมวสีขาวปลอดจ้องมองลงมาด้วยดวงตาเรืองแสงสีม่วงลึกลับ
เงาของกิ่งไม้ที่ทอดลงบนพื้นดินใต้เท้าหมูป่าพลันบิดเบี้ยวและยืดขยายออกราวกับมีชีวิต
" [เงาพันธนาการ] !"
เงาสีดำพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน รัดขาหลังและลำตัวของหมูป่าตัวนั้นตรึงไว้กับที่
มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งแต่ไม่อาจหลุดพ้นจากเงาที่เหนียวหนึบ
"โอกาสทองมาแล้ว!"
อคินคำรามลั่น พลิกตัวหลบเขี้ยวที่พยายามฉกกัด แล้วแทงดาบในมือขวาสวนเข้าไปที่ซอกคอหมูป่าจนมิดด้าม
ฉึก!
ร่างมหึมากระตุกเกร็งรุนแรงสองสามครั้ง เลือดทะลักออกจากปาก ก่อนที่มันจะค่อยๆ ทรุดตัวลงและแน่นิ่งไป
อคินหอบหายใจหนักหน่วง แขนซ้ายยังสั่นระริกจากแรงปะทะ
ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาแต่เขากลับรู้สึกดี... มันคือความเจ็บปวดที่ยืนยันว่าเขายังมีชีวิต
รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าเปื้อนฝุ่น
"สุดยอด..."
เขาหันไปมองเหล่าสมาชิกปาร์ตี้ที่มารวมตัวกันรอบๆ ซากหมูป่า
"พวกนายเก่งขึ้นเยอะเลยนี่นา จังหวะเป๊ะมาก!"
เขาเอื้อมมือไปเกาพุงเจ้าโบ้ที่วิ่งกลับมาหาหางกระดิก และลูบหัวส้มซ่าที่กำลังเลียทำความสะอาดกรงเล็บ
อคินหยิบถุงมิติออกมาจากกระเป๋ากางเกง
เขาวาดมือเรียกหน้าต่างช่องเก็บของขึ้นมา แสงสีฟ้าสแกนร่างหมูป่ายักษ์ทั้งสามตัว
ก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นแสงและถูกดูดเข้าไปในมิติเก็บของ
ติ๊ง!
[เก็บกวาดเรียบร้อย... แต่ระวังหน่อย พื้นที่เก็บของใกล้เต็มแล้วนะ อย่าโลภมากล่ะ]
"รู้แล้วน่า เดี๋ยวกลับไปจัดการที่ค่าย" อคินตอบกลับหน้าจอระบบอย่างอารมณ์ดี
เขามองดูเวลาที่มุมขวาบน
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 06:45:12]
"เหลือเวลาอีกบานเบอะ..."
อคินกระชับดาบมั่น ดวงตามองลึกเข้าไปในป่าทึบที่ยังคงเต็มไปด้วยเสียงคำรามแว่วมาตามลม
เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมเขาถึงมีเวลาแค่ 8 ชั่วโมงต่อคืน หรือทำไมสกิลของเขาถึงทำงานได้ดีขนาดนี้
รู้แค่ว่า... คืนนี้ยังอีกยาวไกล และการล่าเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
"ไปต่อกันเถอะ... เป้าหมายต่อไป 'เจ้าเงาทมิฬ' รอเราอยู่"
กลิ่นคาวเลือดของหมูป่ายังไม่ทันจางหาย ป่าดิบชื้นก็ส่งคำท้าทายระลอกใหม่มาให้พวกเขา
หลังจากเดินลัดเลาะผ่านแนวป่าไผ่หนาทึบเข้ามาลึกกว่าเดิม
แสงจันทร์ที่เคยส่องถึงพื้นดินก็ถูกเรือนยอดไม้บดบังจนเกือบมิด
อคินหยุดฝีเท้าลงกะทันหันเมื่อสัมผัสได้ถึง 'สายตา' ที่จ้องมองมาจากความมืดเบื้องหน้า
มันไม่ใช่สายตาที่ดุดันบ้าคลั่งแบบหมูป่า แต่เป็นสายตาที่เยือกเย็น อำมหิต และทำงานเป็นทีม
วูบ... วูบ... วูบ...
ดวงตาสีแดงก่ำสามคู่ปรากฏขึ้นลอยเด่นอยู่เหนือพงหญ้าคา
รูปร่างปราดเปรียวสีดำสนิทค่อยๆ แยกตัวออกจากเงามืด
ขนของพวกมันดำขลับจนแทบจะกลืนไปกับรัตติกาล หากไม่ได้เห็นเขี้ยวสีขาวที่แยกยิงฟันและน้ำลายที่หยดลงพื้น
ติ๊ง!
[หมาป่าทมิฬ เลเวบ 38]
[คำเตือน พวกนี้เร็วกว่าหมูป่า 3 เท่า... ระวังหลังด้วย อย่าให้พวกมันอ้อมกัด!]
"เข้าใจแล้ว..."
อคินกระชับดาบแน่น เหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมผ่านไรผม
"งานหินมาแล้วทุกคน... ตั้งขบวน!"
ทันทีที่สิ้นเสียง หมาป่าตัวกลางก็ส่งเสียงเห่าหอนโหยหวน ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน
"โบ้! บล็อค!"
เจ้าหมาพันทางพุ่งตัวเข้าไปขวางวิถีวิ่งของจ่าฝูงหมาป่า
มันย่อตัวลงต่ำ ใช้ไหล่และโล่กระแทกเข้าที่ช่วงอกของศัตรู
แต่หมาป่าทมิฬนั้นเจ้าเล่ห์กว่าหมูป่า มันเบี่ยงตัวหลบแรงปะทะแล้วตวัดกรงเล็บใส่สีข้างของโบ้
แคว่ก!
เสียงเกราะหนังสุนัขฉีกขาด โบ้ร้องเอึ๋งเบาๆ แต่ไม่ยอมถอย มันสะบัดหัวแล้วงับเข้าที่ขาหน้าของหมาป่าเพื่อตรึงไว้
"ปลาเผา! ส้มซ่า! จัดการปีกซ้ายขวา!"
ในขณะที่โบ้ตรึงตัวหัวหน้า ส้มซ่าและปลาเผาก็แยกย้ายกันรับมือลูกสมุนอีกสองตัว
ส้มซ่าใช้ความคล่องตัวกระโดดไต่ไปตามต้นไม้ หลบคมเขี้ยวของหมาป่าตัวซ้าย
แล้วทิ้งตัวลงมาใช้กรงเล็บตะปบเข้าที่ดวงตาของมันจนเลือดสาด
ส่วนปลาเผาใช้วิธีที่เงียบเชียบกว่า มันอาศัยจังหวะที่หมาป่าตัวขวากระโจนเข้าหาอคิน
มุดตัวผ่านใต้หว่างขาแล้วใช้สกิล [กรงเล็บฉีกกระชาก] กรีดข้อเท้าหลังจนศัตรูเสียหลักหน้าทิ่ม
"เสร็จฉันล่ะ!"
อคินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขาพุ่งตัวผ่านวงล้อมเข้าไปหาตัวจ่าฝูงที่กำลังสะบัดโบ้หลุด ดาบในมือขวาเปล่งแสงสีฟ้าสว่างวาบ
"ย้ากกก!"
คมดาบตวัดตัดผ่านอากาศ เสียบทะลุคอหอยของหมาป่าทมิฬอย่างแม่นยำ เลือดสีดำพุ่งกระฉูดรดใบหน้าของเขา
เมื่อจ่าฝูงล้มลง อีกสองตัวที่บาดเจ็บก็เสียขวัญและพยายามจะหนี
แต่พวกมันช้ากว่า 'บัวลอย' ที่ดักรออยู่บนกิ่งไม้ เงาสีดำพุ่งลงมารัดคอพวกมันไว้แน่น
เปิดโอกาสให้อคินตามไปปิดบัญชีได้อย่างรวดเร็ว
...
เวลาล่วงเลยไปจนดึกสงัด
อคินยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางซากศพของหมาป่าทมิฬทั้งสามตัว
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและคราบเลือดของมอนสเตอร์ และชุดเกราะหนังที่เริ่มมีรอยฉีกขาด จนแทบจะใช้การไม่ได้
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:58:10]
[ขณะนี้เวลา: 02:02 น. รีบกลับได้แล้ว]
"ตีสองแล้วเหรอเนี่ย..."
อคินปาดเหงื่อที่หน้าผาก พลางมองดูนาฬิกานับถอยหลัง
"เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ"
เขาจัดการเก็บร่างหมาป่าทั้งสามตัวเข้ากระเป๋ามิติอย่างรวดเร็ว ช่องเก็บของตอนนี้แทบจะไม่มีที่ว่างเหลือแล้ว
"กลับฐานกันพวกเรา วันนี้ได้ของดีเพียบ!"
...
บรรยากาศในค่ายประตูระยองตอนตีสองเงียบสงัด
ต่างจากหัวค่ำลิบลับ แสงไฟส่วนใหญ่ดับลงแล้ว
เหลือเพียงแสงจากคบเพลิงตามจุดตรวจการณ์
อคินเดินลากสังขารที่เริ่มหนักอึ้งกลับมาที่ทางเข้าโซนคลังสินค้า
เขาตรงดิ่งไปที่จุดรับซื้อซากอสูรที่เคยเล็งไว้เมื่อวันก่อน
แต่สิ่งที่พบคือความว่างเปล่า
"อ้าว..."
อคินยืนงงอยู่หน้าโต๊ะที่ว่างเปล่า
"เฮ้ย! พ่อหนุ่ม!"
เสียงเรียกดังมาจากป้อมยามข้างๆ ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบอาสาสมัครเดินออกมาพร้อมไฟฉาย
"มาทำอะไรดึกดื่นป่านนี้?"
"ผมเอาซากหมูป่ากับหมาป่ามาส่งครับลุง"
อคินตบกระเป๋าข้างเอว
"แต่ทำไมคนรับของไม่อยู่แล้วล่ะครับ? ปกติเปิด 24 ชั่วโมงไม่ใช่เหรอ?"
ยามหัวเราะเบาๆ
"ตกข่าวล่ะสิเอ็ง เขาเปลี่ยนระบบใหม่แล้วไอ้หนุ่ม ตั้งแต่เมื่อเย็นนี้เอง ทางการเขาประกาศให้ไปส่งที่ 'สำนักงานนักผจญภัย' ที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ตรงโซนกลางโน่น"
"สำนักงานนักผจญภัย?"
"ใช่... เขาจะจัดระบบแรงค์กิ้งแล้ว เพื่อความเป็นระเบียบ"
ยามชี้มือไปทางอาคารไม้หลังใหญ่ที่มืดสนิท
"แต่ตอนนี้ปิดแล้ว เปิดแปดโมงเช้าถึงสองทุ่มเท่านั้นแหละ"
"อ้าว... แล้วของพวกนี้ล่ะครับ?"
อคินทำหน้ายุ่งยากใจ
"ถ้าเก็บไว้ข้ามคืนมันจะไม่เน่าเหรอครับ?"
"เอ็งมีกระเป๋ามิติไม่ใช่เรอะ?"
ยามเลิกคิ้วมองกระเป๋าคาดเอวของอคิน
"ของอยู่ในนั้นเวลามันหยุดเดิน เก็บไว้อีกปีก็ไม่เน่าหรอก กลับไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยเอามาแลก เชื่อลุง"
อคินถอนหายใจยาว แต่ก็พยักหน้ารับ
"งั้นเหรอครับ... ขอบคุณครับลุง"
...
อคินเดินกลับมาถึงบ้านต้นไม้ด้วยความอ่อนล้าที่เริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ
ราวกับแบตเตอรี่ที่ใกล้หมด
เขาลากตัวเองปีนบันไดเชือกขึ้นไปบนบ้าน ล้มตัวลงนั่งพิงผนังไม้ด้วยความโล่งใจ
แสงจันทร์ส่องลอดหน้าต่างเข้ามา เห็นเจ้าโบ้เดินไปนอนขดตัวที่มุมห้อง
ส่วนแก๊งแมวสามสีก็กระโดดขึ้นไปจับจองพื้นที่บนคอนคอนโดแมวที่ทำจากกิ่งไม้
อคินค่อยๆ ปลดสายรัดเกราะอกออก เสียง แกร๊ก ของตัวล็อกดังชัดในความเงียบ
เขาถอดสนับแขน รองเท้าบูต และวางดาบคู่ใจไว้ข้างกาย
"เฮ้อ... สบายตัวขึ้นเยอะ"
เขาเอนตัวลงนอนบนฟูกเก่าๆ สายตาจับจ้องไปที่เพดานไม้
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:05:00]
"อีกห้านาทีสินะ..."
อคินพึมพำ เปลือกตาของเขาหนักอึ้งขึ้นทุกที
"พรุ่งนี้ต้องรีบตื่นไปส่งของแต่เช้า... หวังว่าระบบจะปลุกตรงเวลานะ"
[ฝันดี... พักผ่อนให้เต็มที่]
อคินยิ้มบางๆ ให้กับข้อความนั้น
ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะค่อยๆ เลือนหายไป