ผู้จัดการใหญ่ไม่ลืมทำหน้าที่แนะนำคุณหนูตระกูลมู่ต่อหน้าฝูงชนตามธรรมเนียมปฏิบัติ ทั้งลูกค้าใหม่และเก่าจะได้รู้จักนางอย่างทั่วถึง
“หอหงเหมยยินดีต้อนรับแขกทุกท่าน เรามีนางคณิการูปโฉมงดงาม นายโลมหนุ่มมากความสามารถ พร้อมเอาอกเอาใจคุณหนูมิให้เบื่อหน่าย โปรดสำราญใจไปกับการชื่นชมดนตรีและงานร่ายรำในค่ำคืนนี้เถิด...”
หว่านฉิงก้าวออกมากล่าวปราศรัยสั้น ๆ ก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้น ในขณะที่ท่วงท่าของนางสะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง แเื่ต่างพากันยกถ้วยสุราและจอกชาขึ้นเพื่อเป็การต้อนรับนางอย่างพร้อมเพรียง ตามด้วยเสียงของคุณชายขี้เมาโพล่งขึ้นมา
“งามนัก! ข้าจะเอาสตรีนางนั้นมาปรนนิบัติข้าให้ได้!” ไม่ทันขาดคำดี เขาก็ถูกมิตรสหายเอามือปิดปากปราม ด้วยเกรงว่าจะถูกองครักษ์เชิญตัวออกไป และห้ามมิให้กลับมาใช้บริการหอนางโลมแห่งนี้อีกชั่วชีวิต
หว่านฉิงทิ้งความวุ่นวาย เสียงสรรเสริญแกมแทะโลมไว้เบื้องล่าง นางชินชาเสียแล้วกับถ้อยคำเพ้อเจ้อของคุณชายขี้เมาเ่าั้ ซูเจินรีบประจบประแจง
“คุณหนูงดงามยิ่งนักเ้าค่ะ เป็ธรรมดาของบุรุษ ไม่ว่าใครก็ต้องตาคุณหนู คุณชายท่านนั้นท่าทางจะเมาแล้วด้วย”
“จะถือสาได้อย่างไร พวกเขาเอาเงินมาให้ข้าและเ้าใช้ ใช่หรือไม่?” นางขยับยิ้มแพรวพราว เดินขึ้นบันไดไม้งามที่แกะสลักอย่างหรูหรา
กลิ่นหอมจาง ๆ ของเครื่องหอมชั้นสูงที่อบอวลอยู่ในผ้าไหมฟุ้งกระจาย ผสมกับกลิ่นควันยาสูบเจือจาง เป็เสน่ห์ลึกลับที่ยากจะถอนสายตา นางเตรียมตัวมาเป็อย่างดีในการต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์ตามนัดหมาย
เมื่อมาถึงห้องรับรองพิเศษ นางย่อกายลงประสานมือไว้ด้านข้างด้วยท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติ
“ข้าน้อยหว่านฉิง นายหญิงแห่งหอหงเหมย ขออภัยที่ทำให้นายท่านต้องรอเ้าค่ะ” นายหญิงให้การต้อนรับเหล่าคุณชายอย่างสุภาพนอบน้อม ก่อนจะหันไปสั่งการบ่าวรับใช้ที่รออยู่ด้านนอก “นำสุราชั้นเลิศในห้องเก็บของส่วนตัวของข้ามา ไปตามคณิกาอันดับหนึ่งมาปรนนิบัติคุณชายทั้งห้าท่านเดี๋ยวนี้”
นางหันไปกำชับสาวใช้คนสนิทเสียงแ่ “เด็กดี ไปตามฮวาขุย[1]ทั้งห้านางมาด้วย ลี่ถิงว่างอยู่หรือไม่?”
“แม่นางลี่ถิงถูกคุณชายท่านหนึ่งจองตัวไว้ทั้งสัปดาห์เลยเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ไปตามคนอื่นมาเถิด”
เพียงชั่วอึดใจ สุรารสชาติดีจากแคว้นหนานและอาหารเลิศรสที่ตระเตรียมไว้สำหรับผู้สูงศักดิ์โดยเฉพาะก็ถูกจัดวางอย่างวิจิตรบรรจง “สุราเหล่านี้ข้าน้อยสั่งเตรียมไว้เพื่อต้อนรับนายท่านเป็พิเศษ หวังว่าจะถูกใจนะเ้าคะ”
“ถูกใจดี ทว่าข้าอุตส่าห์พาเหล่าคุณชายผู้สูงศักดิ์มาเยือนหอหงเหมยของเ้า ไม่คิดจะตกรางวัลให้ข้าเสียหน่อยหรือ?”
น้ำเสียงยโสนั้นเรียกหว่านฉิงให้ชะงักไปครู่หนึ่ง นางก้มมองบุรุษร่างสูงสง่าในชุดคลุมขนสัตว์หนาบนตั่งไม้ เขาแต่งตัวอย่างองค์ชายที่มาจากเมืองหนาว ก่อนจะรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดไปตามสันหลัง... องค์ชายจิ่งเหยียน!
“พักหลังมานี้ข้าได้ยินข่าวลือหนาหู...” เขาเว้นจังหวะพลางคลึงจอกสุราในมือ “มีเสนาบดีและชาวบ้านผู้หนึ่งเพิ่งสิ้นใจด้วยพิษเย็น ช่างน่าเวทนานักที่พวกเขาไร้หนทางเยียวยา พิษชนิดนี้หากสตรีใดพลาดพลั้งติดเข้า... ทางแก้เดียวคือต้องอาศัยไออุ่นในอ้อมอกบุรุษ หาไม่แล้วจะต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัส พิษจะค่อย ๆ กัดกินอวัยวะภายในจนขาดใจตาย แม้แต่ศพก็ยังดูมิได้...”
“มีพิษบ้ากามเช่นนี้อยู่ในโลกด้วยหรือเ้าคะ? ช่างน่าสงสัยนักว่าสุนัขตัวใดเป็ผู้คิดค้นขึ้นมา” หว่านฉิงสวนกลับด้วยรอยยิ้มเย็น ท่ามกลางสายตาฉงนของเหล่าคุณชายอีกสี่ที่คงไม่รู้เื่ด้วยว่านางคุยอะไรกับองค์ชาย
“เื่คนคิดข้าไม่รู้... แต่ข้ามียาถอนพิษ คุณหนูสกุลมู่...” องค์ชายเลิกคิ้วขึ้นพร้อมรอยยิ้มหยัน “เ้าไม่เปลี่ยนใจแน่หรือ? อย่างไรเสียเ้าก็เป็เพียงบุตรอนุที่ร่ำรวยขึ้นมาเพราะมรดกของบิดามารดา แค่มีอำนาจในฉางอันเพียงเล็กน้อย อย่าเล่นตัวนักเลย”
“เชิญนายท่านเลือกใช้บริการสาวงามได้ตามใจชอบเถิดเ้าค่ะ เว้นเพียงนายหญิงใหญ่... ข้ายังไม่มีอารมณ์รับงานพิเศษในตอนนี้” นางข่มโทสะไว้จนถึงขีดสุด ขณะที่ไอ้ระบบบ้าในหัวยังส่งเสียงระรานไม่หยุดหย่อน จะให้นางถวายตัวให้องค์ชายชั่ว! จนนางด่ากลับในใจไปหลายตลบ
ทันใดนั้น ร่างสูงสง่าในอาภรณ์คลุมขนสัตว์ขององค์ชายสามลุกขึ้นจากกลุ่มมิตรสหาย ในท่าทางเมามายและคุกคาม “หว่านฉิง... เ้ายอมเป็ของข้าเสียดี ๆ เถอะ”
ไม่ทันที่องค์ชายบ้ากามจะก้าวถึงตัวนาง องครักษ์ซ้ายขวาพลันชักกระบี่ออกจากฝักเสียงดัง เคร้ง! ประกายคมดาบพุ่งเข้าขวางหน้าทันที
“อย่าบังอาจเสียมารยาทกับนายหญิง!” องครักษ์หนุ่มคำรามลั่น “องค์ชายสาม... ข้าไม่สนว่าท่านเป็ใคร ที่นี่คือหอหงเหมย หากท่านยังไม่เลิกกล่าววาจาสามหาว ล่วงเกินนายหญิงของพวกเรา เห็นทีข้าคงต้องเชิญท่านไปใช้บริการที่อื่น”
“หึ... ไม่ช้าก็เร็ว เ้านั่นแหละที่จะต้องคลานมาอ้อนวอนข้า”
“ข้าไปหาท่านแน่นอน... แต่คงเป็ในฝันของท่าน” หว่านฉิงหมุนตัวเดินจากมาโดยไม่คิดจะหันกลับไป
เสียงข้าวของแตกกระจายและเสียงสบถด่าอย่างบ้าคลั่งขององค์ชายสามที่ดังไล่หลังมานั้น มิได้ทำให้นางสะทกสะท้านแม้แต่น้อย มุมปากที่แต้มชาดสีสดกลับหยักลึกเป็รอยยิ้มหยัน
อยากพังข้าวของก็พังไปเถอะ ตามสบาย... นางคิดในใจอย่างรื่นเริง
ในฐานะนักจัดการนันทนาการที่ต้องคำนวณงบประมาณอยู่เสมอ นางรู้ดีว่าทุกเศษซากแจกันหยกหรือโต๊ะไม้พะยูงที่หักพังล้วนมีราคา ระดับองค์ชายแห่งแคว้นเป่ยเหลียงเมื่อได้สติกลับคืนมาในรุ่งเช้า สิ่งแรกที่เขาต้องทำเพื่อรักษาหน้าตา ก็คือการส่งตั๋วเงินจำนวนมหาศาลมาทบต้นทบดอกให้นางถึงที่
“บ้าพลังไปเถอะ คิดค่าเสื่อมสภาพรวมกับค่าทำขวัญแล้ว... งานนี้ฉันกำไรเน้น ๆ” หว่านฉิงพึมพำกับตัวเองด้วยยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะชะงักฝีเท้าลง เมื่ออาการไอจามครั้งหนึ่งนำพาความเ็ปให้แล่นไหลขึ้นมาถึงทรวงอก
นางยกหลังมือขึ้นเช็ดมุมปากที่มีคราบเืจาง ๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่พกพาไว้ในแขนเสื้อเช็ดหลังมือจนสะอาด ขณะหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด แม้นางจะสะใจที่ตอกหน้าไอ้องค์ชายบ้านั่นได้ ทว่าเวลาของร่างกายนี้กำลังนับถอยหลังลงทุกที
[โฮสต์ได้รับคะแนนรักษาคาแรคเตอร์: นางร้ายสายบวก 500 คะแนน! สนใจจะเปิดร้านค้าตอนนี้เลยไหม?] เสียงระบบดังขึ้นอย่างกระตือรือร้นผิดปกติ จนหว่านฉิงที่กำลังเดินอยู่เผลอโพล่งออกมาอย่างลืมตัว
“แกพูดจริงเหรอ!? ไหนบอกต้องสะสมคะแนนอีกนานไง ถึงจะเปิดร้านค้าได้”
เหมือนกับนางจะลืมไปว่ามีองครักษ์หนุ่มคู่ใจทั้งสองติดตามมาเช่นเงา บุรุษร่างกำยำทั้งสองชะงักฝีเท้า พลางสบตากันอย่างงุนงงสงสัย
“นายหญิง... ท่านคุยกับผีบ้าอีกแล้วหรือขอรับ?”
เหวินจินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลใจระคนอ่อนใจ นายหญิงของพวกเขามักโต้ตอบกับอากาศธาตุอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนางเองก็เลือกที่จะบอกความลับนี้เฉพาะกับคนสนิทเท่านั้นว่า... นางกำลังคุยกับ ‘ผีบ้า’ ตนหนึ่งอยู่
หว่านฉิงที่เพิ่งนึกได้ว่าปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม รีบดึงสีหน้ากลับมาในพริบตา “อื้ม... พวกเ้าส่งข้าแค่นี้ก็พอ ข้าจะเข้าห้องพักแล้ว ห้ามใครขึ้นมาวุ่นวายในชั้นห้า หากข้าไม่ลงไปเรียก อย่ามารบกวนข้าเป็อันขาด”
“ขอรับนายหญิง!”
องครักษ์ทั้งสองยกมือประสานรับคำสั่งอย่างเคร่งครัดแล้วจากไป
-------------
[1] ฮวาขุย Hua Kui - 花魁 หัวหน้าแห่งมวลดอกไม้ ดาวเด่นประจำหอนางโลม มีความสามารถสูงรอบด้าน ฮวาขุยส่วนใหญ่จะเป็นางคณิกาชั้นสูงที่เน้นขายศิลปะและการปรนนิบัติทางสุนทรียภาพ มีค่าตัวสูงมาก