มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 80 เราจะไปจากที่นี่ก่อนที่… (1)

    “โธ่หัวหน้า ทำไมเปิดช้าจังเลยครับ?” เทพไทบ่นอุบใส่ธัญญ่า


     

    “ก็เล่นแหกปากเคาะประตูเสียงดังขนาดนั้น ฉันก็คิดว่าเป็นพวกทหารศิขาสิ” ธัญญ่าแยกเขี้ยวใส่เทพไท

     


    “ไปด่าพี่เบิ้มโน่นเลย ผมไม่ได้เป็นคนเคาะเสียงดังสักหน่อย” หนนี้เทพไทบ่นใส่ดิเรกแทน เขาชี้ไปยังดิเรกที่ยังยืนอยู่หน้าห้อง เขายังไม่ขยับเข้ามาสักก้าวตั้งแต่ประตูเปิด


     

    และเมื่อนั้นเองที่เทพไทสังเกตเห็นถึงสิ่งผิดปกติ เขาวาดภาพไว้ว่า ทันทีที่ประตูเปิดออกดิเรกต้องรีบเข้ามาต่อว่าหัวหน้าของเขาทันที และอาจจะเข้าถึงตัวธัญญ่าก่อนที่เขาจะได้มายืนบ่นหัวหน้าของเขาเช่นนี้เสียอีก แต่เอาเข้าจริง เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ตั้งประตูห้องเปิดจนถึงตอนนี้ ไม่มีเสียงโวยวายจากชายร่างยักษ์ที่ดูจะเชื่อมั่นว่าหัวหน้าของเขาเป็นคนไม่ดีที่ลักพาตัวเจ้าหญิงมา


     

    และตอนนี้เมื่อเขาหันกลับไปมองดิเรกที่ยังดิเรกที่ยังยืนอยู่หน้าห้อง ท่าทางของดิเรกช่างทำให้เทพไทขนลุกอย่างบอกไม่ถูก


     

    เขาเห็นดิเรกยืนทำตัวไม่ถูก ตาของเขาไม่ได้เพ่งมองไปที่ไหนเป็นพิเศษ แต่มีอยู่หลายครั้งที่ตาของเขาเหมือนคนพยายามเหลือบมองมาทางธัญญ่า แต่แล้วก็เบือนหน้าหนีทันทีอย่างไร้เหตุผล สีผิวปกติที่ดำแดงจากโดนแดดในศิขามาหลายวัน ตอนนี้มันกลับดูแดงเข้มราวกับกลับเข้ามาจากการออกไปตากแดดมา


     

    หลังพิจารณาจากท่าทางของดิเรก ทันใดนั้นเทพไทก็รู้สึกได้ถึงเรื่องน่าขันขึ้นมาในหัว เขาละสายตาจากดิเรกแล้วมองดูหัวหน้าของเขาสลับกับดูดิเรกก่อนจะหลุดขำออกมา

     


    “นี่อย่าบอกนะว่า” เทพไทพูดไปหัวเราะไป “พี่เบิ้มเขินที่เห็นหัวหน้าแต่งตัวแบบนี้? นมก็แบน แถมล่ำยิ่งกว่าผมอีก มีอะไรให้ดูเหมือนผู้หญิงบ้าง? บ้าไปและ...”

     


    เทพไทหยุดพูดกะทันหันเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตออกมาจากคนที่เขากำลังล้อเลียนอยู่


     

    “เอาเป็นว่า หัวหน้าช่วยกรุณาไปหาเสื้อมาคลุมหน่อยก็ดี” เทพไทจัดเสื้อผ้าตัวเองพร้อมพูดแก้เก้อ “เกิดควายบ้ามันคึกขึ้นมา กระผมเองก็คงหยุดเขาไม่อยู่”


     

    ธัญญ่าแยกเขี้ยวใส่เทพไท เธออยากจะต่อยเขาสักหมัด แต่เทพไทก็ดีดตัวไปหาดิเรกเสียก่อนแล้ว เธอจึงชี้เทพไทอย่างอาฆาตแต่ก็ยังยอมเดินไปอีกห้องเพื่อหลบฉากและหาบางสิ่งมาปกปิดร่างกายอย่างที่อดีตลูกน้องของเธอแนะนำ


     

    โป๊ก!


     

    ดิเรกเขกกะโหลกใส่เทพไทจนเขาส่งเสียงร้องออกมา แต่ไม่ทันที่เสียงร้องของเทพไทจะทันได้ดังออกมา เขาก็ถูกดิเรกใช้เท้าถีบยันเขาเข้ามาในห้องจนเขากลิ้งล้มลุกคลุกคลาน พร้อมกับเสียงบ่นบางอย่างที่ฟังไม่ชัดจากดิเรก

     


    “เธอไม่ได้แบนสักหน่อย” ดิเรกพูดออกมาจากที่เห็นและประสบการณ์

     


    หลังดิเรกปิดประตู ธัญญ่าก็เดินออกมาจากอีกห้องพร้อมสวมเสื้อผ้าปิดชิดอย่างที่เคยเป็น เธอผายมือเพื่อเชื้อเชิญทั้งสองให้นั่งลง แม้ดิเรกจะนั่งลงตามที่ธัญญ่าเชิญชวนแล้ว แต่เขายังดูไม่กล้ามองหน้าธัญญ่าอยู่ดี

     


    เกิดความเงียบปกคลุมห้องทันที เทพไทและดิเรกรู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะถาม พวกเขาหวั่นเกรงต่อคำตอบที่จะได้รับ ส่วนธัญญ่าเองเมื่อไม่มีคำถามส่งมา เธอเองก็ไม่รู้จะเริ่มอธิบายจากตรงไหนดี

     


    ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ เทพไทคิดว่ามันควรเป็นหน้าที่ของเขาที่จะทำลายความเงียบนี้ แต่ไม่ทันที่เสียงของเทพไทจะออกมาจากลำคอ ธัญญ่ากลายเป็นคนที่ทำลายความเงียบนี้เป็นคนแรก


     

    “โชคยังดีที่นายไม่โง่จะเกินไปถึงได้ตามฉันมาถึงที่นี่ได้ก่อนที่จะสายเกินไป”


     

    ช่างเป็นคำชมที่ฟังแล้วเทพไทถึงกับริมฝีปากกระตุก แต่เขาก็ไม่ถือโทษโกรธอะไรอดีตหัวหน้าของเขา ด้วยความรู้จักกันมานาน เขาย่อมรู้ดีว่านี่ถือเป็นการกล่าวชมที่ค่อนข้างมากแล้วที่จะหลุดออกมาจากปากของธัญญ่า

     


    “ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่? ทำไมหัวหน้าถึงได้กลายเป็นคนลักพาตัวเจ้าหญิงมา?” เทพไทเลือกไม่สนใจต่อคำชมที่แฝงด้วยคำเหน็บแนมจากธัญญ่า เขาถามเข้าตรงประเด็นโดยไม่สนใจอีกแล้ว


     

    ธัญญ่ายังเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของเทพไทก่อน เธอย้อนถามเขาด้วยอีกเรื่องแทน “การที่พวกนายมาหาฉันได้แบบนี้ แสดงว่าพวกนายไปเจอธันวามาแล้วใช่ไหม?”

     


    เทพไทส่ายหัวปฏิเสธทันทีและพูดว่า “พวกผมไม่ได้ไปที่นั่นครับ พวกผมแยกกับอาจารย์ดารินเป็นสองทีม ดารินรับอาสาไปเจอธันวาตามที่หัวหน้าบอก ส่วนพวกผมผอ.ธาวิสให้ล่วงหน้ามาช่วยเจ้าหญิง”

     


    ธัญญ่าพยักหน้า ตอนนี้เธอเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว เธอดูพึงพอใจแต่ก็ยังมีสิ่งที่ค้างคาใจเล็กน้อย เธอจึงถามออกมาสั้น ๆ ว่า “แล้วอานนท์ล่ะ?”

    คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน