มหาสงครามศิลากำเนิดจักรวาล (The Cosmic War of the Genesis Stone)

    ⚔️ ตอนที่ 58 : คืนที่เมืองเริ่มกวาดล้าง

    ⚔️ ตอนที่ 58 : คืนที่เมืองเริ่มกวาดล้าง


    เมืองหลวงไม่หลับ…แต่มันเริ่ม “ตื่น” แบบผิดธรรมชาติ

    เช้าวันถัดจากคืนที่คลังย่อยถูกเปิด เสียงระฆังจากหอคอยดังเร็วกว่าปกติ เหมือนตีปลุกให้ทุกคนลุกขึ้นมารับคำสั่ง ไม่ใช่ลุกขึ้นมาใช้ชีวิต

    ไครอสนั่งพิงผนังห้องใต้ดิน กลิ่นชื้นของไม้เก่ากับข้าวสารคลุ้งอยู่ในอากาศ เขาหลับไปได้ไม่กี่ช่วงหายใจ ก่อนตื่นเพราะเสียงคนเดินบนพื้นด้านบนดังถี่ ๆ

    เสียงรองเท้าหนักหลายคู่

    เสียงเหล็กกระทบหิน

    เสียงตะโกนสั้น ๆ ที่ไม่มีคำว่า “ขอ”

    เขาลืมตาพรวด แสงในอกเขาตึงเหมือนสายธนูที่ถูกดึงค้าง

    ลิซาเอลนั่งพิงเสาไม้ ใบหน้าซีดเล็กน้อยเพราะเสียเลือดจากแขน แต่ดวงตายังนิ่ง เธอขยับตัวช้า ๆ แล้วกระซิบ

    “เริ่มแล้ว”

    บรอมดัลลุกขึ้นเหมือนค้อนถูกดึงขึ้นจากพื้น “กวาดล้าง?”

    อัครอสพยักหน้าช้า ๆ มือเขายังจับแผ่นยันต์ที่วางซ้อนอยู่บนตัก

    “ไม่ใช่แค่ตามเรา…พวกมันจะกวาดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ ‘คลัง’ เพื่อให้เมืองลืมในหนึ่งวัน”

    มีรานั่งอยู่มุมห้อง กอดถุงยาแน่นจนข้อนิ้วขาว เธอมองคนที่ช่วยออกมาจากคลังย่อยเมื่อคืน—ห้าคน—นอนรวมกันบนผ้าห่มขาด ๆ

    คนหนึ่งเพ้อชื่อแม่ซ้ำ ๆ

    อีกคนสะดุ้งตื่นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดัง

    หญิงสาวที่ไครอสจำได้ว่า “หนาว” ยังนั่งกอดเข่า ตาเหม่อเหมือนกำลังตามหาชื่อของตัวเองในอากาศ

    รานเซลพูดเสียงต่ำ “ถ้าทหารลงมาที่นี่…คนพวกนี้หนีไม่ทัน”

    ไครอสกำหมัด เขารู้ดีว่าคำว่า “ไม่ทัน” หมายถึงอะไรในเมืองนี้

    ประกาศใหม่ และเมืองที่หันหน้าหนี

    เมื่อพวกเขาขึ้นไปดูจากช่องระบายเล็ก ๆ เหนือบันไดทางขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือประกาศผืนใหญ่ถูกตอกติดหน้าตลาด

    ตราวังแดงสดเหมือนเลือดใหม่

    “โดยคำสั่งพิเศษ

    ห้ามผู้ใดให้ที่พักพิงแก่ผู้หลบหนี

    ห้ามผู้ใดพูดถึง ‘คลัง’ หรือ ‘คนหาย’

    ผู้ใดฝ่าฝืนถือว่าร่วมมือกับกบฏ

    จะถูกจับกุมทันที”

    ไครอสอ่านจบแล้วรู้สึกเหมือนมีมือมาบีบลำคอเมืองทั้งเมือง

    ข้างประกาศ มีทหารหลวงยืนสองแถว

    ไม่ใช่เพื่อคุมฝูงชน

    แต่เพื่อคุม “ความคิด”

    คนอ่านแล้วเดินจากไปเร็ว ๆ

    บางคนก้มหน้า

    บางคนยกมือลูบคอเหมือนกลัวคำพูดจะหลุดออกมาเอง

    “พวกเขาใช้คำว่า ‘กบฏ’” ลิซาเอลพูดเบา ๆ “มันจะทำให้คนทั่วไปไม่กล้าเข้าใกล้เรา แม้เราจะช่วยเขา”

    อัครอสตอบเรียบ “นั่นแหละคือวิธีของอำนาจ—ทำให้การช่วยเหลือดูเหมือนอาชญากรรม”

    ไครอสเงียบ เขามองเด็กตัวเล็กคนหนึ่งที่เดินตามแม่ แม่ดึงแขนเด็กให้หลบจากทหารอย่างแรง เด็กหันกลับมามองทหารแล้วรีบหันหน้าหนีเหมือนถูกสอนว่า ‘อย่ามอง’

    เมืองหลวงสวย

    แต่ความสวยนั้นถูกทาด้วยความกลัวจนเงาไม่ต้องออกแรงมาก

    ธีมหายไป และตะขอเริ่มเกี่ยว

    พวกเขากลับลงห้องใต้ดินไม่นาน ธีมก็โผล่ลงมาตามช่องทางลับ

    เหงื่อท่วม หน้าเปื้อนฝุ่น ตาแดงเหมือนคนวิ่งหนีตายมาทั้งคืน

    “พวกมันลงมาแล้ว” ธีมพูดหอบ “เหยี่ยวเทาเต็มเขตคนจน พวกมันไม่ได้ถาม…มันจับเลย”

    บรอมดัลสบถ “จับใคร”

    ธีมกลืนน้ำลาย “จับคนของข้าไปสาม…รวมถึงเด็กส่งของสองคน พวกมันลากไปต่อหน้าแม่เขา”

    มีรากัดริมฝีปาก น้ำตาซึม “ทำไมต้องเด็ก”

    ธีมหัวเราะแห้ง ๆ “เพราะเด็กไม่มีปากพอจะร้องให้มีคนมาช่วย และคนเห็นก็กลืนคำว่า ‘ขอโทษ’ ลงท้องง่ายกว่า”

    ไครอสลุกขึ้นทันที “เราต้องย้ายคนที่ช่วยออกมาเมื่อคืน พวกนี้อยู่ที่นี่ต่อไม่ได้”

    อัครอสยกมือห้าม

    “ก่อนย้าย—ต้องวางแผน ไม่ใช่แค่หนี เจ้าลืมหรือยังว่าเรากำลังถูกล่า และทุกการเคลื่อนย้ายในเมืองนี้มีตาเห็น”

    ไครอสกัดฟัน

    เขารู้…แต่เขาร้อน

    ความร้อนแบบคนที่เห็นไฟกำลังลามไปหาคนที่ไม่มีแรงวิ่ง

    ลิซาเอลพูดแทน “เราแบ่งเป็นสองชุด ชุดหนึ่งพาคนป่วยไปยังที่ซ่อนสำรอง ชุดหนึ่งล่อเหยี่ยวเทาออกไปด้านอื่น”

    รานเซลถาม “ใครล่อ”

    ไครอสตอบทันที “ข้า”

    ลิซาเอลมองเขาแรง “ข้าไปด้วย”

    อัครอสถอนหายใจยาว เหมือนยอมในสิ่งที่ไม่อยากยอม

    “ดี…แต่จำไว้ ถ้าเจอทหารหลวง อย่าใช้แสงพร่ำเพรื่อ พวกมันกำลังรอให้เจ้าผิดกฎ เพื่อให้จับได้อย่างถูกต้องตามประกาศ”

    ธีมเสริม “ข้ามีทางไปที่ซ่อนอีกแห่ง แต่ต้องผ่านตรอก ‘คอขวด’ ตรงนั้นมักมีเหยี่ยวเทาเฝ้า”

    บรอมดัลยกค้อนสั้น “งั้นข้าพาคนป่วยไปเอง ถ้าใครขวาง ข้าจะทำให้ทางโล่ง”

    มีรามองบรอมดัลเหมือนจะค้าน แต่สุดท้ายก็พยักหน้า เธอเลือกไปกับชุดพาคนป่วย เพราะคนเหล่านี้ต้องการมือของเธอ

    การแบ่งทีมเกิดขึ้นเร็ว

    เหมือนทุกคนรู้ว่าช้ากว่านี้ คนจะหายไปอีก

    ตรอกคอขวด และการช่วยที่ไม่สวยงาม

    ชุดพาคนป่วยออกไปก่อน—ธีมนำทาง บรอมดัลแบกชายคนหนึ่งบนบ่า รานเซลใช้เงาลากหญิงที่เดินไม่ไหวให้ลื่นไปตามพื้นอย่างระวัง มีราพยุงอีกสองคนที่พอเดินได้ แต่ขาสั่นเหมือนขาดเส้นเอ็นในใจ

    ไครอสกับลิซาเอลกับอัครอสอยู่ด้านหลัง ทำหน้าที่ “กัน” และ “ล่อ”

    ตรอกคอขวดแคบจริง

    ผนังสองข้างสูงจนเห็นฟ้าเป็นเส้น

    กลิ่นน้ำเสียกับกลิ่นหมักผักคลุ้ง

    แล้วเสียงที่ไม่อยากได้ยินก็ดังขึ้นด้านหน้า

    “หยุด! ตรวจค้น!”

    เหยี่ยวเทาสี่คนขวางทาง

    ไม่ใช่ชุดใหญ่ แต่เป็นชุดที่คล่องและมั่นใจ

    หนึ่งในนั้นถือแผ่นประกาศม้วน สองคนถือหน้าไม้สั้น อีกคนสวมถุงมือหนังดำที่ปลายนิ้วมีคริสตัลเล็ก ๆ ฝังอยู่

    ไครอสเห็นคริสตัลแล้วหัวใจหล่นวูบ

    นั่นคือแบบเดียวกับหินดูดพลังในคลังย่อย

    พวกมันพก “เครื่องมือปราบแสง” ติดตัวแล้ว

    ธีมชะงักทันที แต่บรอมดัลก้าวขึ้น

    “ข้าพาคนป่วยไปหาหมอ” เขาพูดเสียงดังแบบคนแคระที่ไม่แคร์ “ถ้าจะตรวจ ก็ตรวจเร็ว”

    เหยี่ยวเทาหัวเราะ “คนป่วย? หรือคนหลบหนี?”

    สายตาของมันเลื่อนไปที่หญิงที่รานเซลลากอยู่

    หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้น ตากลวง แต่อาการกลัวเหมือนเด็ก

    เหยี่ยวเทาคนถือหน้าไม้ยกอาวุธ “เอามา”

    มีราเผลอขยับมาบัง

    “นางไม่ทำอะไร—นางแค่—”

    “ถอย” เสียงเหยี่ยวเทาแข็ง “ไม่งั้นถือว่าขัดขวาง”

    ไครอสรู้สึกว่าเลือดในตัวเริ่มเดือด

    เขาไม่อยากให้มันจบเหมือนฮาเลส

    ไม่อยากให้ใครถูกลากไปต่อหน้าต่อตาแล้วเขาทำได้แค่ยืน

    แต่เขาก็เห็นถุงมือคริสตัล

    เห็นว่า ถ้าใช้แสงเต็ม…มันจะถูกดูด แล้วพวกนี้จะมีข้ออ้างจับเขาทันที

    ลิซาเอลกระซิบเร็ว “ให้ข้าจัดการ”

    เธอไม่ยิงศร

    เธอปล่อยมือไปที่กระเป๋าข้างเอว หยิบเม็ดโลหะเล็ก ๆ ออกมา—เม็ดเสียง

    เธอโยนมันลงพื้นตรงกลางตรอก

    แกร๊ก…ปิ๊ง!

    เสียงแหลมสูงพุ่งขึ้นทันที เหยี่ยวเทาสองคนสะดุ้ง เอามือปิดหูโดยอัตโนมัติ

    ในจังหวะนั้น รานเซลบิดเงาให้พุ่งขึ้นจากพื้น เป็นแผ่นบาง ๆ ฟาดหน้าไม้ให้เอียง

    บรอมดัลพุ่งชนคนขวางทาง โครม!

    ไม่ฆ่า

    แต่ทำให้ล้มกระแทกกำแพงจนจุก

    มีราลากคนป่วยผ่านช่องว่างทันที

    ธีมตะโกน “ไป!”

    เหยี่ยวเทาที่เหลือยกถุงมือคริสตัลขึ้น

    คริสตัลส่องแสงหม่น ๆ เหมือนดูดอากาศ

    “อยู่!” มันตะโกน “ถ้าขยับ—ข้าจะสาดตราเงา!”

    ไครอสหยุด

    เขารู้ว่า “ตราเงา” คืออะไร—มันคือของที่ทำให้คนถูกปักทาง

    ถ้ามันสาดใส่คนป่วย…คนเหล่านี้จะถูกตามเจอไม่ว่าย้ายไปไหน

    เขาเลือกเอง

    ไครอสก้าวออกไปกลางตรอก ยกมือทั้งสองข้างให้เห็น

    “ปล่อยพวกเขาไป” เขาพูด “เจ้าต้องการข้าใช่ไหม”

    เหยี่ยวเทาหรี่ตา “เจ้านี่เอง…แสงของฮาเลส”

    อัครอสยืนหลังไครอสหนึ่งก้าว ร่ายยันต์แผ่ว ๆ ที่ปลายนิ้ว

    ไม่ใช่เพื่อโจมตี

    แต่เพื่อ “กัน” ไม่ให้คริสตัลกินแสงทั้งหมด

    ลิซาเอลมองไครอสเหมือนจะด่า แต่เธอไม่พูด

    เธอเข้าใจว่าเขากำลังซื้อเวลาให้คนป่วยหนี

    เหยี่ยวเทาเดินเข้ามาใกล้

    ถุงมือคริสตัลยื่นมาที่หน้าอกไครอส

    “ให้ข้าดูว่าแสงเจ้ามีจริงไหม” มันยิ้ม

    ไครอสสูดหายใจเข้าลึก

    เขากดแสงไว้ให้ลึกสุด

    แค่ให้มัน “พอ” เป็นประกาย

    ไม่พอให้ดูดไปได้มาก

    “Lumen—subitus.” (แสง—วูบหนึ่ง)

    แสงวาบขึ้นที่ปลายนิ้วเหมือนสะเก็ดไฟ

    คริสตัลดูดทันที…แต่ดูดได้แค่นั้น

    มันเหมือนคนหิวที่ได้ชิมอาหารแค่ปลายลิ้น

    เหยี่ยวเทาหน้าบึ้ง “แค่นี้?”

    ไครอสยิ้มบาง ๆ แบบไม่มีอารมณ์

    “เจ้าจะเอามากกว่านี้ ต้องจับข้าไปข้างใน”

    คำพูดนี้ทำให้เหยี่ยวเทาชะงัก

    มันเหมือนเขายื่นตะขอให้…และบอกว่า ‘ถ้าจะเกี่ยวก็เกี่ยวให้จริง’

    เหยี่ยวเทาหัวหน้าทำหน้าพอใจ

    “ได้…ยิ่งดี วังอยากได้เจ้ามากกว่าใคร”

    ทันใดนั้น อัครอสขยับไม้เท้า เคาะพื้นเบา ๆ หนึ่งครั้ง

    ตึก

    ยันต์ที่เขาวางไว้ก่อนหน้านี้บนขอบกำแพงทำงาน

    เกิดหมอกฝุ่นผงจากผนังเก่า ๆ พุ่งลงมาเป็นม่านบาง ๆ บังสายตา

    ลิซาเอลใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าตัดข้อมือคนถือถุงมือคริสตัลด้วยสันมีด

    ไม่ตัดขาด

    แต่ทำให้มันร้องและปล่อยมือ

    รานเซลกระชากเงาเป็นเส้น รัดข้อเท้าเหยี่ยวเทาสองคนให้ล้ม

    ไครอสไม่รอ

    เขาคว้าถุงมือคริสตัลไว้ แล้วกระโดดถอยหลังออกจากตรอก

    “ไป!”

    ทั้งสามวิ่งตามทางลับที่ธีมทิ้งสัญลักษณ์ไว้

    เสียงเหยี่ยวเทาตะโกนไล่หลัง

    แต่คนป่วย…หลุดไปแล้ว

    ไครอสรู้สึกโล่งแค่ครึ่งเดียว

    อีกครึ่งหนึ่งหนักขึ้น เพราะตอนนี้—เขาขโมยของจากวัง

    และของชิ้นนี้…จะทำให้เกมรุนแรงขึ้นแน่นอน

    เซเรน่า และรอยร้าวในวัง

    เวลาเดียวกัน

    ภายในวัง

    ห้องโถงพิธีสว่างจ้า

    เทียนเรียงเป็นแถวเหมือนทางเดินไปสู่คำโกหกที่สวยงาม

    ชายเสื้อคลุมดำ—ผู้ดูแลตราเงา—ยืนรายงานต่อคนในชุดขุนนาง

    “คลังย่อยถูกบุกรุก” เขาพูดเสียงนิ่ง “เราจับผู้เกี่ยวข้องได้บางส่วน และกำลังกวาดล้างเขตคนจน”

    เสียงกระซิบดังขึ้น

    บางคนทำหน้าไม่พอใจเพราะเสียหน้า

    บางคนทำหน้าพอใจเพราะได้ข้ออ้างเพิ่มอำนาจ

    เซเรน่ายืนอยู่ด้านหลังเสา ไม่ใช่ตำแหน่งที่คนสำคัญชอบยืน

    แต่เป็นตำแหน่งที่ “ฟังได้หมด” และ “ไม่ถูกถามมาก”

    ชายเสื้อคลุมดำหันไปทางขุนนางคนหนึ่ง

    “มีคำสั่งใหม่—เพิ่มการนำคนเข้าคลังคืนนี้อีกเท่าตัว เพื่อชดเชย”

    เซเรน่ากำคทาแน่น

    นิ้วเธอขาว

    แต่เสียงเธอไม่สั่น

    “พวกท่านจะชดเชยด้วยชีวิตคน?” เธอเอ่ย

    ห้องเงียบวูบ

    เหมือนเทียนดับไปครึ่งหนึ่งในใจคน

    ชายเสื้อคลุมดำหันมามอง เงียบไปหนึ่งลมหายใจ ก่อนตอบเรียบ

    “ท่านหญิงไม่ควรข้องเกี่ยว งานนี้เพื่อความมั่นคง”

    เซเรน่ายิ้มบาง

    “ความมั่นคงที่ต้องใช้คำว่า ‘คลัง’ แทนคำว่า ‘คุก’…คงมั่นคงมากจริง”

    เสียงขุนนางบางคนกระแอม

    บางคนทำหน้าดุ

    นี่เป็นครั้งแรกที่เซเรน่าพูด “ตรง” ขนาดนี้ต่อหน้าคนมีอำนาจ

    ชายเสื้อคลุมดำก้าวเข้ามาใกล้

    “ท่านหญิง ระวังคำพูด”

    เซเรน่ามองตาเขาตรง ๆ

    “ข้าระวังมานานแล้ว” เธอตอบ “จนเริ่มไม่รู้ว่าข้ากำลังระวังเพื่อใคร”

    ประโยคนั้นเหมือนรอยร้าวเล็ก ๆ ในผนังวัง

    รอยร้าวที่ถ้าปล่อยไว้…จะลาม

    คืนนั้น หลังพิธี

    เซเรน่ากลับห้องเงียบ ๆ

    เธอปิดประตู

    แล้ววางคทาลงบนโต๊ะอย่างระวัง

    เธอร่ายเสียงแผ่ว

    เป็นบทโบราณที่ไม่ใช่ของวัง

    เป็นของป่าพงไพร—ภาษาเดียวกับที่เธอเคยใช้เตือนในฝันของไครอส

    “Verda—occulte lumen.” (วสันต์—ซ่อนแสง)

    แสงสีเขียวอ่อนวาบอยู่ปลายคทา

    แล้วหายไปเหมือนดอกไม้พับกลีบ

    เธอไม่ได้ทำเพื่อสวย

    เธอทำเพื่อ “กันตา”

    เพราะคืนนี้เธอจะส่งคนของเธอออกไปอีก

    เพื่อสืบว่า…ผู้บุกรุกคลังย่อยคือใคร

    และทำไมเสียงในใจเธอถึงบอกว่า “อย่าให้เขาตาย”

    ที่ซ่อนใหม่ และคนที่เริ่มจำชื่อได้

    เย็นวันเดียวกัน

    ธีมพาพวกไครอสไปยังที่ซ่อนใหม่—ห้องใต้ดินของร้านซ่อมรองเท้าเก่า

    ข้างบนมีเสียงตอกตะปูดังเป็นจังหวะเหมือนกลบเสียงร้องของเมือง

    คนป่วยทั้งห้าคนถูกซ่อนลงที่นี่แล้ว

    มีรากำลังเช็ดหน้าหญิงสาวที่ “หนาว” ด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น

    หญิงสาวมองมือของตัวเองอยู่นาน ก่อนพูดแผ่ว ๆ

    “ข้า…เห็นแสง” เธอพึมพำ “แล้วข้ารู้สึกว่า…ข้าควรจำอะไรบางอย่าง”

    ไครอสคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ระยะไม่คุกคาม

    “จำได้ไหมว่าเจ้าชื่ออะไร”

    หญิงสาวหลับตา

    คิ้วขมวดเหมือนพยายามดึงของที่ติดอยู่ในโคลน

    “ข้า…” เธอหายใจแรง “ข้า…ชื่อ ‘อามิน’…ไม่ ข้าไม่แน่ใจ”

    มีราจับมือเธอ “ช้า ๆ ก็ได้ ไม่ต้องฝืน”

    หญิงสาวน้ำตาไหล “ข้ากลัวว่าถ้าข้าจำไม่ได้…ข้าจะไม่มีวันกลับบ้านได้”

    ไครอสกลืนน้ำลาย

    เขาไม่รู้จักบ้านของเธอ

    แต่เขารู้จักความกลัวที่บ้านจะลืมเรา

    “ถ้าเจ้าจำไม่ได้” เขาพูดช้า ๆ “ข้าจะจำให้ก่อน จนกว่าเจ้าจะจำเองได้”

    หญิงสาวมองเขา

    เป็นครั้งแรกที่ในดวงตากลวงนั้นมีประกายเล็ก ๆ

    ไม่ใช่ความหวังใหญ่

    แต่เป็นสิ่งที่พอให้หายใจต่อ

    ของที่ขโมยมา และทางที่ต้องเลือก

    อัครอสนั่งกับไครอสที่มุมห้อง

    บนพื้นมีถุงมือคริสตัลที่ไครอสแย่งมา

    คริสตัลเล็ก ๆ ฝังที่ปลายนิ้วมืดหม่นเหมือนตา

    “ของชิ้นนี้” อัครอสพูด “ไม่ใช่แค่เครื่องมือ มันคือหลักฐาน วังเตรียมรับมือ ‘แสง’ แล้ว”

    “ถ้าเราเอามันไปให้คนที่ควรเห็นล่ะ” ไครอสถาม “ให้คนดีในวัง—หรือขุนนางที่ยังมีหัวใจ—”

    อัครอสส่ายหน้า

    “เจ้าคิดว่าคนดีมีอำนาจพอไหม? และถ้ามี…เขาจะกล้าหรือ? วังจะตัดหัวเขาในหนึ่งคืน แล้วเมืองจะปรบมือว่ารักษาความสงบ”

    ไครอสกำหมัด “แล้วเราจะทำยังไง”

    อัครอสเงียบไปครู่หนึ่ง

    ก่อนพูดตรง ๆ

    “ต้องมีคนในวังช่วยเรา”

    “ไม่ใช่ช่วยด้วยคำพูด”

    “แต่ช่วยด้วยการ ‘เปิดประตู’ ให้เราเข้าไปถึงคลังใหญ่”

    ไครอสคิดถึงเสียงเตือนในหัว

    คิดถึงภาพหญิงผมเงินตาฟ้า

    เขาไม่อยากเชื่อ…แต่เขาเริ่มเชื่อแล้วว่าเสียงนั้นไม่ใช่ภาพฝัน

    “ข้าคิดว่ามีคนแบบนั้น” ไครอสพูดเบา ๆ

    ลิซาเอลที่นั่งฟังอยู่ใกล้ ๆ เงยหน้า “คนในวัง?”

    ไครอสพยักหน้า “ข้าไม่รู้ชื่อ…แต่ข้ารู้ว่าเธอเตือนข้า และคืนนี้เธออาจทำให้การไล่ล่าช้าลง”

    รานเซลหัวเราะหึ “หรือเธอกำลังล่อเราเข้ากรงใหญ่กว่าเดิม”

    ไครอสไม่เถียง

    เขารู้ว่ามีความเสี่ยง

    แต่เขาก็รู้ว่าถ้าไม่มีคนในวัง…พวกเขาจะวิ่งหนีไปเรื่อย ๆ จนหมดแรง แล้วคนในคลังจะถูกลบหมด

    “เราต้องเสี่ยงอย่างมีสติ” อัครอสสรุป “แต่ก่อนนั้น เราต้องรอดคืนนี้ให้ได้ เมืองกำลังกวาดล้างหนักขึ้น”

    เหมือนจะยืนยันคำพูดนั้น

    เสียงตะโกนดังจากถนนด้านบนทันที

    “เปิด! ตรวจค้น!”

    ทุกคนในห้องใต้ดินแข็งค้าง

    มีรากอดคนป่วยแน่น

    บรอมดัลยกค้อน

    รานเซลปล่อยเงาให้ไหลขึ้นไปปิดช่องลม

    ลิซาเอลชักมีด

    อัครอสหยิบยันต์ในมือ

    ไครอสหลับตา

    แสงในอกเขาตึงจนเจ็บ

    นี่ไม่ใช่ศึกกลางทุ่ง

    นี่คือศึกที่ถ้าเขาฆ่า—คนดีตาย

    ถ้าเขาช้า—คนที่เขาช่วยหายไปอีก

    เขาลืมตา

    แล้วกระซิบเบา ๆ กับตัวเอง

    “อย่าให้ความกลัวเลือกแทน”

    เสียงเท้าดังวนอยู่ด้านบน

    เหมือนหมาป่าดมกลิ่นเลือด

    ในความมืดของห้องใต้ดิน

    คนที่ถูกลบชื่อกำลังสั่น

    คนที่ช่วยกำลังหายใจช้า ๆ

    และไครอสกำลังยืนอยู่ตรงกลางของทางแคบที่สุด—ระหว่างการหนี กับการสู้

    เหนือหัว—วังยังสว่าง

    ข้างนอก—เมืองกำลังกวาดล้าง

    ข้างใน—แสงกำลังพยายามไม่ดับ

    และในหอคอยที่ไกลออกไป

    เซเรน่ากำคทาแน่น

    รู้สึกเหมือนมีบางอย่างในโลกกำลังดึงเธอให้เลือก

    คืนนี้

    เมืองจะพยายามลบเรื่อง “คลัง” ให้หายไป

    แต่ถ้าไครอสกับพวกอยู่รอด

    และถ้าเซเรน่าไม่หันหน้าหนีอีก

    เรื่องนั้นจะไม่ถูกลบง่าย ๆ

    จบตอนที่ 58 : คืนที่เมืองเริ่มกวาดล้าง


    คล้ายกับเรื่องมหาสงครามศิลากำเนิดจักรวาล (The Cosmic War of the Genesis Stone) ที่คุณอ่าน