ไม่ช้าไม่นาน ผู้าุโเจ็ดก็ประกาศชื่อผู้ประลองทั้งสองซึ่งเป็คู่ประลองคู่แรก ให้ลงมายังสนามประลอง " เซี่ยเฟยฮุ่ย กับ เซี่ยตงหยาง เชิญลงมายังสนามประลองได้ ณ บัดนี้ "
เมื่อผู้าุโเจ็ดประกาศบอกชื่อคนที่จะต้องประลองทั้งสองเสร็จ ทั้งสองที่ถูกเอ่ยชื่อก็พากันเดินลงมายังสนามประลองและประจันหน้ากัน
ทันทีที่ทั้งสองยืนประจันหน้าประจำที่พร้อมต่อสู้กัน
ผู้าุโเจ็ดก็ประกาศเริ่มต้นการต่อสู้ขึ้นได้ " เริ่มได้ "
พอผู้าุโเจ็ดบอกว่าเริ่มได้ ทั้งเซี่ยเฟยฮุ่ยและเซี่ยตงหยาง ก็ะเิพลังิญญาออกพร้อมๆกัน
ผู้าุโที่เป็ผู้บรรยายการประลอง หลังจากที่คนทั้งสองะเิพลังิญญาเสร็จ คนก็ััรู้ถึงระดับพลังิญญาของทั้งสองได้แทบจะในทันที
ผู้บรรยายการประลองจึงประกาศบอกระดับพลังิญญาของทั้งสองแก่ผู้ชมที่ดูอยู่ให้รู้ทั่วกัน "
เซี่ยตงหยาง ระดับพลังิญญาของเขาคือ
ระดับอัคราจารย์ิญญาขั้นหนึ่ง
ส่วนเซี่ยเฟยฮุ่ย ระดับพลังิญญาของเขาคือ
ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้า "
หลังจากประกาศบอกระดับพลังิญญาของคนไปเสร็จ ผู้บรรยายการประลองจึงกล่าวบอกออกแสดงความคิดเห็นของตนต่อ " ข้าผู้บรรยายการประลองขอแสดงความคิดเห็นว่า หากตัดสินแค่ระดับพลังิญญา คงเป็เซี่ยตงหยางที่ชนะไปอย่างง่ายๆ
เพราะเซี่ยตงหยางอยู่ในระดับพลังที่ห่างกันกับเซี่ยเฟยฮุ่ยถึงหนึ่ง่ใหญ่ แต่หากมีิญญายุทธ์มาประกอบ คงต้องดูด้วยว่าิญญายุทธ์ใครจะชนะทางใครเป็ส่วนประกอบด้วย เพราะหากิญญายุทธ์ของเซี่ยเฟยฮุ่ยชนะทางิญญายุทธ์ของเซี่ยตงหยาง เซี่ยเฟยฮุ่ยก็มีสิทธิ์ที่จะชนะการประลองนี้ไปนั่นเอง "
เมื่อผู้บรรยายการประลองออกความคิดเห็นเสร็จ ทั้งเซี่ยตงหยางและเซี่ยเฟยฮุ่ยที่ะเิพลังกันออกมาแล้ว ก็ไม่รีรอช้าในการเรียกิญญายุทธ์ของตนให้ออกมา
ิญญาของเซี่ยตงหยางที่เรียกออกมาคือ ิญญายุทธ์สายสัตว์ ิญญายุทธ์หมาป่าดำ
ทางด้านิญญายุทธ์ของเซี่ยเฟยฮุ่ยที่เรียกออกมาคือ ิญญายุทธ์สายอาวุธ ิญญายุทธ์กระบี่เงิน
เมื่อทั้งสองเรียกิญญายุทธ์ของตนกันออกมาแล้ว ผู้บรรยายการประลองที่ได้รับข้อมูลใหม่จึงประกาศขึ้น " ออกมาแล้ว ออกมาแล้ว ิญญายุทธ์ของทั้งสองคน ิญญาของเซี่ยเฟยฮุ่ยคือิญญายุทธ์สายอาวุธ กระบี่เงิน ส่วนิญญายุทธ์ของเซี่ยตงหยาง คือ ิญญายุทธ์สายสัตว์ หมาป่าดำ ถ้าวัดจากตารางการแพ้ทางของิญญายุทธ์ คือ อาวุธ ชนะ สัตว์ สัตว์ ชนะ ภูติ ภูติ ชนะ อาวุธ ทางด้านของเซี่ยเฟยฮุ่ยที่เป็สายอาวุธก็พอจะมีทางชนะเซี่ยตงหยางที่เป็สายสัตว์เพราะมีการชนะทางของิญญายุทธ์มาทดแทนความห่างของระดับพลังแล้วนั่นเอง "
ทันทีที่เซี่ยเฟยฮุ่ยเรียกิญญายุทธ์ตนออกมาจนสมบูรณ์ คนก็ไม่รีรอช้าในการชิงความได้เปรียบในการต่อสู้ โดยการเรียกใช้ทักษะิญญาฝนอาวุธซึ่งเป็ทักษะยอดนิยมของสายอาวุธที่ใช้สะกดข่มสายสัตว์ออกมา
" เอาแล้ว ท่านผู้ชมทั้งหลาย เซี่ยเฟยฮุ่ย เปิดใช้ทักษะิญญาของเขาก่อนเป็คนแรก ซึ่งทักษะิญญาที่เขาเลือกเปิดใช้ก็คือ ทักษะิญญาฝนอาวุธนั่นเอง ซึ่งทักษะิญญาฝนอาวุธนี้ เป็ทักษะิญญายอดนิยมที่ใช้สะกดข่มิญญายุทธ์สายสัตว์โดยเฉพาะ ที่วิญญาจารย์สายอาวุธต้องมีติดตัวไว้
ซึ่งการสะกดข่มสายสัตว์ของทักษะิญญาฝนอาวุธนี้ก็มีดังนี้ หนึ่ง คือ ใช้กระบี่ที่เรียกออกมามากมายดุจเม็ดฝนในการโจมตีคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่องจนฟื้นฟูไม่ทัน สอง คือ ใช้กระบี่ที่มากมายดุจเม็ดฝนในการควบคุมพื้นที่สนามประลองและการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ให้จำกัดลง ข้าผู้าุโที่ได้ดูจากการลงมือของ เซี่ยเฟยฮุ่ยแล้ว ดูแล้วคนคงจะไม่คิดซับซ้อนอะไร คือคิดแบบพื้นฐานสายอาวุธทั่วๆไปที่เจอกับสายสัตว์นั่นแหละ คือชิงความได้เปรียบจากทักษะิญญาที่มันใช้เพื่อสะกดข่มสายสัตว์โดยเฉพาะอยู่แล้วนั่นเอง เมื่อสถานการณ์เริ่มมาก็โดนสะกดข่มแบบนี้ ทางด้านของเซี่ยตงหยางจะแก้สถานการณ์นี้อย่างไรคงต้องรอชม " ผู้บรรยายการประลองประกาศบรรยายเหตุการณ์ในสนามประลองปัจจุบันให้แก่ทุกคนได้ทราบทั่วกัน
เซี่ยตงหยางที่เห็นคนเปิดใช้ทักษะิญญาอันเป็ดาวสะกดข่มิญญายุทธ์ตนมา คนก็คิดขึ้น ' ทักษะิญญาฝนอาวุธงั้นรึ กะแล้วว่าต้องมีและต้องใช้ งั้นก่อนที่จะโต้กลับ เราขอทดลองในการเคลื่อนกายหลบฝนกระบี่ดูหน่อยก่อนก็แล้วกัน ดูซิว่ามันจะควบคุมพื้นที่ได้แค่ไหน "
เมื่อเซี่ยตงหยางคิดเสร็จ ฝนกระบี่ของเซี่ยเฟยฮุ่ยก็พุ่งสาดเข้าใส่หาร่างของเซี่ยตงหยาง เซี่ยตงหยางที่เตรียมตัวรออยู่แล้ว ก็ใช้ร่างกายในการเคลื่อนไหวทดสอบหลบฝนกระบี่ของเซี่ยเฟยฮุ่ยตามที่ตนได้คิดไว้
แต่ก็เคลื่อนไหวหลบได้ไม่นาน ด้วยความที่ทักษะิญญาฝนกระบี่นี้เป็ดาวสะกดข่มิญญายุทธ์ของเซี่ยตงหยาง ทางด้านการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของร่างสัตว์ป่าและร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์และร่างมนุษย์ธรรมดา บวกกับมีการโจมตีอย่างต่อเนื่องจนทำให้การฟื้นฟูที่รวดเร็วของิญญายุทธ์สายสัตว์ฟื้นฟูไม่ทันอีกด้วย
คนที่รู้ว่า ตนคงจะเคลื่อนไหวหลบได้อีกไม่นาน คนจึงตัดสินใจใช้การเคลื่อนไหวที่พอทำได้ที่เหลือ ในการหลอกล่อกระบี่ที่มากมายดุจเม็ดฝนให้มารวมอยู่ที่ทิศทางเดียวกัน จากนั้นคนจึงใช้ทักษะิญญา " เสียงคำรามคลื่นวายุ " หลังจากประกาศบอกชื่อทักษะไปเสร็จ คนก็แหกปากร้องคำรามเพื่อเปิดใช้ทักษะิญญาออกทางลมปากและเสียง
ทันทีที่ทักษะิญญาเสียงคำรามคลื่นวายุถูกเปิดใช้ กระบี่ทั้งหลายที่มากมายดุจเม็ดฝน ก็โดนลมพายุและคลื่นเสียงสะท้อนพัดกระจายกระเด็นกลับไปหาทางด้านของเซี่ยเฟยฮุ่ย
เมื่อกระบี่ที่มากมายดุจเม็ดฝนถูกสะท้อนกลับเซี่ยเฟยฮุ่ยที่เห็นดังนั้นก็ตระหนกใพอสมควร แต่เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นคนจึงค่อยเรียกสติตนกลับมาได้
แต่ทว่าใน่เวลาที่คนตระหนกจนลืมเลือนสติ เซี่ยตงหยางที่เห็นโอกาสเข้าโจมตีว่ามีแล้ว คนจึงไม่รีรอช้าในการใช้ร่างหมาป่าดำเต็มตัว ในการพุ่งกระโจนเล็งเข้ากัดข้อมือมือข้างที่ถือกระบี่ิญญาอยู่
ในขณะที่เซี่ยตงหยางกำลังพุ่งไปนั้น เซี่ยเฟยฮุ่ยที่ได้สติกลับมาก็พยายามโยกกายหลบ แต่ทว่าก็ไม่ทัน ความรวดเร็วของเซี่ยตงหยางที่มาเหนือกว่า จนทำให้คนสามารถฝังคมเขี้ยวของหมาป่าเข้าข้อมือแขนของเซี่ยเฟยฮุ่ยไปได้
เมื่อเซี่ยเฟยฮุ่ยโดนกัด คนก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บอย่างไม่มีสติพร้อมกับปล่อยกระบี่ที่มือตนถืออยู่ออกไปด้วย พอเซี่ยตงหยางเห็นว่าคนเจ็บจนไม่มีสติอยู่กับตัว คนก็คลายการกัดออกและพลันเปลี่ยนร่างเป็ร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์ จากนั้นจึงใช้ขาของร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์ในการเตะเข้าชายโครงซ้ายของเซี่ยเฟยฮุ่ย จนคนกระเด็นออกสนามประลองไป
ครั้นมีคนกระเด็นออกไป ผู้บรรยายการประลองจึงประกาศชื่อผู้ที่ยังคงอยู่ในสนามประลองหรือคือผู้ชนะ " เซี่ยตงหยาง ระดับอัคราจารย์ิญญาขั้นหนึ่ง ิญญายุทธ์หมาป่าดำ เป็ผู้ชนะ "
หลังจากประกาศชื่อผู้ชนะในรอบแรกแล้ว ผู้าุโเจ็ดก็ไม่รีรอช้าให้เวลาผ่านไป ประกาศเรียกชื่อผู้ประลองทั้งสองในรอบที่สองออกมาแทบจะในทันทีหลังจากที่ผู้าุโผู้บรรยายการประลองประกาศว่าใครชนะ " เซี่ยหยวนป้า เซี่ยหลิงหยุน เชิญทั้งสองลงมายังสนามประลอง "
เมื่อคนทั้งสองได้ยินผู้าุโเจ็ดเรียกให้ลงมาประลอง ทั้งเซี่ยหยวนป้าและเซี่ยหลิงหยุน ก็เดินมุ่งลงมายังสนามประลองอย่างไม่รีบไม่ช้า
เซี่ยหยวนป้าเดินลงมาด้วยตัวคนเดียว ต่างกันกลับเซี่ยหลิงหยุนที่เดินลงมาพร้อมกับภูติตัวจิ๋วที่บินวนอยู่รอบตัวไปมา ซึ่งทำให้ทุกคนที่มองมายังสนามมองประลองรู้ว่า คนมีิญญายุทธ์สายอะไร
พอคนทั้งสองเดินลงมาและยืนประจันหน้ากันแล้ว ผู้าุโเจ็ดก็ประกาศเริ่มต้นการต่อสู้ขึ้น " เริ่มได้ "
ทันทีที่ผู้าุโเจ็ดประกาศบอกว่าเริ่มได้
เซี่ยหลิงหยุนก็ะเิพลังิญญาออกมา ทำให้ผู้บรรยายการประลองและผู้าุโทั้งหลายรับรู้ว่า คนอยู่ในระดับอะไร
ผู้บรรยายการประลองจึงประกาศบอกให้ทุกคนรู้ " เซี่ยหลิงหยุน ิญญายุทธ์สายภูติ ระดับพลังิญญาของเขาคือ ระดับอัคราจารย์ิญญาขั้นสอง "
พอผู้บรรยายการประลองประกาศบอกระดับคนเสร็จ คู่ต่อสู้ของเซี่ยหลิงหยุน ก็ยกมือคารวะแก่คนขึ้นและกล่าวขึ้นว่า " ข้าเซี่ยหยวนป้า ผู้อยู่ระดับวิญญาจารย์ขั้นห้าและเป็วิญญาจารย์สายอาวุธ ขอยอมแพ้แก่ท่านทั้งระดับพลังิญญาและิญญายุทธ์ "
หลังคนกล่าวเสร็จ คนก็มุ่งเดินออกจากสนามไปด้วยตัวเอง
" เซี่ยหยวนป้าออกจากสนาม เซี่ยหลิงหยุน ิญญายุทธ์สายภูติ ระดับอัคราจารย์ิญญาขั้นสอง ชนะ " ผู้บรรยายการประลองประกาศ
" คู่ที่สาม เซี่ยเฟิ่งอี้ เซี่ยจื่อหยวน เชิญลงมาประลองยังสนามประลองได้ " ผู้าุโเจ็ดประกาศกล่าวเรียก
เซี่ยจื่อหยวนเดินลงมายังสนามประลองด้วยความมั่นใจ ต่างกลับเซี่ยเฟิ่งอี้ที่เดินลงมาด้วยความวิตกกังวลและหวาดกลัว
เมื่อคนทั้งสองเดินลงมายังสนามประลองและประจันหน้ากันแล้ว ผู้าุโเจ็ดก็ประกาศบอกเริ่มต้นการต่อสู้ขึ้นได้ " เริ่มได้ "
ทันทีที่ผู้าุโเจ็ดประกาศบอกเริ่มต้นการต่อสู้ขึ้น เซี่ยเฟิ่งอี้ก็ไม่รีรอช้าในการประกาศยอมแพ้แก่คนไป
" ข้าเซี่ยเฟิ่งอี้ ผู้อยู่ในระดับผู้ปลุกิญญาขั้นห้า ขอประกาศบอกยอมแพ้ " พอคนประกาศบอกยอมแพ้เสร็จ คนก็เตรียมตัวจะเดินออกจากสนามประลอง
แต่ทว่าคนยังเดินไม่ใกล้ถึงจุดออกจากสนามประลอง เซี่ยจื่อหยวนก็ะเิพลังิญญาออกมาพร้อมกับใช้ิญญายุทธ์สายสัตว์ของตนในร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์พุ่งเข้าเตะเข้าหน้าอกของเซี่ยเฟิ่งอี้ไปอย่างเต็มๆ จนคนกระเด็นกลับมายังใจกลางสนามประลองอีกครั้ง
เมื่อเซี่ยจื่อหยวนะเิพลังิญญาของตนออกพร้อมกับใช้ิญญายุทธ์ จึงทำให้ผู้บรรยายการประลองรู้ถึงระดับพลังิญญาและิญญายุทธ์ของเ้าตัวว่าคืออะไร จากนั้นจึงประกาศบอกแก่ทุกคนให้ได้รู้ทั่วกัน " เซี่ยจื่อหยวน ระดับพลังิญญาของเขาคือ วิญญาจารย์ขั้นห้า ิญญายุทธ์พยัคฆ์โคร่ง "
ทางด้านของเซี่ยเฟิ่งอี้ที่โดนเตะไปเต็มๆ ก็นอนเอามือกุมอกตรงที่ถูกเตะพร้อมกับกระอักเืออกมาคำใหญ่
เซี่ยจื่อหยวนที่เห็นคนเจ็บกระอักเืปางตาย ก็หัวเราะคิกคักไม่สนความเ็ปของผู้อื่นแต่อย่างใด คนกล่าว " เ้าจะรีบไปไหน อยู่เป็คู่ซ้อมให้ข้าแสดงพลังของข้าให้เหล่าผู้าุโดูก่อนสิ ว่าข้ามีฝีมือประเสริฐแค่ไหน คิกคิกคิก "
เยี่ยหลงที่เห็นคนลงมืออํามหิตและยังกล่าวออกมาเช่นนั้น กายหยาบคนก็ทำได้แต่กำหมัดโมโหเจ็บใจแทนคนไม่มีทางสู้ทั้งหลายที่ดูอยู่แต่ทำอะไรไม่ได้กับความอยุติธรรมนี้ แม้จะเวทนาเซี่ยเฟิ่งอี้กันมากก็ตาม แม้กายหยาบตนจะเป็เช่นนั้น คือทำอะไรไม่ได้ แต่กายละเอียดคนพุ่งะโถีบหน้าคนไปหลายเท้าแล้วเพราะความโมโหแทนก็ว่าได้
เซี่ยเฟิ่งอี้ที่แม้จะเ็ปอยู่ ก็ต้องฝืนตัวพยายามลุกขึ้นมาพูดกับเซี่ยจื่อหยวนว่าตนยอมแพ้แล้ว " จื่อหยวน ข้ายอมแพ้แล้ว ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ จะให้ข้าทำอะไรนอกจากการต่อสู้หรือเป็คู่ซ้อมของเ้า ข้ายอมทั้งนั้น "
" ทำอะไรก็ได้แน่นะ " จื่อหยวนกล่าว
" ใช่ ทำอะไรก็ได้ " เฟิ่งอี้กล่าวย้ำ
" เช่นนั้น เ้าก็คลานมาดูดนิ้วเท้าข้าซะดีๆ "
เซี่ยเฟิ่งอี้ที่ได้ฟังคำบอกของเซี่ยจื่อหยวนดังนั้น คนก็อึ้งไปสักพัก ก่อนจะตัดสินใจคลานไปดูดนิ้วเท้าของเซี่ยจื่อหยวนอย่างรวดเร็วแบบไม่เต็มใจ เพราะคน้าจะออกไปจากสนามประลองนี้ให้ไวที่สุด
พอคนคลานมาดูดนิ้วเท้าตามที่คนบอกแล้ว
เซี่ยจื่อหยวนก็หัวเราะคิกคักออกมาอย่างสะใจที่ได้เหยียดหยามคน แต่ทว่าแทนที่คนจะปล่อยคนไป เซี่ยจื่อหยวนกลับไม่ทำเช่นนั้น คนดึงนิ้วเท้าตนออกจากปากของเซี่ยเฟิ่งอี้และใช้ขาข้างที่นิ้วไม่ถูกดูดในการถีบเข้าใบหน้าของเซี่ยเฟิ่งอี้ไปเต็มๆจนคนกระเด็นออกไปไกลพอควร
เซี่ยเฟิ่งอี้ที่โดนทำอย่างงั้นก็เอ่ยถามหาสัจจะกับคน " ไหนว่าถ้าข้ายอมดูดนิ้วเท้าเ้าแล้ว เ้าจะปล่อยข้าไปไง "
" ข้าบอกให้เ้ามาดูดนิ้วเท้าข้าก็จริง แต่ข้าไม่ได้บอกนะว่าจะปล่อยเ้าไปอะ มีแต่เ้าเองนั่นแหละที่คิดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว คิกคิกคิก " เซี่ยจื่อหยวนกล่าวบอกแก่เซี่ยเฟิ่งอี้เสร็จ คนก็เดินเข้าหาร่างของ
เซี่ยเฟิ่งอี้อย่างไม่รีบไม่ช้า พอมาถึงร่างของเฟิ่งอี้ คนก็จิกหัวคนขึ้นมาและใช้เข่าพุ่งกระแทกหน้าคนซ้ำๆ จนคนสลบ
เมื่อเซี่ยเฟิ่งอี้สลบ เซี่ยจื่อหยวนก็ปล่อยมือตนออกจากการขยุ้มผมของเซี่ยเฟิ่งอี้ จากนั้นจึงค่อยเดินออกห่างจากร่างของเซี่ยเฟิ่งอี้ประมาณหกเจ็ดก้าวพร้อมกับชูมือขึ้นเพราะคิดว่าตนได้มีชัยแล้ว
ผู้บรรยายการประลองที่เห็นดังนั้น ก็คิดแบบเดียวกันกับเซี่ยจื่อหยวนคือตัวของเซี่ยจื่อหยวนได้รับชัยชนะแล้ว แต่ก่อนที่จะได้ประกาศบอกชื่อผู้ชนะออกไป จู่ๆร่างของเซี่ยเฟิ่งอี้ก็เลือนหายไปจากสนาม ในขณะเดียวกันร่างของเซี่ยจื่อหยวนก็โดนเหมือนของมีคมเข้าฟันใส่นับครั้งไม่ถ้วนด้วยความรวดเร็ว คนโดนฟันเป็เป้านิ่งอยู่อย่างงั้นประมาณสิบห้าลมหายใจ ก่อนร่างคนจะร่วงสลบไปพร้อมกับร่างของเซี่ยเฟิ่งอี้ที่ปรากฏในสนามอีกครั้งพร้อมกับถือกระบี่สายฟ้าสถิตอันเป็ิญญายุทธ์ตนเอาไว้ด้วย
" เมื่อกี้มันอะไรกัน ดูไม่ทันเลย " เยี่ยหลงกล่าว
" เหตุการณ์ตะกี้ เ้าเซี่ยเฟิ่งอี้เป็คนทำงั้นเหรอ ? " ผู้ชมหนึ่งกล่าวถามเพื่อนผู้ชมที่อยู่ใกล้ๆ
เพื่อนผู้ชมหนึ่งตอบกลับ " ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว คงจะเป็ฝีมือของเ้าเซี่ยเฟิ่งอี้ไม่ผิดแน่ แต่คนใช้ทักษะิญญาอะไรกัน ถึงได้เข้าโจมตีเซี่ยจื่อหยวนจนหมดสภาพได้อย่างงั้น น่าสงสัยจริงๆ "
เซี่ยคงซือเ้าตระกูลเซี่ยที่เห็นเหตุการณ์ในสนามประลองมาตลอดดังนั้น คนก็กล่าวขึ้น " เ้าเซี่ยเฟิ่งอี้ เห็นอ่อนแออย่างงี้ แต่กลับทักษะิญญาที่หาได้ยากของสายอาวุธ คือท่าทักษะิญญาท่าเท้าิญญาอัสนีผ่า ซึ่งเป็ท่าเท้าที่เงียบเชียบที่สุดและว่องไวที่สุดจนติดอันดับหนึ่งในท่าเท้าที่ดีที่สุด ไม่แปลกที่คนจะเคลื่อนไวเข้าโจมตีคนด้วยความรวดเร็วจนจับตามองไม่ทันและเสียงเบาจนคู่ต่อสู้ไม่อาจรู้ตัวดุจเท้าของิญญา "
เซี่ยเอี้ยเฉินที่ได้ฟังคำกล่าวชมคนจากเซี่ยคงซือ คนก็กล่าวขึ้นเสริม " แม้เซี่ยเฟิ่งอี้ จะมีทักษะิญญาที่ยอดเยี่ยมก็จริง แต่นั่นก็ไม่พอที่จะทำให้เซี่ยเฟิ่งอี้มีชัยแก่เซี่ยจื่อหยวนที่อยู่ในระดับวิญญาจารย์ขั้นห้าได้หรอก หากไม่อาศัยทีเผลอคนกับทักษะิญญายุทธ์ที่ชนะ ทางและกระบี่ที่มีอัตลักษณ์ในการทำให้ชาจนขยับไม่ได้ ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ชัยแบบนี้หรอก "
ไม่นานหลังจากร่างของเซี่ยจื่อหยวนร่วงหล่นสลบไปและร่างของเซี่ยเฟิ่งอี้ปรากฏในลักษณะยืนอยู่ในสนามอีกครั้ง ทิ้ง่เวลาประมาณห้าลมห้าใจ ผู้บรรยายการประลองก็ประกาศชื่อผู้ที่ยังคงยืนอยู่คนเดียวในสนามหรือคือผู้ชนะ " เซี่ยเฟิ่งอี้ ระดับผู้ปลุกิญญาขั้นห้า ิญญายุทธ์กระบี่สายฟ้าสถิต เป็ผู้ชนะในรอบที่สาม "
เมื่อผู้บรรยายการประลองประกาศว่าใครคือผู้ชนะเสร็จ ร่างของเซี่ยเฟิ่งอี้ก็ร่วงหล่นสลบลงไปกับพื้น หลังจากที่ผู้บรรยายการประลองประกาศว่าใครคือผู้ชนะ
พอการประลองรอบที่สามจบลง ผู้าุโเจ็ดก็ไม่รีรอช้าในการบอกให้คนที่มีหน้าที่ปฐมพยาบาลมาพาร่างของทั้งสองคนที่หมดสติออกไปจากสนามประลองเพื่อปฐมพยาบาลต่อข้างนอกสนาม หลังจากนั้นก็รีบเรียกคู่ประลองคู่ที่สี่ให้ออกมาประลองแทบจะในทันทีที่ขจัดร่างคนออกจากสนามประลองไปหมดแล้ว " เซี่ยจื่อหาน เซี่ยเฟยหรง ทั้งคู่ซึ่งเป็คู่ประลองคู่ที่สี่เชิญลงมาประลองยังสนามประลอง ณ บัดนี้ "
พอทั้งเซี่ยจื่อหานและเซี่ยเฟยหรงได้ยินผู้าุโเจ็ดบอกให้ลงมาประลอง คนทั้งสองก็ไม่รอช้าเหมือนคำเรียกของผู้าุโเจ็ดที่เรียกให้ลงมาประลอง คือมุ่งหน้าลงมายังสนามประลองโดยเร็ว
เมื่อทั้งสองลงมายังสนามประลองและยืนประจันหน้ากันแล้ว ผู้าุโเจ็ดก็ประกาศบอกเริ่มต้นการต่อสู้ขึ้นได้ " เริ่มได้ "
ทันทีที่ผู้าุโเจ็ดประกาศบอกว่าเริ่มได้ คนทั้งสองก็ะเิพลังิญญาและปลดปล่อยิญญายุทธ์ของตนกันออกมาเป็เวลาพร้อมๆกัน หลังจากนั้นก็พุ่งเข้ากระโจนเข้าห้ำหั่นกันอย่างตาต่อตาฟันต่อฟันแลกกันหมัดต่อหมัด
ผู้บรรยายการประลองที่ััได้ถึงระดับพลังิญญาและได้เห็นิญญายุทธ์ของทั้งสอง ก็ประกาศบรรยายบอกแก่ทุกคนให้รู้ทราบทั่วกัน " เซี่ยจื่อหาน ระดับพลังิญญาของเขาคือ
ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้า ิญญายุทธ์สายสัตว์ ิญญายุทธ์แมงป่องช้าง
ส่วน เซี่ยเฟยหรง ระดับพลังิญญาของเขาคือ
ระดับวิญญาจารย์ขั้นห้า ิญญายุทธ์สายสัตว์เช่นกันิญญายุทธ์บึ้งดำ เอาล่ะ เรามาดูกันว่าระหว่างแมงป่องกับแมงมุมใครจะเป็ฝ่ายชนะ เรามาติดตามชมกัน"
ในขณะที่ผู้บรรยายการประลองประกาศบอกระดับพลังิญญาและิญญายุทธ์ของทั้งสอง คนทั้งสองก็แลกหมัดต่อหมัดกันอย่างดุเดือด แลกกันไปอย่างงี้จนเวลาล่วงเลยมาถึงปัจจุบันคือผู้บรรยายการประลองประกาศบรรยายบอกระดับพลังิญญาและิญญายุทธ์ของทั้งสองเสร็จ
ทั้งสองยืนแลกรับหมัดกันอย่างงั้นโดยไม่มีใครคิดจะหลบ จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงสามนาที ทางด้านของเซี่ยเฟยหรงที่แม้จะอยู่ในร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์เหมือนกับเซี่ยจื่อหาน แต่คนก็เริ่มที่จะทนความเจ็บจากก้ามแมงป่องที่พุ่งโจมตีเข้าใส่คนไม่ไหว คนจึงเป็ฝ่ายเปิดใช้งานทักษะิญญาก่อนเป็คนแรก
" ทักษะิญญาตาข่ายใยเหนียว " เซี่ยเฟยหรงปล่อยใยเหนียวเป็ตาข่ายออกจากทางปากใส่หน้าเซี่ยจื่อหาน จากนั้นคนก็ะโถอยหลังไปตั้งหลัก
ส่วนทางด้านของเซี่ยจื่อหานที่เห็นคนเหมือนจะปล่อยอะไรออกมาจากทางปากมาใส่ตน คนก็ยกมือยกแขนขึ้นมากำบังตาด้วยสัญชาตญาณ เพื่อป้องกันให้พ้นจากสิ่งที่คนจะปล่อยมาใส่ตนที่คาดว่าจะโจมตีให้เข้าดวงตา จนทำให้ใยเหนียวที่ถูกพ่นออกมา มายึดติดแขนทั้งสองข้างของคนเอาไว้ด้วยกัน เซี่ยจื่อหานที่ได้หลุดออกจากการกระทำโดยสัญชาตญาณแล้วนั้น คนก็พยายามจะแก้มือทั้งสองข้างที่ติดกันด้วยใยให้ออก แต่ทว่ากลับกันมันกลับไม่ออกและยิ่งเหนียวแน่นขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย
เซี่ยเฟยหรงที่เห็นว่าแขนทั้งสองข้างของเซี่ยจื่อหานติดกันจนแยกไม่ออก ก็คิดว่าตนเองได้เปรียบแล้วในขณะนี้ คนจึงคิดจะใช้โอกาสนี้ในการเผด็จศึกเซี่ยจื่อหานซึ่งเป็คู่ต่อสู้ ' เวลานี้แหละ เราสามารถเอาชัยจากเซี่ยจื่อหานที่อยู่ในระดับสูงกว่าเราได้แน่ '
เมื่อเซี่ยเฟยหรงคิดได้ดังนั้น คนจึงเปลี่ยนร่างเป็ร่างบึ้งเต็มตัวและพุ่งร่างใช้เขี้ยวในร่างบึ้งเต็มตัวพุ่งเข้าขย้ำหัวคน
ทันทีที่เซี่ยเฟยหรงในร่างบึ้งเต็มตัวพุ่งตัวมา เซี่ยจื่อหานก็เปิดใช้ทักษะิญญาตนในการตอบโต้กลับ " ทักษะิญญากายโลหะ "
พอเซี่ยจื่อหานเปิดใช้ทักษะิญญาของตนเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่เซี่ยเฟยหรงใช้เขี้ยวตนในร่างบึ้งกัดเข้าใส่ศีรษะคน
ทันทีที่เซี่ยเฟยหรงกัดเข้าศีรษะคน ผลปรากฏกลับออกมาว่า ไม่สามารถฝังเขี้ยวเข้าเนื้อคนได้
เซี่ยเฟยหรงที่ทราบดังนั้น ก็กำลังจะง้างปากออกเพื่อปล่อยคนจากการกัดและเพื่อให้ตนจะได้ะโถอยไปตั้งหลัก
แต่ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว เซี่ยจื่อหานที่เห็นว่าทักษะกายโลหะของตนใช้ป้องกันคมเขี้ยวของเซี่ยเฟยหรงในร่างบึ้งได้ผล คนที่ไม่เจ็บและเห็นเซี่ยเฟยหรงมาอยู่ในระยะโจมตีของคน คนจึงใช้โอกาสนี้ในการโจมตีสวนกลับคนไป โดยการใช้หางแมงป่องพุ่งเข้าโจมตีพุ่งเข้าใส่จิ้มบริเวณหน้าผากของเซี่ยเฟยหรงในร่างบึ้งไปพร้อมกับเปิดใช้ทักษะิญญาทักษะที่สอง
" ทักษะิญญาหนึ่งพิษขอความตาย " เซี่ยจื่อหานประกาศเปิดใช้ทักษะิญญาทันทีที่หางแมงป่องจิ้มเข้าใส่หน้าผากของเซี่ยเฟยหรง
ส่วนทางด้านของเซี่ยเฟยหรงที่โดนหางแมงป่องของเซี่ยจื่อหานที่เสริมด้วยทักษะิญญาจิ้มเข้าใส่หน้าผากไปนั้น คนก็ปล่อยการกัดหัวคนออกอย่างรวดเร็วและพลางเดินถอยออกพร้อมกับกรีดร้องออกมาด้วยความปวดเจ็บ แต่คนถอยไปได้ไม่ไกล ด้วยความเจ็บคนจึงลงไปนอนดิ้นด้วยความเ็ป
เมื่อเซี่ยเฟยหรงลงไปนอนดิ้นด้วยความเ็ปแล้ว เซี่ยจื่อหานที่เห็นโอกาสที่จะชนะคู่ต่อสู้ได้โดยไว คนจึงใช้โอกาสนี้วิ่งเข้าไปเตะร่างของเซี่ยเฟยหรงที่อยู่ในร่างของบึ้งเต็มตัวที่กำลังนอนดิ้นอยู่ ให้ออกจากสนามไป
ทันทีที่เซี่ยเฟยหรงโดนเตะกลิ้งออกจากสนามประลองไป ผู้บรรยายการประลองก็ประกาศชื่อผู้ชนะขึ้น " เซี่ยจื่อหาน ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้า ิญญายุทธ์สายสัตว์ ิญญายุทธ์แมงป่องช้าง เป็ผู้ชนะ "
เมื่อผู้บรรยายการประลองประกาศว่าใครคือผู้ชนะในรอบที่สี่แล้ว ผู้าุโเจ็ดก็ไม่รีรอช้าอีกเช่นเคย รีบเรียกคู่ประลองคู่ที่ห้าให้ลงมายังสนามประลอง " เซี่ยไป๋เยี่ยหลง เซี่ยหนิงเทียน เชิญลงมายังสนามประลอง "
เมื่อเซี่ยหนิงเทียนและเยี่ยหลงได้ยินคำประกาศเรียกของผู้าุโเจ็ดให้ลงมายังสนามประลอง คนทั้งสองก็ลงมายังสนามประลองและมายืนประจันหน้ากันเพื่อเตรียมจะประลอง
พอคนทั้งสองลงมายืนประจันหน้าเตรียมพร้อมรบกันเสร็จ ก่อนที่ผู้าุโเจ็ดจะได้เริ่มประกาศการประลอง เซี่ยคงซือที่เพิ่งรู้ว่าเยี่ยหลงก็มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้ที่ต้องเข้าร่วมการคัดตัวไปประลองในงานประลองสี่ตระกูลด้วย ก็แปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้ คนได้ยินทราบมาว่า เยี่ยหลง หางานทำได้แล้ว เมื่อเป็เช่นนั้นชื่อก็ควรจะถูกคัดออก แต่นี่ชื่อกลับยังคงอยู่ ด้วยความสงสัยคนจึงกล่าวถามกับเซี่ยเอี้ยเฉินผู้เป็บิดาของเยี่ยหลงว่าทำไมคนถึงมีชื่ออยู่ในการประลองคัดตัว " เอี้ยเฉิน เ้าหนูเยี่ยหลงมีงานทำแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยังมีชื่ออยู่ในการคัดเลือกคนไปประลองในงานประลองสี่ตระกูลได้ล่ะ ? "
เอี้ยเฉินตอบ " เดิมที่ชื่อของลูกข้าเยี่ยหลง ก็ถูกคัดออกไปแล้วนั่นแหละ แต่เ้าตัวไปแก้ไขชื่อที่เป็บุคคลคัดออก ให้กลับมามีชื่อเป็ผู้ที่ต้องเข้าร่วมการประลองอีกครั้งนะ "
" เ้าก็รู้ว่าบุตรตนกำลังจะทำอะไร ทำไมถึงไม่ห้ามเ้าหนูนั่น การประลองนี้แสวงหาผู้ที่แข็งแกร่ง คนพิการอย่างเยี่ยหลงไม่ต่างอะไรกับแกะในฝูงหมาป่าเลยนะ เอี้ยเฉิน เ้าคิดอะไรอยู่กันแน่ เอี้ยเฉินนะเอี้ยเฉิน " คงซือกล่าวบ่นเอี้ยเฉินที่ปล่อยให้เยี่ยหลงลงประลองคัดตัวด้วยความเป็ห่วงคน
" เดิมที ข้าก็ไม่อยากให้เยี่ยหลงลงประลองคัดตัวนักหรอก แต่ข้าได้ให้สัญญากับเยี่ยหลงบุตรข้าเอาไว้แล้วว่า หากเขาสามารถบรรลุสู่ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้าได้ในเวลาที่กำหนด ข้าจะให้เขาลงร่วมประลองคัดตัวน่ะ "
" เ้าบอกว่า หากสามารถบรรลุสู่ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้าได้ เ้าจะให้เยี่ยหลงลงประลองคัดตัว ? หมายความว่าตอนนี้เ้าหนูเยี่ยหลงนั่นสามารถบรรลุระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้าได้แล้วงั้นรึ ? " เซี่ยคงซือกล่าวถาม
เอิ้ยเฉินตอบกลับ " ใช่แล้ว เขาสามารถบรรลุระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้าได้จริง "
" แล้วไหนเหล่าหมอที่เ้าเคยเชิญมารักษา ต่างบอกกันว่าเ้าหนูเยี่ยหลงจะพิการไม่อาจฝึกฝนพลังิญญาและพลังเวทมนต์ได้ตลอดชีวิตไงล่ะ แล้วไหงตอนนี้กลับ.. "
" ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายข้า แต่น่าจะเกี่ยวข้องกับร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสาระพัดที่ลูกข้าไปทำ พวกคนเ่าั้ในร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดนั่นคงจะมีความรู้ทางการแพทย์อันมหัศจรรย์สูงส่งมากพอ พอที่จะรักษาลูกข้าให้กลับมามีที่ยืนในโลกิญญายุทธ์และโลกแห่งเวทมนต์ได้อีกครั้ง "
" ชื่อร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสาระพัดงั้นเหรอ ? ข้าไม่เคยได้ยินได้เห็น ชื่อร้านนี้ในเมืองเมฆาปลิดตะวันมาก่อนเลย เป็ร้านที่เพิ่งมาเปิดใหม่งั้นรึ ? " เซี่ยคงซือกล่าวถาม
" ข้าว่าไม่น่าใช่ร้านที่มาเปิดใหม่ จากการคาดเดาของข้า ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสาระพัดนี้น่าจะตั้งรกรากอยู่ที่นี่มานานแล้ว แต่พวกเราไม่รู้ก็แค่นั้นเอง "
" อะไรที่ทำให้เ้าคิดอย่างนั้นเอี้ยเฉิน ? "
" ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน น่าจะสัญชาตญาณมั้ง "
" อ๋อ เป็เช่นนี้นี่เอง แต่ก็เอาเถอะช่างเื่ร้านนั้นมันไปก่อน ตอนนี้เรามาดูเ้าหนูเยี่ยหลงกันก่อนดีกว่า ว่าจะสู้ได้ดีแค่ไหน "
เมื่อเอี้ยเฉินและคงซือสนทนากันเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่ผู้าุโเจ็ดประกาศเริ่มต้นการต่อสู้ขึ้น
" เริ่มได้ "
ทันทีที่ผู้าุโเจ็ดประกาศบอกว่าเริ่มได้ เซี่ยหนิงเทียนที่คิดว่าเยี่ยหลงอ่อนแอมากจนถึงขีดสุด ก็กล่าวบอกขึ้น " เยี่ยหลง เ้าจงยอมเดินออกไปจากสนามประลองเสียโดยดี ข้าไม่อยากจะเสียแรงประมือกับคนอ่อนแออย่างเ้า "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็ตอบกลับ " ข้าจะอ่อนแอจนเ้าไม่อยากเสียเวลาประมือกับข้าหรือไม่ เ้าคงต้องลองมาประมือดู อย่าเสียเวลามาเสียน้ำลายอีกเลย หนิงเทียน "
" คนอ่อนแออย่างเ้า กล้าท้าทายคนแข็งแกร่งอย่างข้างั้นรึ เ้ารู้มั้ยว่าตอนนี้ข้าอยู่ในระดับใด ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้าเชียวนะ คนพิการที่ฝึกฝนพลังิญญาไม่ได้อย่างเ้า จะเอาอะไรมาต่อกรกับข้า เยี่ยหลง "
เยี่ยหลงตอบกลับ " ข้ามีดีพอที่จะสามารถคว้าชัยจากเ้า ได้ก็แล้วกัน หนิงเทียน "
" ประเสริฐ ประเสริฐยิ่ง เช่นนั้นก็เตรียมรับมือข้าให้ได้ก็แล้วกัน " ทันทีที่หนิงเทียนกล่าวจบ คนก็ะเิพลังิญญาออกมาพร้อมกับเปิดใช้ิญญายุทธ์ของตนร่วมไปได้
หลังหนิงเทียนะเิพลังิญญากับเรียกใช้ิญญายุทธ์ของตนออกมา เยี่ยหลงก็ะเิพลังิญญาของตนออกมาตามต่อมาติดๆ
ผู้บรรยายการประลองที่ััรู้ถึงระดับพลังิญญาของทั้งสองและเห็นิญญายุทธ์ของหนิงเทียน ก็ประกาศบรรยายสถานการณ์ปัจจุบันขึ้น " เซี่ยหนิงเทียน ระดับพลังิญญาของเขาคือ
ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้า ิญญายุทธ์กระบี่เพลิง
ส่วนอีกฝั่งคือ เซี่ยไป๋เยี่ยหลง ระดับพลังิญญาของเขาคือ ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้าเช่นเดียวกัน ส่วนิญญายุทธ์ของเ้าตัวยังไม่มีการเปิดเผย ณ ขณะปัจจุบัน "
พอผู้บรรยายการประลองประกาศบอกระดับพลังิญญาและิญญายุทธ์ของคนที่เปิดเผยมา ณ ปัจจุบัน เสร็จ ทางด้านของเซี่ยหนิงเทียนก็ตั้งท่าจะเปิดใช้ทักษะิญญา ในขณะที่กำลังจะตั้งท่าเปิดใช้ทักษะิญญาอยู่นั้น เยี่ยหลงก็ใช้โอกาสนี้ที่คนเปิดช่องโหว่ให้โจมตี ในการพุ่งเข้าโจมตีคนด้วยหมัดที่ห่อหุ้มด้วยเกราะิญญาเข้าใส่ใบหน้าคนด้วยความรวดเร็ว
หนิงเทียนที่กำลังตั้งท่าจะเปิดใช้ทักษะิญญาอยู่นั้น ก็กลายเป็เป้านิ่งโดยปริยายหากคนไม่ยอมหยุดที่จะเปิดใช้ทักษะิญญา
หนิงเทียนที่รู้ทราบอยู่แล้วว่าตนกำลังจะกลายเป็เป้านิ่ง หากตนไม่ยอมหยุดคิดที่จะเปิดใช้ทักษะิญญา คนที่รู้ทราบดังนั้น ก็ไม่ยอมหยุดอยู่ดี เพราะในความคิดของเซี่ยหนิงเทียน คิดว่า ' หึ หากเป็คนอื่นรุกเข้ามาโจมตีเรา เราก็คงจะหลบไปแล้ว แต่นี่เป็คนอ่อนแออย่างเ้าเยี่ยหลง ถึงแม้จะน่าใอยู่บ้าง ที่คนพิการอย่างมันอยู่ในระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้าแบบเดียวกันกับเรา แต่แค่หมัดธรรมดาๆจากคนอ่อนแออย่างมัน แถมไม่ใช่ิญญายุทธ์อีกด้วย เราน่าจะทานรับได้อย่างสบายๆ '
เมื่อหนิงเทียนคิดได้ดังนั้น คนก็ไม่คิดจะหลบหมัดของเยี่ยหลงที่พุ่งมาหวังจะโจมตีคนแต่อย่างใด
เปรี้ยง เสียงหนึ่งหมัดบรรจงประเคนเข้าใส่ใบหน้าของเซี่ยหนิงเทียนดัง
เยี่ยหลงที่ประเคนหนึ่งหมัดใส่ใบหน้าของเซี่ยหนิงเทียน ก็ไม่คิดที่จะหยุดเพียงแค่หนึ่งหมัดเพียงเท่านั้นคนถวายหมัดต่อไปใส่ใบหน้าของหนิงเทียนอย่างบรรจงประดิษฐ์ แต่คนต่อยได้เพียงแค่สองหมัดเพียงเท่านั้น เซี่ยหนิงเทียนก็ร่วงหล่นสลบลงไปกับพื้น
พอผู้บรรยายการประลองเห็นว่าหนิงเทียนร่วงสลบลงไปกับพื้นแล้ว คนก็ยังไม่ประกาศว่าใครเป็ผู้ชนะ คนทิ้ง่ประมาณสี่ลมหายใจ จากนั้นจึงค่อยประกาศว่าใครคือผู้ชนะ" เซี่ยไป๋เยี่ยหลง ระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้า ิญญายุทธ์ไม่ทราบ เป็ผู้ชนะ "
เมื่อผู้บรรยายการประลองประกาศว่าเยี่ยหลงคือผู้ชนะแล้ว เยี่ยหลงก็ทำการเดินออกมาจากสนามประลองอย่างไม่รีบไม่ช้าและเดินมาหาตรงที่บิดาตนนั่งอยู่ ส่วนทางด้านของเซี่ยหนิงเทียน คนที่มีหน้าที่ปฐมพยาบาลก็มาพาร่างของเซี่ยหนิงเทียนไปปฐมพยาบาลต่อที่นอกสนาม
ส่วนทางด้านของผู้าุโเจ็ดที่รู้ว่าหมดคู่ประลองแล้ว คนก็ประกาศยุติการประลองขึ้น " การประลองคัดตัวไปประลองในงานประลองสี่ตระกูลจบลงแล้ว ณ บัดนี้ เพราะตอนนี้เราได้ผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งห้า ที่สามารถเอาชัยจากคู่ต่อสู้ของตนมาได้ จนผ่านเข้าไปเป็ผู้ที่มีฝีมือที่จะไปประลองในงานประลองสี่ตระกูล เป็หน้าเป็ตาของตระกูลเซี่ยเรา ข้าผู้าุโเจ็ด ขออวยพรให้ผู้ที่จะต้องไปประลองในงานประลองสี่ตระกูลพรุ่งนี้ ขอให้โชคดีมีชัยและขอแสดงความนับถือจากใจ " ผู้าุโเจ็ดกล่าวเสร็จ คนก็ยกมือขึ้นทำความเคารพแก่ผู้ที่จะต้องไปประลองในงานประลองสี่ตระกูลพรุ่งนี้ให้โชคดี
เยี่ยหลงที่เดินกลับมาหาเอี้ยเฉิน ส่วนเอี้ยเฉินที่เฝ้าดูเหตุการณ์การประลองของเยี่ยหลงอย่างจับตา คนจึงมีข้อสงสัยและกล่าวถามเยี่ยหลงขึ้นว่า " เยี่ยหลงลูกพ่อ พ่อไม่รู้ว่า เป็เพราะเ้าหมัดหนักเอง หรือ เป็เพราะเ้าใช้เกราะิญญามาห่อหุ้มหมัดตนกันแน่ ถึงได้ต่อยคนเพียงแค่ไม่กี่หมัดคนก็สลบลงไปอย่างงี้"
" ใช่ลุงก็สงสัยเหมือนกัน " คงซือกล่าว
" ท่านลุงคงซือ ท่านพ่อ ตัวข้าใช้ทั้งสองอย่างขอรับ คือข้าใช้แรงหมัดตัวเองด้วยและใช้เกราะิญญามาห่อหุ้มเสริมแรงด้วยอีกในขณะเดียวกันขอรับ "
" การที่ตัวเ้าใช้เกราะิญญาในการต่อสู้ หมายความว่าตัวเ้ายังไม่ปลุกิญญายุทธ์ใช่หรือเปล่า " คงซือกล่าวถาม
" มิใช่ขอรับ ตัวข้านั้นปลุกิญญายุทธ์แล้ว แต่ที่ตัวข้าไม่ใช้ิญญายุทธ์นั้น เป็เพราะว่าข้าอยากใช้เกราะิญญาในการต่อสู้มากกว่าขอรับ "
" เหตุเป็เช่นนี้นี่เอง " คงซือกล่าว
" แต่เดี๋ยวก่อนนะลูกพ่อ การที่เ้าบอกว่า ใช้แรงหมัดของตัวเองด้วย แสดงว่าเ้ารู้ฤทธิ์หมัดของตนเองเป็อย่างดีแล้ว เ้าทราบแรงหมัดของตนเองได้อย่างไรลูกพ่อ หรือว่าเ้าเคยลองกับใคร ? " เอี้ยเฉินกล่าวถาม
" เออ คือ เออ คือ " เยี่ยหลงอึกอักเพราะไม่รู้จะตอบคนว่าอย่างไรไม่ให้บิดาตนเป็ห่วงและตำหนิตนได้ เพราะในความจริงตนไปประลองที่สนามประลองใต้ดินมา จึงรู้ทราบแก่แรงหมัดตนได้จากที่นั่น หากบอกความจริงไปแบบนั้น เยี่ยหลงนึกภาพออกเลยว่า บิดาตนเอี้ยเฉินจะต้องใเป็อย่างมากและว่าตำหนิตนเป็แน่ ที่ตนใช้วิธีฝึกอันตรายแบบนั้น
คนอักอึกได้ประมาณห้าลมหายใจ คนก็คิดคำบอกกล่าวที่เป็ความจริงไม่ใช่เื่ปดและไม่ใช่เื่ที่ไปประลองที่สนามประลองใต้ดินขึ้นมาได้ " คือข้าลองแรงหมัดกับต้นไม้น่ะขอรับ "
' หากเราบอกความจริงที่เราไปประลองที่สนามประลองใต้ดินมา เราคงโดนดุเป็แน่ ' เยี่ยหลงคิด
" ในเมื่อการประลองจบลงแล้ว เราก็กลับบ้านกันเถอะขอรับท่านพ่อ " เยี่ยหลงกล่าว
" เอาตามนั้นก็ได้ เรากลับกันเถอะ " เอี้ยเฉิน
กล่าวกับเยี่ยหลง
หลังจากเอี้ยเฉินกล่าวกับเยี่ยหลงเสร็จ
คนก็หันมากล่าวกับเซี่ยคงซือ " คงซือ ข้าและลูก ขอตัวกลับยังที่พักพิงของพวกเราก่อนก็แล้วกันนะ "
เซี่ยคงซือตอบกลับ " เชิญเถอะ "
เมื่อเซี่ยคงซือตอบกลับบอกให้พวกเอี้ยเฉินเชิญกลับกันไปเถอะ เอี้ยเฉินกับเยี่ยหลงก็พากันเดินจากไป มุ่งกลับไปยังที่พักพิงของตน
เยี่ยหลงที่กลับมายังบ้าน คนก็ใช้เวลาอยู่กับบิดามารดาตนอยู่ในบ้าน จนถึงเวลาประมาณหกโมงเย็น เยี่ยหลงที่ทราบว่าตนไม่ได้ลางานที่ร้านบอสกุ้งเผาเอาไว้ ตนจึงขอตัวลากลับไปทำงานของตนกับบิดามารดาของตนก่อน ก่อนที่จะมุ่งกลับไปทำงาน