เรื่องสั้น เรื่องแซ่บ เรื่องเสียวหลากรส

    ห้องทำงานร้อนรัก-โอทีซ่อนเงื่อน


    เวลาทุ่มครึ่งในออฟฟิศยักษ์ใหญ่ย่านสาทรเริ่มเงียบสงบลง
    ไฟส่วนใหญ่ในพื้นที่ทำงานส่วนรวมถูกปิดสลัว เหลือเพียงแสงไฟนีออนบางแถวที่เปิดไว้เพื่อพนักงานที่จำเป็นต้องอยู่ทำโอทีล่วงเวลา
    ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองในมุมห้อง ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงพัดลมแอร์และเสียงถอนหายใจแผ่วเบาของฉันเอง
    ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความของแอปพลิเคชันไลน์ในโทรศัพท์มือถือก็สั่นครืดคราดขึ้นมา

    ครืด... ครืด...

    ฉันหยิบขึ้นมาเปิดดูด่วน มันคือข้อความจากนนท์สามีของฉันนั่นเอง
    "กิ่ง คืนนี้นนท์มีนัดเลี้ยงลูกค้ากับหัวหน้างานนะครับ น่าจะกลับบ้านดึกมากเลย กิ่งกลับบ้านก่อนได้เลยนะ ไม่ต้องรอกินข้าวเย็น"
    ข้อความสั้นๆ ไร้ความอบอุ่นหรือการไต่ถามความเหนื่อยล้าของฉันเหมือนเช่นเคย
    ฉันจ้องมองข้อความนั้นด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยว ปะปนกับความเหนื่อยหน่ายในชีวิตคู่ที่จืดชืดลงทุกวัน
    แต่ในขณะเดียวกัน... ลึกๆ ในใจของฉันกลับมีความรู้สึกโล่งอกและหวาดหวั่นอย่างแปลกประหลาดแล่นพล่านขึ้นมา
    เพราะมันหมายความว่า... ค่ำคืนนี้ไม่มีใครคอยรอเช็กเวลาการกลับบ้านของฉัน
    และคำสั่งของบอสวิคเตอร์ที่สั่งทิ้งท้ายไว้เมื่อตอนบ่ายแก่ๆ ก็แว่วเข้ามาในหัวอีกครั้ง
    "คืนนี้อยู่ทำงานล่วงเวลากับผมหน่อยนะกิ่ง... ผมมีงานพิเศษส่วนตัวให้คุณช่วยตรวจ..."

    หัวใจของฉันเริ่มเต้นรัวแรงจนแทบทะลุหน้าอก
    ร่องรักที่ชื้นแฉะตั้งแต่ตอนบ่ายสั่นสะท้านและขยับตอดรัดตัวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงฝ่ามือหนาที่ลูบเค้นบั้นท้ายอวบแน่นของฉันใต้โต๊ะทำงาน
    ฉันรีบสูดหายใจเข้าลึกๆ ปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงแล้วหยิบแฟ้มงานงบประมาณที่แก้ไขตัวเลขบางส่วนเสร็จแล้วมากอดแนบอก
    กิ่งลุกขึ้นเดินก้าวเท้าผ่านทางเดินสลัวของออฟฟิศที่ปราศจากผู้คนพนักงานคนอื่น
    ทุกคนต่างแยกย้ายกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงความเงียบและแสงเงาที่ทอดตัวยาวตามกำแพง

    ก๊อก... ก๊อก...

    ฉันเคาะประตูห้องทำงานประธานบริหารเบาๆ ด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา
    "เข้ามา..." เสียงทุ้มลึกอันคุ้นเคยอนุญาต

    ฉันหมุนลูกบิดประตูเปิดเข้าไปช้าๆ
    แสงสว่างในห้องทำงานของบอสวิคเตอร์มืดสลัวกว่าตอนบ่ายเสียอีก
    ผ้าม่านไม้บานหนาปิดทึบสนิทไร้ช่องแสงภายนอก มีเพียงแสงไฟสีนวลอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะไม้ดีไซน์หรูหลังโต๊ะทำงานที่ส่องสว่างรำไร
    บอสวิคเตอร์ไม่ได้สวมสูทแล้ว เขาถอดมันพาดไว้กับเก้าอี้
    สวมเพียงเชิ้ตทำงานสีฟ้าอ่อนที่ปลดกระดุมคอเสื้อลึกจนเห็นแผงอกขาวแกร่งรำไร แขนเสื้อทั้งสองข้างถูกพับขึ้นมาถึงศอก เผยท่อนแขนล่ำหนาปูดไปด้วยเส้นเลือดแกร่งสมชายชาตรี
    เขากำลังถือแก้วไวน์ทรงสูงชิมของเหลวสีแดงเข้มในแก้วอย่างผ่อนคลาย
    เมื่อเขาเห็นกิ่งเดินเข้ามาในสภาพเสื้อเชิ้ตขาวกอดแฟ้มแนบอกและกระโปรงทรงเอรัดบั้นท้ายอวบแน่น แววตาสีเทาอมน้ำเงินของบอสก็เปล่งประกายความตัณหาหื่นหวานขึ้นมาทันที

    "มาแล้วเหรอกิ่ง..." บอสเอ่ยเสียงทุ้มหวานชวนฝัน
    "ค่ะบอส... กิ่งแก้ไขตัวเลขรายงานเรียบร้อยแล้วค่ะ"
    กิ่งตอบพลางก้าวเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขาด้วยท่าทางเหนียมอาย

    "วางงานไว้ก่อนสิ... ตอนนี้ไม่มีใครแล้ว ไม่ต้องเรียกบอสเรียกอะไรให้เป็นทางการหรอก"
    บอสวิคเตอร์วางแก้วไวน์ลง แล้วหยิบขวดไวน์แดงขึ้นมาเทของเหลวสีแดงก่ำลงในแก้วใบใหม่อีกใบที่เตรียมไว้
    เขายื่นแก้วไวน์แก้วนั้นมาตรงหน้าของฉัน
    "ดื่มไวน์นี่หน่อยสิกิ่ง... ช่วยคลายเครียดจากการทำงานหนักมาทั้งวันได้ดีนะ"

    ฉันลังเลชั่วครู่ แต่ด้วยความกดดันปนความอยากรู้อยากลอง ฉันจึงรับแก้วไวน์มาจิบช้าๆ
    รสชาติขมฝาดอมหวานและกลิ่นหอมแรงของแอลกอฮอล์ไหลลงคอซ่านซึมทำเอาร่างกายของฉันเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา
    ไวน์แดงแก้วนี้ช่างมีฤทธิ์แรงจนทำให้สติสัมปชัญญะของฉันเริ่มเลือนราง ความเขินอายเริ่มมลายหายไปช้าๆ
    เหลือเพียงความกระสันที่สั่นไหวอยู่ภายในเป้ากางเกงใน

    บอสวิคเตอร์ยิ้มมุมปากอย่างชื่นชม เขาขยับลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้หนังผู้บริหารตัวใหญ่
    ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรก้าวเดินอ้อมมาทางข้างหลังของฉันอย่างเงียบกริบ
    ก่อนที่ท่อนแขนแกร่งและฝ่ามือหนาจะโอบกอดรัดรอบเอวบางของฉันจากด้านหลังทันที!

    หมับ! สวมกอด!

    "บะ... บอส..." ฉันอุทานเสียงแผ่ว สะโพกของฉันโดนดึงรั้งเข้าไปแนบชิดกับหน้าขาหนาและเป้ากางเกงของเขา
    บอสวิคเตอร์โน้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหงของฉันอย่างโลมเลีย
    ปลายจมูกโด่งและริมฝีปากอุ่นของเขาถูไถสูดดมกลิ่นกายสาวอันหอมหวานของฉันระรัว
    ทำเอาฉันสั่นสะท้านสยิวจนต้องแหงนหน้าหลับตาพริ้มกอดแฟ้มงานแน่น
    "นนท์เขาเคยดูแลและมอบสัมผัสที่พิเศษแบบนี้ให้กิ่งบ้างไหม..." บอสกระซิบเสียงพร่าต่ำข้างใบหู

    คำถามของบอสจงใจจี้แทงใจดำทำเอาฉันสะอึก
    "มะ... ไม่มีค่ะ นนท์เขายุ่งแต่งาน..." ฉันตอบออกไปตามตรงเสียงกระเส่าสั่นพร่า

    "ดีเลย... งั้นคืนนี้ผมจะสอนบทเรียนที่นนท์ไม่เคยทำให้กิ่งรู้ซึ้งเอง..."
    บอสพูดจบก็ประคองช้อนตัวของฉันอุ้มขึ้นเบาๆ แล้วพาร่างของฉันไปนั่งลงบนตักหนาของเขาที่ก้าวกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่
    ร่างบางของฉันนั่งซ้อนเกยตักอยู่บนต้นขาแน่นของบอสวิคเตอร์
    สะโพกอวบแน่นของฉันบดเบียดสัมผัสกับแก่นกายใหญ่โตแข็งขึงของเขาที่ดึงดันเป้ากางเกงหนาตึงเป่งรดันขึ้นมาชนบั้นท้ายของฉันจนรู้สึกได้ชัดเจน
    หัวใจเต้นโครมครามรัวเร็วเป็นกลองรบ

    บอสวิคเตอร์ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า มือหนาสากระคายของเขาขยับมุดสอดเข้าไปใต้ชายกระโปรงทรงเอสีดำรัดรูปของฉันช้าๆ
    ปลายนิ้วอุ่นลูบไล้ขึ้นมาตามต้นขาขาวเนียนละเอียดที่นุ่มนิ่มจนกิ่งสะดุ้งตัวสั่นเร่า
    ขาของฉันสั่นเทาพยายามจะขยับปิดหนี แต่บอสกลับใช้ต้นขาหนาล็อกขาของฉันไว้และแยกเรียวขาของฉันออกกว้างขึ้น
    มือหนาเลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ ผ่านผิวเนื้อเนียนอ่อนไหวจนสัมผัสโดนขอบกางเกงในผ้าลูกไม้เนื้อบางเบาสีชมพูหวาน
    และเมื่อปลายนิ้วของเขาสอดมุดมุ่งตรงเข้าสู่รอยแยกกลีบเนื้อนุ่มเปียกชุ่มเยิ้ม...

    สวบ... สัมผัสเปียก!

    "อ๊ะ... อ๊าาห์..." ฉันครางเสียงแผ่วพร่าหลุดปากออกมาอย่างปฏิเสธไม่ได้
    กางเกงในของฉันชุ่มชื้นชื้นแฉะไปด้วยน้ำสวาทอุ่นร้อนเยิ้มเปียกไปหมดแล้ว
    บอสวิคเตอร์ขยับฝ่ามือสอดมุดนิ้วกลางหนาเข้าบดบี้เน้นหนักที่เม็ดแตดชุ่มน้ำสวาทของฉันทันที
    เขารูดสัมผัสขยี้ปุ่มเสียวผ่านเนื้อผ้าและสอดปลายนิ้วแตะปากทางรักที่ตอดรัดขมิบสั่นสะท้านอย่างกระชั้นถี่
    "แฉะขนาดนี้เลยเหรอกิ่ง... ร่างกายคุณมันช่างลามกและเรียกร้องผมเหลือเกินนะ..." บอสเอ่ยกระเซ้าหื่นหวานข้างหู

    ฉันหอบสะท้านซบหน้ากับไหล่หนาของเขา ร่างกายอ่อนระทวยยอมจำนนต่อรสสวาท
    นิ้วของบอสบดเบี้เน้นจุดเสียวซ่านจนฉันบิดสะโพกควบขี่ขยับสู้กับนิ้วมือของเขาอย่างหลงลืมศีลธรรม

    ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...

    ทันใดนั้นเอง! เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
    พร้อมกับแสงไฟกระบอกฉายแสงวูบวาบส่องรอดจากหน้าต่างกระจกฝ้าหน้าห้องทำงานเข้ามาสลัว

    "ขออนุญาตครับบอส... มีใครอยู่ข้างในไหมครับ? ผมยามสมชายเดินตรวจความเรียบร้อยปิดระบบไฟตึกครับ"
    เสียงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเคาะประตูถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

    หัวใจของฉันสะดุ้งวาบตกวูบจนเกือบหยุดเต้นด้วยความหวาดกลัวกลัวโดนจับชู้รักคาหนังคาเขา
    ความกลัวทำเอาร่องรักของฉันตอดรัดขมิบนิ้วบอสวิคเตอร์แน่นขึ้นทันควันด้วยความเกร็งสะท้าน
    ฉันพยายามจะชักตัวลุกขึ้นยืนและให้บอสถอนมือออก
    แต่บอสวิคเตอร์กลับรั้งตัวฉันไว้แน่น สองแขนแกร่งกอดกระชับเอวบางของฉันไม่ยอมปล่อยให้ขยับหนี
    แถมมือซ้ายของบอสที่มุดอยู่ใต้กระโปรงทรงเอสั้นกุดยังจงใจขยับเร่งจังหวะใช้นิ้วกลางบี้บดเนินเนื้อเสียวอุ่นชุ่มน้ำรักหนักหน่วงถี่กระชั้นขึ้นไปอีก!

    บี้! ขยี้หนัก!

    "อ๊ะ... อื้ออ..." ฉันต้องเอามือกดปิดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อไม่ให้เสียงครางเล็ดลอดออกไป
    เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดผาดขึ้นตามหน้าผากและซอกคอด้วยความหวาดกลัวขีดสุดสลับกับความเสียวสยิวที่พุ่งทยานทะลุจุดเดือด
    ความเสียวซ่านในการลักลอบกระทำผิดต่อหน้าคนอื่นยิ่งบิวต์อารมณ์ใคร่ให้กิ่งซ่านจนร่างกายสะท้านเกร็งเปียกเยิ้ม
    บอสวิคเตอร์จ้องมองหน้าฉันพลางแววตาหื่นสะใจและกระซิบสั่งเสียงแผ่วเบา
    "ตอบยามไปสิกิ่ง... บอกเขาไปว่าเรายังทำงาอยู่... ไม่อย่างนั้นเขาจะเปิดประตูเข้ามาเห็นเราในสภาพนี้นะ..."

    ฉันอับอายและตื่นตระหนกจนตัวสั่นระริก ปลายนิ้วของบอสบดขยี้จุดเสียวของฉันถี่รัวจนน้ำรักเอ่อล้นซึมซอกขา
    ฉันสูดลมหายใจเพื่อรวบรวมแรงสู้ตอบยามผ่านบานประตูห้องทำงานออกไปเสียงสั่นเครือกระเส่า

    "ยะ... ยังทำงานอยู่ค่ะพี่สมชาย... กิ่งอยู่กับบอส... อ๊ะ... กำลังปิดงบอยู่ค่ะ ไม่ต้องปิดไฟห้องนี้นะคะ..."

    เสียงตอบของฉันสั่นสะท้านและแหบพร่าเลือนลอยจนแทบคุมอาการไม่อยู่
    แต่ยามสมชายด้านนอกไม่ได้ติดใจอะไร เขาตอบรับเสียงสุภาพ
    "ครับคุณกิ่ง ขอโทษที่รบกวนครับ ทำงานต่อเถอะครับ เดี๋ยวผมไปตรวจแผนกอื่นต่อ"

    แสงไฟฉายวูบวาบเลื่อนพ้นผ่านหน้าประตูไปพร้อมเสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไปช้าๆ
    ฉันพ่นลมหายใจออกยาวเหยียด ร่างกายหมดแรงซบหน้าอกซอกคอของบอสวิคเตอร์หอบหายใจกระเส่าระรัว
    เนื้อตัวเปียกชุ่มเหงื่อบางและน้ำรักอุ่นที่ทะลักไหลนองกางเกงในจนแฉะเปียก
    พร้อมที่จะยอมสยบกับบทเรียนขั้นต่อไปที่บอสกำลังเตรียมตอกอัดเข้าสู่ร่องรักอุ่นตึงนี้ทันที...