ตอนที่12เพื่อนใหม่
เมื่อผู้จัดการใหญ่แห่งห้างสรรพสินค้าดิวันกล่าวออกมาด้วยความโอหังไช่ซินหยูนิ่งอึ้งอย่างคาดไม่ถึง แต่แฟนหนุ่มกลับมีแววตาเปล่งประกายตื่นเต้นพลางปราดเข้าไปใกล้ผู้จัดการใหญ่แล้วถามถึงบุคคลสำคัญว่า
“คุณบอกว่าเ้านายสั่งให้ร้านนี้ย้ายออกไปงั้นเหรอแล้วเ้านายคุณอยู่ที่ไหนล่ะ ผมอยากพบเขาสักหน่อย”
กัวเฟยสุ่ยมองเห็นโอกาสเข้าพบผู้ช่วยนายใหญ่ผู้ลึกลับแห่งกลุ่มดิวันจึงไม่พลาดโอกาสงามในการพบปะอย่างไม่เป็ทางการ เนื่องจากตระกูลกัวปรารถนาร่วมมือกับกลุ่มดิวันอยู่ก่อนแล้ว
อนึ่งทายาทหนุ่มตระกูลกัวเคยได้ยินเื่ราวของเ้านายใหญ่ผู้ลึกลับแห่งกลุ่มดิวันมาจากสังคมไฮโซอยู่บ้างทั้งยังรู้ว่านายใหญ่คนดังกล่าวมักจะให้เลขานุการซ้ายหรือเลขานุการขวาออกหน้าทำงานแทนจึงหวังมีโอกาสพบปะผู้ช่วยคนสำคัญก่อนตระกูลอื่น ด้วย้าลงนามข้อตกลงกับกลุ่มดิวันเพื่อฉุดตระกูลกัวให้ก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของจีน
ด้านผู้จัดการใหญ่ของห้างดิวันเหลือบมองชายหนุ่มหล่อเหลายืนอยู่ข้างกายทายาทสาวแห่งตระกูลไช่เขาเคยเข้าร่วมงานประชุมของกรมการค้าแห่งจีนบ่อยครั้ง จึงพอคุ้นหน้าชายหนุ่มอยู่บ้างพลางตอบอย่างสุภาพเพราะไม่้าสร้างปัญหาให้เ้านายใหญ่กับทางตระกูลกัวว่า
“ขอโทษด้วยครับคุณชายกัว พอดีเ้านายมีภารกิจสำคัญ ตอนนี้หายตัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
ไช่ซินหยูได้ยินคำถามของแฟนหนุ่ม พลางนึกขึ้นได้ว่าตระกูลไช่้าตามหาตัวผู้ช่วยคนสำคัญเพื่อหวังร่วมมือทางธุรกิจจึงแสดงตัว้าข้อมูลสำคัญเช่นกันว่า
“ผู้จัดการใหญ่คะ ไม่ทราบว่าเ้านายของคุณจะกลับมาที่นี่อีกไหม”
ผู้จัดการใหญ่กระตุกยิ้มมุมปากเข้าใจสถานการณ์เป็อย่างดีเพราะเคยพบปะเหตุการณ์ลักษณะนี้บ่อยครั้งพลางตอบตามจริงว่า
“ขอโทษนะครับคุณหนูไช่ ผมเองก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าเ้านายหายตัวไปไหนแล้ว.....”
ผู้จัดการใหญ่กำลังจะอ้าปากพูดต่อแต่ต้องค้างคำพูดที่เหลือลงลำคอเพราะนึกขึ้นได้ว่าเ้านายใหญ่ยังไม่เคยประกาศเื่ภรรยาออกไปฉะนั้นเขาไม่ควรป่าวประกาศก่อนได้รับอนุญาตจึงยิ้มแห้งให้แก่ทายาทรุ่นสามแห่งเมืองหลวงทั้งสองคน
เวลานี้สองหนุ่มสาวไม่คิดสนใจความเป็ไปของร้านจำหน่ายโทรศัพท์หรูอีกเนื่องจากข่าวการมาถึงของผู้ช่วยคนสำคัญแห่งกลุ่มดิวันมีค่ามากกว่าจึงละเลยเื่ร้ายแรงของร้านดังกล่าวไปอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตามบรรดานักข่าวต่างบันทึกภาพเหตุวุ่นวายของทางร้านจำหน่ายโทรศัพท์ของกลุ่มแอดวานซ์กรูปแล้วนำเสนอข่าวทันทีเพราะเป็ประเด็นร้อนในตอนนี้
ด้านผู้จัดการร้านโทรศัพท์รีบโทรไปรายงานสถานการณ์กับทางตระกูลกู้โดยพยายามป้ายความผิดไปยังลูกค้าสาวผู้ทำให้ร้านเกิดปัญหาว่า
“บอสคะ เกิดเื่ใหญ่แล้ว วันนี้มีลูกค้าผู้หญิงเ้าเล่ห์เข้ามาป่วนในร้านหล่อนมาแย่งโทรศัพท์รุ่นลิมิติดกับคุณหนูตระกูลไช่แล้วยังสาดน้ำใส่คุณหนูไช่จนเลอะเทอะไปหมด แถมยัยเ้าเล่ห์นั่นยังมีคุณชายซ่งมาช่วยไว้อีกนักข่าวก็มาที่นี่กันเพียบเลยค่ะ แล้ว.....แล้วผู้จัดการใหญ่ของห้างดิวันยังมาไล่ร้านของบอสออกไปภายในวันนี้อีกด้วยบอสว่าฉันควรทำยังไงดีคะ”
พลันมีเสียงแว้ดไม่พอใจดังมาจากปลายสายซึ่งเป็คำพูดเข้าข้างผู้จัดการร้านตามข้อมูลที่ได้รับฟังผู้จัดการร้านยิ้มพอใจเพราะคิดว่าตนคงพ้นผิดแน่นอน พลางตอบคำถามสำคัญจากเ้านายเมื่อถามถึงตัวต้นเหตุว่า
“ยัยเ้าเล่ห์คนนั้นน่ะเหรอคะ เห็นคุณหนูไช่เรียกหล่อนว่ายัยตัวซวย ไม่สิค่ะหล่อนชื่อว่าโจวหนิงอัน คงเป็เพื่อนร่วมชั้นเรียนหรือคนเคยรู้จักกันนี่แหละค่ะพอดีฉันยังไม่มีโอกาสถามข้อมูลกับคุณหนูไช่อีก”
จากนั้นผู้จัดการร้านตอบคำถามเ้านายจากตระกูลกู้อีกสองสามคำถาม ก่อนวางสายแล้วพึมพำด้วยความพอใจเพราะสามารถปัดสวะให้พ้นตัวได้พลางะโสั่งลูกน้องในร้านทันทีว่า
“หยุด!!! ไม่ต้องเก็บของอีก! เดี๋ยวบอสใหญ่จะคุยกับผู้จัดการใหญ่ของห้างเอง”
..........
ด้านซ่งเหอหลุนเมื่อพาโจวหนิงอันหลบออกไปจากหน้าร้านจำหน่ายโทรศัพท์เขาพาเธอไปหลบดื่มน้ำอุ่นคลายหนาวในร้านกาแฟเล็ก ๆ บนชั้นสี่ พลางทำตัวไม่ถูกเป็ครั้งแรกพอนั่งอยู่ตรงข้ามหญิงสาวสวยด้วยไม่คิดว่าใบหน้าสดเมื่อปราศจากเครื่องสำอางจะยังเปล่งประกายความงามตามธรรมชาติออกมาอย่างเต็มที่
ผู้หญิงอะไร?! แต่งหน้าบาง ๆ เป็ธรรมชาติว่าสวยแล้ว แต่พอเป็หน้าสดกลับสวยไปอีกแบบมองเพลินไปเลย
ซ่งเหอหลุนเผลอเท้าคางมองหญิงสาวนั่งตรงข้ามกำลังใช้ทิชชู่เช็ดคราบเลอะบนใบหน้าออกจนเปิดเผยใบหน้าแท้จริงออกมา ด้วยคิดว่าเป็ภาพอันงดงามเหมาะสมในการเป็นางแบบถ่ายภาพเซตใหม่เป็อย่างยิ่ง
เมื่อโจวหนิงอันหยิบทิชชู่เช็ดหน้าจนสะอาดมั่นใจแล้วยังหยิบกระจกแป้งขึ้นมาส่องตรวจสอบความเรียบร้อยอย่างเป็ธรรมชาติพลันนึกขึ้นได้ว่ามีอีกคนกำลังจ้องมองอยู่ จึงเงยหน้าขึ้นสบตาพลันนิ่งอึ้งอย่างคาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มผู้ให้ความช่วยเหลือจะหล่อเหลาเหมือนดาราแถบประเทศยุโรป
“อ้าวคุณ.....จ้องผมแบบนี้ ผมก็เขินเป็เหมือนกันนะ” ซ่งเหอหลุนหยิบทิชชู่โบกสะบัดขวางสายตาหญิงสาว
โจวหนิงอันกระพริบตาปริบพลางหัวเราะอย่างผ่อนคลาย แล้วกล่าวขอบคุณเขาอย่างมีมารยาทว่า
“คุณนี่ ขอบคุณมากนะคะเมื่อตะกี้ ไม่งั้นฉันคงแย่แน่เลย”
ซ่งเหอหลุนโบกมือปฏิเสธความช่วยเหลือดังกล่าว พลางถามชื่อเธอเพราะอยากชวนให้มาเป็นางแบบพิเศษสำหรับงานในฝันของตนว่า
“ไม่เป็ไรหรอกครับ เื่แค่นี้เอง ผมชื่อซ่งเหอหลุน ว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอพอดีผมมีงานถ่ายแบบเซตใหม่ จะเกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพคู่กับธรรมชาติ อย่างสวนดอกไม้ต้นไม้ ลำธาร อะไรประเภทนั้นน่ะครับ ถ้าคุณสนใจก็โทรหาผมได้นะครับ นี่เบอร์ผม”
ทายาทหนุ่มตระกูลซ่งหยิบนามบัตรออกมายื่นให้หญิงสาวตรงหน้าเขาไม่กล้าขอเบอร์หรือเพิ่มเพื่อนในวีแชตทันทีด้วยคิดว่าตนยังใหม่และรู้สึกเกรงใจเธออย่างบอกไม่ถูกจึงคิดเข้าหาเธอด้วยการใช้งานเป็ข้ออ้างแทน
โจวหนิงอันหยิบนามบัตรขึ้นมาอ่านด้วยความประหลาดใจ พลางยิ้มแห้งแล้วตอบเขาตามจริงว่า
“ขอบคุณคุณซ่งอีกครั้งนะคะ ฉันชื่อโจวหนิงอัน พอดีว่าฉันได้งานทำแล้วค่ะส่วนงานถ่ายแบบนี่ฉันไม่ถนัดเลย เผลอ ๆ อาจทำให้งานของคุณพังเละเทะเอาได้นะคะ.....ฮัดชิ้ว!”
ฉับพลันซ่งเหอหลุนยกมือห้ามเธอไว้ แล้วบอกว่า “ไม่เป็ไรคุณเก็บนามบัตรผมไว้ก่อน เดี๋ยวผมมานะครับ”
หลังจากนั้นซ่งเหอหลุนผลุนผลันไปยังเคาน์เตอร์บริการเพื่อสั่งเครื่องดื่มร้อนมาให้เพื่อนใหม่ด้วยเห็นเธอตัวสั่นและจามขึ้นมาอีกรอบ เขาห่วงใยเธออย่างไม่รู้สาเหตุซึ่งเป็ความรู้สึกดีจนเผลอยิ้มออกมาให้พนักงานตรงหน้า
ด้านโจวหนิงอันนั่งงงที่จู่ ๆ ชายหนุ่มหล่อเหลาไว้หนวดเคราสวยงามผลุนผลันจากไปโดยมีต้นไม้ประดับบังตำแหน่งเขาไว้มิดชิด พอผินหน้าไปมองยังประตูทางเข้าพลันเหลือบเห็นหลงคุนเดินเข้ามาพอดี จึงยกมือโบกทักทายเขา
“คุณผู้หญิงเป็ยังไงบ้างครับ” หลงคุนปราดเข้ามาถามนายหญิงด้วยความรู้สึกผิด
“ฉันไม่เป็ไรอะไรแล้ว พวกเราไปกันเถอะ”
โจวหนิงอันปลดเสื้อหนังของซ่งเหอหลุนวางไว้บนเก้าอี้ พลางหยิบกระเป๋าถือพร้อมกำนามบัตรไว้ในมือแน่นก่อนเอ่ยชวนผู้ช่วยสามีให้ออกไปจากร้านด้วยรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาทันทีทันใดจึง้ากลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยเร็ว
“ครับ” หลงคุนตอบรับคำสั่งนายหญิง พลางเดินตามหลังเธอด้วยความห่วงใย
หลังจากทั้งคู่จากไปไม่ถึงอึดใจ ซ่งเหอหลุนถือแก้วเครื่องดื่มร้อนสองใบตรงมายังที่นั่งเคยมีร่างโจวหนิงอันอยู่พลางกวาดตามองหาเธอด้วยความแปลกใจ แต่พอเหลือบเห็นเสื้อหนังตนวางอยู่บนเก้าอี้จึงพึมพำด้วยความเข้าใจสถานการณ์ว่า
“อ้อ คงไปแล้วสินะ คนอะไรจะไปก็ไม่บอกกันมั่งเลย ช่างเหอะ.....ถ้ามีวาสนาต่อกันก็คงได้เจอกันเองแหละ”
ซ่งเหอหลุนวางแก้วเครื่องดื่มบนโต๊ะแล้วหยิบเสื้อหนังตนขึ้นมาตรวจสอบพอเห็นว่าในนั้นไม่มีนามบัตรซ่อนอยู่ จึงยิ้มมุมปากพอใจเพราะมั่นใจว่าหญิงสาวคงจะนำนามบัตรตนไปด้วยนั่นหมายความว่ายังมีโอกาสพบเธออีกในอนาคต
ทายาทหนุ่มตระกูลซ่งยักไหล่สบายใจ พลางหยิบหมวกแก๊ปขึ้นมาสวมศีรษะแล้วเดินออกไปเตรียมตัวทำงานต่อ
ระหว่างโจวหนิงอันกำลังเดินทางกลับคฤหาสน์รุ่งอรุณ เธอต้องยืนยันคำตอบกับผู้ช่วยสามีเป็ระยะว่า
“ไม่เป็ไรหรอกหลงคุน นายก็ไม่รู้เหมือนกันนี่ว่าจะเกิดเื่ขึ้นกับฉันว่าแต่นายหายไปไหนมาเหรอ”
“ผมขอโทษจริง ๆ ครับคุณผู้หญิง พอดีผมมีธุระต้องไปคุยกับผู้จัดการใหญ่ของห้างแต่ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเื่ขึ้นกับคุณผู้หญิง”หลงคุนกล่าวอย่างรู้สึกผิดและโทษตัวเองในที
“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่เป็ไร ว่าแต่ติดต่อสามีฉันได้เหรอยัง”
โจวหนิงอันโบกมือเป็เชิงให้อีกฝ่ายสบายใจพลางถามถึงสามีด้วยความห่วงใยเพราะเขาหายเงียบไปนาน ทั้งยังติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้อีกด้วยจึงอยากรู้ว่าผู้ช่วยของเขาจะติดต่อสามีได้หรือไม่
“ผมก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกันครับ” หลงคุนเอี้ยวคอหันหน้ามาส่งยิ้มแห้งพร้อมตอบนายหญิงตามจริง
“..........” โจวหนิงอันพยักหน้าเข้าใจโดยไม่ได้ว่ากล่าวอะไรออกมาอีก
จากนั้นหญิงสาวก้มหน้ามองโทรศัพท์รุ่นเก่าพร้อมพ่นลมหายใจด้วยความเบื่อหน่ายเนื่องจากไม่คาดคิดว่าจะพบปะศัตรูเก่าเร็วเกินไป จนทำให้พลาดโอกาสซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ไว้ใช้งานทั้งยังไม่ได้ไปซื้อของขวัญไว้ให้สามีอีกด้วย
“ไช่ซินหยู! กัวเฟยสุ่ย! ไม่นึกเลยว่าจะเจอกันเร็วแบบนี้”
โจวหนิงอันกำหมัดแน่นพึมพำด้วยความแค้นเคือง พลางทอดตามองออกไปนอกหน้าต่างรถด้วยรู้สึกชิงชังหญิงชั่วชายเลวคู่นั้นเธอ้าเอาคืนคนทั้งคู่ให้สาสมกับที่ทำกับตนไว้ในชาติก่อน