The Dark Ages

    บทที่ 33

    ความต้องการของผู้หมวดร่างอ้วนนั้นไม่ได้มากมายอะไรเลยซึ่งภานุเองก็ต้องการจะทำแบบนั้นตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเขากังวลว่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลังนักฆ่าพวกนั้นมาตามจัดการเขาเนื่องจากความแค้น

    “ถ้าคุณต้องการก็เอามันไปสิ! ผมไม่ต้องการเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในปัญหาหรอกนะ การที่หน้าของตนเองต้องอยู่ในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับมันวุ่นวายเกินไป”

    ภานุกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความโกรธเล็กน้อย แน่นอนว่าเป็นใครๆ ก็ต้องโกรธเมื่อมาเจอกับเรื่องแบบนี้ แต่ชายหนุ่มตัวคนเดียวก็ไม่อาจทำอะไรได้อยู่ดีได้แต่ต้องยอมรับมันไป

    “ฮ่าๆๆๆ ถ้าเธอกล่าวแบบนั้นทางสถานีตำรวจของเราก็ขอรับผลงานนี้ไปด้วยความเต็มใจ…”

    ผู้หมวดอ้วนแสดงท่าทางไร้ยางอายออกมาในขณะที่กล่าว ซึ่งไม่ว่าใครจะมองต่างก็ต้องอยากจะกระทืบมันอย่างแน่นอน แม้แต่ภานุเองก็ไม่มีข้อยกเว้น หากไม่ติดว่ามันเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง และมีผู้ติดตามเป็นชายร่างใหญ่ถึงสองคน

    “ส่งแขก! ”

    หลังจากหัวเราะอย่างพึงพอใจเสร็จแล้ว ผู้หมวดอ้วนก็ได้กล่าวกับลูกน้องของมันทั้งสองให้ออกไปส่งภานุ ซึ่งชายหนุ่มเองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้จบลงด้วยดี และไม่ได้มีปัญหาอะไรแม้ว่าเขาจะฆ่าคนตายไปหลายคนก็ตาม

    เขาได้ลุกยืนขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ร่างยักษ์ทั้งสองได้เดินเข้ามาแล้ว อย่างไรก็ตามเขาก็สังเกตเห็นท่าทางของชายทั้งสองนั้นผิดปกติไป ทั้งสองแสดงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา ซึ่งกว่าเขาจะรู้ตัวเขาก็ถูกหนึ่งในสองคนนั้นล็อกตัวเอาไว้เสียแล้ว

    “พวกคุณจะทำอะไร? เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ”

    ภานุกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงต่ำ อย่างไรก็ตามคำถามของเขานั้นกลับถูกเมินโดยสิ้นเชิง เพราะผู้หมวดอ้วนนั้นไมได้มีท่าทีใดๆ ทั้งนั้น

    “ปัก! ”

    หมัดขนาดยักษ์ได้กระแทกเข้าที่แก้มด้านซ้ายของชายหนุ่มโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนที่จะตามมาด้วยอีกหมัดซึ่งกระแทกเข้าที่แก้มก้านขวา

    ใบหน้าของภานุที่โดนหมัดทั้งสองโดยฝีมือของชายร่างยักษ์นั้นถึงกับสั่นทันที ภาพเบื้องหน้าของเขาเหมือนจะหลุดลอยออกมาไป บ้างก็แยกออกไปหลายภาพ ก่อนที่สุดท้ายมันจะกลับมารวมกันกลายเป็นภาพเดียว และความเจ็บปวดก็ได้แสดงออกมา

    ภานุไม่เข้าใจสักนิดว่าเหตุใดผู้หมวดร่างอ้วนเบื้องหน้าเขาถึงสั่งให้ลูกน้องของมันทำเช่นนี้ ข้อตกลงทุกอย่างเขาเองก็ได้ยินยอมไปแล้วแท้ๆ แต่ในที่สุดแล้วผู้หมวดร่างอ้วนที่เงียบมาตลอดทุกขั้นตอนมันก็ได้ยิ้มและกล่าวบางอย่างออกมา

    “จำเอาไว้ว่าหากแกปากโป้งและนำเรื่องพวกนี้ไปบอกใคร แกจะโดนมากกว่านี้เป็นร้อยเท่า! ”

    ภานุพยักหน้า สุดท้ายแล้วพวกมันแค่ต้องการจะขู่เขา อย่างไรก็ตามคำพูดของมันนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกยิ่งเดือดเข้าไปอีก เขาสัญญาเลยว่าเขาจะกลับมาเตะก้นอ้วนๆ ของมันแน่ๆ ในอนาคตหากเขามีโอกาส

    “แกไปได้แล้ว! ”

    ผู้หมวดอ้วนสะบัดมือของมันไล่ภานุเหมือนกับหมูกับหมา ซึ่งภานุเองก็ได้เดินจากไปในทันที เขาไม่ต้องการจะอยู่ในสถานที่แห่งนี้นานไปกว่านี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว

    หลังจากออกมาจากสถานีปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนแล้ว ภานุก็ได้นั่งพักสงบสติอารมณ์เสียก่อน เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างเต็มที่เพื่อระบายความร้อนลุ่มและความกังวลในใจ

    เขาได้ใช้เวลานั่งกว่าสิบนาทีเพื่อทบทวนสิ่งที่เขาทำและสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้ พร้อมกับไขข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้หมวดอ้วนได้กล่าวถึง นั่นคือเรื่องของผู้หญิงที่มีเบื้องหลังเป็นผู้มีอำนาจ แถมผู้หญิงคนนั้นยังรู้จักกับเขาด้วย หากลองคิดดูดีๆ แล้วชายหนุ่มก็นึกถึงแค่ชาร์ลอตต์เท่านั้น หน้าตาที่สละสลวยของเธอเห็นได้ชัดว่าเธอไม่น่าจะใช่คนที่มาจากครอบครัวธรรมดาๆ เพียงแค่ท่าทางและลักษณะนิสัยของเธอแล้วมันได้บ่งบอกว่าเธอนั้นถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีจากครอบครัวของเธอ และยิ่งพรสวรรค์ที่สุดยอดนั่นอีก

    “เห้อ…ช่างเถอะคิดไปก็ปวดหัว เธอจะมาจากครอบครัวไหนก็ช่างยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับเราอยู่ดี…”

    ภานุยิ้มออกมาอย่างขมขื่นก่อนที่จะลุกขึ้น และถามทางไปที่ตึกแมคเจนเนียกับผู้คนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้น หลังจากลองถามไปสองสามคนแล้ว ชายหนุ่มก็พบว่าบริเวณนี้นั้นห่างจากตึกแมคเจนเนียไม่มากนัก เพียงเดินไปไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตรก็จะถึงทันที

    ภานุลืมเรื่องวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ จุดประสงค์ของเขาที่เดินทางมาที่นี่ก็เพื่อแสวงหาความแข็งแกร่ง ซึ่งชายหนุ่มเชื่อว่าคุณริกนั้นต้องไม่โกหกเขาอย่างแน่นอน

    การเดินเท้าไปที่ตึกแมคเจนเนียนั้นใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนที่เบื้องหน้าของภานุจะปรากฏภาพของสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ทำด้วยกระจกพร้อมกับมีอักษรภาษาอังกฤษเขียนไว้ว่าแมคเจนเนีย ภานุรู้สึกได้ว่าตึกนี้นั้นต้องสูงเป็นอย่างมากแม้ว่าเขาจะมองขึ้นไปบนยอดของมันและถูกบดบังด้วยหมอกหนาก็ตาม

    ภานุได้เดินเข้ามาที่ชั้นแรกของตึกด้วยท่าทางประหม่าและเกร็งอย่างถึงที่สุด ชั้นแรกนั้นเป็นห้องโถงขนาดใหญ่และมีล็อบบี้พร้อมกับพนักงานในชุดเครื่องแบบสีขาวสองสามคน ชั้นแรกแม้จะกว้างใหญ่แต่มันกลับไร้ผู้คน อาคารแมคเจนเนียแห่งนี้นั้นนอกจากจะมีร้านอาหารราคาแพงแล้วยังมีห้องพักเหมือนกับโรงแรมให้พักอาศัย โดยคิดเป็นวัน ซึ่งราคาค่าห้องธรรมดานั้นตกวันละ สิบเหรียญทอง! ซึ่งมันเป็นราคาที่สามารถนำไปซื้อบ้านหลังใหญ่ในเขตของภานุได้เลยทีเดียว

    ทันทีที่ภานุก้าวเข้ามาในโถงชั้นหนึ่งนั้น พนักงานต้อนรับที่ต่างพากันมองด้วยสายตางุนงงสักพัก ซึ่งภานุก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะการแต่งตัวของเขามันดูเหมือนขอทาน

    “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ? ”

    พนักงานสาวหน้าตาสละสลวยที่เหมือนว่าจะมีอายุมากกว่าภานุได้กล่าวขึ้นอย่างสุภาพ ภานุแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทางของเธอ เขาไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้คนจนๆ แบบเขาจะได้รับการต้อนรับจากพนักงานสาวสวยแบบนี้