แม้เด็กสาวจอมแก่นจะรู้ดีว่าตนควรเดินไปตรวจประตู แต่สองขากลับก้าวไม่ออก ทำให้เริ่มหงุดหงิด
“บ้าเอ๊ย ขาเป็อะไรไป จะมากลัวแบบนี้ไม่ได้นะ เราต้องปกป้องเด็กคนนี้ ” พริกพยายามปลุกใจตัวเอง แต่พอมองไปที่จ้าว ก็พบว่าเด็กน้อยกำลังยกมือขึ้นจุ๊ปาก ประมาณว่าบอกให้สงบ ก่อนจะกระซิบด้วยเสียงที่เบาสุดๆ
“เป็ผีดิบครับ แต่ผมเอาผ้าม่านลง และปิดไฟหมดแล้ว ถ้านั่งเงียบๆ พวกมันก็จะผ่านไปเอง พี่สาวไม่ต้องกลัวนะ "
พริกไม่ค่อยแน่ใจ แต่ก็ยอมทำตาม เพราะถ้าไม่เชื่อคนที่มีประสบการณ์อย่างเด็กชาย ก็ไม่รู้จะเชื่อใครแล้ว จวบจนเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาทีเศษ ทั้งสองก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆห่างออกไป
“ฟู่ ค่อยยังชั่ว พวกผีดิบไปแล้ว ” เด็กชายถอนหายใจ หลังจากงมโข่งอยู่ในความทรมานหลายนาที ทว่าพอเห็นว่าเด็กสาวเงียบไป หนูน้อยก็เอ่ยถาม
“เอ่อ ถ้า้า พี่ไปกับพวกเราก็ได้นะ ”
แม้เห็นทางสว่างตรงหน้า แต่พริกก็ยังลังเล ด้วยเธอไม่ใช่พวกหนีเอาตัวรอดคนเดียว จึงขบกรามแน่น พร้อมตอบอย่างเด็ดเดี่ยว
“ไม่ ชั้นทิ้งคนอื่นไม่ได้หรอก ”
เด็กน้อยอึ้ง ด้วยรู้สึกว่าพี่สาวคนนี้เข้มแข็งกว่าที่คิด ในใจนึกนิยมมากกว่าเดิม พร้อมแอบเสียดาย
“ไม่เป็ไรครับ ฝันดี”
“อืม กู้ดไนท์นะ ” เด็กสาวเกิดความรู้สึกแปลกๆที่อธิบายไม่ถูก อาจเป็เพราะได้เห็นใบหน้าเศร้าๆของจ้าว จึงทำได้แค่ตอบตะกุกตะกัก แล้วกลับเข้าไปนอนในห้องของตน
พอเด็กสาวจากไป หนูน้อยก็นั่งอยู่ในห้องรับแขกตามลำพัง เลยเกิดความกลัว และอยากให้มีใครซักคนมาอยู่เป็เพื่อน แต่หูกลับแว่วคำสอนของพ่อ
“ เกิดเป็ลูกผู้ชาย ต้องกล้าหาญ เป็ที่พึ่งให้กับคนอื่น จะมาขี้ขลาดตาขาวไม่ได้”
เมื่อสำนึกได้ดังนี้ จ้าวจึงข่มความกลัว และนอนขดตัวบนโซฟา เพื่อหลับพักผ่อน ปากก็กล่าวออกมาเบาๆ หวังจะพูดกับตัวเอง
“ได้ครับ พ่อ ผมจะเข้มแข็ง จะได้ปกป้องทุกคนที่ผมรัก”
และกลางความมืดมิด ได้มีบุรุษผู้หนึ่งนั่งพิงเตียงไม้อยู่ในห้องแคบ สองมือประคองปืนพกสมิตแอนด์วัตสัน .357 ดวงตาที่เหม่อมองอาวุธร้าย เปล่งประกายเศร้าโศกอยู่กลายๆ เขาคนนั้นก็คือเทพนั่นเอง
…………………………
พริกนอนไม่ค่อยหลับ และในฝันที่ไม่ปะติดปะต่อ ก็แอบมีภาพของบุคคลที่ห่วงใยมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็เพื่อนๆ ครูที่โรงเรียน แกงส้ม พี่โอม พ่อแม่ พวกเขาเข้ามารุมล้อม พร้อมบอกว่าเื่ที่สองพ่อลูกเดนตายเล่าให้ฟัง เป็แค่โจ๊กเท่านั้นเอง ไม่นาน เด็กสาวก็ตื่นขึ้นมา ก่อนจะรู้ว่าข่าวดีที่เพิ่งได้ยิน เป็เพียงจินตนาการในยามหลับ
“เฮ้อ อยากให้ฝันเป็จริงชะมัด” พริกปาดเหงื่อ ดวงตาเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ซึ่งก็พบว่ามันยังคงเป็สีฟ้าที่ดูสดใส สมกับเป็เช้าของวันใหม่
“ทุกอย่างยังคงเงียบสงบ ไม่มีเค้าว่าเกิดเื่บ้าๆอย่างที่เด็กนั่นเล่า เอ๊ะ! ใช่สิ เราต้องไปโรงเรียนนี่นา จะได้สืบข่าวให้รู้ชัด” เด็กสาวคิดได้ดังนั้น ก็ลุกจากที่นอน เพื่ออาบน้ำแต่งตัว ไม่ถึงสิบนาทีก็เสร็จกิจ ด้วยเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่พิถีพิถันในการประทินโฉม
ระหว่างนั้นพริกไม่เห็นสองพ่อลูกอีกแล้ว คาดว่าคงออกเดินทางแต่เช้ามืด สิ่งที่เหลือไว้บนโต๊ะอาหาร เพื่อยืนยันว่าคนพวกนั้นมีอยู่จริงก็คือหมวกไนกี้ พร้อมกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก
“หมวกนี่เป็ของขวัญให้พี่ เก็บดีๆ มันสำคัญกับผมมาก ”
“เฮ้อ เ้าเด็กน้อย ”
แม้แอบซึมนิดๆที่สองคนจากลาไป ทว่าพริกก็ต้องเดินต่อไป แต่ก่อนที่เด็กสาวจะออกจากบ้าน โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น มันเป็ริงโทนเพลงเอาปากกามาวง
“ก็เป็คำถามที่ยังสงสัยอะไรแบบนี้ที่เธอไม่เคยจะบอกและฉันก็ดูไม่ออก ”
พริกรู้ทันทีว่าใครโทรมา ด้วยเธอตั้งเพลงนี้เป็ริงโทนสำหรับสายของเพื่อนสนิทที่สุด นั่นคือแกงส้ม
“ยัยแกงส้มโทรมาแต่เช้าเลย มีเื่อะไรกันนะ” พริกกดรับ แต่พอเอามือถือไปแตะใบหู เด็กสาวที่ปลายสายก็ร้องเร่ง
“ยัยพริกรีบเปิดทีวีเดี๋ยวนี้ ”
“เดี๋ยวนะ แกว่าไง ให้ชั้นเปิดทีวีเรอะ มีอะไรหรือเปล่า ”พริกทวนคำ ในใจััได้ถึงลางร้าย
“ไม่ต้องถามแล้ว รีบเปิดเถอะ ช่องไหนก็ได้ เร็วๆ ” แกงส้มขึ้นเสียง และพูดเร็วจี๋ ทำให้พริกแปลกใจ ด้วยที่ผ่านมา เพื่อนสาวเป็คนใจเย็นจนเข้าขั้นเรื่อยเฉื่อย แถมไม่ค่อยหืออือกับใคร และมักจะโดนแกล้งเป็ประจำ แต่คราวนี้กลับออกคำสั่ง
“โอเค ได้เลย ”
ทันทีที่กดปุ่มเปิด ภาพนักข่าวชายก็ปรากฏ การเเต่งกายดูหลุดลุ่ยไม่เข้าที่ ผมเผ้าก็แอบยุ่งเหยิง ทำให้รู้ว่านี่คือการออกข่าวที่ด่วนสุดๆชนิดที่ผู้ประกาศยังตั้งตัวไม่ทัน
“ข่าวด่วนสำหรับวันนี้ สถานศึกษาทั่วประเทศขอเลื่อนการเรียนการสอนแบบไม่มีกำหนด หน่วยราชการก็ปิดทำการเช่นกัน เนื่องจากทางรัฐยังจัดการกลุ่มผู้ประท้วงไม่ได้ ขอให้ทุกท่านเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน กักตุนอาหารแห้ง เพื่อป้องกันการขาดแคลน พวกเราจะพยายามแก้ไขปัญหานี้ให้เร็วที่สุด”
หลังจากนั้น ภาพในจอก็กลายเป็ทิวทัศน์ป่าไม้สลับวิวทะเล พร้อมเสียงเพลงคลาสสิคช้าๆที่ชวนให้สบายใจ และพอผ่านไปซัก 10 นาที ผู้ประกาศคนเดิมก็ออกมาแจ้งข่าวร้ายอีก ซึ่งเป็การรีรันเทปจากเมื่อกี้
“เฮ้ย! นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรเนี่ย” พริกสบถ ในใจนึกถึงสิ่งจ้าวอธิบายเมื่อคืน
“หรือว่าเด็กนั่นจะพูดจริง ” แต่พริกขบคิดได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงร้องละล่ำละลักของแกงส้ม
“แย่แล้วล่ะ พริก หรือว่าข้อมูลที่พ่อได้รับมา จะเป็เื่จริง แล้วทีนี้เราควรทำยังไงต่อไป ”
“ฮะ ฮะ ฮะ ก็ไม่แน่หรอก บางทีอาจเป็แค่ประท้วงธรรมดาก็ได้ เดี๋ยวรัฐบาลก็จัดการได้ เพราะพวกเขามีทหารตำรวจอยู่ในมือเป็กองทัพ” พริกพยายามปลอบ ทั้งที่ในใจไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองพูดเลยซักนิด ด้วยเมื่อคืนก็เห็นแล้วว่าซอมบี้เป็สิ่งที่มีอยู่จริง ไม่ใช่จินตนาการเลื่อนลอยของพวกศิลปิน
“ถ้าเป็แบบนั้นจริง แล้วทำไมพ่อของชั้นถึงเร่งรีบจะออกจากกรุงเทพล่ะ ท่านไม่เคยดูตื่นกลัวขนาดนี้มาก่อน และอีก10 นาที รถก็จะมารับครอบครัวของเราแล้ว” แกงส้มร้องค้านเสียงสะอื้น
แม้สิ่งที่แกงส้มพูดมา จะทำให้พริกรู้สึกเศร้า ด้วยรู้ชัดว่าอีกไม่นาน ทั้งสองต้องจากกัน และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบกันอีก แต่อีกใจก็แอบยินดี เพราะถ้าเพื่อนซี้หนีไปได้ ก็จะรอดชีวิตจากวิกฤติครั้งนี้ เลยสนับสนุนเป็การใหญ่
“ดีเลย แกควรรีบหนีออกจากเมืองนี้ให้ไวที่สุด บอกพ่อกับแม่ให้รักษาตัวด้วย ”
“ถะ ถ้าชั้นไป ละ แล้วแกล่ะ ” แกงส้มเริ่มพูดไม่รู้เื่ เสียงก็สั่นจนบังคับไม่อยู่ แต่พริกกลับตอบเนือยๆ หวังให้อีกฝ่ายสบายใจ
“ฮะ ฮะ ฮะ ไม่ต้องห่วง ระดับชั้นน่ะรอดอยู่แล้ว”
“นะ แน่นะ ”
“ชัวร์ ” พริกฝืนยิ้ม ทั้งที่เ้าตัวรู้สึกร้อนผ่าวที่ดวงตา
จากนั้นก็เกิดความเงียบอยู่ชั่วขณะ แต่ไม่มีใครวางหู เพราะสำหรับพวกเธอ ขอแค่รู้ว่าอีกฝ่ายยังอยู่ ก็เป็อะไรที่อบอุ่นใจ ทว่าสภาพแบบนี้มันก็ไม่จีรัง ด้วยมีเสียงผู้ชายดังลอดเข้ามา
“ลูกส้ม รถมาแล้ว รีบไปกันเถอะ ”
“อะ เอ่อ ชะ ชั้นต้องไปแล้วล่ะ ” แกงส้มสะอึกสะอื้น
“ฮะ ฮะ ฮะ โชคดีนะแก แล้วพบกันใหม่ ” พริกฝืนหัวเราะ มือขวายกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“จ้ะ แล้วพบกันใหม่ กรี๊ด โครม…” ขณะที่แกงส้มเตรียมอำลาครั้งสุดท้าย ก็เกิดเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว และเสียงปะทะที่รุนแรง จากนั้นสายก็ตัดลง
“ตู้ด……”
“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น แกงส้มแกเป็อะไร ” พริกะโใส่มือถือ ใจตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะรีบต่อสายหาเพื่อนซี้ ทว่ามันกลับโทรไม่ติด
“ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก กรุณาโทรใหม่อีกครั้ง ”
“ไอ้บ้าเอย ติดสิวะ ” พริกโวยดัง พร้อมต่อสายถึงเพื่อนซี้อีกหลายคราว แต่ก็ล้มเหลวในรูปแบบเดิม จึงตัดสินใจไปหาแกงส้มที่บ้าน
“บ้าเอ๊ย สงสัยชั้นต้องลุยแล้ว”
แต่ก่อนที่พริกจะประจัญบาน สติยั้งคิดที่เหลือเพียงเล็กน้อยก็ฉุดรั้งให้หันมามองตัวเอง ทำให้พบว่าเธอกำลังอยู่ในชุดนักเรียน อันประกอบไปด้วยเสื้อ กระโปรงที่รุ่มร่าม จึงเปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดดำ กางเกงขาสามส่วนสีเดียวกันอย่างรวดเร็ว
“อืม แบบนี้ค่อยคล่องตัวหน่อย ” พริกกล่าวเบาๆ ก่อนจะฉวยไม้เบสบอล อันเป็อาวุธคู่ใจติดมือไปด้วย
………………………..
พริกวิ่งออกจากบ้านเดี่ยวสองชั้นของตนเอง แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ รอบหมู่บ้านยังคงเงียบสงบ
“เอ ก็ยังไม่เกิดเื่วุ่นนี่นา บ้านทุกหลังยังคงปิดเงียบ เอ๊ะ! ไม่สิ แปลกสุดๆเลยต่างหาก เพราะ่นี้จะต้องมีคนในหมู่บ้านออกมาเดินให้เห็นบ้าง แต่นี่แม้แต่หมาซักตัวก็ยังไม่เจอ ”
พริกเย็นวาบที่ไขสันหลัง เพราะทุกสิ่งที่ประสบล้วนพิกลสุดๆ แต่เธอไม่มีเวลามาหวาดกลัว ด้วยเป็ห่วงเพื่อนสาวจับใจ
“ต้องไปหาแกงส้มให้เร็วที่สุด และช่วยมันให้ได้”
………………………..
พริกวิ่งสุดฝีเท้าจนถึงปากซอย เลยพบความผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็ป้อมยามที่ไร้คนเฝ้า ร้านต่างๆก็ปิดเงียบ ราวกับโลกนี้จะเหลือแค่เธอเพียงคนเดียว
“นี่มันอะไรกันเนี่ย แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ” พริกบ่นไปก็หอบไป เพราะถึงเด็กสาวจะแข็งแรงปานใด การวิ่งเต็มแรงในระยะหนึ่งกิโลเมตร ก็เป็อะไรที่เปลืองแรงไม่ใช่น้อย
“ต้องหาแท็กซี่ เพราะไอ้แกงส้มมันอยู่แถวรังสิตที่โคตรไกล” พริกลงมติเช่นนั้น แต่ท้องถนนกลับโล่งอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่ทุกวันจะแออัดไปด้วยรถยนต์
“ดูจากทรงแล้ว เปลี่ยนใจเถอะ วิ่งไปหารถไปดีกว่า นาทีต่อให้เป็รถใคร แม่ก็ไม่สนแล้ว ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
