ตอนที่ 54 การต่อสู้ที่ถ้ำแห่งเซียน
ต้านซุนกู่:นายน้อยเจิ้งฟู่ช่างมีน้ำใจยิ่งนักข้าเข้าใจแล้วทำไมท่านถึงได้ติดตามเขา.....
ต้านซุนกู่พูดพร้อมกับมองตามหลังเจิ้งฟู่ไปด้วยความรู้สึกเคารพต่อเขา....
ฟู่เถาฉี: ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันสำหรับเงินที่เขาให้พวกเรามานั้นไม่ใช้น้อยๆเลยขนาดแบ่งกันแล้วมันก็ยังมากพอที่จะใช้ไปอีกนานทีเดียวและที่สำคัญข้านั้นไม่เข้าใจเลยว่าแสงสีทองในเส้นทางอสูรนั้นคืออะไรกัน.....
ทุกคนต่างก็อยากรู้เช่นกันเมื่อพูดถึงแสงสีทองที่เกิดขึ้นบนเส้นทางอสูรที่พวกเขาเจอมาเพราะมันทำให้พวกเขานั้นเพิ่มระดับไปมากทีเดียว.....
วุ่ยเสี่ยว: เพียงแค่เราทำการดูดซับแสงสีทองเพียงแค่ไม่นานก็เท่ากับพวกเราฝึกมานานถึงครึ่งปีทีเดียวไม่สิบางทีอาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ......
เยี่ยหยูและหจี่จุงกงเองก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกันพวกเขาได้รับอะไรจากเจิ้งฟู่ไปไม่น้อยทีเดียวจากการเดินทางในครั้งนี้และที่สำคัญความแข็งแกร่งของเขานั้นก็ทำให้ทุกคต่างก็ประทับใจ......
ฟู่ววว!!
"วันนี้เหนื่อยเป็นบ้าเลยพรุ่งนี้เราต้องไปถ้ำแห่งเซียนของเจ้าเมืองเพื่อขอซื้อหินพลังซีไว้ใช้งานจากที่ได้ยินมารอบๆเมืองอินทรีนั้นไม่ได้มีถ้ำแห่งเซียนเพียงแค่ถ้ำเดียงแต่ยังมีอีกหลายแห่งด้วยกันเพียงแต่ว่ามันมีขนาดเล็กได้ผลิตได้น้อยกว่าปกติพวกเขาจึงไม่ยินดีที่ขายดังนั้นก็คงมีเพียงที่เดียวที่เราจะไป"
เจิ้งฟู่ลงมาคำนวนดูแล้วถ้าเขาเดินทางไปยังถ้ำแห่งเซียนอื่นๆเขาคงไม่ได้อะไรไปเพราะส่วนใหญ่จะมีสัมปทานอยู่แล้วดังนั้นเขาจึงคิดว่าไม่สิทธิได้มันมาแน่นอนดังนั้นมันจึงเหลือเพียงที่เดียวที่เขาจะไปนั้นเอง.......
ตลอดคืนเจิ้งฟู่ใช้เวลาไปกับการปรับปรุงทักษะให้กับคนทั้งหกอย่างตั้งใจเพราะว่าเขาได้บ่มเพาะมามากพอแล้วในระหว่างเดินทางดังนั้นเขาจึงใช้เวลาไปกับการปรับปรุงแก้ไขทักษะให้กับกลุ่มของต้านซุนกู่.......
ในระหว่างที่เจิ้งฟู่เดินทางนั้นเขาก็คิดขึ้นมาได้เกี่ยวกับเรื่องหนึ่งซึ่งมันก็คือการทำให้ตระกูลของเขานั้นแข็งแกร่งขึ้นในทุกวันนี้การว่าจ้างยอดฝีมือนั้นหรือทหารนั้นต้องใช้ตังอย่างมาก.....
ดังนั้นทรัพยากรจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆสำหรับทุกๆตระกูลเป็นธรรมดาที่จะเกิดสงครามแย่งชิงขึ้นและแน่นอนมันต้องมีการล้มตายอยู่บ้างการที่จะหาคนมาทดแทนนั้นเพียงคนในตระกูลคงจะไม่ทันการดังนั้นทุกตระกูลจึงมีการจ้างทหารรับจ้างไว้เพิ่มคนแข็งแกร่งเสมอ......
และกลุ่มของต้านซุนกู่ก็มีความสามารถมากทีเดียวถ้าเจิ้งฟู่สามารถทำให้พวกเขาจงรักภักดีได้มันก็คงดีไม่น้อยดังนั้นเขาจึงคิดว่าการให้ส่วนแบ่งที่มากขนาดนั้นบวกกับทักษะที่เข้าจะแก้ไขให้มันคงจะสามารถทำให้พวกเขามาอยู่ด้วยได้........
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราตรีเริ่มลับหายไปดวงตะวันเริ่มส่องแสงเสียงนกร้องที่ไพเราะชวนหลงไหลผู้คนเริ่มออกทำภารกิจของตัวเองอย่างเช่นเคย.......
ตุบ ตุบ ตุบ!!
ตงควง: อรุนสวัสดิ์ครับนายน้อย!!
อรุนสวัสดิ์นายน้อย!!!
ทุกคนต่างก็อยู่กันพร้อมหน้าและเมื่อพวกเขาเห็นเจิ้งฟู่ลงจากห้องทุกคนต่างก็ทักทายเขาด้วยความเคารพ.......
"สวัสดีตอนเช้าทุกคน ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้"เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับเอามือเกลาที่หัวตัวเองด้วยความเขิน.......
อ่า!!
"นี่สำหรับท่านและก็ท่านและก็ท่าน ท่านด้วยแล้วสุดท้ายก็ของพี่สาววุ่ยเสี่ยว" เจิ้งฟู่หยิบเอาสมุดออกมาหกเล่มและส่งให้กับทั้งหกคน......
ต้านซุนกู่: มันคืออะไรอย่างนั้นหรอครับนายน้อยเจิ้งฟู่?
ต้านซุนกู่ถามด้วยความสงสัยเมื่อมองไปที่สมุดที่มันได้รับมาคนอื่นๆเองก็เช่นกันมันหันหน้าไปทางตงควงเพื่อเขาจะรู้อะไรบ้างแต่สิ่งที่ตงควงทำก็เพียงแค่ยิ้มให้เท่านั้น......
"สิ่งที่ข้าให้ไปนั้นมันอาจจะไม่ใช้สิ่งสำคัญอะไรแต่ข้าก็ตั้งใจทำมันทั้งคืนเลยหวังว่ามันจะมีประโยชน์สำหรับพวกท่านนะ"เขากล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างอบอุ่นจากนั้นก็เดินไปที่โต๊ะเพื่อหาอะไรทาน.......
ประโยชน์กับพวกเรา!!?
ตงควง: เอาเถอะน่าเชื่อข้าสิว่าพวกเจ้าจะไม่ผิดหวัง!!
ตงควงเองก็ยิ้มให้ทั้งหกคนก่อนจะเดินตามเจิ้งฟู่ไปที่โต๊ะ.....
วุ่ยเสี่ยว: หรือว่าจะเป็นสมุดบอกรักกัน!!?
เยี่ยหยู: คนบ้าอะไรเขียนบอกรักลกสมุด!!
หจี่จุงกง:ถ้าอยากรู้ก็เปิดดูก็สิ้นเรื่องจะคิดมากไปทำไมเขาบอกว่ามันเป็นประโยชน์กับพวกเรางั้นก็เปิดดูกันเลย!!
อือ!!
จากนั้นทั้งหกก็เปิดดูสมุดที่เจิ้งฟู่ให้ไปพร้อมกับและทันใดนั้นเองเมื่อทั้งหกได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในสมุดมือพวกมันก็สั่นไม่ยอมหยุดเลยดวงตาของมันทั้งเบิกกว้างปากก็อ้าไม่ยอมหุบด้วยความตะลึง.....
นี่มัน!!!
เยี่ยหยู: ไม่อยากเชื่อเลยนี่มันทัก.......
หมับ!!
ชู่ๆๆๆ!!
ต้านซุนกู่รีบเอามือไปปิดปากของเยี่ยหยูทันทีเพราะเขารู้ว่ามันจะพูดอะไรออกมาถ้าขืนมันพูดออกมาหละก็งานเข้าแน่ๆ......
ต้านซุนกู่: เจ้าไม่ควรพูดออกไรออกมาตอนนี้!!
อือ!!
มันพยักหน้าตอบรับและก็เข้าใจทันทีจากนั้นกลุ่มของต้านซุนกู่ก็เดินไปที่โต๊ะพร้อมกับค่อยๆนั่งลงช้าๆพวกมันเงียบอยู่นานทำท่าเหมือนต้องการจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ยังกล้าพูด.....
เมื่อเจิ้งฟู่เห็นแบบนั้นเขาก็เอ่ยปากขึ้น "ไม่ต้องคิดมากหรอกข้าหวังว่ามันจะมีประโยชน์สำหรับพวกท่าน" จากนั้นเขาก็ยิ้มให้พวกมัน.....
ตงควง:ข้าเองก็ได้นายน้อยช่วยเช่นกันที่ข้าสามารถมาอยู่จุดจุดนี้ก็เพราะนายน้อยช่วยพวกเจ้าคงเข้าใจเหตุผลของข้าแล้วสินะ...?
ต้านซุนกู่: ข้าขอขอบคุณแทนทุกคนด้วยข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายน้อยจะมีความสามารถมากขนาดนี้ข้ายอมรับว่าก่อนหน้านี้ข้าเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรไว้มากนักเพียงแต่มาเพราะพี่ตงควงเท่านั้น.......
ฟู่เถาฉี: ใช่พวกเราเองก็คิดเช่นกันพวกเราไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่ตงถึงได้มาติดตามท่านและให้ความเคารพนับถือขนาดนี้วันนี้ข้าเข้าใจแล้ว.....
"พวกเราเองก็เช่นกัน" ทั้งเยี่ยหยู วุ่ยเสี่ยวหจี่จุงกงและหลางกว่างควงก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน.......
ต้านซุนกู่:นับจากนี้ไปถ้านายน้อยมีอะไรให้พวกเราช่วยก็บอกมาได้เลยข้าเราพร้อมที่จะทำให้อย่างเต็มที่.....
"เรื่องนี้เราค่อยว่ากันทีหลังหลังจบงานนี้แล้วตอนนี้พวกต้องรีบทำภารกิจให้สำเร็จก่อนข้ามีเวลาเหลือเพียงไม่กี่วันเท่านั้นข้าต้องได้หินพลังซีกลับไปมากที่สุด"
เจิ้งฟู่งัดเอากลยุทธ์ในการพูดหวาดล้อมออกมาไม่ดึงทันทีไม่ปล่อยทันทีมาใช้ถ้าเขาได้กลุ่มของต้ายซุนกู่มาเป็นผู้ติดตามหละก็เข้าก็จะสร้างทีมที่แข็งแกร่งและออกล่าสัตว์อสูรได้.......
หลังจากที่ทั้งหมดทานอาหารเสร็จแล้วพวกเขาก็ออกจากโรงเตี้ยมทันทีและมุ่งตรงไปยังถ้ำแห่งเซียนเพื่อซื้อหินพลังซี.......
ซุบซิบ!!!
ซุบซิบ!!
ตลอดทางผู้คนต่างก็กำลังพูดคุยถึงอะไรบางอย่างและบังเอิญเจิ้งฟู่ก็เป็นคนที่หูดีเสียด้วยเพราะตั้งแต่เขาเข้าสู่ระกับก่อเกิดเขาก็มีสัมผัสการได้ยินและการมาองเห็นที่ดีขึ้น......
ชาวบ้าน: เจ้ารู้ไหมว่าถ้ำแห่งเซียนของท่านเมืองถูกโจมตี!!
ชาวบ้าน: ว่ายังไงนะ ใครกันทีมันกล้าบุกโจมตีถ้ำของท่านเจ้าเมือง?
ชาวบ้าน:ได้ยินมาว่าพวกมันร่างกายใหญ่โตมีพลังที่แข็งแรงตอนนี้พวกเขากำลังต่อสู้กันอยู่แนะท่านเจ้าเมืองถึงกับออกโรงเองเลยนะ!!
ชาวบ้าน: จริงหรอ!! งั้นเราไปเผือกันไหม?
ชาวบ้าน:อย่าไปดีกว่าถ้าไม่อยากตายข้าได้ยินมาว่ามีคนอยากรู้อยากเห็นเช่นเจ้านี้หละที่ไปดูแล้วโดนลูกหลงตายคาที่เลย!!
ชาวบ้าน: เหวออออออ!! งั้นข้าไม่เผือกแหละ... แห่ะ แห่ะ!!
เจิ้งฟู่เมื่อได้ยินที่ชาวบ้านซุบซิบกันเขาถึงกับคิ้วย่นขมวดเข้าหากันทันทีเพราะถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างที่พวกชาวบ้านว่าจริงมันคงจะไม่ใช้เรื่องดีแน่ๆ.....
"ทุกคนรีบไปเถอะ"เมื่อพูดจบเจิ้งฟู่ก็พุ่งตัวออกไปทันทีทำให้คนอื่นๆรีบพุ่งตามไปเช่นกัน.......
ตงควง: เกิดอะไรขึ้นขอรับนายน้อยทำไมถึงได้ดูรีบจัง?
ตงควงรู้สึกสงสัยเล็กน้อยที่เห็นท่าทางเร่งรีบของเจิ้งฟู่คนอื่นๆก็เช่นกันพวกมันเดาใจเขาไม่ออกเลยจู่ๆก็รีบสะงั้นทั้งๆที่เดินไม่นานก็ถึง......
"เรารีบไปก่อนเถอะข้ากลัวว่าเราจะไปไม่ทันการนะสิ" เมื่อพูดจบเขาเร่งความเร็วของเขาขึ้นไปอีกแต่ยังไม่ถึงขีดสุดเพราะเขาไม่อยากทิ้งห่างทุกคนมากเกิดไปถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาคนเดียวคงเอาไม่อยู่.......
อ้าาาาา!!
ย้าาาา!!
เป้ง!!!
ฉึบ!!!! ฉับ!!!
เมื่อกลุ่มของเจิ้งฟู่เข้ามาใกล้ๆพวกเขาก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ที่ดุเดือนดังมาจากด้านหน้าพวกเขาและตามทางก็พบกับศพคนนอนตายอยู่ด้วย......
หจี่จุงกง: เกิดอะไรขึ้นที่นี้กัน?
ความสงสัยเกิดขึ้นที่ใบหน้าของมันเพราะมันเคยมาที่นี้หลายครั้งทำให้มันพอจำหน้าทหารยามที่นี้ได้และหนึ่งในคนที่ตายก็มีคนที่มันคุ้นหน้าอยู่ด้วย......
ในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่ข้างๆป่าภาพข้างหน้าที่พวกเขาเป็นก็คือกลุ่มทหารราวๆร้อยกว่าคนกำลังต่อสู้กับกลุ่มคนที่สวมชุดคลุมสีดำและก็ใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าตัวเองไว้.........
พวกมันมีกันพี่แค่ยี่สิบกว่าคนเท่านั้นแต่กลับสามารถสังหารอีกฝ่ายได้มากมายและดูว่าจะไม่เสียเปรียบเลยด้วยซ้ำ......
ตงควงและต้านซุนกู่พวกเขาทั้งสองสัมผัสพลังของพวกมันได้พวกเขาทั้งสองถึงกับสะดุ้งทันทีเพราะว่าคนที่ระดับต่ำสุดก็ระดับก่อเกิดขึ้นเจ็ดแล้ว......
ฟู่เถาฉี: นั้นไงท่านเจ้าเมือง!!
มันชี้ไปทางชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงลางด้วยท่าทางเหนื่อยหอบและมีบาดแผลที่ตัวเล็กน้อยเขายืนอยู่หน้าเหล่าทหารนับร้อยของเขาและทันใดนั้นเองก็มีกองทหารมาเพิ่มอีกจำนวนมาก.........
ท่านเจ้าเมืองพวกเรามาช่วยแล้ว!!!
ทางฝ่ายของกลุ่มคนชุดคลุมดำเมื่อเห็นแบบนั้นพวกมันก็กะตุกเล็กน้อยเพราะต่อให้พวกมันแข็งแกร่งแค่ไหนแต่เมื่อต้องสู้กับคนมากๆพวกมันก็ไม่อาจจะไหวได้ถึงแม้จะสังหารไปได้เยอะแต่ก็ต้องเหนื่อยกันบ้าง......
ถอย!!
คนที่อยู่ด้านหน้าสุดส่งเสียงออกมาสั่งให้คนที่เหลือถอยทำให้พวกมันตั้งท่าที่จะหนีและพุ่งตัวจากไปทันที........
เจ้าเมือง: อย่าให้พวกมันหนีไปได้!!
เจ้าเมืองตะโกนคำรามออกมาด้วยความโกรธมันพุ่งตามกลุ่มของคนชุดคลุมดำทันทีเมื่อพูดจบ.......
ฟิ้ววววว!!!
ตงควง: พวกเราจะทำยังไงดีขอรับนายน้อย!!?
ตงควงหันมาถามเจิ้งฟู่ว่าเขาจะทำยังต่อดีเพราะสถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายอย่างมากและอีกอย่างกลุ่มของพวกเขาเองก็มีระดับมากสุดที่ระดับก่อเกิดขั้นเจ็ดเท่านั้นคงจะทำอะไรไม่ได้......
"พวกเราตามไปดูก่อน ท่านหลางหว่างควงท่านช่วยไปตรวจสอบรอบๆนี้ทีว่ายังมีพวกมันอยู่หรือไม่ถ้ามีให้รีบกลับมาทันทีห้ามปะทะเด็ดขาด"
อือ!!
ฟิ้วววววว!!
เมื่อกล่าวจบมันก็พุ่งตัวหายไปทันทีโดยไม่มีคำโต้งแย้งใดๆจากนั้นเขาก็หันหน้าไปทางหจี่จุงกงเยี่ยหยู และวุ่ยเสี่ยว ก่อนจะพูดขึ้น.....
"พวกท่านทั้งสามคอยจับตาดูอยู่นี้ส่วนที่เหลือไปกับข้า"
อือ!!
เมื่อพูดจบทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปทันทีเจิ้งฟู่ ตงควง ต้านซุนกู่และฟู่เถาฉีไล่ตามกลุ่มของเจ้าเมืองไปเพื่อดูสถานการณ์และเมื่อเขาตามไปก็พบกับศพของทหารที่นอนเต็มตามทางแถมยังพึ่งตายด้วย....
ตงควง: ถึงฝั่งของเจ้าเมืองจะมีคนเยอะกว่าแต่ถ้าไล่ตามพวกมันแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากแมงเม้าบินเข้ากองไฟหรอก......
ต้านซุนกู่: นั้นสิถ้าทำให้พวกมันหยุดอยู่กับที่ได้ก็ว่าไปอย่าง......
หยุดอยู่กับที่อย่างนั้นหรอ!!?
เมื่อได้ยินแบบนั้นจู่ๆก็เจิ้งฟู่ก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาเขาหันกลับมาทางคนทั้งสามจากนั้นก็ยิ้มและพูดว่า.....
"ข้าขอล่วงหน้าไปก่อนนะข้ามีแผนอะไรแล้ว"เมื่อพูดจบเจิ้งฟู่ก็เร่งความเร็วสูงสุดของเขาทันที......
ฟิ้วววว!!
เพียงพริบตาเดียวเจิ้งฟู่ก็หายไปจากสายตาของพวกมันแล้วและเร็วมากจนไม่อาจจะมองเห็นได้เลยว่าเขาไปทางไหน......
ต้านซุนกู่: นั้นมันวิชาตัวเบาอะไรกันทำไมถึงได้รวดเร็วขนาดนี้นะ ข้าก็สงสัยตั้งแต่เจ้าอสูรไบซันนั้นถูกฆ่าแล้วแต่ครั้งนี้มันเร็วกว่าครั้งนั้นมากนัก......
ตงควงทำได้เพียงแค่ยักไหลของเขาเท่านั้นเพราะว่ามันเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเจิ้งฟู่ใช้วิชาตัวเบาใด........
กชด. (กลุ่มคนชุดคลุมดำ): ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! ไอ้พวกโง่.....
ฉึบ!! ฉึบ!!
ทหารคนแล้วคนเหล่าที่เข้ามาใกล้พวกมันล้วนถูกกระบี่และดาบของ กชด. สังหารทันทีเจ้าเมืองเมื่อเห็นแบบนั้นมันยิ่งโกรธเข้าไปอีกมันเค้นเสียงคำรามออกมา.....
เจ้าเมือง: ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้จงได้!!!!
กชด.: ถ้าคิดว่าทำได้ก็มาเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!
ตู้มมมมม!!
และทันใดนั้นเองจู่ๆก็มีคลื่นพลังที่หน้ากลัวซัดเข้ามากลางวงของพวกมันทำให้ชายชุดดำสองคนตายทันที......
กะ กะ เกิดอะไรขึ้น!!
หัวหน้ากลุ่มที่พูดเมื่อครู่นี้ถึงกับสะดุ้งตกใจเล็กน้อยการโจมตีเมื่อครู่นี้ทำให้พวกมันถึงกับต้องหยุดชะงักไป......
เจ้าเมือง: พวกมันหยุดแล้วล้อมพวกมันไว้!!
เห้ย!!
บัดซบเอ้ย!!!
หัวหน้ากชด.: อย่าไปกลัวพวกมันฆ่าให้หมด!!
ย้าาาาาา!!!!