ท่ามกลางแสงดาว
ว่ากันว่า...โลกจะเป็นสีชมพู เมื่อเรามีความรัก คำเปรียบเปรยนี้ไม่รู้ใครเป็นคนคิดขึ้น ไรท์เองก็ยังไม่ได้หาคำตอบ ... แต่ที่แน่ๆ เวลาที่เรามีความรักหัวใจมันจะเต้นตุ๊บตั๊บ นั่งยิ้มอยู่คนเดียวก็ทำได้ รึคุณๆทั้งหลายว่ายังไง....เวลาที่คุณมีความรักแล้วเป็นแบบไหนกัน ไหนลองพูดสิ.....
ความรักในมุมมองของแต่ละคนก็ต่างกันไปอ่ะนะ...สุขบ้าง...ทุกข์บ้าง จะสุขตลอดก็คงไม่ได้หรือทุกข์ตลอดก็คงจะไม่ไหว การจะครองรักให้ยืนยาวคงต้องอาศัยความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ ให้อภัยเมื่ออีกฝ่ายทำผิดพลาด..แต่อย่างหลังก็คงแล้วแต่กรณีไป
แต่ใครจะทุกข์หรือจะสุขตอนนี้อาเย่ววของเราคงไม่ได้สนใจแล้ว....รถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ขับแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังเดิมที่หญิงสาวเคยมา โชคดีที่วันนี้เธอสวมกางเกงมาทำงานจึงทำให้ก้าวขึ้นคร่อมซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์มาได้อย่างสบายๆ
" อย่าพึ่งลง รอก่อน " ชายหนุ่มว่าขณะที่เอื้อมมือไปกดปุ่มดับเครื่องยนต์ ขายาวแตะตำแหน่งที่วางขาตั้ง...เมื่อรถทรงตัวอยู่ได้เขาจึงก้าวขาออกและอุ้มเธอลงจากท้ายรถมอเตอร์ไซด์
" ขอบคุณค่ะ " คนตัวเล็กยิ้มหวานพร้อมกับเอ่ยขอบคุณเขา เธอไม่ปฏิเสธหากเขาจะทำอะไรเล็กๆน้อยๆ แบบนี้ให้ อาเย่ววคนนี้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก...หากเป็นเมื่อก่อนท่อนไม้ก็ไม่ปาน
" เอาไว้ขอบคุณตอนไปดูดาวคืนนี้ดีกว่ามั้ย " เขาว่าพลางยกยิ้ม ใบหน้าคมยื่นเข้ามาใกล้แต่จังหวะเดียวกันก็ถูกหญิงสาวดันออก
" อะไรของนายเนี้ย คนยืนอยู่เต็มไปหมด เอาหน้าออกไปก๊อนนน...อายเค้า " ปาลิตาว่า...เธอมองซ้ายขวาเห็นเหล่าบอดี้การ์ดมองมาก็นึกเขิน
" หึ...เขินทำไม ฝึกไว้...จะได้ชิน " ริมฝีหยักยกยิ้ม ดวงตาคมมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้มีสีแดงระเรื่อขึ้นแต้มพวงแก้ม
" คุณหนูขายังเจ็บอยู่...คุณชายพาเธอนั่งรถแบบนี้มาได้ยังไงคะ " เสียงแหบแห้งของหญิงวัยกลางคนเอ่ย
" สวัสดีค่ะ " ปาลิตายกมือไหว้ผู้ใหญ่ด้วยท่าทางนอบน้อม ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงไทยแม้จะเติบโตมาจากเมืองนอกเมืองนาก็เถอะ
" สวยจังเลยนะคะ ผู้หญิงไทยอ่อนหวานแบบนี้ทุกคนรึเปล่าเนี้ย " แม่สือม่ายิ้มทักทายอย่างเอ็นดู
" นี่เป็นการทักทายของคนไทยน่ะแม่สือ เด็กๆเค้าจะไหว้ผู้ใหญ่แบบนี้แหละ " เสียงทุ้มตอบแทนหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ แม่สือม่าเองก็นึกถึงหญิงสาวอีกคนที่เป็นคนไทยและเคยมาพักอาศัยอยู่ที่นี่ เธอคนนั้นก็อ่อนหวาน อ่อนโยนแบบนี้
" ปกติหนูเองก็ไม่ใช่คนอ่อนหวานอะไรหรอกค่ะ เมื่อก่อนตอนที่อยู่อเมริกาก็มีน้าสาวสอนบ้างเล็กๆน้อยๆ แต่พอมาอยู่เมืองไทยต้องออกงานกับคุณแม่บ่อยก็เลยเริ่มชิน ซึมซับความเป็นไทยมากขึ้นน่ะค่ะ " แม่สือม่ายิ้มอย่างเอ็นดู...เห็นท่าจะจริงอย่างที่คุณหนูบอก เธอไม่ใช่คนอ่อนหวาน นิ่มนวล แม่สือนึกถึงวันที่ไปทำแผลให้เหล่าบอดี้การ์ดที่บ้านใหญ่แล้วก็นึกขำ บางคนตัวโตกว่าเธอยังหน้าบวมช้ำเป็นรอยปูดขึ้นเต็ม
อ่อนหวานแต่ไม่อ่อนแอ...คุณหนูคนนี้เหมาะจะเป็นนายหญิงของจางลี่เหมือนอย่างท่านประมุขใหญ่ว่าจริงๆ
" เดินไหวมั้ย รึจะให้อุ้ม " ชายหนุ่มเอ่ยถาม
" ไหวๆ ฉันเดินเองได้ ไม่เดินเลยเดี๋ยวก็ได้เป็นง่อยตายพอดี "
" แต่ชั้นกลัวคืนนี้เธอไปดูดาวกับชั้นไม่ไหวน่ะสิ มาเถอะ...ให้ชั้นอุ้มดีกว่า ถึงเร็วด้วย " พูดจบชายหนุ่มก็ย่อตัวอุ้มหญิงสาวขึ้นในท่าเจ้าสาว ปาลิตาร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
แม่สือส่ายหน้าแล้วยิ้ม...คุณชายน้อยที่เธอเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีคนรักที่กำลังจะสร้างครอบครัวกัน อีกไม่นานเธอคงได้เลี้ยงคุณหนูน้อยตัวเล็กๆแล้วสินะ
หลังจากอุ้มหญิงสาวเข้ามาในบ้านเย่วเฟิ่งก็เดินตรงขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาปล่อยให้เธอได้ทำธุระส่วนตัว...ส่วนตัวเขาเองลงมาด้านล่างเพื่อจัดแจงเตรียมสถานที่ดูดาวสำหรับคืนนี้ จะว่าไปนี่คงเป็นครั้งแรกล่ะมั้งที่เขาจะทำอะไรที่โรแมนติกแบบนี้ให้เธอ
เต๊นท์โดมสีขาวขนาดใหญ่ถูกกางตั้งเด่นอยู่บนเนินหญ้าด้านข้างของบ้าน ชายหนุ่มให้ลูกน้องยกโต๊ะอาหารขนาดเล็กมาตั้งวางไว้ด้านหน้า วันนี้เขาอยากจะมีเวลาอยู่กับเธอเพียงสองต่อสองเท่านั้น หลังจากที่แม่บ้านใหญ่เตรียมอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อยชายหนุ่มก็ได้กำชับว่า...
อย่าให้ใครเข้ามากวนเด็ดขาด !!!
" สวยจัง " เสียงหวานเอ่ยรำพึงรำพัน เธอพูดแบบนี้ไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้วแต่ถึงอย่างนั้นคนฟังก็ยังไม่รู้สึกเบื่อ
" แต่ก่อนไม่เห็นชอบดูดาว " เขาว่าขณะเดียวกันก็โอบกระชับวงแขนของตัวเองให้แน่นขึ้น สองร่างนอนกอดก่ายอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ในเต๊นท์โดมสีขาวโดยด้านบนสามารถปิดเปิดได้ อากาศด้านนอกตอนนี้กำลังเย็นสบาย
" ก็แต่ก่อนชีวิตมันเศร้านี่ มองท้องฟ้าทีไรก็นึกถึงพ่อกับแม่ ตอนนั้นก็คิดว่าท่านตายไปแล้ว...ท่านอยู่บนท้องฟ้าและฉันมองจากข้างล่างมันดูห่างไกลกันเหลือเกิน อยากจะกอดก็กอดไม่ได้ อีกอย่างท้องฟ้าตอนกลางคืนมันเงียบสงบ ดูเหงาๆยังไงไม่รู้ ตอนนั้นก็เลยไม่ชอบเงยหน้ามองดูดาวน่ะ "
" แล้วตอนนี้ล่ะ "
" ไม่เหงาแล้ว ก็ตอนนี้มีนายมาดูดาวเป็นเพื่อนแล้วนี่ เอ้อ!! ฉันจำได้นะ...วันนั้นน่ะ...ที่งานแต่งงานของพี่ภาคิน...นายบอกว่าดาวที่บ้านของนายสวย ฉันเชื่อแล้วล่ะ...มันสวยจริงๆ " ใบหน้าหวานแหงนมองบนท้องฟ้าแววตาของเธอส่องประกายระยิบระยับดุจดั่งดวงดาว
" หึ...โรแมนติกดีมั้ย "
" ฮ่าๆๆ อยากให้ชมเหรอ " แทนที่จะตอบแต่เธอกลับถามเขากลับ หญิงสาวคิดว่าเขาคงอยากจะได้คำชมจากเธอบ้างเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำอะไรน่ารักๆแบบนี้ให้เธอ ตั้งแต่รู้จักกันมา...กว่าผู้ชายคนนี้จะยอมพูดหรือยอมทำอะไรที่ตรงกับความรู้สึกก็เป็นเรื่องยากมากทีเดียว เรื่องเซอร์ไพรส์แบบนี้ไม่ต้องพูดถึง
" ไม่ได้อยากให้ชม แต่อยากได้รางวัล " เขาเอ่ยพลางขบเม้มที่ติ่งหูเธอเบาๆ หญิงสาวสั่นสะท้านไปทั่วร่าง...ริมฝีปากได้รูปจูบซับลงมาตามลำคอระหง วันนี้เธอใส่ชุดกระโปรงสีขาว มีสายเชือกของชุดที่ผูกอยู่ตรงหัวไหล่ทั้งสอง...ชุดนี้เขาซื้อมาเตรียมไว้ให้เธอโดยเฉพาะ
" อื้ออออ " เสียงครางในลำคอดังแผ่วเบา หน้าอกอวบเริ่มเคลื่อนไหวในจังหวะที่เร็วขึ้น ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นสูง
" แต่งงานกันนะ " เสียงทุ้มใหญ่ดังใกล้ริมหู มันชัดเจนทั้งเสียงที่เปล่งออกมาและในห้วงความรู้สึก
" อึ้มมม...แต่งสิ " สองสายตาจ้องประสานกัน ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเช็ดหยาดน้ำที่เอ่อคลออยู่ที่หางตา ปาลิตาเม้มริมฝีปากพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้เขา
ริมฝีปากใหญ่ประทับลงจูบคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขน เวลาทำให้คนทุกคนโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น...เช่นชายหนุ่มตอนนี้...ไม่ใช่ว่าเขาไม่เป็นห่วงเธอ ไม่ใช่ว่าเขาเลิกกังวลกับเหตุการณ์ร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับเธอ กลับกันเขาคิดอยู่ทุกนาทีว่าจะทำอย่างไรให้เธอปลอดภัย
แม้รู้ว่าเธอจะต้องเสี่ยงที่มายืนเคียงข้างเขาแต่ทำยังไงได้ เขาปล่อยเธอไปไม่ได้อีกแล้ว...เขาไม่อยากเสียเธอไป ไม่อยากเป็นคนทิ้งเธอไว้ข้างหลังเหมือนครั้งเก่า ในเมื่อต้องเลือก...ครั้งนี้เขาจะทำมันให้ดีที่สุด เขาจะปกป้องเธอสุดกำลัง
..........................................................................
ตอนหน้าต่อที่นี่ไม่ได้นะจ๊ะ ยังเหลืออีกหลายตอนซื้ออีบุีคก็ยังคุ้มน้า
ลงขายที่ meb ในราคาเพียง 89 บาทจ้าาา