“เดินทางกันดีๆละ”ไป๋เทียนบอกกับสองหนุ่มสาว ด้านหลังของชายวัยกลางคนคือครอบครัวตระกูลไป๋ที่อยู่กันครบถ้วนรวมถึงไป๋หลงด้วย
วาสและไป๋ฟางกล่าวลาเบาๆ พวกเขาทั้งคู่เดินหันหลังหายเข้าไปในป่าอย่างเรียบง่าย ไป๋ฟางและครอบครัวตระกูลไป๋ไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์กันเท่าไหร่นัก เพราะวาสบอกว่าเขามีสกิลวาร์ป ที่สามารถช่วยให้เดินทางกลับมาเมืองฟอนเต้ได้ทุกเมื่อ และจุดวาร์ปจุดแรกที่วาสวางก็คือร้านค้าสมุนไพรตระกูลไป๋
เหตุการณ์คืนนั้นไป๋ฟางขอให้วาสอย่าบอกให้ครอบครัวเธอรับรู้เพราะเป็นห่วงความรู้สึกพวกเขา หญิงสาวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและชักชวนวาสกลับบ้าน แต่กว่าที่พวกเขาจะได้กลับไปที่ร้านค้าสมุนไพรตระกูลไป๋ก็เป็นเวลาเช้าแล้ว
หนุ่มสาวหายไปด้วยกันเวลาค่ำคืน สิ่งที่ทุกคนคิดอย่างแรกก็คือ....
วาสถูกจับเข้าห้องมืดทันที โดยมีไป๋เทียนและไป๋หยางเป็นผู้สอบสวน การสอบสวนดำเนินเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนชายหนุ่มจะถูกปล่อยมาในสภาพอิดโรย ข้ออ้างที่ช่วยให้เขาเอาตัวรอดได้ก็คือฟอร์คคนแคระวัยกลางคนบังเอิญได้ไปเจอเขากับไป๋ฟางเลยชวนดื่มเป็นเวลานานและเผลอเมาหลับไป
และแน่นอนก่อนเข้าร้านค้าสมุนไพรตระกูลไป๋ วาสก็ได้ไปคุยกับฟอร์คไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
“ถ้าแกกล้าแตะต้องลูกสาวฉัน แกตายแน่!”นี้คือสิ่งที่วาสได้ยินทุกวันตลอดช่วงเวลาการทรมาน เอ๊ย! เวลาฝึกฝนของเขา ตลอดระยะเวลา 5 เดือนชายหนุ่มถูกจับตาโดยไป๋เทียนตลอดเวลา ขอเพียงเขาเข้าใกล้ไป๋ฟางในระยะ 5 เมตรเมื่อไหร่จะต้องมีไป๋เทียนหรือไป๋หยางออกมาขวางไว้ทุกครั้ง
“ฟู่!”หลังเดินหายเข้าไปในป่าจนหายไปจากสายตาของไป๋เทียนวาสก็ถอนหายใจโล่งอก ไป๋ฟางหัวเราะคิกคักเอื้อมมือมาคล้องแขนเข้าไว้ถามเย้าว่า
“ดีใจที่ออกจากสายตาพ่อฉันหรือไง”
“เหอะ! ดูพูดเข้าเถอะ”วาสดีดหน้าผากขาวเนียนของไป๋ฟางเบาๆ ตอนนี้ทั้งคู่สามารถเรียกกันว่าเป็นคนรักได้อย่างเต็มปาก ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปกปิดความรู้สึกตัวเองอีกแล้ว
“ว่าแต่เราไปไหนกันดีละ?”นี้เป็นการผจญภัยครั้งแรกของไป๋ฟางเธอจึงรู้สึกตื่นเต้นพอสมควร
“ก่อนอื่นก็คงต้องเดินทางไปส่งโตโต้ก่อนละนะ”วังวนสีฟ้าปรากฏขึ้นต่อหน้าทั้งสอง วาสหนุ่มตะโกนเรียกชื่อโตโต้อยู่คำหนึ่ง ต้นไม้ตัวน้อยที่มีใบหน้าและแขนขาก็กระโดดออกมาจากวังวน
“สวัสดีท่านวาส ท่านไป๋ฟาง”
“สวัสดีโตโต้”ไป๋ฟางยิ้มทัก ส่วนวาสเอ่ยขึ้นมาว่า
“ส่งแผนที่มาสิ ถึงเวลาพานายไปส่งแล้ว”โตโต้ล้วงไปในถุงมิติข้างตัวและยื่นแผนที่ให้วาส หลังจากรอคอยถึง 5 เดือนในที่สุดเขาก็จะได้เดินทางกลับบ้านสักที
ตลอดเวลา 5 เดือนโตโต้มุ่งมั่นเรียนรู้ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับมนุษย์ แต่สิ่งที่เขาตั้งใจศึกษาก็คือแผนที่หลายฉบับที่วาสซื้อมาให้ ต้นไม้ตัวน้อยเริ่มนำความทรงจำในหัวมาผนวกกับแผนที่ของมนุษย์ ค้นหาเส้นทางกลับบ้าน
คลำทางอยู่นานโตโต้ก็พบเส้นทางที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งเส้นทางนั้นต้องเดินทางตัดผ่านป่าหมื่นพิษและตรงไปยังภูเขาหินสูงชัน หลังจากข้ามภูเขาหินก็จะเป็นดินแดนที่มนุษย์ยังไม่รู้จัก
“ถ้อย่างนั้นก็ไปกันเถอะ”ชายหนุ่มกระชับหน้ากากเหล็กสีขาวดำที่มีสัญลักษณ์หยินหยาง ตั้งแต่จบสงครามหน้ากากจันทร์เสี้ยวที่วาสเคยใช้ก็เป็นที่นิยมอย่างมาก เรื่องของเขากลายเป็นตำนานในวงเหล้าที่ได้รับการแต่งเติมจนอลังการเกินจริง เด็กๆหลายคนยึดถือเขาเป็นฮีโร่ พากันหาซื้อหน้ากากจันทร์เสี้ยวและแย่งรับบทเป็นวาสกัน
แน่นอนว่าไม่มีใครรู้จักใบหน้าที่แท้จริงของวาส มีหลายคนแอบอ้างเป็นเขาหวังจะได้รับผลประโยชน์ แต่จุดจบของพวกเขาไม่ค่อยดีนัก หลายคนถูกพบเป็นศพอยู่ตามตรอกซอย สาเหตุการตายไม่ถูกปล้น ก็ถูกท้าประลองจากคนที่หวังจะมีชื่อเสียง
ชายหนุ่มสวมหน้ากากหยินหยางเรียกซากทัพม้าออกมา 3 ตัว ครั้งที่เห็นถึงประสิทธิภาพของมันวาสก็ไม่รอช้าหาซื้อมาหลายตัวแล้วฆ่าทิ้ง! จากนั้นก็ใช้สกิลซากทัพใส่พวกมัน
แม้ความสามารถโดยรวมจะลดลงแต่ก็แลกกับการไม่มีความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยของพวกมัน ซากทัพม้าสามารถขี่ติดต่อกันได้เป็นปีตราบเท่าที่ขามันไม่หักไปซะก่อน
วาสและไป๋ฟางกระโดดขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว ส่วนโตโต้ต้องลำบากหน่อยเพราะมีความสูงแค่หัวเข่าวาสเท่านั้น
ทั้งสามควบม้าเพียงไม่นานก็เดินทางมาถึงป่าหมื่นพิษ
“ลงจากม้าได้แล้ว”วาสเอ่ยขึ้น
“ทำไมเราไม่ขี่ม้าเข้าไปเลยละ?”ไป๋ฟางรู้สึกสงสัย
“ป่านี้นะอันตรายมากนะ ฝีมือกระจอกแบบเธอ เข้าไปไม่ระวังมีหวังได้กลายเป็นปุ๋ยให้ป่านี้แน่”วาสยิ้มเยาะกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
ไป๋ฟางหน้างอแต่ก็ลงจากม้าแต่โดยดี ส่วนโตโต้ก็ปีนลงจากหลังม้าช้าๆแต่พลาดตกกระแทกพื้นเสียงดัง
“อ้อลืมบอก! ฉันตั้งใจจะให้เธอเพิ่มเลเวลที่ป่านี้ด้วย นายด้วยนะโตโต้”
“เอ๋! ข้าด้วยหรอขอรับ”โตโต้ร้องเสียงหลง
“ใช่นะสิ! ทั้งสองคนตอนนี้ยังอยู่เลเวล 1 อยู่เลยไม่ใช่รึไง”ทั้งคู่ใบ้กิน เป็นอย่างที่วาสว่าตอนนี้พวกเขายังติดอยู่ที่เลเวล 1 อยู่เลยเพราะไม่เคยลงมือต่อสู้ด้วยตัวเองสักครั้ง
“เดินตามฉันมานี้ ระวังด้วยละ ป่านี้มีอันตรายอยู่ทุกฝีก้าวนะ”วาสเดินนำทั้งคู่เข้าไปในป่า ทั้งไป๋ฟางและโตโต้ต่างกระชับอาวุธในมือแน่นสายตามองรอบข้างด้วยความหวาดระแวง ในมือของไป๋ฟางคือมีดสั้นคู่หนึ่ง ส่วนโตโต้นั้นใช้เข็มเล็กๆที่เหมาะแก่การขว้างซัด
โอ้ย!ไป๋ฟางร้องขึ้นอย่างเจ็บปวด เดินมาได้ระยะหนึ่งเธอก็เจอเข้ากับมอนเตอร์กิ้งก่าตัวเล็กๆตัวหนึ่ง วาสบอกให้ไป๋ฟางและโตโต้ช่วยกันจัดการมัน
แต่ไป๋ฟางพลาดท่าถูกมันกัดเข้าบริเวณน่องขาแต่ก็ช่วยเปิดโอกาสให้โตโต้แทงเข็มเข้าที่ศีรษะของมันได้
“วาสฉันเจ็บอ่ะ!”ไป๋ฟางร้องขอความช่วยเหลือ แผลโดนกัดเกิดอาการบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างที่รู้ว่าป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยมอนเตอร์มีพิษากมายแม้แต่มอนเตอร์ตัวเล็กๆก็ไม่เว้น
ชายหนุ่มสวมหน้ากากเมินหน้าหนี เขาจงใจเพิกเฉย ชายหนุ่มต้องการให้ไป๋ฟางรู้จักความโหดร้ายของโลกนี้ ไม่มีทางที่วาสจะสามารถอยู่ช่วยเหลือไป๋ฟางได้ตลอดเวลา
ไป๋ฟางเม้มปากแววตาแฝงแววตัดพ้อแวบหนึ่ง แต่เธอก็เข้าใจว่าวาสอยากให้เธอแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะดูแลตัวเองได้
หญิงสาวผมดำควานหายารักษาจากในถุงมิติ แต่แล้วเธอก็เห็นวาสพุ่งเข้ามาหา
‘คงทนที่เห็นฉันเจ็บไม่ได้ละสิ’ไป๋ฟางฉีกยิ้มอยู่ในใจ แต่วาสกลับนำดาบยาวออกมาและฟันไปที่เหนือศีรษะของเธอ
มอนเตอร์งูยักษ์ที่มีสีน้ำตาลกลืนไปกับเปลือกไม้ดักซุ่มโจมตีอยู่บนต้นไม้เหนือศีรษะไป๋ฟาง มันอ้าปากกว้างพุ่งฉกไปที่ไป่ฟาง ดีที่ชายหนุ่มสามารถช่วยเหลือได้ทัน
“ระวังตัวหน่อยสิ”วาสเอ็ดเสียงดัง ไป๋ฟางอ้าปากค้างเลือดงูพุ่งทะลักรดตัวเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
กรี๊ดดดด!
“แหวะ! เหม็นคาวอะ”ไป๋ฟางเดินบ่นตลอดทางแม้จะเช็ดเลือดออกหมดแล้วแต่กลิ่นคาวยังติดฝังอยู่บนตัวเธอ แถมกลิ่นเลือดนี้ยังเป็นตัวล่อชั้นดี มอนเตอร์หลากหลายชนิดตามกลิ่นมุ่งตรงมาหาเธออย่างไม่ขาดสาย
หลังจากรับมือมอนเตอร์ตลอดทั้งวันตอนนี้ทั้งไปฟางและโตโต้นั่งหอบลิ้นห้อยอยู่บนขอนไม้ และมีวาสยืนคุ้มกันอยู่ข้างๆ
“แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเหรอ”วาสกล่าวเย้า โตโต้ไม่มีแม้แต่แรงจะตอบ ส่วนไป๋ฟางมองชายหนุ่มตาขุ่นวันนี้ทั้งวันชายหนุ่มใจร้ายกับเธอมาก ไม่ยอมช่วยเหลือเธอแม้แต่น้อย ยกเว้นจะอันตรายถึงชีวิตจริงๆ
ไป๋ฟางเคยลองแสร้งปล่อยให้ร่างกายโดนโจมตีไม่รู้ตัวเหมือนครั้งโดนงูยักษ์โจมตี แต่วาสมองเจตนาของเธออกจึงไม่ได้เข้ามาช่วยปล่อยให้เธอโดนมอนเตอร์กัดเข้าเต็มเปาซะอย่างนั้น
“จะมืดแล้ว ทานอาหารกันเถอะ”วาสเอ่ยขึ้นพลางก่อกองไฟเตรียมทำอาหาร
“ชิ! จะกินก็กินไปคนเดียวสิ”ไป๋ฟางเสมองไปทางอื่น
“แต่ข้ากินขอรับ”โตโต้ผุดลุกขึ้นทันทีที่ได้ยินคำว่าของกิน จนไป๋ฟางมองค้อนวงใหญ่
วาสแกล้งทำเมินหญิงสาว นั่นยิ่งทำให้ไป๋ฟางโมโหขึ้นไปอีก
ชายหนุ่มนำร่างของมอนเตอร์ตัวหนึ่งออกมาและเริ่มชำแหละ ถลกหนัง ควักไส้ เลาะกระดูกและนำไปเสียบไม้ ก่อนจะสาละวนอยู่กับการเตรียมเครื่องเทศ เสียงโขกสับเครื่องเทศดังก้องไปรอบๆแต่วาสไม่สนใจ ก่อนหน้านี้เขาได้ปล่อยซากทัพออกไปคอยคุ้มครองรอบๆแล้ว
ชายหนุ่มชโลมเนื้อไปด้วยเครื่องเทศที่คลุกเคล้าจนเข้ากัน เอามีดเจาะเข้าเนื้อหลายๆรูเพื่อให้ความร้อนกระจายไปได้อย่างทั่วถึง
วาสดึงเตาย่างเอนกประสงค์ที่ซื้อมาออกมาตั้งและนำเนื้อชิ้นใหญ่ไปแผ่ไว้บนตะแกรงย่างเนื้อ เสียงไขมันหยดลงบนไฟดังเป็นจังหวะราวกับทำนองเพลง
ชายหนุ่มพลิกเนื้อไปมาอย่างชำนาญ เพียงไม่นานเนื้อก็กลายเป็นสีเหลืองนวล กลิ่นหอมของเนื้อย่างผสมไปกับกลิ่นของเครื่องเทศ
เมื่อเนื้อใกล้สุกชายหนุ่มก็นำหนังที่ไร้ขนและหมักจนเข้าที่ขึ้นมาย่าง ลนไฟอยู่ครู่หนึ่งหนังนั้นก็เริ่มกรอบน่ารับประทาน
ไป๋ฟางแอบเหลือบมองกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ส่วนโตโต้ไม่สนใจปล่อยน้ำลายไหลโชกล้นออกมาจากปากราวกับน้ำตก
การต่อสู้อันหนักหน่วงทั้งวันทำให้ทั้งคู่รู้สึกอยากอาหารไม่น้อย ไป๋ฟางข่มสติเบือนหน้าไปทางอื่นแต่ท้องของเธอกลับทรยศส่งเสียงร้องออกมาดังลั่น
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ทำเอาหญิงสาวหน้าแดง เธอทนความหิวไม่ไหวจึงตั้งใจจะเอาน้ำดื่มที่พกไว้ออกมาดื่นแก้กระหาย
“เสร็จแล้ว! โตโต้นี้ส่วนของนาย เอาไปสิ”วาสยื่นเนื้อย่างที่หั่นอย่างสวยงามวางเรียงรายบนใบไม้ใหญให้โตโต้
ชายหนุ่มแสร้งลุกขึ้นปัดฝุ่นและแกล้งเอาเนื้อย่างและหนังกรอบที่จัดวางบนใบไม้ไปนั่งข้างไป๋ฟางและกินเงียบq
ไป๋ฟางร้อง หึ หันหน้าไปทางอื่นแต่กลิ่นอาหารที่ลอยเข้าจมูกช่างทำร้ายเธอเหลือเกิน
วาสเอนตัวเอาไหล่ไปกระแทกหญิงสาวแล้วกล่าวว่า
“ช่วยชิมให้หน่อยสิ ได้ไหม?”ชายหนุ่มเอาเสียงออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยทำ หญิงสาวข้างกายหลุดยิ้มเล็กๆก่อนจะเก๊กขรึมแล้วกล่าวว่า
“อะแฮ่ม! ถ้าขอขนาดนั้นจะยอมชิมให้ก็ได้”ไป๋ฟางหยิบเนื้อย่างมาชิ้นหนึ่งแล้วนำเข้าปากช้าๆ เนื้อย่างร้อนจนเธอต้องเผลอเป่าลมออกมา สัมผัสนุ่มนิ่ม รสชาติกลมกล่อมของเครื่องเทศที่มีทั้งเปรี้ยวและเผ็ดส่งผลให้แก้มของหญิงสาวแดงซ่านด้วยความอิ่มเอิบ
หญิงสาวกลืนเนื้อเข้าลำคออย่างเสียดาย เธอพึ่งเคยกินอาหารฝีมือคนรักครั้งแรกและไม่คิดว่ามันจะอร่อยขนาดนี้
วาสฉีกยิ้มกับท่าทางของหญิงสาวแล้วเอ่ยต่อว่า
“คงยังไม่รู้รสชาติสินะ ถ้างั้นก็ชิมเยอะๆสิ”ชายหนุ่มส่งจานใบไม้ไปบนตักของหญิงสาว ไป๋ฟางหันไปมองชายหนุ่มข้างตัวและยิ้มออกมา จากนั้นจึงลงมือรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างมีความสุข
“หายโกรธหรือยัง?”
“อะ..อืม ยอมแค่วันนี้เท่านั้นนะ”